ลานดินกว้างหลังเรือนเ้าพระยามหาโยธาถูกอัดจนแน่นเรียบที่มุมหนึ่งมีชั้นวางอาวุธนานาชนิด ทั้งดาบ หอก ทวน ง้าวตั้งเรียงรายสะท้อนแสงแดดยามเช้าตรงกลางลานมีหุ่นฟางที่ถูกฟันจนนุ่นกระจายอยู่หลายตัวบ่งบอกถึงการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงที่เกิดขึ้นเป็ประจำ
บุรุษผู้หนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่กลางลานฝึกเขามีรูปร่างไม่สูงใหญ่แต่ท่วงท่าการยืนนั้นมั่นคงดุจรากไม้ใหญ่ฝังลึกลงในปฐีผิวของเขาคล้ำแดด ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่คมชัดและไร้ไขมันส่วนเกินบ่งบอกถึงการใช้งานร่างกายอย่างหนักหน่วงมาตลอดชีวิต ชายผู้นี้คือ "อาจารย์เข้ม"อดีตนายทหารยอดฝีมือและเป็ครูฝึกวิชาการต่อสู้และอาคมที่เ้าพระยามหาโยธาให้ความไว้วางใจที่สุดบนแผ่นหลังและท่อนแขนของเขามีรอยสัก "ยันต์เกราะเพชร" ปรากฏอยู่เส้นสายของมันดูเก่าแก่แต่ยังคงแฝงไว้ด้วยพลังงานที่หนาแน่น
เมื่อเห็นภพเดินเข้ามาอาจารย์เข้มเพียงปรายตามองเล็กน้อย แววตาของเขาเรียบเฉยและเ็าสมคำร่ำลือว่าเขาเป็คนพูดน้อยต่อยหนักและไม่เคยเห็นใจลูกศิษย์คนใด
"มาแล้วรึ คุณภพ"น้ำเสียงของเขาแหบห้าว ไม่ได้แสดงความเคารพนบนอบตามฐานะของภพแต่ก็ไม่ถึงกับหยาบคาย "ท่านเ้าคุณสั่งข้ามาให้เคี่ยวกรำคุณภพให้พร้อมสำหรับพิธีคัดเลือกในอีกสามเดือนข้างหน้า"
ภพประสานมือไหว้ตามมารยาท"ฝากตัวด้วยขอรับ อาจารย์เข้ม"
อาจารย์เข้มพยักหน้ารับน้อยๆก่อนจะเดินสำรวจรอบตัวภพหนึ่งรอบ สายตาคมกริบของเขามองั้แ่หัวจรดเท้าเหมือนนักล่ากำลังประเมินเหยื่อ "ร่างกายผอมบาง กล้ามเนื้ออ่อนแอท่าเดินยังไม่มั่นคง... หึ" เขาแค่นเสียงในลำคอ "ก่อนจะฝึกดาบฝึกมวยเรามาดูพื้นฐานอาคมของท่านก่อน... ปลุกยันต์เก้ายอดของท่านให้ข้าดูที"
นี่คือการทดสอบแรกภพสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมสมาธิพยายามนึกถึงความรู้สึกและวิธีการที่เ้าของร่างเดิมเคยทำ เขาหลับตาลงแล้วเริ่มท่อง
"บทสวดคาถา"ประจำยันต์เก้ายอด
"นะโมพุทธายะ นะมะพะทะจะภะกะสะ..."
ทันทีที่เริ่มท่องคาถา ภพรู้สึกถึง"บางสิ่ง" ในร่างกายที่ตื่นขึ้น มันเหมือนกระแสไฟฟ้าสถิตอ่อนๆที่วิ่งวนอยู่ใต้ิับริเวณแผ่นหลังที่มีรอยสักอยู่เขารู้สึกได้ถึงพลังงานที่กำลังก่อตัว...แต่มันกระจัดกระจายและไร้ทิศทางอย่างที่เขาเคยวิเคราะห์ไว้ เขาลืมตาขึ้นและััได้ถึงพลังงานอุ่นๆ ที่แผ่ออกมาเคลือบผิวบางๆ ทั่วร่างกาย
อาจารย์เข้มมองภาพนั้นด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง"พลังอ่อนด้อยราวกับแสงหิ่งห้อย... แทบไม่รู้สึกถึงแรงต้านใดๆ เลยด้วยซ้ำหากเจอผู้ใช้ยันต์ขั้นทุติยะ แค่แผ่บารมีใส่ ท่านก็คงล้มทั้งยืนแล้ว"
คำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาจนโหดร้ายไม่ได้ทำให้ภพสะทกสะท้านเขากลับพยักหน้ายอมรับ "ข้าทราบดีขอรับ...และข้าคิดว่าข้ารู้ว่าปัญหาอยู่ที่ใด"
คิ้วของอาจารย์เข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยกับคำตอบที่ไม่คาดคิด"หือ? ท่านว่ากระไรนะ?"
"ยันต์เก้ายอดของข้า...หรืออาจจะของทุกคน มันมีโครงสร้างที่ขาดประสิทธิภาพ" ภพพูดอย่างใจเย็นขณะที่คลี่ม้วนกระดาษข่อยที่ถือมาในมือออกช้าๆ"พลังที่ปลุกขึ้นมามันกระจัดกระจายไปทั่ว ไม่ได้รวมกันเป็หนึ่งเดียวมันเหมือนตะเกียงที่ให้แสงสว่างรอบด้าน แต่ไม่สามารถใช้จุดไฟเผาสิ่งใดได้"
อาจารย์เข้มมองหน้าภพสลับกับกระดาษในมือด้วยแววตาสับสนระคนฉงนนี่ไม่ใช่คำพูดที่เขาคาดหวังจะได้ยินจากคุณชายน้อยผู้ไม่เอาไหนคนนี้เลย
ภพยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้อาจารย์เข้ม"นี่คือสิ่งที่ข้าคิด... ขออาจารย์โปรดชี้แนะ"
อาจารย์เข้มรับกระดาษไปอย่างงุนงงบนนั้นคือภาพวาดลายยันต์เก้ายอดที่เขาคุ้นเคยดี แต่... มันมีบางอย่างผิดแปลกไป มี"เส้นสาย" ใหม่ๆ ที่ถูกวาดเพิ่มเข้าไปอย่างบรรจงเส้นเ่าั้โยงจากยอดแหลมทั้งเก้าของยันต์ให้มากันที่จุดศูนย์กลางของยันต์พอดีทำให้ภาพรวมของมันดูซับซ้อนและมีโครงสร้างที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
"นี่มัน... อะไรกัน?"อาจารย์เข้มขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม"ท่านไปเอาลายยันต์วิปริตนี่มาจากไหน!การปรับเปลี่ยนลายยันต์ศักดิ์สิทธิ์ตามอำเภอใจถือเป็การลบหลู่ครูบาอาจารย์!มันไม่มีทางใช้งานได้!"
"ไม่ใช่การลบหลู่ขอรับอาจารย์ แต่เป็การ 'ปรับปรุง'"ภพแย้งด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่หนักแน่น"ลองคิดตามข้านะขอรับอาจารย์... หากพลังอาคมเปรียบเสมือนสายน้ำยันต์เก้ายอดแบบเดิมก็เหมือนการเทน้ำลงบนพื้นราบน้ำจึงไหลนองไปทั่วทุกทิศทางอย่างเปล่าประโยชน์ แต่ลายใหม่ที่ข้าเขียนขึ้น...เส้นสายที่เพิ่มเข้ามานั้นเปรียบเสมือน 'คูคลอง' ที่ขุดขึ้นเพื่อชักนำสายน้ำทั้งหมดให้ไหลมารวมกันที่'อ่างเก็บน้ำ' จุดเดียว ณ ศูนย์กลาง"
คำอุปมาอุปไมยของภพทำให้อาจารย์เข้มชะงักไปเขามองลายยันต์ในมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภพด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป...แววตาที่ไม่ได้มีแค่ความเ็าอีกต่อไปแล้วแต่มันคือความทึ่งและความไม่เชื่อระคนกัน
"แิ...น่าสนใจแต่...มันเป็ไปไม่ได้" เขาส่ายหน้า"ลายยันต์สืบทอดกันมานับร้อยนับพันปี ไม่เคยมีใครทำเช่นนี้มาก่อน"
"สิ่งที่ไม่เคยมีใครทำไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็ไปไม่ได้นี่ขอรับ" ภพยิ้มมุมปากเป็ครั้งแรก"เราไม่จำเป็ต้องสักมันลงบนิัเพื่อทดสอบ...อาจารย์เป็ผู้ใช้อาคมที่แข็งแกร่งลองใช้ดินสอพองเขียนลายยันต์นี้ลงบนแผ่นกระดานชนวน แล้วลองเดินพลังของท่านดู...แล้วท่านจะรู้ว่าสิ่งที่ข้าพูดเป็จริงหรือไม่"
ข้อเสนอของภพช่างท้าทายและบ้าบิ่นแต่มันก็จุดประกายความอยากรู้อยากเห็นในใจของอาจารย์เข้มขึ้นมาอย่างรุนแรงในฐานะคนที่คลุกคลีกับอาคมมาทั้งชีวิต เขาไม่เคยได้ยินแิเช่นนี้มาก่อนมันขัดต่อทุกความเชื่อที่เคยเรียนรู้มา แต่เหตุผลที่ภพอธิบายกลับฟังดูมีหลักการอย่างน่าประหลาด
หลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่อาจารย์เข้มก็ตัดสินใจ "ก็ได้! ข้าจะลองดู แต่ถ้ามันไม่ได้ผลท่านต้องเลิกคิดเื่ไร้สาระพวกนี้แล้วตั้งใจฝึกตามแบบแผนที่ข้าจะสอนเสีย"
"ตกลงขอรับ"
อาจารย์เข้มสั่งให้บ่าวนำกระดานชนวนและดินสอพองมาให้เขาใช้เวลาครู่หนึ่งในการลอกลายยันต์ "ฉบับปรับปรุง"ของภพลงบนแผ่นกระดานอย่างแม่นยำทุกกระเบียดนิ้ว จากนั้น เขาวางมันลงบนพื้นนั่งขัดสมาธิลงตรงหน้า แล้วหลับตาลง
"ข้าจะลองเดินพลังจากยันต์เกราะเพชรของข้าเข้าไปในลายนี้...เตรียมตัวถอยห่างไว้ด้วย" อาจารย์เข้มเตือน
ภพถอยออกมาสองสามก้าวยืนมองอย่างใจจดใจจ่อนี่คือการทดลองครั้งสำคัญที่จะพิสูจน์ทฤษฎีวิศวกรรมอาคมของเขา
อาจารย์เข้มเริ่มบริกรรมคาถาพลังงานที่หนาแน่นกว่าของภพหลายสิบเท่าเริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวเขา แสงสีทองจางๆจากยันต์เกราะเพชรบนร่างกายส่องสว่างออกมาจากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปเหนือกระดานชนวน แล้วชี้นิ้วลงไป
วูบ!
กระแสพลังสีทองสายหนึ่งพุ่งจากปลายนิ้วของอาจารย์เข้มเข้าไปยังลายยันต์บนกระดานทันทีที่พลังัักับลายเส้นดินสอพอง... สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น!
แทนที่จะเกิดเป็แสงนวลๆกระจายตัวออกไปเหมือนยันต์เก้ายอดปกติลายเส้นที่ภพออกแบบไว้กลับส่องสว่างวาบขึ้นราวกับเป็วงจรไฟฟ้า!กระแสพลังสีทองวิ่งไปตาม "คูคลอง" ที่เขาวาดไว้อย่างรวดเร็วแล้วพุ่งตรงไปยังจุดศูนย์กลางของยันต์
ฟุ่บ!
พลังงานทั้งหมดถูกบีบอัดรวมกันที่จุดเดียวเกิดเป็ลูกบอลแสงสีทองขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยที่ส่องสว่างจ้าจนแสบตาความร้อนแผ่ออกมาจนอากาศรอบๆ บิดเบี้ยว!
ฉ่าาาาาา!
แผ่นกระดานชนวนทนรับการรวมพลังงานที่หนาแน่นขนาดนั้นไม่ไหวมันเกิดรอยร้าวและส่งเสียงดังลั่นก่อนที่จุดศูนย์กลางจะร้อนจัดจนหลอมละลายเป็รูโบ๋!
อาจารย์เข้มชักมือกลับแทบไม่ทันเขาลืมตาโพลงจ้องมองรูไหม้เกรียมบนกระดานชนวนสลับกับมองหน้าภพด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดจนถึงขีดสุดเหงื่อเม็ดโป้งผุดขึ้นบนหน้าผากของยอดฝีมือผู้ไม่เคยแสดงอารมณ์ใดๆ
"มะ...มัน...มันรวมพลังได้จริงๆ..."เขาลุกขึ้นยืนอย่างลืมตัว"นี่มัน...ไม่ใช่แค่อาคมป้องกัน...แต่มันเปลี่ยนคุณสมบัติไปเลย...มันกลายเป็การโจมตีแบบรวมศูนย์ที่มีพลังทำลายล้าง!"
เขาก้มลงมองลายยันต์ที่เหลืออยู่บนกระดานอีกครั้งราวกับเห็นของวิเศษก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองภพด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ความเ็าหายไปหมดสิ้น...เหลือเพียงความทึ่ง ความนับถือ และความตื่นเต้นอย่างสุดขีด
"คุณภพ... ท่าน... ท่านทำได้อย่างไร?"
ภพยิ้มอย่างพึงพอใจ "ข้าแค่...ชอบอ่านหนังสือขอรับอาจารย์"
วินาทีนั้น อาจารย์เข้มรู้ได้ในทันที...เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่คุณชายน้อยผู้อ่อนแออีกต่อไปแต่เขาคืออัจฉริยะ...อัจฉริยะที่จะเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของศาสตร์แห่งอาคมไปตลอดกาลและเขามีเวลาเพียงสามเดือนที่จะขัดเกลาเพชรเม็ดนี้ให้ส่องประกายเจิดจ้าบนเวทีคัดเลือกองครักษ์ราชินีให้จงได้!การฝึกสอนที่แท้จริง... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้