“สิ่งที่ฉันเก็บรักษาสิ่งที่เธอตามล่า สิ่งที่ได้มาและเสียไป”
มินาโยะไม่อาจหาคำตอบได้เลยว่าทำไมคนที่ขาดเรียนไปหลายวันถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ที่สนามเด็กเล่นในเวลาแบบนี้มันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่เด็กหนุ่มตรงหน้าเธอนี่จะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นแต่ความจริงก็คือทุกอย่างที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเธอนี้เป็เื่จริงและคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าเธอท่ามกลางแรงะเิในตอนนี้ก็เป็เขาจริงๆ
“มาโมรุ!”
ทั้งโทวะและมินาโยะะโขึ้นพร้อมกัน
ไม่มีใครอีกแล้วนอกจากเพื่อนสนิทของพวกเขาที่จะมีรูปร่างสมส่วนแบบนั้นเรือนผมตัดสั้นสีดำขลับระต้นคอแบบนั้น ไหนจะใบหน้าหยิ่งยโสเบื่อหน่ายที่ตอนนี้เหลือเพียงความประหลาดใจที่หันกลับมามองเมื่อได้ยินเสียงของพวกเขา
“บ้าเอ้ย! มาอยู่พร้อมกันที่นี่ตอนนี้ทำไมเล่า!”
เด็กหนุ่มตรงหน้าสบถด้วยอารมณ์ที่ฉุนจัดและหวาดวิตกเป็ที่สุด
“เกิดอะไรขึ้นกับนายน่ะ”
โทวะผละจากมินาโยะไปหาเพื่อนสนิทอย่างรวดเร็ว แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ต้องชะงักเมื่อเห็นใบหน้าซีกหนึ่งของมาโมรุเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเื
“มาโมรุ... ตานาย...”
“ใช่เื่ที่จะมาห่วงรึไง! พวกนั้นมากันแล้วนะ”
‘พวกนั้น’ ที่มาโมรุพูดถึงคือต้นเหตุของเสียงะเิที่เกิดขึ้นและเป็กลุ่มคนที่ทำให้สีเืหายไปจากใบหน้าของโทวะได้เสียสนิทไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่โทวะดูสติหลุดได้เท่านี้เมื่อเด็กหนุ่มค่อยๆหันกลับไปมองที่สนามเด็กเล่นอย่างช้าๆั์ตาสีมรกตเบิกโพลงกว้าง พร้อมกับที่คนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอยู่ตรงหน้าพวกเขา
“นักรบอเวจี...”
โทวะเอ่ยเรียกกลุ่มคนที่มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
‘นักรบอเวจี’ คือกลุ่มเด็กชายวัยไล่เลี่ยกับพวกเขาในชุดเครื่องแบบสีขาวยืนอยู่บนเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นจากตรงที่มินาโยะยืนอยู่นั้นห่างไกลจนมองเห็นใบหน้าของพวกเขาได้ไม่ชัดแต่ความรู้สึกที่ถูกจ้องมองมาด้วยความอาฆาตนั้นต่อให้ไกลแค่ไหนก็ยังรู้สึกได้
เครื่องแบบสีขาวนั่น…
มินาโยะคุ้นเคยกับเครื่องแบบของพวกเขายิ่งนักแม้จะไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอในตอนนี้แต่ที่แน่ๆเด็กสาวหาคำตอบให้กับตัวเองได้แล้วล่ะว่าคนที่ปรากฏตัวขึ้นในความทรงจำกับเ้าของเสียงเ่าั้เป็ใคร
“โผล่มาเองเลยเหรอเนี่ย”
เด็กหนุ่มในชุดขาวที่ตรงบ่าปักเลื่อมสีเขียวสดเอ่ยขึ้นกับคนข้างตัว
“รีบทำให้มันจบซักทีเถอะ”
อีกคนที่มีเลื่อมสีแดงตรงบ่าเอ่ยขึ้นมาอย่างรำคาญใจ
“อย่าคิดว่าจะทำอะไรได้ง่ายๆนะ!”
มาโมรุะโตอบกลับไปในขณะที่โทวะยังคงยืนตะลึงและค้นหาเสียงของตัวเองไม่เจอ
“หา...” เด็กหนุ่มคนแรกลากเสียงยาวอย่างไม่อยากจะเชื่อหู“ผู้พิทักษ์ที่ปลดผนึกไม่ได้อย่างแกจะทำอะไรได้?แค่เอาตัวเองให้รอดจากตาคู่นั้นได้ก็เต็มกลืนแล้วนี่”
“กรีน” เด็กหนุ่มข้างตัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงคมดุ ั์ตาข้างหนึ่งอยู่ภายใต้ผ้าปิดตาสีดำผืนใหญ่ส่วนอีกข้างที่ยังพอใช้การได้ก็กำลังจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยแววตาวาวโรจน์“รีบจัดการซักที”
“คิดว่าทำเป็ออกคำสั่งแล้วฉันต้องทำตามหรือยังไง เรด?”
ดูเหมือนทั้งคู่จะทะเลาะกันด้วยความรู้สึกที่ไม่กินเส้นกันอย่างแรงแต่จนแล้วในที่สุดเด็กหนุ่มทั้งคู่ก็หายไปจากสายตาก่อนที่มินาโยะจะทันได้รู้สึกตัวเสียอีก
‘กรีน’ มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้ามาโมรุในชั่วเสี้ยววินาทีนั้นและมาโมรุก็ป้องกันตัวเองได้ทันเพราะสัญชาตญาณที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดมินาโยะไม่ทันได้มีโอกาสเป็ห่วงเขา เมื่อจู่ๆ ‘เรด’ ก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอ
“ถอยไป!”
โทวะเข้ามาขวางตรงหน้าเธอกับเรดเอาไว้ได้ทันเวลาพอดีนั่นทำให้เรดหยุดการเคลื่อนไหวไปเสียดื้อๆ ั์ตาสีเหลืองทองข้างเดียวที่ใช้การได้ของเรดมองมาที่โทวะอย่างไม่เชื่อสายตาเด็กหนุ่มแสยะยิ้มมุมปากอย่างพึงใจ
“จนป่านนี้แล้วก็ยังคิดจะปกป้องเด็กนี่อยู่อีกรึไง?”
เรดถาม
“พวกนายกลับมาที่นี่อีกทำไม?”
โทวะไม่ตอบ แต่เลือกที่จะเป็ฝ่ายถามกลับแทน
“พวกฉันก็...” เรดเอ่ยทิ้งช่องว่างไว้ในคำพูดของเขาเมื่อตอนที่เด็กหนุ่มก้าวถอยหลังออกห่างโดยที่ยังไม่ละสายตาไปจากโทวะ“มาทำให้เื่เมื่อหกปีก่อนนั้นมันจบลงไปสักทีไง”
กำแพงไฟพวยพุ่งออกมารอบตัวเด็กหนุ่มเมื่อเขากระทืบฝ่าเท้าลงบนพื้นร่างกายที่มีเพียงั์ตาข้างเดียวที่ใช้การได้เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว สง่างามและดุดัน แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาชมอีกฝ่ายเลยมินาโยะรับรู้ได้ถึงความอันตรายของเขาและกำแพงไฟที่ลุกโชนรายล้อมอยู่รอบตัวเธอและโทวะการปรากฏตัวของพวกเด็กหนุ่มในชุดขาวทำให้ความผิดปกติอย่างการที่มีไฟผุดออกมาจากพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะกลายเป็เื่ที่ไม่น่าสนใจไปเลย
โทวะเอาตัวเข้าบังเธอไว้และจับตาดูเรดที่อยู่ตรงหน้ามาโมรุกำลังรับมือกับกรีนอยู่นอกกำแพงไฟในสถานการณ์แบบนี้ดูเหมือนทักษะด้านคาราเต้ที่ติดตัวมาจะช่วยอะไรไม่ได้เลย
เรดเคลื่อนไหวอีกครั้ง เขาหายตัวไปต่อหน้าต่อตา ก่อนจะมาปรากฏตัวที่ด้านหลังของโทวะไวเท่าความคิด โทวะเหยียดขาเตะกลับหลังและเรดก็หลบได้ทันก่อนจะมาปรากฏตัวอีกครั้งที่ด้านซ้ายมือ โทวะหมุนตัวหลบในจังหวะนั้นเองที่เด็กหนุ่มฉุดมินาโยะให้ล้มลงมาด้วยเด็กสาวทำได้เพียงไหลไปตามจังหวะของเขาโดยที่ไม่อาจสนับสนุนเขาได้
ร่างกายของเรดหยุดการเคลื่อนไหวขณะที่กำลังจ้องมองพวกเขาอย่างพิจารณาเด็กหนุ่มในชุดขาวเหลือบมองมาโมรุที่กำลังรับมือกับกรีนอยู่นอกวงและหันกลับมามองพวกเขาอีกครั้งอย่างคิดอะไรได้
กำแพงไฟหายไปแล้ว ดูเหมือนเรดจะเบื่อหน่ายเสียเหลือเกิน
“ยังปลดผนึกไม่ได้เลยเหรอเนี่ย”
เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองอย่างอารมณ์เสีย
“ไม่น่าเสียเวลาเลยจริงๆ”
เรดกลับไปรวมตัวกับกรีนอีกฝ่ายดูเหมือนจะเห็นพ้องต้องกันในเื่บางอย่างเช่นเดียวกับเขา กรีนขยับแว่นตาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เด็กหนุ่มยกมือขึ้นทั้งสองข้าง แล้วสะบัดมันไปข้างตัว
อะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่ในอากาศมันว่องไวเสียจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาจากทิศทางไหนแต่แล้วในวินาทีนั้นเองที่โทวะมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังพุ่งเข้าใส่เขากว่าจะรู้สึกตัวอีกทีร่างของเด็กหนุ่มก็ถูกเถาวัลย์เส้นใหญ่สีน้ำตาลแก่ฟาดเข้าที่ท้องอย่างจังจนร่างกายของเขากระเด็นไปไกลหลายเมตรมาโมรุขยับตัวเข้าไปหาแต่ร่างกายของเขากลับถูกตรึงด้วยอะไรบางอย่างที่งอกขึ้นมาจากพื้นยอดไม้เลื้อยสีเขียวสดกำลังเติบโตและเลื้อยพันไปทั่วร่างกายของเขามันขยายตัวลุกลามอย่างว่องไวและยกร่างกายเขาสูงขึ้นเหนือพื้นดิน อีกด้านเถาวัลย์เส้นใหญ่ั์กำลังผุดขึ้นมาจากพื้นดินดันร่างของกรีนและเรดให้สูงขึ้นกรีนกำลังบังคับเถาวัลย์ที่พันรัดตัวมาโมรุอยู่ให้ลอยขึ้น ส่วนเรดก็นั่งห้อยขาอยู่ข้างเขาจ้องมองไปยังมาโมรุด้วยั์ตาสีเหลืองทองข้างเดียวที่ใช้การได้
“เราไม่้าผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธวอเทอร์”
กรีนพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
เถาวัลย์ผุดจากพื้นดินขึ้นมาตรึงร่างของโทวะเอาไว้เด็กหนุ่มขยับตัวไปไหนไม่ได้ในขณะที่ร่างกายถูกตรึงไว้กับพื้นหิมะเย็นเฉียบร่องรอยแห่งการทำลายล้างของะเิและเปลวไฟกระจายอยู่ทั่วไปบนพื้นดินตอกย้ำว่าตัวเขาไม่สามารถทำอะไรได้ในเลยในเวลาที่สำคัญแบบนี้
“อย่าฆ่า”เรดเอ่ยเตือนเมื่อเห็นเถาวัลย์กำลังบีบรัดร่างของโทวะอย่างช้าๆ
“พิงค์จะเป็คนจัดการหมอนั่นเอง”
กรีนดูไม่สบอารมณ์เลยที่จะต้องวางมือจากโทวะ อย่างไรก็ตามเขาหันมาสนใจมาโมรุแทน
“ถ้าแบล็คไม่ทำพลาดั้แ่ตอนนั้นล่ะก็เราคงไม่ต้องรอเวลานานขนาดนี้หรอก”
กรีนพูดเหมือนจะบ่นให้ตัวเองฟังเสียมากกว่า
“ต่อให้เป็นายก็รับมือผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธสตาร์ไม่ได้หรอก”
เรดบอก ในขณะที่กรีนส่งเสียงหัวเราะอย่างค่อนแค้น
“ถึงจะมีสายเืเดียวกันกับคนคนนั้นก็ใช่ว่าจะทำอะไรเหมือนกันได้”กรีนกล่าว ขณะที่บังคับเถาวัลย์ให้พาร่างของมาโมรุลอยตรงมาหาพวกเขา
เรดลุกขึ้นยืน ถอนหายใจเตรียมพร้อมเผชิญหน้า
“มาทำให้มันจบลงกันดีกว่า”
ร่างของเรดะโลงไปยังพื้นหิมะด้านล่างตรงดิ่งไปยังมินาโยะที่กำลังพยายามช่วยโทวะออกมาจากเถาวัลย์อยู่การกระทำของเด็กสาวในสายตาของเขานั้นดูว่างเปล่าและไร้ค่าเสียเหลือเกินเด็กผู้หญิงตัวเล็กไร้ซึ่งพลังกำลังพยายามต่อกรกับสิ่งที่ไม่อาจทำลายได้ ลบล้างได้หรือทำให้หายไปได้
การมีอยู่ของเธอนั้นมันช่างว่างเปล่าสิ้นดี
“ออกไปนะ! อย่าไปยุ่งกับยัยนั่นนะ!”
เสียงะโร้องโหวกเหวกของมาโมรุดังมาจากบนยอดเถาวัลย์ด้านหลัง ที่ซึ่งเรดไม่ได้สนใจเลยว่าคนที่ร้องะโอย่างสุดเสียงเพียงเพื่อ้าช่วยคนที่อยู่ตรงหน้าเขานั่นจะเป็ตายร้ายดีอย่างไรเด็กหนุ่มไม่ได้สนใจสิ่งใดมากไปกว่าร่างเล็กๆที่กำลังพยายามอย่างเอาเป็เอาตายเพื่อช่วยเพื่อนสนิทของตัวเองให้หลุดพ้นจากเถาวัลย์พอรู้สึกตัวว่าเขากำลังเข้ามาใกล้เด็กสาวก็หันมาจ้องมองเขาด้วยั์ตาสีฟ้าใสที่วาวโรจน์ความโกรธและความหวาดกลัวฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้นอย่างไม่ปิดบังั์ตาที่จ้องมองเขาอย่างไม่ละสายตานั้นทำให้เรดกระตุกรอยยิ้มออกมา
“สีหน้าเธอดูดีกว่าเมื่อก่อนมากเลยนะ เ้าหญิง”
เรดพูดกับมินาโยะขณะที่มือข้างหนึ่งเลื่อนไปปลดผ้าปิดตาข้างหนึ่งของตัวเองออก
“ถ้าตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอจะยังทำสีหน้าแบบนี้ได้อีกรึเปล่านะ”
มินาโยะไม่เข้าใจว่าเรดกำลังพูดอะไรกับเธอ เพราะในวินาทีต่อมาผ้าปิดตาของเรดก็ถูกปลดออก ั์ตาข้างที่ถูกปิดอยู่ของเขากำลังลืมขึ้นอย่างช้าๆมินาโยะมองเห็นแสงสว่างสีแดงสดปรากฏขึ้นตรงหน้าเพียงแวบเดียวเท่านั้นก่อนที่ภาพทั้งหมดจะปกคลุมไปด้วยสีขาวของหิมะที่ตกโปรยปรายลงมา
เสียงร้องะโของมาโมรุเริ่มลอยห่างไกลออกไป...
