ตะวันยามเย็นทอแสงสีส้มอันสวยงาม สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านให้ชื่นใจ ใต้ร่มไม้อันแสนสงบ มีหญิงสาวกำลังนอนหนุนตักชายหนุ่มอยู่อย่างสบายใจ
“เหนื่อยจัง” เธอบ่นออกมาอย่างแผ่วเบาขณะกำลังมองหน้าชายหนุ่ม เขามีผมสีเงินที่ดูสะดุดตา
“ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าหักโหม การอัญเชิญอสูรจักรราศีร่างครึ่งร่างไม่ใช่เรื่องง่าย” เธอมองเห็นชายหนุ่มยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยนขณะกล่าวว่า “หากเหนื่อยนัก ก็พักเสียเถิด ข้าจะรอเจ้าอยู่จริงนี้จนกว่าเจ้าจะลืมตา”
ภาพที่เห็นส่ายเล็กน้อยราวกับเธอส่ายหัวก่อนจะพูดว่า “แค่นั้นมันไม่พอหรอกที่ฉันจะหายดี”
เมื่อพูดจบเธอทำปากยื่นพร้อมกับใช้นิ้วชี้เคาะไปที่ปากของเธอ ชายหนุ่มผมสีเงินที่เห็นท่าทางแบบนั้นของเธอ เขาก็หลุดขำเล็กน้อยพร้อมกับยิ้มมุมปาก เขาเข้าใจว่าเธอจะสื่อถึงอะไร
เมื่อเธอเห็นชายหนุ่มค่อย ๆ ก้มหน้าลงมา เธอจึงปิดตารอรับในสิ่งที่เธอคาดหวัง
‘ไอลีน!’ ทันใดนั้นแทนที่ริมฝีปากเธอจะได้ลิ้มรสความนุ่ม กลับได้ยินเสียงร้องเรียกขึ้นมาแทน แต่เธอไม่เข้าใจ ไอลีนคือใคร? เธอมั่นใจอย่างยิ่งว่าเธอไม่ได้ชื่อไอลีน
‘ปลายฝน!’ มีเสียงเรียกอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกเหมือนตัวถูกเขย่า แต่ตาของเธอก็ยังไม่ลืมขึ้นขณะคิด ‘นั่นชื่อของเรานี่ กำลังจะเข้าด้ายเข้าเข็มเลย ใครมาเรียกกันอีกละเนี่ย! น่าโมโหเสียจริง’
ในขณะเดียวกัน อานนท์คือเจ้าของเสียงเรียก เขาพยายามปลุกปลายฝนอยู่หลายครั้ง เขาทั้งเรียกชื่อไอลีนและปลายฝน
หลังจากเรือบินวิหคเหินหาวถูกโจมตีโดยเครื่องต่อต้านการบินจากศัตรู เป็นเวลาเดียวกันกับที่ปลายฝนได้วิ่งมาหาเขาพอดิบพอดี เมื่อตัวเรือแตกเป็นเสี่ยง ๆ เขาพยายามยึดเกาะส่วนที่พอจะจับได้โดยคว้าจับปลายฝนเอาไว้ด้วย พวกเขาทั้งสองปลิวกระเด็นมาพร้อมกับส่วนที่แตกออกของตัวเรือบิน
เมื่อเศษซากเรือบินที่เขาเกาะมาร่อนลงพื้น มันไถลตามพื้นไปอีกหลายสิบหลา แต่อานนท์ก็อาศัยความเป็นอมตะของตน ปล่อยมือจากเศษชิ้นส่วนเรือบินแล้วใช้ตัวเองเป็นตัวรับแรงกระแทกจนตัวเขาไถลไปพื้นจนเกิดร่องเหมือนคูน้ำเล็ก ๆ เขากอดปลายฝนไว้แน่นตลอดการไถลตัวไปเพื่อให้เธอปลอดภัย
อานนท์ปลอดภัยไม่เป็นอะไร หากจะมีก็แต่รอยถลอกไม่ก็รอยแดงจากการไถลตัวไปกับพื้นเท่านั้น ผ่านไปไม่นานมันก็ได้รับการฟื้นฟูด้วยตัวเอง แต่ปลายฝนกลับสลบไปแล้ว เขาไม่แน่ใจว่าเธอโดนแรงระเบิดไปด้วยหรือกระแทกกับอะไรหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเธอแค่ตกใจจนสลบไปกันแน่ เพราะจากที่เขาตรวจสอบ เธอไม่มีบาดแผลหรือรอยฟกช้ำตรงไหนเลย
เขาพยายามปลุกปลายฝนอยู่นานสองนาน แทนที่เธอจะตื่นหรือหลับนิ่งสนิทเหมือนคนที่ยังไม่ฟื้นคืนสนิท เขากลับเห็นท่าทางแปลก ๆ ออกมาจากเธอ ปลายฝนเหมือนกับคนนอนละเมอ ในขณะที่เขากำลังพยายามเรียกอยู่นั้น ทันใดนั้นเขาก็เห็นปลายฝนทำปากขมุบขมิบและยื่นปากขึ้นมา เมื่อเห็นแบบนั้น เขาจึงตัดสินใจตีไปที่ปากของเธอเบา ๆ
เมื่อปลายฝนถูกตีที่ปากของเธอ เธอสะดุ้งตื่นแล้วทะลึ่งตัวขึ้นมาทันทีพร้อมกับมีสีหน้ามึนงง เธอหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาคนที่ขัดจังหวะของเธอจากการได้จูบ และแล้วเธอก็เห็นอานนท์กำลังมองเธออย่างสงสัย
“นี่เธอกำลังฝันบ้าอะไรอยู่?” อานนท์หรี่ตามองปลายฝนขณะเพื่อถามหาพิรุธจากเธอ
เมื่อได้ยินคำถาม ปลายฝนก็นึกขึ้นมาได้ว่าเธอได้ทำอะไรพลาดลงไป เธอหน้าแดงขึ้นอย่างฉับพลันขณะพยายามปฏิเสธ “เปล่าสักหน่อย ฉันไม่ได้ฝันอะไรเลย ฉันแค่ตกใจน่ะ”
อานนท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองเธออย่างไม่เชื่อ ก่อนจะทำปากยื่นแสดงเลียนแบบที่เขาเห็นมาให้ปลายฝนดูพร้อมกับพูดไปด้วยว่า “คงไม่ได้ฝันอะไรลามกอยู่หรอกใช่ไหม? เห็นทำปากอย่างนี้”
ปลายฝนหน้ายิ่งแดงหนักกว่าเดิม เธอรีบปฏิเสธทันที “จะบ้าเหรอ! ฉันเปล่าทำสักหน่อย” แล้วเธอก็พยายามเปลี่ยนเรื่องคุยทันที “แล้วคนอื่น ๆ ล่ะอยู่ที่ไหน? มีใครเป็นอะไรไหม?”
อานนท์ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันยังไม่ได้ออกเดินตามหาเลย เห็นเธอยังสลบอยู่ฉันเลยพยายามปลุกเธอให้ได้ก่อน”
เขาหยุดพูดแล้วสำรวจดูพร้อมขยับตัวเธอไปมาเพื่อตรวจดูก่อนจะพูดว่า “แล้วเธอเป็นอะไรหรือเปล่า? บาดเจ็บไหนบ้างไหม? เห็นหน้าแดงกว่าปกติ”