“เปรี้ยง” ทัณฑ์์คำรามดังก้องปกคลุมทั่วผืนฟ้าไกลจนถึงสี่ทะเลทั้งเหนือใต้ออกตก อสนีบาตสีม่วงถูกถักทอเป็เส้นใยฟาดลงบนแผ่นหลังของชายหนุ่มอาภรณ์ดำนับไม่ถ้วน
มหาเทพเฮยหลงหนึ่งเดียวในใต้หล้าสี่ทะเลแปดดินแดนสามภพหกภูมิ คุกเข่าข้างหนึ่งลงพื้น มืออีกข้างยันร่างไว้เพื่อไม่ให้ล้มลง ริมฝีปากที่มักจะเรียบเป็เส้นตรงตอนนี้เม้มเข้าหากันแน่นอดทนกับความเ็ปที่กำลังบาดลึกจนถึงแก่นกระดูก คิ้วทั้งสองข้างกดลึกขมวดเข้าหากัน หากตั้งใจมองจะสังเกตเห็นว่าขมับทั้งสองข้างของเขามีหยาดเหงื่อซึมออกมาเล็กน้อย
“ไร้ความรู้สึกทางใจ จึงต้องทนทุกข์ทางร่างกายแทน” เทียนจวินเอ่ยพลางส่ายหน้าเพราะนับแต่กำเนิดมามหาเทพท่านนี้ก็ไร้ความรู้สึกไร้อารมณ์ ใบหน้ามักจะมีเพียงความเ็าประดับไว้ทุกครั้งที่ปรากฎตัว
บางทีเพราะ์กำหนดหน้าที่ให้ชีวิตเป็นิรันดร์ จึงทำให้มหาเทพกลายเป็คนเ็าดั่งน้ำแข็ง ใบหน้านิ่งเรียบ แม้เ็ปก็เพียงเข่าทรุดลงพื้นและขมวดคิ้วเงียบๆ เท่านั้น
“เปรี้ยง” สายฟ้าสายสุดท้ายฟาดลงมาพร้อมดวงตาสีนิลประกายทองลืมตาขึ้นคล้ายรู้คำบัญชาของ์ว่า ....ไม่จบเพียงอสนีบาตทัณฑ์์สีม่วงเท่านั้น….
“เจ็ดเจ็บสี่สิบเก้าสาย” หลงเทียนเล่อหน้าซีดด้วยความกลัวเพราะหากเป็เขารับสายฟ้าทั้งเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าสายคงได้นอนรักษาตัวนานหลายพันปีและคงหวาดกลัวสายฟ้าไปอีกนาน
“อาจารย์” หลานหลงรีบเข้าไปพยุงอาจารย์ของตัวเองด้วยความเป็ห่วง
ฝ่ามือหนากุมไหล่ของาาัฟ้าไว้แน่นก่อนจะกัดฟันฝืนลุกขึ้นยืน แผ่นหลังกว้างของมหาเทพเฮยหลงกลับมาเหยียดตรงเช่นเดิม คิ้วทั้งสองข้างยังพันกันไม่คลาย ใบหน้าซีดขาวเล็กน้อยเท่านั้น
“อึก” ยังไม่ทันได้ยืนนิ่งสงบ ความเจ็บช้ำภายในร่างกายก็ทำให้มหาเทพเฮยหลงกระอักเืออกมาอีกคำหนึ่ง เืสีแดงผสานด้วยเส้นใยสีทองสร้างความใให้เหล่าทวยเทพไม่น้อย เฮยหลงเพียงยกมือขึ้นใช้หลังมือซับรอยเืเบาๆ ด้วยท่าทางเ็า
“อาจารย์ เป็อะไรหรือไม่ขอรับ” หลานหลงร้องถามด้วยความใ
เฮยหลงส่ายหัวเชื่องช้าตอบกลับเสียงเรียบนิ่งว่า “เป็เืเสีย ไม่ต้องกังวล”
ป๋ายฮวาแอบมองเพียงเล็กน้อยก่อนจะขดตัวใช้หัวหงส์มุดเข้าไปใต้ปีก หงส์ขาวตัวน้อยขดตัวเป็ก้อนกลม ร่างกายสั่งเทาทั้งกลัวทั้งรู้สึกผิด น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลออกมาด้วยความเสียใจ
“เพราะข้า....เป็เพราะข้าทำร้ายมหาเทพ หากไม่ใช่เพราะข้าเด็ดลูกท้อ์ เ้าปีศาจงูก็คงไม่ตื่นขึ้นมาจากการผนึกใช่หรือไม่”
หากไม่ใช่เพราะนางทนความหิวไม่ไหว นางคงไม่ตกเป็ทาสของพลังมืดพวกนั้น หากไม่ใช่เพราะนาง มหาเทพผู้เป็ที่เคารพของสี่ทะเลแปดดินแดนคงไม่ต้องมารับโทษเช่นนี้
แต่นางกลัวนี่นา นางขี้ขลาดเกินกว่าจะเผยตัวออกไป
ป๋ายฮวาขดตัวด้วยความกลัวเพราะภายนอกเต็มไปด้วยผู้นำของทั้งสี่ทะเลแปดดินแดน มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ไหนเลยหงส์ตัวเล็กๆ อย่างนางจะช่วยไหว แต่นางจะทำอย่างไรได้เล่า นางควรทำอะไรเพื่อช่วยมหาเทพได้บ้าง
“อึก” หงส์ขาวขดตัวเป็ก้อนกลมพร้อมสะอื้นไห้อย่างเสียใจ ทั้งที่หูคอยแอบฟังบทสนทนาภายนอกไม่ให้ตกหล่นแม้แต่คำเดียว
“ฝากดูแลวังเมฆานิลด้วย ข้าคงไม่อยู่บนสี่ทะเลแปดดินแดนสักพัก” เฮยหลงบอกเสียงเรียบด้วยใบหน้าซีดขาวก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แม้ร่างกายตอนนี้จะาเ็หนัก แต่่ที่เป็แม่ทัพนำทัพออกรบยังเจ็บมากกว่านี้เสียอีก นับว่า์ยังเมตตาเขาอยู่มาก สายฟ้าทั้งเจ็ดเจ็ดสี่สิบเก้าสายนี้ เขายังพอรับไหว
หลานหลงและทวยเทพคนอื่นมองชายชุดดำด้วยความไม่เข้าใจ “เกิดอะไรขึ้นขอรับ”
“ด่านเคราะห์์ ข้าคงต้องลงไปยังโลกมนุษย์สักรอบ” เฮยหลงตอบทั้งที่ยังขมวดคิ้วมุ่นเมื่อรู้ว่า์กำหนดบทลงโทษอีกอย่างให้กับเขา อยู่มาหลายแสนปีเขายังไม่เคยได้ไปเยือนโลกมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายแห่งนั้นสักครั้ง ไม่รู้ว่าครั้งนี้์กำลังลงโทษเขาเพื่อสิ่งใดกันแน่
“แต่.....” เทียนจวินกังวลเพราะั้แ่ท่านมหาเทพกำเนิด ไม่เคยได้ยินว่าพระองค์ลงไปยังโลกมนุษย์เลยสักครั้ง เกรงว่าการลงไปครั้งนี้คงสร้างความลำบากให้มหาเทพผู้เฒ่าไม่น้อยก็มาก
“ท่านผู้เฒ่า้าอะไรหรือไม่ขอรับ พวกเราจะได้ช่วยเหลือ” แม่ทัพ์ซึ่งเงียบมานานเอ่ยถาม แม้จะบอกว่าเป็เคราะห์ที่์กำหนดแต่ด้วยอำนาจของทุกคน อาจจะสามารถทำให้มหาเทพใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์ได้อย่างสบาย
เฮยหลงส่ายหน้าตอบ และรับไว้เพียงความหวังดีของทุกคน “สี่ทะเลแปดดินแดน ข้าเดินทางไปทั่วหมดแล้ว ข้าอยากจะเดินทางไปโลกมนุษย์ ลิ้มลองความทุกข์ยากของมนุษย์สักครา” เสียงแหบพร่าเอ่ยตอบเพราะร่างกายยังไม่หายดีจึงทำได้เพียงอธิบายอย่างใจเย็น
เขารู้ดีว่าตัวเองเป็คนเ็า นิ่งเงียบ มักจะชอบปลีกตัวอยู่ในสถานที่สงบไร้ผู้คนตลอดมา หลายแสนปีมานี้ไม่มีผู้ใดกล้ารบกวนเขา ก็ยิ่งทำให้เขาเ็ามากขึ้นเท่านั้น หากสามารถไปใช้ชีวิตบนโลกมนุษย์สักครั้ง บางทีอาจจะเจอเื่ราวดีๆ ให้จิตใจที่เคยเรียบนิ่ง มีความรู้สึกขึ้นมาบ้าง
“ฝากด้วย” เฮยหลงหันมาบอกทุกคนก่อนจะพยักหน้าให้ ไร้คำพูดอื่นใดมากไปกว่านี้ เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไร้ความลังเลทันที
“น้อมส่งองค์มหาเทพเฮยหลง” เสียงดังพร้อมเพียงก่อนทุกคนจะประสานมือโค้งคำนับมหาเทพหนึ่งครั้งด้วยความเคารพนอบน้อม
เฮยหลงพยักหน้าตอบรับและมุ่งตรงไปยังปรโลกทันทีโดยไม่รั้งรอเวลา อย่างไรเสียก็ต้องไปโลกมนุษย์ ช้าเร็วก็ต้องไป สู้เดินทางไปเสียั้แ่ตอนนี้ มากสุดอาจจะเพียงห้าสิบวันก็คงกลับมายังโลกเซียนแล้ว
ห้าสิบวันไม่ถือว่ามากในโลกของเทพเซียน หนึ่งวันในสี่ทะเลแปดดินแดนเท่ากับหนึ่งปีในโลกมนุษย์ เพียงพริบตาเดียวก็กลับสู่เผ่าัฟ้าตามเดิมแล้ว เผชิญด่านเคราะห์เสร็จคงได้กลับมายังวังเมฆานิล
....อืม...... หากเขาไปนาน ไม่รู้ว่าจะมีผู้ใดให้อาหารในบ่อปลาสุดรักของเขาหรือไม่ เพราะวังเมฆานิลไร้ข้ารับใช้มีเพียงเขาคนเดียวมานับหลายหมื่นปีแล้ว บนวังที่เงียบเหงาแห่งนั้นมีเพียงเขาผู้เดียวอาศัยอยู่ ไม่รู้ว่าหายไปนานเพียงนี้เหล่าสัตว์น้อยใต้น้ำจะสงสัยหรือไม่ว่าเ้านายอย่างเขาหายไปไหน
เฮยหลงส่ายหน้ากับความกังวลของตัวเอง ออกเดินทางไกลจากวังเมฆานิลครั้งแรกในรอบแสนปี เขาคงมีความกังวลมากเกินไป นับเป็ความรู้สึกทั้งแปลกใหม่และทั้งไม่แปลกใหม่....
เพราะครั้งยังเด็กเขาก็ได้เป็แม่ทัพแล้ว ใช่ว่าไม่เคยรู้สึกกังวลเช่นตอนนี้มาก่อน เมื่อครั้งเป็ผู้ปกครองสี่ทะเลแปดดินแดนใช่ว่าไร้ความรู้สึกเสียทีเดียว แต่ละวันมีปัญหาให้ปวดหัวมากมาย มีเื่ให้ตัดสินมากมายหลายร้อยเื่ ความยุ่งยากมากกว่าตอนนี้หลายพันเท่า
เพียงแต่หลายปีมานี้เขาเก็บตัวในวังเมฆานิลนานเกินไป เมื่อคิดว่าต้องห่างจากบ้านนานเลยรู้สึกกังวลเล็กน้อยเพียงเท่านั้น
“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจเพราะรับรู้ถึงความรู้สึกที่ห่างหายมานาน ไม่ใช่ว่าเขาไร้ความรู้สึก แต่เพราะอยู่มานานจนไร้ความรู้สึกกับทุกสิ่งอย่างรอบตัวแล้วเท่านั้นเอง
“คารวะมหาเทพผู้เฒ่า” าาปรโลกรีบเข้ามาคารวะเฮยหลงอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกถึงกลิ่นอายของเทพผู้ยิ่งใหญ่กระจายตัวทั่วปรโลกที่เต็มไปด้วยความตาย
เมื่อมีกลิ่นอายของมหาเทพมาเยือนก็สร้างความใให้ทุกคนไม่น้อย กระทั่งิญญาหลายตัวยังรีบวิ่งเข้าไปแอบหลบอยู่ในซอกหิน ปรโลกที่มีความวุ่นวายทุกชั่วยาม ไร้กลางวันไร้กลางคืน มองไปแห่งหนใดก็มีแต่ความวุ่นวาย เสียงร่ำไห้ เสียงโวยวายจากเหล่าิญญา แต่เมื่อมหาเทพเหยียบลงบนพื้นดินซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย ก็เกิดความเงียบจนแม้กระทั่งเข็มตกพื้นก็คงได้ยินแล้ว
“คารวะท่านเทพ” ทหารและเทพในปรโลกรีบคุกเข่าคารวะเฮยหลงอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินองค์าาของตัวเองเรียกชื่อผู้มาใหม่
ดวงตาของเหล่าทหารในปรโลกเปล่งประกายด้วยความดีใจจนเนื้อเต้น มหาเทพเชียวนะ มหาเทพหนึ่งเดียวในสี่ทะเลแปดดินแดนสามภพหกภูมิ มหาเทพผู้เฒ่าในตำนาน มหาเทพที่อาจารย์ของพวกเขาย้ำแล้วย้ำอีกว่าท่านคือตำนาน คือองค์าาไร้มงกุฎของใต้หล้า คือเหนือสุดของอำนาจทั้งสามภพหกภูมิ ตอนนี้ท่านปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาแล้ว จะไม่ให้ตื่นเต้นได้อย่างไร เพียงแค่เห็นชายอาภรณ์สีดำของท่านผู้เฒ่าก็สามารถนำเื่นี้ไปคุยโวโอ้อวดจนสิ้นอายุได้ด้วยซ้ำ
“ท่านผู้เฒ่า้าพักผ่อนก่อนหรือไม่ขอรับ หรือ้าเดินทางไปยังโลกมนุษย์ตอนนี้เลย” าาปรโลกถามด้วยปลายเสียงที่ติดสั่นแม้จะพยายามกดความตื่นเต้นไว้สุดแรงแล้วก็ตาม ทั้งกังวลทั้งตื่นเต้นเมื่อบัญชีในปรโลกก็ปรากฎรายชื่อที่ไม่ควรมีขึ้นมากระทันหัน แม้จะมีความสงสัยเต็มท้องจนอยากร้องะโสอบถามรายละเอียด แต่มารยาทก็ต้องมาก่อน
แค่กๆ อย่างน้อยเขาก็ต้องรักษาหน้าตาความภาคภูมิใจของชาวปรโลกไว้เพื่อเป็แบบอย่าง าาปรโลกหันไปขึงตาใส่ลูกน้องด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนเ่าั้แม้จะแกล้งก้มหน้าลงต่ำแต่ยังไร้มารยาทแอบเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของมหาเทพผู้เฒ่าอยู่เป็ระยะ
เฮ้อ.... คงต้องเคร่งครัดเื่ขนบธรรมเนียมของปรโลกมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว
เฮยหลงซึ่งไม่รู้ว่าาาปรโลกกำลังคิดเื่ไร้สาระอยู่ในหัวมากมาย เขาหลุบตาลงคิดถึงว่าตัวเองยังมีเื่ที่ต้องจัดการก่อนลงไปผ่านด่านเคราะห์ในโลกมนุษย์อีกหรือไม่ ชายชุดดำยิ้มขำตัวเองในใจว่าไม่ได้ออกจากวังเมฆานิลมาหลายหมื่นปี นับว่าครั้งนี้ตัวเองได้รู้สึกเหมือนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
มหาเทพส่ายหน้าก่อนจะมองไปยังความหวาดกลัวของเหล่าิญญาเล็กๆ เพราะกลิ่นอายเทพและกลิ่นอายสังหารในตัวเขา แม้จะไม่ได้เข้าร่วมสนามรบมานาน แต่่ที่เป็แม่ทัพเหนือปฐีเขาก็ฆ่าล้างไปมากมายนับไม่ถ้วนจนผ่านมาแสนปีก็ยังไม่สามารถกำจัดกลิ่นอายสังหารไปได้ หากไม่รีบลงไปยังโลกมนุษย์ เกรงว่าปรโลกอาจจะวุ่นวายไปมากกว่านี้
“ท่านผู้เฒ่ามีคำกล่าวใดเพิ่มเติมหรือไม่ขอรับ” าาปรโลกพยายามหาเื่ชวนท่านเทพผู้ยิ่งใหญ่คุยเพราะอยากถ่วงเวลามหาเทพอีกนิด อยากคุยด้วยมากหน่อยเพราะโอกาสแบบนี้ อาจจะมีเพียงครั้งเดียวในชีวิตเท่านั้น
เฮยหลงขมวดคิ้วพลางส่ายหน้า “ไม่ต้อง”
เขาปรายตามองาาปรโลกซึ่งตอนนี้ดวงตาเปล่งประกายกว่าไข่มุกราตรีของบรรณาการจากถ้ำจิ้งจอกเสียอีก นี่คงอาจจะเป็ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายที่มาเหยียบ ณ ที่แห่งนี้ มากสุดหากมีคำสั่งลงมายังปรโลกก็เพียงส่งลูกหลานัฟ้ามาถ่ายทอดแทนเท่านั้น
เฮยหลงขมวดคิ้วเล็กน้อยและคลายออกเมื่อสามารถปลอบใจตัวเองว่าหากเสียชีวิตในโลกมนุษย์ ร่างกายคงกลับไปวังเมฆานิลทันที ไม่ต้องกลับมาเหยียบปรโลกอีกแล้ว เขากวาดตามองสายตาตื่นเต้นของเหล่าทหารในปรโลกด้วยความอ่อนใจ หรือเขาไม่ได้ออกจากวังเมฆานิลมานานจึงไม่รู้ว่าตอนนี้เทพเซียนในปรโลกชื่นชอบจ้องมองคนอื่นด้วยดวงตาหื่นกระหายเช่นนี้
“ปรโลกงั้นหรือ” เสียงหวานบ่นก่อนจะแอบหลบหลังหินก้อนใหญ่เพื่อแอบมองมหาเทพเฮยหลงที่กำลังยืนสนทนาอยู่กับใครสักคนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความตายจนนางรู้สึกหวาดกลัว
ป๋ายฮวามองมหาเทพด้วยความรู้สึกผิด นางทำผิดใช่หรือไม่ หรือควรออกไปรับผิดกับท่านผู้เฒ่าดี เพราะมีพลังเซียนจากผลท้อทำให้นางสามารถเหาะตามมายังปรโลกได้อย่างทุลักทุเล และสามารถเข้ามาในปรโลกได้อย่างง่ายดายเนื่องจากทหารทุกคนกำลังมองมหาเทพด้วยความตื่นเต้น ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไหร่มาตรการรักษาความปลอดภัยของปรโลกตกต่ำเช่นตอนนี้
“กลิ่นลูกท้อมาจากไหน” เฮยหลงขมวดคิ้วก่อนจะหันมองรอบตัวเมื่อจมูกได้กลิ่นลูกท้อปริศนาเพราะในที่แห่งนี้ไม่ควรจะมีกลิ่นอื่นนอกจากกลิ่นความตายเท่านั้น
าาปรโลกทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจ “จากตัวท่านผู้เฒ่าเองหรือไม่ขอรับ เพราะข้าได้กลิ่นลูกท้อมาจากท่านเช่นกัน” เขาบอกพลางย่นจมูกขยับเข้าใกล้ท่านผู้เฒ่าอีกเล็กน้อย ในใจรู้สึกกระหยิ่มคิดวางแผนว่าจะนำเื่นี้ไปคุยโอ้อวดกับลูกหลานที่บ้านอย่างไรดี
เฮยหลงขมวดคิ้วมุ่นเพราะไม่เข้าใจเช่นกัน หรือบางทีอาจจะเป็เพราะกลิ่นมาจากตัวเขาเองเช่นที่าาปรโลกบอก เขามองหน้าาาปรโลกก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อย ั้แ่ลงมาเหยียบปรโลกซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายความตาย เขาขมวดคิ้วมากกว่าแสนปีที่ผ่านมาอีก
ป๋ายฮวานั่งตัวแข็งทื่ออยู่หลังก้อนหินด้วยความใ ใบหน้าหวานซีดเผือด แม้จะหวาดกลัวแต่ความผิดก็เป็สิ่งที่นางต้องรับผิดชอบ ดรุณีน้อยรีบเอาดินโคลนมาอาบตัวอย่างรวดเร็ว โชคดีที่รอยเืจากการาเ็ยังไม่ได้ถูกล้างออกจึงสามารถอำพลางผมขาวของนางได้ ตอนนี้คนตัวเล็กทั่วทั้งตัวจึงเปื้อนดินโคลนปรโลกไปหมด นอกจากกลิ่นสาบความตาย นางก็ไม่ได้กลิ่นอื่นใดจากร่างกายแล้ว
“งั้นหรือ” เฮยหลงบ่นเมื่อพยายามสืบหาที่มาของกลิ่นลูกท้อ ก็คล้ายหายไปและอบอวลเหลือเพียงกลิ่นที่คล้ายมีคล้ายไม่มีเท่านั้น เขาส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะละความสนใจไปเพราะไม่ใช่เื่สำคัญที่เขาต้องใส่ใจในเวลานี้
มหาเทพกวาดสายตามองทั้งสี่ทิศอีกครั้งหนึ่งก่อนจะหันไปพยักหน้าตอบาาปรโลก เมื่อมองเห็นแววตาตั้งตารอของาาปรโลกและมองไปยังความตื่นเต้นของทหารทั้งหลาย หากเขายังไม่ลงไปโลกมนุษย์ตอนนี้ ความวุ่นวายในปรโลกเขาก็ไม่สามารถรับผิดชอบไหวเช่นกัน
ยังไม่ทันได้อ้าปากเอ่ยบอกให้าาปรโลกจัดการส่งตัวเขาลงไปโลกมนุษย์ เสียงแหลมร้องดังก็ะโมาจากที่ห่างไกล “ช้าก่อน” เสียงที่เดินทางมาก่อนตัวคน เมฆมงคลพุ่งเข้ามาในปรโลกด้วยความเร็วก่อนจะผ่อนลงเมื่อหยุดลงเบื้องหน้าของมหาเทพเฮยหลง
กลุ่มเมฆมงคลเลือนหายเหลือเพียงเงาร่างชายหนุ่มในชุดสีเขียวท่าทางคล้ายบัณฑิตท่านหนึ่ง ชายหนุ่มกระแอมไอก้มลงจัดชายอาภรณ์ตัวเองด้วยความงุ่นง่านเมื่อรู้ตัวว่าเสียมารยาทต่อหน้ามหาเทพผู้เฒ่า เขากำมือกระแอมไอด้วยความขัดเขินก่อนจะประสานมือโค้งตัวเอ่ยคารวะด้วยความนอบน้อมว่า “ข้าน้อยเทพลิขิตจากเผ่า์ ขอคารวะมหาเทพผู้เฒ่าขอรับ”