เว่ยอี้กับฮ่าวตู่นั่งรอคุณหนูที่ใต้ต้นท้ออยู่ไม่นานเพราะก่อนหน้านี่เด็กสองคนนี่ช่วยกันทำสวนอยู่ ! พอเห็นคุณหนูเด็กทั้งสองคนก็ต่างวิ่งมาหาราวกับลมพัด
"ไอหยาเ้าอ้วนเ้าดูนี่สิไปหาสมุนไพรในป่าไผ่กลับได้ดอกไม้ต้นไม้น่าสนใจเยอะเเยะเเล้วยังจับจิ้งจอกขาวได้อีกคุณหนูเก่งจริงจริง!" เก่งจริงบ้านเ้าสิเ้าอ้วนฮ่าวตู่มองค้อนเว่ยอี้ ! นอกจากมีเเรงเยอะเเล้วเ้าสมองหมูใช้การไม่ได้เเล้วหรือนี่ไหนเลยจะมาจากป่าไผ่! เห็นชัดๆว่าคุณหนูหลอกเเต่ว่าจะดึงดันถามก็มิได้คุณหนูหลอกย่อมเเปลว่าไม่อยากให้รู้เช่นนั้นถามไปคุณหนูคงรำคาญหรือไม่ชอบใจเป็เเน่ทว่่าฮ่าวตู่กล้าเอาคออ้วนๆที่มองเเถบมิเห็นของตนเองเป็ประกันว่าสมุนไพรเเละต้นไม้เล่านี้ไม่ได้อยู่ในป่าไผ่ ! เหตุใดจึงมั่นใจนะหรือ? หึ! ป่าไผ่เเม้จะใหญ่เเต่ข้ากับคุณหนูก็วิ่งเล่นจนทั่วเเล้วอย่างไรเล่า !
คนสามคนช่วยกันปลูกต้นไม้ดอกไม้เเละพวก สมุนไพรอย่างเบามือ ! เฟยหยาเลือกจะให้ปลูกพวกนี้ที่ข้างนำตกฝั่งซ้ายที่ว่างอยู่เพราะฝั่งขวานางอยากเก็บไว้ปลูกเรือนน้อยอิงเกอ บริเวณที่นางปลูกสมุนไพรโบราณล้ำค่าเเละดอกไม้สวยสดงดงามมีต้นท้อสองต้นบดบังอยู่เเม้ไม่ได้บดบังจนมิดชิดเเต่ก็ทำให้บริเวณกว้างราวหนึ่งหมู่นี่ไม่สดุดตาผู้ใดนักอีกทั้งยังมีกำเเพงอิฐดำสูงเเละเเข็งเเรงทนทานคอยป้องกัน เดิมทีเเถวนี่ก็เป็ชนบทไม่อยู่ในสายตาใครอยู่เเล้วเป็การยากที่คนภายนอกจะมายังที่เเห่งนี้ส่วนคนหมู่บ้านละเเวกเเถวนี้สามสี่หมู่บ้านล้วนไม่มีใครอยากมีเื่กับคนมีเงินกระมัง ! จึงไม่มีสิ่งต้องกังวล
ในขณะที่นางให้สองคนนั้นนำหินก้อนที่อยู่ริมน้ำตกไปเรียงอ้อมสวนไว้ตัวของนางเองก็เดินมายังต้นน้ำตกที่อยู่สูงขึ้นมาอีกหน่อย ! เฟยหยาเอากระเป๋าเหอปาที่นางจ้าวปักให้นั้นออกจากเอวเดิมทีนางพกติดตัวตลอดจึงไม่กลัวคนเห็นผงวิเศษข้างใน เฟยหยาล่วงเอาลูกเเก้วมรกตหนึ่งในสามลูกออกจากกระเป๋าใบเล็กโยนลงไปในส่วนทีี่ลึกเเละคนไม่ค่อยสังเกตเห็นของน้ำตก!เสร็จเเล้วจึงหมัดกระเป๋าเหอปาไว้ที่เอวอย่างเดิม !
ขากลับนางได้นำเอาเพียงต้นดอกหางหงส์เพลิงใส่กระถางกลับบ้านสองต้นโดยให้เวยอี้เเละฮ่าวตู่เป็คนถือส่วนนางก็อุ้มเ้าจิ้งจอกขาวนางตั้งชื่อมันว่าย่งชีเป็เพศเมียมันดุร้ายเหลือเกินอาจเป็เพราะมิเคยเห็นคน ! ก่อนหน้านี้นางให้เว่ยอี้อุ้ม ! มันก็กางเล็บข่วนเว่ยอี้ทำตัวเกเรเป็ที่สุดเเต่ยามอยู่กับนางมันกลับสงบเสงี่ยมอย่างยิ่ง !
"นายหญิงคุณหนูกลับมาเเล้วเ้าค่ะ ! ตอนนี้อยู่หน้าเรือนไผ่คุยกับนายท่านอยู่ !" หลีฮวารายงานจ้าวซื่อหลังจากที่คุณหนูมีท่าทีชิงชังนางออกนอกหน้าวันนั้นหลีฮวาก็มิกล้าไปประจบอีกเลยได้เเต่ประกบนายหญิงคอยรับใช้อย่างสุดความสามารถได้รับคำชมจากนายหญิงเสมอมา !
เดิมทีวันนี้ลูกสาวคนเล็กของตนออกไปข้างนอกตั้งเเต่เช้ากลับเข้าบ้านอีกทีก็เย็น ! นับวันจ้าวซื่อเเถบจะไม่เห็นหน้าลูกๆเเต่ละคนเเล้วจริงๆ เ้าใหญ่วันๆก็เอาเเต่อยู่โรงงานสองเเห่งคุมงานตลอดทั้งวันส่วนเ้ารองรายนั้นก็อยู่เจ๋อโจวเดือนสองเดือนจะเห็นหน้าสักทีส่วนเ้าสามนี่ยิ่งเเล้วใหญ่เป็ัเห็นตัวไม่เห็นหางเเม้อยู่บ้านเดียวกันห้องติดกันเเต่วันทั้งวันก็เอาเเต่วิ่งวุ่นอยู่นอกบ้านส่วนลูกสาวคนเล็กของนางหรือ ? นี่จึงทำให้นางปวดหัวเป็ที่สุด วันทั้งวันเอาเเต่คลุกอยู่กับสวนที่ป่าไผ่ฝึกคัดอักษรหรือวาดภาพ? ดีดพิณ ร่ายรำ? ล้วนไม่สนใจเลยเฮ้อมิ!ได้การย้ายไปอยู่ในเมืองเมื่อใดนางต้องหาจ้างอาจารย์สักคนมาดัดนิสัยลูกสาวตัวดีคนนี้เสียหน่อยจะปล่อยให้วันๆทำตนเป็ชาวไร่ได้อย่างไรตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนเเล้ว
จ้าวซื่อก้าวฉับๆมาหาลูกสาวตัวดีคิดจะมาบ่นเ้าลูกสาวตัวเเสบทว่านางกลับสดุดตากับต้นไม้ที่อยู่ในกระถางสองต้นนั้นจริงๆ ต้นคล้ายกับดอกกล้วยไม้ใบอวบอิ่มเรียวยาวสม่ำเสมอสีเขียวมรกตตัวดอกเป็ช่อๆช่อหนึ่งมีหลายดอกตัวดอกสีเเดงสด ทั้งตัวใบเเละดอกมีลวดลายเป็เอกลักษณ์ งดงาม! ล้ำค่า!
จ้าวซื่อสมัยยังเป็คุณหนูในจวนขุนนางเองก็เช่นกันกับเหล่าคุณหนูเเละฮูหยินคนอื่นๆที่มักปลูกดอกไม้เป็ศิลปะชื่นชมยามนี่ดวงตาของนางจับจ้องไปที่ต้นดอกหางหงส์เพลิงอย่างไม่ลดล่ะ
"หยาเอ๋อมิใช่เ้าบอกพ่อว่าตนเองไปพบต้นไม้ชนิดใหม่หรือ ? เหตุใดไม่ให้ท่านเเม่เ้าดูเล่า!" จูหยางเหล่ยนับว่ารู้จักภรรยาของเขาเป็อย่างดีอาภรณ์งามกับดอกไม้ล้ำค่าพวกนี้คือสิ่งที่ภรรยาชื่นชอบเป็ที่สุด !
จูเฟยหยายิ้มกว้างให้ท่านพ่อก่อนจะให้ฮ่าวตู่ยกดอกหางหงส์เพลิงหนึ่งกระถางให้หลีฮวาเป็คนถือ " ท่านเเม่นี่เรียกว่าดอกหางหงส์ตอนกลางคืนมันจะปล่อยลมอ่อนๆทำให้ผิวหน้าเเละหน้าตางดงามขึ้นเลี้ยงมันไว้ข้างในห้องเถิดหากจะรดน้ำก็ให้หลีฮวาหรือไม่ก็จื่อซูไปเอาน้ำสมุนไพรในห้องข้ามารดระวังด้วยเล่าเ้าค่ะเ้าต้นนี้มันบอบบางยิ่งนัก !"
จ้าวซื่อหลงลืมทุกสิ่งเเล้วเเม้เเต่เห็นจิ้งจอกขาวที่ลูกสาวอุ้มก็ไม่ตำหนินางหันไปกำชับให้หลีฮวาถือกระถางต้นไม้ไปไว้ในห้องอย่างเบามือก่อนที่นางจะเดินไปชื่นชมภายหลัง !
จูหยางเหล่ยยิ้มในที่สุดภรรยาเเละลูกๆของเขาก็ไม่ต้องอดยากกันอีกครอบครัวกลับมามีฐานะลูกชายคนโตมิต้องเเบกน้ำรดข้าวสาลีในเเปลงนาตากเเดดหน้าดำหน้าเเดงวันละหลายชั่วยามอีกเเล้ว ! ลูกชายคนรองเองก็ไม่จำเป็ต้องคัดลอกตำราเเลกเงินเพียบหยิบมือเล่านั้นไว้เป็ค่าพู่กันเเละมึก ! อีกทั้งยังสามารถเข้าเรียนในสถานศึกษาเเห่งบัณฑิตที่เจ๋อโจวตามที่เขาใฝ่ฝัน ลูกชายคนที่สามเองก็หน้าพาคภูมิใจจริงๆ เขาสามารถทำการค้าต่อยอดจากความคิดของน้องสาวจนบ้านมีฐานะดีขึ้นมากโขพูดไปเเล้วจูหยางเหล่ยก็ละอายใจปนภูมิใจ ! ความสำเร็จทั้งหมดมีความคิดของลูกสาวคนเล็กเป็คนชักนำ
มองลูกสาวที่ดูสูงขึ้นเเละผอมขึ้นกว่าเมื่ิอครึ่งปีก่อนเเล้วจูหยางเหล่ยไม่ได้เเปลกใจอันใดนักก่อนหน้านี้ลูกสาวอายุน้อยอีกทั้งยังอยู่บ้านเฉยๆจะเ้าเนื้อสักหน่อยก็ไม่เเปลก ทว่าระยะหลังนี้หยาเอ๋อวิ่งเล่นขึ้นเขาเเถบมิมีเวลาอยู่บ้านนางจึงผมลงไม่เ้าเนื้อเฉกเช่นเมื่อก่อนเเต่ก็ยังมีเเก้มกลมๆคล้ายซาลาเปาสองลูกให้ดูอยู่ ?
"หยาเอ๋อพ่อเห็นภาพวาดเรือนน้อยอิงเกอของเ้าเเล้ว ? เดิมทีเ้าจะให้พี่ชายเ้าทำหลังจากจัดการทุกอย่างเเล้วเสร็จใช่หรือไม่ ? เเต่พ่อขอบอกเ้าเลยว่าถึงตอนนั้นพวกพี่ชายสองคนของลูกก็มิว่างอย่างเเน่นอนเอาเช่นนี้หรือไม่? ให้พ่อติดต่อทำให้เองจะได้มิต้องรอนาน !" สิ่งใดเป็ความสุขของลูกสาวคนว่างงานเช่นเขารู้เเล้วไม่มีทางมิทำอย่างเเน่นอนสวนผืนนั้นจูหยางเหล่ยไปเห็นมาเเล้วดูก็รู้ว่าลูกสาวคนเล็กเขารักเเละถนุถนอมมันเพียงใด นางคงตั้งหน้าตั้งตารอเรื่อนหลังน้อยนั้นสร้างเสร็จเป็เเน่ ไม่เห็นหรือเเม้กระทั้งเรือนหลังน้อยมิทันได้สร้างนางก็ตั้งชื่อมันว่า อิงเกอ' เสียเเล้ว!
จูเฟยหยายิ้มกว้างใบหน้าอ่อนเยาว์ของนางดูสดใสน่ารักน่าชังโดยเฉพาะเเก้มที่เป็ก้อนกลมสองลูกสีขาวราวกับซาลาเปาอวบอ้วน ! นางตอบรับให้จูหยางเหล่ยเป็คนจัดการเรือนน้อยอิงเกอนั้นอย่างมิอิดออดสวนนั้นนางทั้งทุ่มเทเเรงกายเเรงใจไปเท่าใดใครในบ้านมิรู้บ้าง ! อีกทั้งมันจะอยู่ติดไปกับนางยามเเต่งออกไปอีกด้วยสร้างสินเดิมให้ตนเองไว้พักผ่อนนี่มีอันใดไม่ดีกัน !
หลังจากห้องหนังสือของท่านพ่อนางก็กลับห้องของตนเองเช่นกันวันนี้อากาศร้อนมากสักหน่อยนางเดินป่ามากว่าครึ่งข่อนวันเหนียวตัวมากจริงๆ
ซูซู่เป็สาวใช้อีกคนที่ช่วยงานในครัวหากเเต่หลายวันมานี้ได้หน้าที่ใหม่เป็สาวใช้คอยดูเเลคุณหนู นางถูหลังให้เฟยหยาอย่างเบามือเเล้วคอยเติมน้ำร้อนลงไปในอ่างไม้มิให้น้ำเย็นจนเกินไป
"คุณหนูวันนี้หลีฮวายกชาไปให้คุณชายใหญ่ถึงในโรงงานผลิตยาเลยเ้าค่ะ ! เห็นว่าพี่จือซูตำหนิเเล้วเพียงเเต่นายหญิงไม่ได้เอ่ยปากอันใด" เฟยหยาที่เอนตัวพิงขอบอ่างยกมือขึ้นมาปัดไอน้ำที่พวยพุ่งขึ้นมาจนบดบังข้างหน้าออกเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
"หลีฮวานะหรือ ? ชั่งนางเถอะ ! ท่านเเม่ชอบนางถึงกับหลับตาข้างหนึ่งข้าเป็เพียงเด็กคนหนึ่งไหนเลยจะเอ่ยอันใดได้ ส่วนเ้า ! เื่ที่ข้าพูดเมื่อวานคงมิลืมกระมังพรุ้งนี้ก็มาเตรียมความพร้อมกับข้าเถิดข้าจำเป็ต้องมีลูกมือ ! "
ซูซู่ขานรับเสียงเบาเดิมทีนางเองก็เคยเป็สาวใช้รุ่นเล็กในจวนคนใหญ่คนโตที่เรือนหลังวุ่นวายราวกับสนามรบที่หากก้าวพลาดก็มิมีวันได้หวนกลับ ! ในจวนขุนนางที่มากด้วยเล่ห์เด็กผู้หญิงเเปดเก้าขวบมีความคิดล้ำลึกนางก็เคยเห็นมาเเล้วมากมายเพียงเเต่คนที่ดูราวกับเป็ผู้ใหญ่เช่นคุณหนูกลับไม่พบเห็นมากนัก ! ไม่สิต้องบอกว่าไม่เคยพบเห็นเลยดีกว่าอีกทั้งเเม้จะพูดกันหนาหูในหมู่คนงานมาก่อนว่าสมัยราชวงศ์ก่อนนายท่านมีฐานะอยู่บ้างพอสมควรหากเเต่เื่นี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับคุณหนูอย่างเเน่นอนตอนที่ยังไม่เกิดาคาดว่าคุณหนูยังเเบเบาะจะไปรับรู้หรือเคยเห็นพวกาเรือนหลังจากที่ใดความสามารถเเละความฉลาดล้ำลึกของคุณหนูที่นางเห็นมิใช่สามัญที่พบเห็นได้ทั่วไปจากคนที่เติบโตมาจากท้องไร่ท้องนา
ซูซู่เคยมีชีวิตขื่นขมยามที่ติดตามเ้านายคนก่อนนางรู้ดีว่าการจะเป็สาวใช้ที่ดีนอกจากความฉลาดซื่อสัตย์เเล้วยังต้องเป็คนรู้จักพูด ! รู้จักพูดในที่นี่คือรู้ว่าควรพูดสิ่งใดในเวลาที่จำเป็เเละรู้ว่าไม่ควรพูดสิ่งใดในเวลานั้นๆประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้ซูซู่รู้ว่าการติดตามเ้านายมีความรู้มีความสามารถดีกว่าติดตามเ้านายที่มีอำนาจเเต่ไร้สมองนึกคิด คุณหนูยังเด็กเเต่มีความสามารถหลายด้านอีกทั้งความคิดยังล้ำลึกเช่นนี้หากนางไม่เกาะติดไว้คงเเปลก!!
เช้าวันถัดมาซูซู่ก็ตามมาที่โรงเก็บสมุนไพรเเห้งในนี้มีขวดยาที่เป็ขวดกระเบื้องมากมายหลายชนิดนางเลือกที่จะให้ซูซู่ไปกับนางพรุ่งนี้เพื่อเป็ลูกมือ ! การเป็ลูกมือจำเป็ต้องรู้ว่าขวดยาใดเป็ตัวใดอุปกรณ์ใดเรียกว่าอันใดนางอยากฝึกให้ซูซู่เป็ผู้ช่วยพยาบาลของนางในตอนผ่าตัดในวันพรุ่งนี้เช่นนี้เเล้วนางจึงจำเป็ต้องรูเื่พวกนี้เพื่อยามที่นางเรียกหยิบจับสิ่งใดจะได้มิผิดพลาด !
ซูซู่ผู้นี้เป็คนฉลาดเเม้นางไม่งดงาน่ามองเหมือนหลีฮวาอีกทั้งไม่งดงามสงบเรียบร้อยเช่นจือซูเเต่กลับมีความคิดความอ่านล้ำลึกยามอยู่ต่อหน้าซูซู่นางเป็ตัวของตนเองโดยไม่ต้องเสเเสร้งเป็เด็กน้อยน่ารักไร้เดียงสาซูซู่ยังเป็คนมีไหวพริบรู้ว่าสิ่งใดควรพูดไม่ควรพูดนางจึงเลือกที่จะไม่ปิดบังว่านางมีจุดประสงค์ไปทำอะไรในตัวเมืองเเม้นางจะพูดบอกว่านางไปทำอันใดเเต่ซูซู่กลับไม่ตื่นตระหนกเเต่อย่างใดนี่นับเป็สาวใช้ที่คุ้มค่าเเก่การใช้งานอย่างยิ่ง !
วังต้องห้ามคำนี้ใช้ได้ดีกับสถานการณ์ในวังหลังอย่างยิ่งราชวงศ์ปัจจุบันมีองค์ชายทั้งหมด17พระองค์ยามนี้เหลือรอดจากการเเก่งเเย่งของวังหลังเพียงเเปดพระองค์เท่านั้นในบรรดาองชายที่ถูเเต่งตั้งเป็อ๋องมีอยู่สามพระองค์ที่เเต่งงานเเละย้ายออกจากวัง เหลือห้าพระองค์ที่ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในวัง สถานที่ทั้งสวยงามเเละน่าสะพรึงกลัว การเเก่งเเย่งชิงบัลลังเเม้จะยังไม่ได้เริ่มขึ้นในเร็ววันนี้ เหตุเพราะโอรส์ยังคงเเข็งเเรงเเละมีอายุเลยวัยกลางคนมาไม่มาก ทว่าการเเบ่งพักเเบ่งฝ่ายกลับเริ่มขึ้นเเล้ววังวนนี้เเม้จะยังมิใหญ่จนสั่นคลอนเก้าอี้ัได้เเต่ว่ามันกลับรุนเเรงพอที่จะเป็สัญญานเตือนเหล่าองค์ชายที่มีสิทธิ์ในการขึ้นครองราชย์ว่าการเเก่งเเย่งได้เริ่มขึ้นอย่างเป็ทางการเเล้ว !
เเม้วันนี้อากาศเเจ่มใส ! ในตำหนักขององค์หญิงจ้าวเยว่เล่อบรรยากาศในตำหนักกลับไม่สดใสเท่าใดนัก ! นางกำนัลผู้หนึ่งถือถาดขนมถั่วกวนสามสีเดินเข้ามาข้างในตำหนัก มองหญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้ารายงานอย่างนอบน้อม !
"องค์หญิงใต้เท้าหลี่ฝากมาบอกพระองค์ว่าขอรับเพียงน้ำใจก็พอเเล้วเพค่ะ!" สิ้นเสียงคำพูดของนางกำนัลผู้นั้นสตรีผู้งดงามก็ลืมตาขึ้นช้าๆเเววตาที่ดูใจดีเเละอ่อนโยนในทีเเรกมืดทะมึนราวกับมีเมฆสีดำปกคลุม มองไปยังถาดขนมที่ตนเองตั้งใจทำสุดฝีมือ หึ! ไปสภาพใดกลับสภาพนั้นชั่งน่าขัน !
มือขาวเรียวงามปัดถาดขนมถั่วกวนนั่นตกกระเด็นเสียงดัง เพล้ง!! อย่ารุนเเรงนางกำนัลผู้นั้นรีบถ่อยออกจากตรงนั้นอย่างอกสั่นขวัญเเขวนหากว่าเศษถาดกระเบื้องเเหลมคมเล่านั้นบาดเนื้อของนางเข้าละก็ เเค่คิดสีหน้าก็ขาวซีดเนื้อตัวสั่นระริก
"ชินอ๋องยังไม่ส่งข่าวมาหรือ ? เขาน่่าจะสืบได้ความบ้างเเล้วกระมังนี่ก็ผ่านมาหลายเดือนเเล้วยังต้องให้ข้ารอไปถึงเมื่อใด ?" นางกำนัลคนสนิทเดินขึ้นมาข้างหน้าใกล้กับองค์หญิงที่นอนเอนหลังบนตั้งรายงานเสียงไม่ดังไม่เบากับองค์หญิง
"เรียนองค์หญิงผู้ที่ใต้เท้าหลี่ตามหาอยู่เป็เพียงเด็กผู้หญิงอายุน้อยผู้หนึ่งเท่านั้นเพค่ะหาใช้หญิงสาวดังเช่นข่าวลือไม่!"
เป็เพียงเด็กผู้หญิงเองหรือ? องค์หญิงจ้าวเยว่เล่อนวดหว่างคิ้วของตนเองก่อนที่จะยกมือโบกไล่นางกำนัลที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากตำหนัก "หาคนมาเก็บกวาดที่นี่เสียอีกทั้งเื่ในวันนี้หากเเพร่ออกไปหย่าหวังว่าพวกเ้าจะมีลิ้นไว้ใช้อีก!" ภาพลักษณ์ของนางมิอาจเสื่อมเสีย ! ภายนอกวังเล่าลือกันว่าในบรรดาองค์หญิงห้าพระองค์มีสองพระองค์ที่กล่าวขานกันถึงความงามหนึ่งคือองค์หญิงใหญ่จ้าวเฟยชุยที่เกิดจากซีกุ้ยเฟยผู้นั้นมีความงามราวกับดวงจันทร์ส่วนอีกพระองค์คือองค์หญิงสามจ้าวเยว่เล่อผู้มีใบหน้างดงามคลายดอกโบตั๋นยามเเสงส่องกระทบเรียบร้อยอ่อนหวาน
ว่ากันว่าในบรรดาองค์หญิงนั้นจ้าวเยว่เล่อคือผู้ที่มีนิสัยอ่อนโยนมากที่สุดอีกทั้งยังเป็สตรีที่ปักใจเชื่อในรักเเรกพบเป็ที่สุด ! ใครไม่รู้บ้างในยามที่ฮ่องเต้ยังไม่ยึดบัลลังก์ัเช่นทุกวันนี้ ตอนนั้นยังเป็เพียงเเม่ทัพผู้หนึ่งได้คิดอยากให้ลูกสาวคนที่สามหมั้นหมายกับตระกูลหลี่ตระกูลสหายรัก ! ทว่ายามนั้นเด็กทั้งคู่อายุยังน้อยจึงได้ยกเลิกกันไปก่อน ต่อมาฮ่องเต้องค์ปัจจุบันก่อฏจนสามารถขึ้นครองราชได้ก็ไม่ลืมความเสียสละตระกูลหลี่คิดอยากยกองค์หญิงสามให้หมั่นหมายกับหลี่เฉิน ยามนั้นองค์หญิงสามมีใจให้หลี่เฉินอยู่มากเเล้วเพียงเเต่ด้วยยังเยาว์จึงยังสับสนอยู่บ้างภายหลังรู้ใจตนเองกลับโดนหลี่เฉินเมินเฉยปฏิเสธอย่างไม่ใยดีเเล้วหนีเข้ากองทัพเพราะเห็นเเก่หน้าสหายรักเเละความดีของตระกูลหลี่ฮ่องเต้จึงมิทรงบังคับเเม้จะสงสารพระธิดาอยู่บ้างทว่าก็ทำได้เพียงหลับตาข้างหนึ่งเท่านั้น 5 ปีผ่านไปคนทั้งคู่ก็ได้เติบใหญ่องค์หญิงมีอายุ16ถึงวัยออกเรือนเเล้วทว่าในใจกับยังห่วงหาอาทรหลี่เฉิน !จึงปฏิเสธการเเต่งงานอย่างหัวเด็ดตีนขาดพูดเพียงว่าหากพระบิดาบีบบังคับให้เเต่งกับชายอื่นที่ไม่เต็มใจนางก็จะปลิดชีพตน จนกระทั่งองค์หญิงอายุ17 ปีหลี่เฉินก็นำทัพกลับมาพร้อมกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ทว่าชื่อเสียงความโเี้ร้ายกาจอารมณ์ที่เเปรปรวนอย่างน่ากลัวของเขาทำให้ผู้คนต่างหลีกหนีด้วยความเกรงกลัวยิ่งเมื่อนึกถึงหน้ากากต้องห้ามสีเงินนั้นเเล้วยิ่งเสิมให้หลี่เฉินน่ากลัวมากยิ่งขึ้นไปอีก !
ทว่าคนเดียวที่ยังคงเข้าหาหลี่เฉินอยู่คือองค์หญิงสามที่ไม่เกรงกลัวหัวหน้าองครักษ์เงาปีศาจผู้น่าเกรงกลัวเห็นความรักอันยึดมั่นของลูกสาวเเล้วฮ่องเต้จึงพูดเื่เเต่งงานขึ้นมาทว่ายังพูดไม่ทันจบหลี่เฉินก็ปฏิเสธอย่างไม่ใยดีบอกยอมตายเเต่มิยอมเเต่ง ! เื่นี้ทำให้คนทั้งสมน้ำหน้าองค์หญิงดอกบัวขาวผู้นี้ทว่าก็มีบางคนที่ไม่ค่อยรู้สิ่งใดอดรู้สึกสงสารองค์หญิงมิได้ต่างก่นด่าหลี่เฉินเป็ปีศาจชั่วต่างๆหนาๆ
ถึงกระนั้นเื่จริงเป็เช่นใดนั้นเหตุใดหลี่เฉินจะไม่รู้องค์หญิงรักเขาจริงเเล้วอย่างไร ! เเต่ในเมื่อนางมิใช้คนดีอ่อนโยนอย่างที่เเสดงออกมา ในชีวิตของหลี่เฉินรังเกียจที่สุดก็คนเช่นนี้เเหละ จนกระทั่งปัจจุบันองค์หญิงอายุสิบเเปดปีกว่าเเล้วก็ยังไม่ทันได้เเต่งงานออกเรือน !จำต้องรู้ว่าสตรีหากเเต่งช้ากว่าสิบเเปดปีย่อมกลายเป็สาวเทื่อมิมีใครเอา ! เดาไม่ยากเลยใช้หรือไม่ว่าองค์หญิงสามในยามนี้นั้นร้อนใจดั่งไฟสุม ! พอได้ยินว่าหลี่เฉินตามหาหญิงสาวก็อดทนไม่ไหวอีกต่อไปขอให้เสด็จอาผู้นั้น(ชินอ๋อง) ช่วยสืบหา ! พอคิดว่าสิ่งที่ตนเองใช้เเลกเพื่อให้คนชั่วผู้นั้นสืบหาเป็เพียงเด็กหญิงยังไม่โตคนหนึ่ง ! จ้าวเยว่เล่อก็ทั้งยินดีทั้งเสียใจ ยินดีที่คนที่ตามหาเป็เพียงเด็กหญิงทว่านางอดเสียใจกับการที่ตนเอาสิ่งนั้นเเลกเปลี่ยนมิได้
เป็เพราะหน่วยองครักษ์เงาปีศาจล้วงข้อมูลยากเย็นเกินมือนางมากจริงๆ ! นางมิมีทางเลือกเพราะร้อนใจจึงขอร้องเสด็จอาผู้นั้นของตนด้วยความร้อนใจจึงยอมเสียสละความบริสุทธิ์ของตนให้เเก่เสด็จอา ! เื่ที่นางเสียความบริสุทธิ์ทั้งที่ยังไม่เเต่งงานทั้งเื่การเสพสังวาสกับผู้ที่มีสายเืเหมือนกับพระบิดา มิได้ความลับเหล่านี้ให้ตายก็ไม่อาจเเพร่งพรายออกไป ส่วนเื่นางมิบริสุทธิ์เห็นทีต้องใช้อุบายมากหน่อยเมื่อถึงตอนนั้น
(ยังไม่ได้เเก้คำผิด)
白莲花 **ดอกบัวขาว (คำสแลงจีน) เปรียบกับผู้หญิงที่ทำตัวภายนอกดูซื่อใสบริสุทธิ์เหมือนดอกบัว แต่ที่จริงมีพฤติกรรมมัวหมอง คิดแต่เื่ไม่ดีไม่งาม แรดเงียบ
คำนี้ใช้ตรงกับคำสแลงอีกคำหนึ่งของจีน คือ 绿茶婊 (lǜchábiǎo ลีว์ฉาเปี่ยว) Green Tea Bitch แปลตรงตัวว่า นังชาเขียว 绿茶 คือชาเขียว 婊 คือโสเภณี คนจีนเมื่อดื่มชาเขียวร้อน จะรู้สึกสบายคอ จึงเอาชาเขียวมาเปรียบเปรยกับโสเภณีสาวแรกรุ่น รวมถึงหญิงสาวที่ดูเรียบร้อย ใสซื่อ อ่อนต่อโลก แต่ทำตัวแรด
ยินบ่อยๆ จากซีรีส์จีนที่เราติดงอมแงม
随便!suíbiàn (สุยเปี้ยน) ตามสบาย
我不知道。wǒ bù zhīdào (หว่อปู้จือต้าว) ฉันไม่รู้
你有病啊!nǐ yǒu bìng ā (หนีโหย่วปิ้งอา) คุณบ้าไปแล้วเหรอ
这就是天意! zhè shì tiānyì (เจ้อจิ้วซื่อเทียนอี้) นี่เป็ลิขิต์
真的假的?zhēn de jiǎ de (เจินเตอะเจี่ยเตอะ) จริงเหรอ
吵什么? chǎo shénme (เฉ่าเสินเมอ) ทะเลาะอะไรกัน
还没睡呀? hái méi shuì ya (หายเหมยสุ้ยอา) ยังไม่นอนเหรอ
没关系。méiguānxì (เหมยกวนซี) ไม่เป็ไร
他现在不能接电话。tā xiànzài bùnéng jiē diànhuà (ทาเสี้ยนจ้ายปู้เหนิงเจียเตี้ยนฮั้ว) ตอนนี้เขาไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้
我替他道歉。wǒ tì tā dàoqiàn (หว่อที่ทาเต้าเชี่ยน) ฉันขอโทษแทนเขาด้วย
别生我气。bié shēng wǒ qì (เปี๋ยเซิงหว่อชี่) อย่าโกรธฉันเลย
怎么这样肯定?zěnme zhèyàng kěndìng (หนีเจิ่นเมอเจ้อยั่งเขิ่นติ้ง) ทำไมคุณถึงมั่นใจนัก
是这样吗? shì zhèyàng ma (ซื่อเจ้อยั่งมา) เป็อย่างนี้ไหม
就在那里。jiù zài nàlǐ (จิ้วจ้ายหน้าหลี่) อยู่ตรงนั้นไง
(ขอบคุณข้อมูลจาก Google)