ตอนที่ 14 – การแยกจิต (The Resonance Split)
ห้องทดลองของเมฆาในคืนนี้ไม่ต่างจากสนามรบทางสมอง —
สายไฟระโยงระยาง เครื่องสแกน EEG วางเรียงเต็มโต๊ะ ข้างกำแพงติดกระจกกันเสียงที่สะท้อนภาพวรุฒกับจิตรากำลังขนของพะรุงพะรัง
“พี่แน่ใจเหรอครับ ว่ามันปลอดภัย?” วรุฒถามทั้งที่ยังถือปลั๊กไฟในมือ
“ปลอดภัยเท่าที่มนุษย์จะทำได้” เมฆาตอบเรียบ “ส่วนที่เหลือ...ก็แล้วแต่ผี”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิคะพี่” จิตราทำหน้าซีด “เมื่อคืนหนูฝันเห็นใครบางคนถือไวโอลิน เดินอยู่ในห้องนี้เลยนะ”
“ถ้าเจออีก บอกให้เขาตั้งสายให้ตรงด้วย เสียงเพี้ยนมาก” เมฆาตอบหน้าตาย
วรุฒกลั้นหัวเราะแทบไม่ไหว “พี่นี่ไม่รู้จะกลัวดีไหมหรือขำดี”
“ทำทั้งสองอย่างพร้อมกันก็ได้ แต่ห้ามทำหล่นนะ ของแพง”
เขานั่งลงบนเก้าอี้โลหะตรงกลางห้อง สวมอิเล็กโทรดทั่วศีรษะ สายไฟโยงไปยังเครื่องอ่านคลื่นสมอง
“ผมจะเปิดเสียงไวโอลินของดร.ปิยะในระดับความถี่เดียวกับที่มันแทรกในคลื่นสมองผม”
“พอถึงจุดเรโซแนนซ์ มันจะเกิดการแยกสัญญาณ ถ้าผมถูก...เราจะเห็นว่าเสียงนั้นมาจากไหนแน่”
วรุฒกลืนน้ำลาย “แล้วถ้าพี่ผิดล่ะครับ?”
“ก็จะมีผีเก่งขึ้นอีกหนึ่งตัว” เมฆาพูดนิ่ง
จิตรามองนาฬิกา “เริ่มได้เลยค่ะพี่”
เสียงไวโอลินดังขึ้น — เบาในตอนแรก แล้วไต่สูงจนเหมือนสั่นอยู่ในกระโหลก
เส้นกราฟบนจอกระพริบเร็วขึ้นตามคลื่นสมองเมฆา
แต่ในจังหวะที่เสียงแตะโน้ตสูงสุด... ไฟทั้งห้องดับวูบ
แสงเดียวที่เหลือคือจากจอมอนิเตอร์
ซึ่งตอนนี้โชว์ภาพของ “เงาใบหน้า”
ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นบนหน้าจอ
“นายอยากแยกงั้นหรือ เมฆา”
“แต่นายก็ไม่ต่างจากฉัน เราคือเสียงเดียวกัน”
เสียงของดร.ปิยะดังขึ้นทั้งในหูฟังและในหัว
เมฆาหายใจช้า “คุณแค่โค้ดเสียงสะท้อนจากสมองผม คุณไม่มีอยู่จริง”
“งั้นก็ลองปิดสมองดูสิ...”
เครื่อง EEG กระตุกไฟแรงหนึ่งครั้ง
วรุฒอุทาน “พี่เมฆา! เครื่องช็อต!”
จิตรารีบวิ่งเข้าไปจะถอดสาย แต่เมฆายกมือห้าม — ทั้งที่ตายังหลับแน่น
“อย่าแตะ!” เสียงเขาแข็ง “ผมกำลังเห็นมัน...”
ภาพในหัวของเขาไม่ใช่ห้องทดลองอีกต่อไป
แต่เป็ห้องดนตรีเก่าในสมัยก่อน
ไวโอลินสีดำวางอยู่กลางห้อง ข้าง ๆ มี “ร่าง” ของชายคนหนึ่งที่สายตาเต็มไปด้วยความหลงใหล... และความบ้า
“ดร.ปิยะ...” เมฆาพึมพำ
“เสียงนี้คือชีวิตของฉัน...ถ้ามันหยุด ฉันก็ตาย”
“คุณเลยย้ายมันมาไว้ในเสียง คลื่นสมอง แทนเนื้อกายสินะ”
“ใช่... และตอนนี้มันอยู่ในนาย”
เมฆายิ้มบาง “ขอบคุณที่ยอมรับ”
แล้วเขาก็พูดคำที่ทั้งวรุฒและจิตราไม่เข้าใจเลย
“ระบบย้อนเฟส – เปิดเลย”
เสียง “ฟึ่บ!” ดังเหมือนลมดูด
คลื่นเสียงในห้องเริ่มกลับทิศ —
โน้ตที่เคยสูงกลับต่ำ เสียงที่เคยดังเริ่มเบา แล้วดับวูบไปทั้งหมด
เครื่องทุกตัวดับลงพร้อมกัน
ห้องกลับเข้าสู่ความเงียบสนิท
วรุฒะโ “พี่เมฆา! พี่ได้ยินไหมครับ!”
เงียบ...
แต่ไม่นาน ร่างของเมฆาก็ค่อย ๆ ขยับ
เขาลืมตาช้า ๆ สีหน้าสงบนิ่ง
“เรียบร้อยแล้ว”
“พี่ทำได้เหรอครับ?”
“อืม...ผมแค่แยกสัญญาณออก แต่ไม่แน่ใจว่ามันไปไหน”
จิตราเบาเสียง “พี่ หมายความว่า...?”
“มันหายไปจากหัวผมแล้ว” เขาตอบเรียบ
“แต่ผมว่ามันยังอยู่ในที่นี้”
เสียง แกร๊ก ดังขึ้นตรงมุมห้อง
ทั้งสามคนหันขวับไป — กล่องไม้ที่บรรจุไวโอลินค่อย ๆ เปิดออกเอง
ภายใน...สายไวโอลินกำลังสั่นเบา ๆ โดยไม่มีมือใดแตะต้อง
วรุฒกลืนน้ำลาย “พี่ครับ... มันยังเล่นอยู่”
เมฆายกคิ้ว “ดีแล้ว อย่างน้อยผมจะได้ไม่ต้องซื้อเครื่องเทสเสียงใหม่”
“พี่เมฆา!” จิตราหันมาค้อน
เขาหัวเราะเบา ๆ “ก็ของเก่านี่มันมีชีวิตไง”
แล้วเสียงไวโอลินก็ดังขึ้นอีกครั้ง —
คราวนี้ ไม่ใช่จากเครื่องมือใด แต่จาก “อากาศ” ที่ไหววูบในห้อง
เป็เสียงโศกเศร้าที่คล้ายจะร้องไห้... และหัวเราะในเวลาเดียวกัน
จบตอนที่ 14 – การแยกจิต (The Resonance Split)
Next ตอนที่ 15 – เพลงของคนตาย
เสียงไวโอลินเริ่มแพร่ไปทั่วเมือง ผู้คนได้ยินในฝัน และมีบางคนเริ่ม “เดินตามเสียงนั้นไป”... เมฆาต้องสืบให้ได้ ว่าสิ่งที่กลับมา — คือดร.ปิยะ หรือ “บางอย่างที่ใช้เสียงของเขาเป็ทางผ่าน”