“เอาเถอะ เื่กระบี่ไท่ผิงตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้วข้าเข้าวังก็น่าจะเพียงพอแล้วที่จะหยุดข่าวลืมพวกนั้น ทางราชสำนักท่านจัดการให้ดีก็แล้วกัน”
เสวียนอู่หยางถอนหายใจออกมาพลางจิบชาก่อนจะวางถ้วยชาลงองค์จักรพรรดิไม่ได้มีท่าทีอะไรกับเื่นี้ ทางราชสำนักมีขุนนางและเชื้อพระวงศ์จำนวนมากที่ต่อต้านตระกูลเสวียนแม้ว่าเขาเองจะไม่คิดอะไรแต่ฉากหน้าก็ยังต้องคอยตามน้ำไปกับราชสำนักนี่ไม่ใช่เพราะอำนาจขององค์จักรพรรดิในราชสำนักอ่อนแอแต่ทำไปก็เพื่อรักษาถ่วงดุลอำนาจหากราชวงศ์กับตระกูลเสวียนปรองดองกันขึ้นมาจริงๆ ก็เท่ากับเป็การบีบให้ตระกูลเซี่ยต้องไปจับมือกับตระกูลฉินและนั่นจะเป็จุดเริ่มต้นของาระหว่างขุมอำนาจใหญ่ในแดนเบญจภพแน่นอน
“เื่ราชสำนักท่านไม่ต้องกังวลหรอก ตอนนี้เทียนชิงผ่านเขตผาเหินมาแล้วอีกไม่นานก็จะเข้าเมืองทอประกายที่นั่นเป็ถิ่นของตระกูลเสวียนคงไม่เกิดเื่อะไรขึ้น แต่เมืองหยกขาวด่านสุดท้ายอยู่ในการดูแลของตระกูลฉินท่านจะทำอย่างไร?”
“เทียนชิงออกจากเมืองหลวงคนพวกนั้นก็รู้ดีว่าเป็แค่ข้ออ้างของข้าคิดจะสังหารบุตรชายของข้าพวกเขายังมีหวังรึ? ที่ดื้อรั้นทำมาถึงขนาดนี้ก็แค่ความฝันลมๆแล้งๆทั้งนั้นเมืองหยกขาวมีแค่ตระกูลฉินแล้วอย่างไร?”
เสวียนอู่หยางแค่นเสียงกล่าวออกมาอย่างดูถูกทำให้องค์จักรพรรดิหัวเราะร่วนย้อนกลับไปปีนั้นพระองค์ติดตามเสวียนอู่หยางท่องยุทธ์ภพนับถือกันเป็สหายย่อมผ่านร้อนผ่านหนาวมามากคนอย่างเสวียนอู่หยางไม่เพียงเป็ที่ยอมรับของคนมากมายแต่ยังทำให้พวกเขาเลื่อมใสจากใจจริง
“ปีนั้นท่านฝากรอยกระบี่เอาไว้ที่กำแพงขาวยังเป็เื่เล่าลืมมาถึงทุกวันนี้ข้าสงสัยนักว่าที่กำแพงขาวปีนี้จะมีรอยกระบี่เพิ่มมาอีกรอยหรือไม่”
“เื่เก่าๆพูดไปก็ขายหน้าเปล่าๆ ข้ามาพบท่านวันนี้ที่จริงไม่ใช่เื่กระบี่ไท่ผิงแต่เป็เื่อื่น”
เห็นเสวียนอู่หยางวางถ้วยชาและมีท่าทีจริงจังขึ้นมาองค์จักรพรรดิก็ไม่ได้ทำตัวนิ่งเฉยสบายๆอีกต่อไป เขามองหน้าสบตากับเสวียนอู่หยางรอฟังอย่างจริงจังเพราะเื่ที่ทำให้เสวียนอู่หยางต้องเข้าวังมาพบเขาได้ต้องไม่ใช่รเองเล็กๆแน่
“การสอบของหอฟ้าเก้าอักษรปีนี้ข้าจะให้เทียนชิงเข้าร่วมด้วย”
น้ำเสียงของเสวียนอู่หยางไม่ได้เปลี่ยนไปยังคงสงบดังเดิมแต่ยามที่เขากล่าวจบท่าทีขององค์จักรพรรดิเปลี่ยนไปทันทีสีหน้าขององค์จักรพรรดิที่ตึงขึงค่อยๆผ่อนลงก่อนที่เขาจะเอ่ยถามออกมา
“ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่? ท่านจะส่งเขาไปตายหรือไง?”
เสวียนอู่หยางเงียบไปอยู่นานไม่ได้ตอบคำถามขององค์จักรพรรดิการสอบเข้าหอฟ้าเก้าอักาณนั้นเป็ความลับของแดยเบญจภพและเป็เื่ขุมอำนาจชั้นสูงเท่านั้นที่รู้เก้าอักษรก็คือตัวแดนของเก้าขุมอำนาจใหญ่แห่งแดนเบญจภพสำหรับยุคนี้ตัวแทนของเก้าอักษรแบ่งออกเป็ผู้ปกครองห้าทวีปใหญ่ห้าอักษรสามตระกูลลใหญ่สามอักษร และมาจากการคัดเลือกหนึ่งอักษร
หากย้อยกลับไปในยุคโบราณอันแสนไกลนั้นหอฟ้าเก้าอักษรก็คือสิ่งที่ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งเก้าในยุคนั้นสร้างขึ้นและสืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบัน!ในตำนานโบราณของแดนเบญจภเคยบันทึกไว้ว่าในยุคนั้นเป็ยุคสุดท้ายก่อนที่ตำนานเทพจะหายไปและผู้ยิ่งใหญ่ทั้งเก้าที่สร้างหอฟ้าเก้าอักษรก็คือเทพที่ถูกบันทึกเอาไว้ในตำนานโบราณ
“ครึ่งเดือนก่อนข้าได้รับข่าวว่าบนสะพานฟ้าเกิดเื่ใหญ่ขึ้นมีแดนมนุษย์แห่งหนึ่งถูกทำลายโดยไม่ทราบสาเหตุ”
เสียงของเสวียนอู่หยางยังไม่เปลี่ยนไปแต่ตอนนี้สีหน้าท่าทางขององค์จักรพรรดิเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว!เขาไม่สงสัยว่าเสวียนอู่หยางรู้เื่นี้มาจากไหนเพราะเขาคืนคนหนึ่งในจำนวนคนเพียงหยิบมือที่รู้ว่าการท่องเที่ยวของบุตรชายคนโตตระกูลเสวียนนั้นไม่ได้อยู่ที่แดนเบญจภพ!
ในแดนเบญจภพนั้นยังมีความลับอีกมากมายต่อให้เสวียนเทียนชิงเป็ความหวังของตระกูลเสวียนแต่ก็ยังเป็แค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่นเื่พี่ใหญ่ของเขาอยู่ที่ไหนเขาก็ไม่รู้เื่ของหอฟ้าเก้าอักษรเขาเองก็ไม่เคยได้ยินเช่นเดียวกัน! คนมากกว่าเก้าส่วนในแดนเบญจภพยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าแดนเบญจภไม่ได้เป็ดินแดนที่มีเผ่าพันธ์และอารยธรรมอยู่เพียงแห่งเดียวในท้องฟ้าดาราอันกว้างใหญ่
“ถึงจะเป็เช่นนั้นข้าก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านต้องส่งเทียนชิงเข้าหอฟ้าเก้าอักษรตอนนี้ด้วย”
สะพานฟ้าที่เสวียนอู่หยางกล่าวถึงก็คืออาณาเขตที่ดินแดนหรือโลกใบหนึ่งดำรงอยู่อย่างเช่นแดนเบญจภพแห่งนี้ก็คือหนึ่งในดินแดนที่อยู่บนสะพานฟ้าเช่นกัน ภายใต้ฟ้าดาราอันกว้างใหญ่นี้ประกอบไปด้วยสามพันแดนที่มีต้นกำเนิดมาจากสามพันมหามรรคแดนเบญจภพเป็หนึ่งในพันแดนมนุษย์ที่อยู่ในเขตของสะพานฟ้านอกจากนี้ไม่ใช่ทุกดินแดนหรือโลกทุกใบจะมีเผ่าพันธุ์ดำรงอยู่
ในสามพันแดนนั้นยังมีแดนรกร้างอยู่อีกนับพันและมีแดนสมบัติที่ลึกลับอยู่อีกมากมายสำหรับหอฟ้าเก้าอักษรนั้นก็คือแดนสมบัติแห่งหนึ่งที่สืบทอดมาั้แ่ยุคเก้าผู้ยิ่งใหญ่ของแดนเบญจภการที่เื่ของหอฟ้าเก้าอักษรนั้นเป็ความลับที่มีน้อยคนจะรู้ส่วนหนึ่งก็เพราะคนใหญ่คนโตของแดนเบญจภไม่้าให้เื่แดนสมบัติที่อยู่หลุดลอดออกไปั้แ่ยุคโบราณมาจนถึงตอนนี้ในอาณาเขตสะพานฟ้ารู้เพียงว่าแดนสมบัติที่หอฟ้าเก้าอักษรตั้งอยู่นั้นเป็แดนรกร้างแห่งหนึ่งเท่านั้น
“ในอาณาเขตสะพานฟ้ายังไม่มีแม้แต่ดินแดนระดับสูงเลยด้วยซ้ำหากเกิดเื่ไม่คาดคิดขึ้นมาจริงๆท่านคิดว่าพวกเราจะต้านไหวหรือ? เทียนชิงเ้าเด็กนั่นจำเป็ต้องเติบโตอย่างรวดเร็วแล้วแดนเบญจภก็เล็กเกินไปสำหรับเขาอีกอย่างหากเขาผ่านหอฟ้าเก้าอักษรไปได้ข้าเองก็จะหมดห่วงเสียที”
กล่าวถึงประโยคสุดท้ายดวงตาของเสวียนอู่หยางก็พลันลึกล้ำทอประกายดุจดวงดาวองค์จักรพรรดิพลันสะดุ้งเฮือกขึ้นมาก่อนจะอ้าปากค้างด้วยสีหน้าใ
“พี่อู่หยาง หรือว่าท่าน...”
“ใกล้จะสุกงอมเต็มที่แล้ว”
องค์จักรพรรดิกลาสวถามเพียงครึ่งประโคนส่วนเสวียนอู่หยางก็ยิ้มออกมาพลางพยักหน้ารับจากนั้นทั้งสองก็หัวเราะออกมาก่อนที่องค์จักรพรรดิจะเรียกหลิวกงกงให้เปลี่ยนชาเป็สุราชั้นยอดเพื่อดื่มยินดีกับสหายเก่าผู้นี้ส่วนเื่ของเสวียนเทียนชิงนั้นถึงอย่างไรหากเสวียนอู่หยางตัดสินใจไปแล้วเขาที่เป็คนนอกย่อมทำอะไรไม่ได้แม้ว่าเื่นี้องค์จักรพรรดิต้องใช้ความพยายามไม่น้อยแต่คำขอของเสวียนอู่หยางมีหรือที่เขาจะไม่ช่วย?
หอฟ้าเก้าอักษรไม่เพียงอยู่ในแดนสมบัติที่อุดมสมบูรณ์แต่ยังเป็สถานที่ฝึกฝนคัดเลือก และส่งต่อความหวังของแดนเบญจภพ ที่นั่นมีทั้งโอกาสและอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งคุณสมบัติของคนที่จะเข้าไปในหอฟ้าเก้าอักษรก็ยังเข้มงวดอย่างยิ่งแค่คุณสมบัติพื้นฐานก็เป็เื่คนทั่วทั้งแดนเบญจภพได้แต่ใฝ่ฝันแล้ว!
คุณสมบัติข้อแรกคือต้องเป็มีตัวแทนหนึ่งในเก้าอักษรคุณสมบัติข้อสองคืออายุต้องไม่เกินสามสิบปี และคุณสมบัติข้อสามคือต้องมีพลังยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นหนึ่ง!นี่เป็เพียงแค่คุณสมบัติพื้นฐานของคนที่จะมีสิทธิ์เข้าร่วมการคัดเลือกของหอฟ้าเก้าสมบัติเท่านั้น!
เสวียนอู่หยางอกับองค์จักรพรรดิพูดคุยกันจนถึงค่ำก่อนจะออกจากวังหลวงเสวียนอู่หยางกลับไปตำหนักของเสวียนต้านอิงแล้วบ่นนางอยู่ใหญ่ถึงกลับตระกูลเสวียนสำหรับเื่กระบี่ไท่ผิงพรุ่งนี้ทางราชสำนักคงมีคำตัดสินออกมาแล้วทำให้เื่นี้สงบลงได้สิ่งสำคัญตอนนี้เสวียนอู่หยางต้องกังวลก็คือเื่การส่งเสวียนเทียนชิงเข้าหอฟ้าเก้าอักษร
“นายท่าน นี่มันเสี่ยงเกินไปหรือไม่ขอรับ? ถึงนายน้อยจะบรรลุขั้นปรมาจารย์ได้ในปีนี้แต่เขาก็พึ่งจะอายุสิบแปดเท่านั้นในแดนเบญจภพด้วยอายุและระดับขั้นของนายถือว่ายอดเยี่ยมที่สุดก็จริงแต่ว่าในหอฟ้าเก้าอักษรนั้นไม่เพียงแค่เขาจะอายุน้อยที่สุดแต่ในขณะเดียวกันก็มีระดับขั้นต่ำที่สุดเหมือนกันนะขอรับ”
ในห้องหนังสือตอนนี้มีแค่เสวียนอู่หยางกับพ่อบ้านชรากำลังพูดคุยกันอยู่หอฟ้าเก้าอักษรจะเปิดระดับคนทุกๆ สิบปี หากรออีกหน่อยให้เสวียนเทียนชิงพร้อมถึงตอนนั้นเขาก็พึ่งจะอายุยี่สิบแปดปีเท่านั้นและระดับขั้นของเขาย่อมเป็หนึ่งในคนที่โดดเด่นที่สุดของหอฟ้าเก้าอักษรแน่
ทว่าตอนนี้คู่ต่อสู้ของเสวียนเทียนชิงจะไม่ใช่คนรุ่นเดียวกันอีกต่อไปแต่เป็อัจฉริยะที่มีชื่อเสียงเมื่อสิบปีก่อนไม่ว่าจะเป็ความสามารถหรือพื้นเพสำหรับอัจฉริยะเหล่านี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเสวียนเทียนชิงในตอนนี้เลยแล้ว่อายุที่ห่างกันห้าถึงสิบปีนั้นก็ถือเป็ความต่างใหญ่หลวงที่จะทำให้เสวียนเทียนชิงเสียเปรียบมากเกินไป!
ยิ่งไปกว่านั้นก็ที่นั่นคือหอฟ้าเก้าสมบัติไม่ใช่แดนเบญจภพเสวียนเทียนชิงต้องพึ่งพาตัวเองเท่านั้นไม่อาจใช้อำนาจของตระกูลเสวียนได้!
“เราไม่มีทางเลือกแล้ว...ถึงจะยากลำบากไปเสียหน่อยแต่ข้าก็เชื่อมั่นในตัวเขา!”
ดวงตาของเสวียนอู่หยางฉายแววเด็ดเดี่ยวทั้งยังเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นเสวียนเทียนชิงก็คือบุตรชายของเขา...คืออนาคตของตระกูลเสวียน!