หลังจากคืนนั้น ปลายฝนไม่พูดถึงเื่ที่พีทเล่า
เธอไม่ได้ถามซ้ำ ไม่ได้แสดงออกว่า “เข้าใจ” แต่ทุกเช้าหลังจากนั้น...
แก้วกาแฟที่พีทเคยซื้อให้
กลายเป็แก้วชาเขียวที่ปลายฝนวางไว้บนโต๊ะพีทแทน
พีทยิ้มเบา ๆ ตอนเห็นข้อความเล็ก ๆ บนฝาแก้ว
“วันนี้ขอให้ใจพี่อุ่นเหมือนชาเขียว”
เขาไม่ตอบอะไร แค่เก็บข้อความนั้นไว้ในกระเป๋าเสื้อ เพราะมันมากพอแล้ว...สำหรับเช้าที่อยากเริ่มต้นใหม่
เย็นวันศุกร์
ปลายฝนลืมสมุดบัญชีไว้บนโต๊ะทำงาน
พอเธอกลับมาเอา ก็เจอพีทกำลังจัดของในลิฟต์คนเดียว
“ดึกแล้ว ทำไมยังไม่กลับ?”
เธอถาม
“รอคุณแว่นอยู่ครับ” เขายิ้ม
“เอ๊ะ?”
“เพราะคนที่ลืมของไว้ มักเป็คนที่รีบจากเร็ว พี่เลยคิดว่าเขาอาจกำลัง
หลบหน้าใครบางคนอยู่” พีทพูดจบ ก็หันมามองเธอด้วยสายตาจริงจัง
ลิฟต์ปิดช้า ๆ ขังทั้งสองคนไว้ด้วยกันในความเงียบสบาย ๆ
บนดาดฟ้าของตึกบริษัท
ลมเย็นพัดเบา ๆ ปลายฝนมองวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำ เธอพูดขึ้นเบา ๆ
“บางที...พี่พีทควรให้อภัยตัวเองได้แล้วนะคะ” “คนที่เคยเจ็บ...ก็มีสิทธิ์ได้รับความรักอีกครั้ง”
พีทนิ่งไป รอยยิ้มจางหายจากใบหน้า เขามองปลายฝน มือสั่นเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือออกไป “งั้น...ขอความรักจากคุณแว่นได้ไหมครับ?”
เธอชะงัก ใจเต้นรัวเหมือนฝนตกในอก
แต่เธอยื่นมือไปแตะมือเขาเบา ๆ
ไม่ได้กุม...แต่ไม่ได้ปล่อย
“ยังไม่ให้...แต่จะเดินข้าง ๆ ไปก่อนค่ะ”
ในความเงียบของคืนหนึ่ง
มือสองข้างที่แตะกันเบา ๆ กลับอบอุ่นกว่าอ้อมกอดใด ๆ
เพราะครั้งนี้
เธอไม่ได้ให้หัวใจ
แต่เธอให้ โอกาส แก่คนที่กำลังเรียนรู้จะรักอีกครั้ง...อย่างช้า ๆ