เมื่อรากฐานแห่งความไว้ใจถูกสร้างขึ้นอย่างมั่นคง และเกราะป้องกันตัวตนในนาม "ผู้เฒ่าโอสถ" ก็แข็งแกร่งพอที่จะบดบังทุกสายตาที่น่าสงสัยแล้ว ลู่เฟิงก็เริ่มเคลื่อนไหวในบทบาทใหม่ของเขา... บทบาทของพรานเฒ่าผู้เจนจบที่กำลังสอดส่องหาจุดอ่อนของเหล่ากวางน้อยในป่าใหญ่อันโอ่อ่าที่ชื่อว่าคฤหาสน์ตระกูลเว่ย
ความไว้วางใจที่ทุกคนมอบให้เปรียบเสมือนผ้าคลุมล่องหนชั้นดีที่ทำให้เขาสามารถเดินสำรวจไปได้ทั่วทุกมุมของคฤหาสน์โดยไม่มีใครตั้งคำถาม ในตอนกลางวัน เขาจะใช้เวลาไปกับการดูแลสวนสมุนไพรและสวนดอกไม้อันงดงาม แต่สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องอยู่แค่หมู่มวลบุปผาเท่านั้น มันกวาดมองและซึมซับทุกรายละเอียดที่เกิดขึ้นรอบตัวอย่างเงียบเชียบ
ลู่เฟิงใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการสังเกตการณ์อย่างละเอียดถี่ถ้วน เขาจดจำรูปแบบการใช้ชีวิตของทุกคนในคฤหาสน์ ั้แ่เวลาที่พวกเขาตื่นนอน กินข้าว ทำงาน ไปจนถึงเวลาที่เข้านอน เขารู้ว่าใครชอบเดินเล่นในสวนยามเช้าตรู่ ใครมักจะนั่งอ่านหนังสือใต้ต้นไผ่ใหญ่ยามบ่าย และใครจะแอบออกมาจากห้องในยามค่ำคืน
การสังเกตการณ์ของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่พฤติกรรมภายนอกเท่านั้น เขายังใช้ความรู้ด้านโอสถและการอ่านสีหน้าที่สั่งสมมาตลอดชีวิตในการวิเคราะห์สภาพจิตใจและความ้าของแต่ละคน เมื่อใครมาขอยาจากเขา เขาจะสังเกตดูอาการ ฟังเสียงพูด และมองดูแววตาอย่างละเอียด ข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บสะสมไว้ในหัวของเขาเหมือนกับการสร้างแผนที่ใจคนที่ละเอียดยิ่งขึ้นทุกวัน
เนตรปีศาจของเขาเริ่มมองเห็นรอยร้าวที่ซ่อนอยู่เื้ัภาพลักษณ์อันสงบสุขและสมบูรณ์แบบของตระกูลเว่ย รอยร้าวที่คนธรรมดาทั่วไปไม่อาจสังเกตเห็นได้ แต่สำหรับจอมโจรผู้มีสายตาแหลมคมและเชี่ยวชาญในการอ่านใจคนแล้ว มันกลับเด่นชัดราวกับเส้นลายมือบนฝ่ามือของตนเอง
เขาเห็นความสัมพันธ์ต้องห้ามที่กำลังผลิบานระหว่างสาวใช้คนหนึ่งกับยามหนุ่ม ทั้งสองมักจะแอบลอบพบกันในมุมอับของสวนหลังยามค่ำคืน แลกเปลี่ยนคำรักและััอันเร่าร้อนโดยไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำของพวกเขาตกอยู่ในสายตาของพรานเฒ่าผู้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
ลู่เฟิงสังเกตเห็นว่าสาวใช้คนนี้ชื่อ "หลิงเอ๋อร์" เป็หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ ที่มีใบหน้าอ่อนหวานและดวงตาใสซื่อ เธอทำงานในครัวและมักจะร้องเพลงเบาๆ ขณะทำงาน ส่วนยามหนุ่มชื่อ "อาซาน" เป็ชายหนุ่มรูปหล่อที่มีหน้าตาซื่อสัตย์และมีความรับผิดชอบสูง เขาเป็ที่รักของทุกคนในคฤหาสน์เพราะความขยันและความซื่อสัตย์
ความรักของทั้งสองเริ่มต้นจากการที่หลิงเอ๋อร์นำอาหารไปให้อาซานที่กำลังเฝ้ายามอยู่ตามจุดต่างๆ ในคฤหาสน์ ความเอาใจใส่เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ค่อยๆ พัฒนาเป็ความรู้สึกที่ลึกซึ้งขึ้น จนในที่สุดทั้งสองก็ไม่อาจปิดบังความรู้สึกไว้ได้อีกต่อไป
ลู่เฟิงมองดูการพัฒนาของความสัมพันธ์นี้ด้วยความสนใจ เขาเห็นว่าทั้งสองพยายามปกปิดความรู้สึกของตนเองอย่างดีที่สุด แต่สายตาที่มองกันเมื่อคิดว่าไม่มีใครเห็น การััมือกันเมื่อส่งของ และรอยยิ้มที่แสดงออกมาเมื่อได้เจอกัน ล้วนเป็สัญญาณที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ในการอ่านใจคนเช่นเขา
เขาเห็นความริษยาชิงดีชิงเด่นกันระหว่างฮูหยินรองและฮูหยินสาม ทั้งสองมักจะใช้คำพูดเชือดเฉือนและสายตาดูแคลนใส่กันเสมอเมื่ออยู่ลับหลังคหบดีเว่ย าเย็นที่เกิดขึ้นในเรือนพักฝ่ายในนี้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและกลอุบายที่น่าสนใจยิ่งนักสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการมองดูมนุษย์แก่งแย่งชิงดีกันเช่นเขา
ฮูหยินรองเป็หญิงวัยสามสิบต้นๆ ที่มีรูปร่างอวบอิ่มและใบหน้าที่ดูเข้มงวด เธอเป็คนที่พูดน้อยแต่มีอิทธิพลมากในการบริหารจัดการคฤหาสน์ ส่วนฮูหยินสามเป็หญิงที่อายุน้อยกว่า มีรูปร่างเพรียวบางและใบหน้าที่ดูอ่อนหวาน แต่ลู่เฟิงมองเห็นความเ้าเล่ห์และความทะเยอทะยานที่ซ่อนอยู่ในแววตาของเธอ
การแข่งขันระหว่างทั้งสองเริ่มต้นจากการที่ฮูหยินสามพยายามแย่งชิงอำนาจในการจัดการคฤหาสน์จากฮูหยินรอง เธอใช้เสน่ห์และความอ่อนหวานในการเข้าหาคหบดีเว่ย พยายามทำให้เขาเห็นว่าเธอเป็คนที่เหมาะสมกว่าในการช่วยดูแลบ้าน ขณะที่ฮูหยินรองก็ไม่ยอมแพ้ เธอใช้ประสบการณ์และความรู้ในการบริหารจัดการที่สั่งสมมานานในการต่อสู้กับคู่แข่งรายนี้
ลู่เฟิงสังเกตเห็นว่าการแข่งขันนี้ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในคฤหาสน์ บ่าวไพร่ต่างแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันตามคนที่ตนเองชื่นชอบหรือกลัว ทำให้เกิดความตึงเครียดแฝงๆ ที่ไม่ใครกล้าพูดออกมาตรงๆ
แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดสำหรับลู่เฟิง คือความลับที่ซ่อนอยู่ในห้องนอนของประมุขแห่งคฤหาสน์... คหบดีเว่ยและฮูหยินใหญ่
ลู่เฟิงสังเกตเห็นความห่างเหินที่ผิดปกติระหว่างคนทั้งสอง แม้ว่าต่อหน้าผู้คนพวกเขาจะยังคงแสดงบทบาทของสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวกันดี แต่ในยามที่อยู่กันตามลำพัง บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเ็าและอึดอัด ฮูหยินใหญ่มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการดูแลกล้วยไม้และอ่านหนังสือในห้องของตนเอง ในขณะที่คหบดีเว่ยก็จะหมกมุ่นอยู่กับการสะสมวัตถุโบราณและตำราเก่าๆ
ลู่เฟิงใช้เวลาหลายวันในการสังเกตพฤติกรรมของคู่สามีภรรยาคู่นี้ เขาเห็นว่าคหบดีเว่ยมักจะมองฮูหยินใหญ่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาและความผิดหวัง ขณะที่ฮูหยินใหญ่กลับมองสามีด้วยสายตาที่เ็าและห่างเหิน เมื่อทั้งสองต้องสนทนากัน พวกเขาจะใช้คำพูดที่สุภาพแต่ขาดความอบอุ่น เหมือนกับคนแปลกหน้าที่ต้องมาอยู่ร่วมกันโดยบังเอิญ
ด้วยความรู้ด้านโอสถของเขา ลู่เฟิงแอบสังเกตเห็นว่าคหบดีเว่ยมักจะให้คนไปจัดหายาบำรุงกำลังและสมุนไพรที่ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศมาทานอยู่บ่อยครั้ง แต่จากสีหน้าที่ดูอมทุกข์และแววตาที่สิ้นหวังของเขาแล้ว ลู่เฟิงก็เดาได้ไม่ยากว่ายาเ่าั้คงไม่ได้ผลดังที่หวังไว้
ลู่เฟิงได้สังเกตเห็นรายละเอียดเหล่านี้จากการที่เขาเป็คนปรุงยาให้กับคหบดีเว่ยเป็ประจำ ในตอนแรก คหบดีเว่ยจะขออย่างลังเล โดยอ้างว่าเป็การบำรุงร่างกายทั่วไป แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มขอยาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น จนในที่สุดก็ไม่อาจปกปิดปัญหาที่แท้จริงได้อีกต่อไป
ความทุกข์ของคหบดีเว่ยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องนอนเท่านั้น มันแผ่ซ่านออกไปสู่ทุกด้านของชีวิตของเขา ลู่เฟิงเห็นว่าเขามักจะดื่มสุราคนเดียวในห้องทำงานยามค่ำคืน นั่งมองดูวัตถุโบราณที่สะสมไว้ด้วยสายตาที่เศร้าหมอง บางครั้งเขาจะหยิบหนังสือเก่าๆ ขึ้นมาอ่าน แต่สมาธิของเขาไม่เคยจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือ แต่จะลอยไปคิดถึงสิ่งอื่น
ปัญหา "ไร้สมรรถภาพ" ของคหบดีเว่ยคือรอยร้าวที่ใหญ่ที่สุดในตระกูล และมันคือจุดอ่อนที่ลู่เฟิงสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างมหาศาล ความอับอายและความรู้สึกไร้ค่าของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่สามารถทำหน้าที่เป็สามีได้อย่างสมบูรณ์ เป็จุดอ่อนที่เปราะบางที่สุดที่จอมโจรผู้เ้าเล่ห์เช่นเขาสามารถใช้เป็อาวุธได้
ลู่เฟิงเริ่มวางแผนในใจว่าจะใช้ข้อมูลนี้อย่างไร เขาอาจจะเสนอยาที่มีฤทธิ์แรงกว่าเดิม หรือแนะนำวิธีการรักษาที่ต้องใช้เวลานาน ทำให้คหบดีเว่ยต้องพึ่งพาเขามากขึ้น หรือเขาอาจจะใช้ความลับนี้เป็เครื่องมือในการควบคุมจิตใจของคหบดีเว่ยโดยตรง
ลู่เฟิงเริ่มเห็นภาพรวมของสถานการณ์ที่ซับซ้อนนี้ คหบดีเว่ยที่มีปัญหาทางเพศ ฮูหยินใหญ่ที่รู้สึกผิดหวังและห่างเหิน และซือซือที่แอบหลงรักพี่เขย สามเหลี่ยมความสัมพันธ์นี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความปรารถนาที่ไม่ได้รับการตอบสนอง มันเป็สถานการณ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับจอมโจรผู้เชี่ยวชาญในการเล่นกับจิตใจคนเช่นเขา
นอกจากความลับใหญ่เหล่านี้แล้ว ลู่เฟิงยังค้นพบความลับเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมายที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วคฤหาสน์ เขาเห็นว่าพ่อครัวใหญ่แอบดื่มสุราแพงที่เก็บไว้สำหรับแขกสำคัญ สาวใช้คนหนึ่งแอบขโมยเครื่องประดับเล็กๆ น้อยๆ ของนายหญิง และยามคนหนึ่งมักจะหลับในเวลาเฝ้ายาม
ข้อมูลทั้งหมดเหล่านี้ถูกเก็บสะสมไว้ในหัวของลู่เฟิงอย่างเป็ระบบ เขาจัดหมวดหมู่ความลับแต่ละอย่างตามระดับความสำคัญและประโยชน์ที่สามารถนำมาใช้ได้ ความลับเล็กๆ น้อยๆ อาจจะใช้เป็เครื่องมือในการควบคุมบ่าวไพร่ ขณะที่ความลับใหญ่จะเป็อาวุธสำคัญในการจัดการกับเ้านายชั้นสูง
ลู่เฟิงวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่เขาเก็บรวบรวมมาด้วยหัวใจที่เ็าและสมองที่ปราดเปรื่อง เขามองเห็นตัวละครทุกตัวในคฤหาสน์เป็เพียงหมากบนกระดานที่เขาสามารถควบคุมและชักใยได้ตาม้า เขาประเมินจุดอ่อน จุดแข็ง และความปรารถนาของแต่ละคนอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อที่จะวางแผนการเล่นเกมที่แยบยลและสาสมกับความเบื่อหน่ายที่เขาสั่งสมมานาน
เขาเริ่มวาดภาพในใจถึงวิธีการที่เขาจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ เขาอาจจะเริ่มจากการสร้างความสับสนเล็กๆ น้อยๆ ทำให้คนในคฤหาสน์เริ่มสงสัยกันและกัน จากนั้นค่อยๆ เพิ่มระดับความซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทุกคนติดอยู่ในใยแมงมุมที่เขาทอไว้
ลู่เฟิงรู้ว่าฮูหยินใหญ่เป็หญิงที่มีสติปัญญาและความระมัดระวังสูง การเข้าถึงเธอจะต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมที่ประณีตและอดทน เขาต้องสร้างสถานการณ์ที่ทำให้เธอต้องพึ่งพาเขา หรือทำให้เธอเกิดความรู้สึกที่ผูกพันกับเขาโดยไม่รู้ตัว ส่วนซือซือนั้นแม้จะดูเป็เป้าหมายที่ง่ายกว่า แต่ความปรารถนาที่เธอมีต่อคหบดีเว่ยกลับเป็ตัวแปรที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้น
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะเริ่มต้น "อุ่นเครื่อง" กับเหยื่อที่ดูจะง่ายดายและไร้เดียงสาที่สุดในคฤหาสน์แห่งนี้เสียก่อน
สายตาของเขาจับจ้องไปยังคู่หนุ่มสาวที่กำลังหยอกล้อกันอยู่ที่ศาลาริมน้ำ... ยามหนุ่มหน้าซื่อ "อาซาน" และสาวใช้ร่างอรชร "หลิงเอ๋อร์" ความรักอันบริสุทธิ์และใสซื่อของทั้งสองคนช่างดูน่าเอ็นดูในสายตาของคนทั่วไป แต่สำหรับลู่เฟิงแล้ว มันคือจุดอ่อนที่เปราะบางและง่ายต่อการทำลายที่สุด
ลู่เฟิงมองดูทั้งสองคนด้วยสายตาของนักล่าที่กำลังประเมินเหยื่อ เขาเห็นว่าความรักของพวกเขาเป็ความรักที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสา ไม่มีความซับซ้อนหรือเล่ห์เหลี่ยมใดๆ ซ่อนอยู่ นั่นทำให้มันเป็เป้าหมายที่สมบูรณ์แบบสำหรับการทดลองครั้งแรกของเขา
เขาสามารถใช้ความรักของทั้งสองเป็เครื่องมือในการทดสอบยาพิษและเล่ห์เหลี่ยมต่างๆ ที่เขาวางแผนไว้ หากแผนการของเขาสำเร็จกับคู่รักคู่นี้ เขาก็จะมั่นใจได้ว่าสามารถใช้วิธีการเดียวกันกับเป้าหมายที่สำคัญกว่าได้ และหากแผนการล้มเหลว เขาก็สามารถปรับปรุงและแก้ไขได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับเป้าหมายหลัก
รอยยิ้มอันชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายชราหลังค่อมอีกครั้งหนึ่ง คฤหาสน์ตระกูลเว่ยที่เคยเป็เพียงที่หลบซ่อน บัดนี้ได้กลายเป็กระดานหมากส่วนตัวของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว
เขารู้สึกตื่นเต้นกับความเป็ไปได้ทั้งหมดที่กำลังเปิดออกต่อหน้าเขา หลังจากที่ต้องซ่อนตัวและอดกลั้นมานาน ในที่สุดเขาก็ได้โอกาสที่จะปลดปล่อยธรรมชาติที่แท้จริงของตนเองออกมาอีกครั้ง แม้ว่าจะต้องทำอย่างระมัดระวังและลับๆ แต่ความรู้สึกของการได้กลับมาเป็ผู้ล่าอีกครั้งทำให้เืในร่างกายของเขาเดือดพล่าน
"การอุ่นเครื่องที่ง่ายที่สุด... ย่อมต้องเริ่มจากจุดที่เปราะบางที่สุด" เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ "ความรักน่ะรึ? มันก็เป็เพียงแค่ของหวานจานแรกสำหรับข้าเท่านั้นแหละ"
ลู่เฟิงหันหลังให้กับภาพอันน่ารักของหนุ่มสาวคู่นั้น แล้วเดินกลับไปยังสวนสมุนไพรของเขา ในหัวของเขากำลังเริ่มปรุงยาพิษที่ชื่อว่า "ตัณหา" เพื่อที่จะมอบให้กับเหยื่อรายแรกของเขาในเร็ววันนี้แล้ว