เอ้ก อี้ เอ้กก เอ้กกกกกกกก !!!!!
เสียงไก่โห่ร้องดังลั่นกลางป่าเป็สัญญาณบ่งบอกว่า ชีวิตของชายแก่อดีตหัวหน้าสมาคมกระต่ายขาวกำลังหมดไปในไม่ช้า ดวงตาสองคู่เบิกโพลงขึ้นกลางป่าพยายามลืมตาสู้กับแสงอาทิตย์ที่กำลังผุดขึ้นทางทิศตะวันออกฉายแสงอัสดงลงบนทุ่งหญ้าจนทัศนวิสัยมองได้ไกลสุดขอบลูกหูลูกตาพลางรีบเร่งเก็บข้าวของเข้ามิติเซียนอย่างรวดเร็วโดยมิได้สนใจสิ่งรอบข้าง
เป็เวลาเดียวกับที่กระแสลมพัดกลิ่นบางอย่างโชยมาให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นไปทั่วปอดเป็ความรู้สึกดีจนเกินบรรยาย และเป็เวลาเดียวกับที่แสงของพระอาทิตย์สาดส่องลงบนยอดูเาลูกหนึ่งทำให้เห็นยอดหญ้าชนิดหนึ่ง ส่องแสงแวววับประกายสวยสดไปทั่วทั้งูเา
ปรากฎเป็ูเาที่เต็มไปด้วยหญ้าทองคำขึ้นอยู่ทุกหนทุกแห่งเป็ประกายทองเหลืองอร่ามตระการตา ราวกับสวน์ได้เปิดอยู่เบื้องหน้าเชื้อเชิญให้เขาเร่งรีบเข้าไปหา มันงดงามเสียจนร่างกายของชายหนุ่มสั่นเทาไปด้วยความปลื้มปิติมันช่างเป็ภาพทีสวยสดเสียเกินกว่าที่ชายคนหนึ่งจะสามารถจินตนาการได้ ตี้เฉินได้แต่ตะลึงงันให้กับความสวยสดงดงามแห่งธรรมชาติ นี่สี่นะที่เขาเรียกว่าธรรมชาติที่แท้จริง
ทันทีที่ตั้งสติได้สองขาก้าวทะยานขึ้นสู่เวหา พลางเหาะเหินเดินอากาศมุ่งตรงไปยังูเาที่เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าทองคำอย่างไม่รอช้า และจัดการเก็บเกี่ยวหญ้าเ่าั้เข้ามิติเซียนโดยเร็ว
เขาตรวจสอบดูหญ้าพวกนั้นแล้ว ล้วนเป็หญ้าทองคำที่มีคุณภาพดีเยี่ยมทั้งสิ้น ราวกับพร้อมให้เขาเก็บเกี่ยวเพื่อนำมาใช้งานได้ตามใจชอบ แต่ก็ไม่สามารถเก็บเกี่ยวมันมาได้ทั้งหมดเพราะมิฉะนั้น วัฏจักรของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในระแวกเขานี้จะถูกทำลายเสียหมด ดังนั้นจึงเก็บเกี่ยวมาพอประมาณใช้งานเพราะ้านำไปใช้ผลิตโอสถปลุกพลังอีกหลายขนานรวมทั้งเขาอยากที่จะเก็บเอาไว้ใช้ผลิตโอสถปลุกพลังที่ระดับสูงกว่าระดับ 9 ขึ้นไปในภายภาคหน้า หรือเรียกง่าย ๆ ว่า …
โอสถปลุกพลังระดับ 10 นั่นเอง !
ใช้เวลาเก็บอยู่ครู่หนึ่ง สายตาเหลือบไปเห็นรังนกั์ชนิดหนึ่ง ห่างจากตัวเขาได้ไม่กี่ก้าว ในรังที่ถูกสร้างจากเศษหญ้าทองคำมันถักทอจนเป็รังที่แข็งแรงดีเยี่ยม ในรังพบเศษเปลือกไข่มากมายแต่กลับพบลูกนกตัวน้อยกำลังชูคออ้าปากร้องเรียกพ่อแม่ของมันอยู่เพียงตัวเดียว ขนของมันออกสีน้ำตาลดูคล้ายลูกของเหยี่ยว
แต่ที่ประหลาดใจออกไปนั่นคือ นกตัวนี้มีตาที่สามอยู่ระหว่างคิ้วของมัน ตามความทรงจำของมันที่นึกขึ้นได้อย่างเฉียบพลันทันที ว่านี่คือรังของ เหยี่ยวสามตา อย่างแน่นนอน ! หนึ่งในบรรดาสัตว์ของเหล่าทวยเทพที่ได้เลี้ยงเอาไว้ โชคยังดีที่ เหยี่ยวสามตา นั้นเป็มิตรกับมนุษย์ พวกมันกินแต่สัตว์เลื้อยคลาน ปลา และแมลงเป็อาหารหนึ่งในนั้นก็คงไม่พ้นงูหางพิษแน่นอน
ลูกนกน้อยตัวแดง ๆ กำลังชูคอ อ้าปากร้องด้วยความหิวโหยราวกับมันไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว
“ เ้านกน้อยพ่อแม่ของเ้าอยู่หนใดกัน ”
สัญชาตญาณอันแรงกล้าที่บ่งบอกให้เขารู้อีกครั้งว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจับจ้องมันอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนั้นเอง !
พลางรีบหันไปสบสายตานั้นทันที
ครั้งนี้เป็ร่างของเหยี่ยวสามตาขนาดใหญ่ ลำตัวและปีกของมันใหญ่พอที่จะหิ้วงูหางพิษตัวที่ตี้เฉินเจอเมื่อคืนได้อย่างสบาย ๆ ปีกของมันยาวถึงสองศอก ขาของมันใหญ่พอ ๆ กับมือของมนุษย์ ขนสีน้ำตาลสวยงดงามราวกับขนของหมีน้ำตาล อุ้งเท้าหนาสีเหลืองที่ประดับอาวุธประจำตัวของมันด้วยกรงเล็บยาวพอจะสามารถเฉือนคอหอยมนุษย์ได้สบาย ๆ และปากตะขอที่สามารถเจาะทุกอย่างให้เป็รูได้ภายในเสี้ยววินาที ไม่ผิดแน่ที่มันจะเป็แม่ของเหยี่ยวตัวนี้ แต่ที่แปลกใจคือมันกำลังนอนหายใจรวยรินจ้องมองมาที่เขาราวกับกำลังขอความช่วยเหลือพร้อม ๆ กับแผลที่ถูกเขี้ยวของงูกัดเข้าที่ปีก
ใกล้ ๆ กันนั้นพบซากศพของงูหางพิษนอนตายอยู่ไม่ห่างกันสภาพศพของงูตัวนั้น ลำตัวงูขาดเป็ครึ่งท่อนบ่งบอกได้ว่าแม่นกตัวนี้ได้ต่อสู้กับงูหางพิษที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมันอย่างดุเดือดเพื่อยอมสละชีวิตตนปกป้องลูกน้อย ๆ จากอสรพิษตัวนี้ ปล่อยทิ้งลูกน้อยตัวสุดท้ายของมันให้หิวโซอยู่ในรังเพียงตัวเดียว
หากเขาปล่อยให้แม่นกนั้นต้องนอนทนทุกข์ทรมานด้วยอาการอัมพาตอยู่เช่นนั้นก็คงจะเป็การทรมานมันไปเสียเปล่า…พิษอัมพาตของงูหางพิษนั้นถ้าหากเข้ากระแสเืไปแล้วก็ไม่อาจที่จะถอนพิษได้จนกว่าพิษจะหมดฤทธิ์์ไปเองในอีกสามปี
ดังนั้นการการุณยฆาตรจึงเป็หนทางเดียวที่จะปลดปล่อยให้แม่นกตัวนี้ไม่เจ็บไม่ปวดและไม่ทุกข์ทรมานอีกต่อไป…
“ อนิจจา…สัตว์โลกย่อมเป็ไปตามกรรม "
กล่าวอำลาแม่นกตัวนั้นแล้วพลางเริ่มร่ายรำ กระบวนท่าฝ่ามือสะบั้นนภา อย่างรวดเร็ว สองมือหมุนประสานพลางปลดปล่อยลมปราณออกมาให้บางและแข็งแกร่งที่สุด มันเป็การร่ายรำที่ดูแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจราวกับเป็การแสดงความรักและความเมตตาเพื่อให้แม่นกนั้นใว้วางใจว่ามันจะไม่เ็ปอีกต่อไป… เมื่อหมุนตัวได้รอบสุดท้ายเขาตัดสินใจเหยียดแขนพลางหมุนตัวส่งแรงออกไปอย่างรวดเร็ว คลื่นลมปราณขนาดเล็กตัดผ่านคอแม่นกตัวนั้นออกอย่างรวดเร็ว…
" ขอให้เ้า…ไปสู่ภพภูมิที่ดีด้วยเถิด… ”
ฟิ้วววววววว !
…
จัดการเสร็จพลันเก็บขนของแม่นกมาด้วยเผื่อที่จะนำมาใช้เป็โอสถในภายภาคหน้า พลางหันมาที่ลูกนกน้อยและใช้ต่างหูมิติเซียนหยิบชิ้นเนื้องูหางพิษที่เหลือจากเมื่อคืนออกมา และนั่งลงบรรจงป้อนเนื้อลงปากลูกนกตัวนั้นด้วยความเมตตาราวกับเขาเป็พ่อแม่ของมันเสียแล้ว
“ กินเข้าไปเสียต่อแต่นี้ไปข้าคือพ่อของเ้า ”
ลูกนกน้อยพยายามขย้อนเนื้องูชิ้นเล็ก ๆ ลงคอไปด้วยความหิวโหย ตี้เฉินก็พลันหวนให้ชวนคิดถึงความโหดร้ายของธรรมชาติที่ไม่ว่าจะโหดร้ายเพียงใดนั้นก็ไม่อาจเทียบเท่าได้กับความโเี้ของน้ำมืุ์อีกแล้ว สัตว์ป่านั้นเข่นฆ่ากันเพื่อเอาชีวิตรอดและประทังชีวิตในป่าแต่กลับกันมนุษย์ต่างเข่นฆ่าแย่งชิงกันเพื่อหวังจะได้สิ่งที่พวกมัน้าไปเสียทุกสิ่ง เป็ครู่หนึ่งที่เขาไม่สามารถอดคิดได้ว่าเหตุใดกันที่์จะต้องส่งเขากลับมารับใช้กรรมต่อด้วย แทนที่จะปล่อยให้เขาได้ตายจากไปอย่างสงบเฉกเช่นแม่นกตัวนั้น…
แต่ก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้อีกเื่ทันที …
“ หรือว่า…จะไม่ใช่์ที่ส่งข้ากลับมา !”
แววตาฉายโพลงขึ้นพลันนึกขึ้นได้ถึงเื่ราวในอดีตก็เคยมีผู้ที่ฟื้นจากความตายมาด้วยเคล็ดวิชาโบราณบางอย่างที่หายสาบสูญไปแล้ว เพียงแต่เขาไม่สามารถจดจำมันได้เท่านั้นเอง !!
“ ตาเฒ่าเย่วหนานก็เคยฟื้นคืนชีพด้วยเคล็ดวิชาหรือโอสถ…ชนิดใดกันนะ ทำไมจู่ ๆ ข้าก็เกิดจำเื่ราวเ่าั้ไม่ได้ ! ”
ยิ่งคิดก็ยิ่งเกิดอาการปวดหัวขึ้นมาอย่างหนัก !
" แต่ก็ช่างมันเถอะ ! "
กระนั้นเื่ราวเ่าั้ยังคงไม่ค่อยสำคัญกับตัวเขาเสียเท่าไหร่ ความเป็ความตายของบิดามันตอนนี้ต่างหากที่สำคัญที่สุด เพราะหลังจากที่เขาเก็บเกี่ยวหญ้าทองคำเสร็จแล้วเขาจะต้องดำลงไปเก็บสาหร่ายมรกตใต้น้ำลึกอีก
เขาใช้เวลาอยู่ไม่นานก่อนที่จะปิดมิติเซียนลงและรีบพุ่งทยานกลับไปที่หมู่บ้านประกายเงินด้วยความเร่งด่วน แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะพาเ้าลูกนกตัวน้อยจับใส่มิติเซียนกลับมาเลี้ยงดูอย่าง ลับ ๆ อีกด้วย
พลางทะยานเหินด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูงสุด เขาสามารถเหาะเหินได้รวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้นเพราะด้วยระดับลมปราณที่สูงขึ้น
.
.
.
ผ่านมาร่วมครึ่งวันก็มาถึงปากทางเข้าหมู่บ้านประกายเงิน หลินเซียวที่ยืนคอยท่าอยู่ ถือถุงกระสอบประหลาดที่ดูเปียกโชกไปทั้งใบ ตี้เฉินเหาะลงไม่ห่างจากร่างบางนักพลันรีบวิ่งไปหาหลินเซียวและเริ่มถามไถ่
“ ในกระสอบนั่น…มันคืออะไร ? ” เขากล่าวถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ
“ มันคือสาหร่ายมรกตนายท่าน ชาวบ้านต่างร่วมแรงร่วมใจกันดำลงไปหาใต้ลำธารข้างหมู่บ้านมาให้ท่านกันเลย ” นางกล่าวตอบพลางยิ้มร่าด้วยความภาคภูมิใจ
“ เป็เช่นนั้นหรือ ” ตี้เฉินเริ่มส่งยิ้มกลับราวกับเริ่มมีหวังขึ้นมาเสียจนใบหน้าเริ่มเปลี่ยนสีกลับมายิ้มแย้มอีกครั้งเพราะมีคนช่วยให้เขาไม่ต้องลำบากเพิ่ม
“ ข้าไม่คิดเลยว่าพวกชาวบ้านจะมีน้ำใจไมตรีต่อท่านขนาดนี้ ” ร่างบางยังคงกล่าวชมเชยไม่หยุด ตี้เฉินเองก็หันกลับไปหาพวกชาวบ้านที่ยืนมุงดูพวกเขาสองคนอยู่
“ ขอบใจพวกเ้ามากนะตู้ชิง ข้าจะรีบส่งของกลับมาเพื่อเป็การตอบแทนน้ำใจพวกเ้าให้เร็วที่สุดเลย ”
“ ไม่เป็ไรขอรับนายท่าน ถ้าหากเทียบกับที่ท่านทำให้พวกเราแล้วเื่แค่นี้ ข้าถือว่าเล็กน้อยมาก ๆ ” ชาวบ้านตอบกลับด้วยรอยยิ้มแห่งความจริงใจ
“ ถ้าเช่นนั้นข้าฝากความคิดถึงไปให้พ่อของเ้าด้วยล่ะ ตู้ ชิง ”
“ ขอรับ ”
“เอาล่ะหลินเซียวเรารีบกลับกันเถอะ ”
“ คะ นายท่าน ! ”
.
.
.
การเดินทางจากหุบเขาโอสถเพื่อกลับไปยังเมืองหนานโจวกินเวลาไปร่วมครึ่งวันเมื่อกลับมาถึงสมาคมกระต่ายขาวแล้ว ก็ได้เวลาพลบค่ำเสียพอดี เขาจะต้องรีบพักฟื้นลมปราณให้พร้อมเพื่อในวันพรุ่งเขาจะต้องผลิตยาถอนพิษออกมาให้สมบูรณ์ที่สุด เพราะเป็วันสุดท้ายก่อนที่ไก่โห่ครั้งต่อไปพ่อของเขาจะสิ้นลมหายใจทันที…
ข้อสำคัญในการหลอมรวมโอสถสำหรับถอนพิษนั้นก้คือการใช้เวลา และ การใช้ลมปราณไม่ให้ขาดต่อเนื่องเป็เวลาเต็มวัน นั่นก็คือเขาไม่สามารถทำพลาดได้เลยแม้ตแต่ครั้งเดียว แต่สำหรับตี้เฉินแล้วเพียงเข้าไปหลอมโอสถภายในมิติเซียน เวลาก็ถูกย่นย่อลงไปแล้วครึ่งวัน
ดังนั้นเขาควรจะพักผ่อนเพื่อรวบรวมลมปราณให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
เมื่อถึงหน้าประตูสมาคมเขารีบวิ่งขึ้นไปที่ห้องของตี้เทียนด้วยความรีบเร่ง สองมือผลักประตูโพล่งเข้าไปอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อที่จะเข้าไปช่วยดูอาการบิดาของมันด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
ปั้ง !
“ ท่านอา ! อาการของเขาเป็อย่างไรบ้าง ”
ตี้เฉินนั่งลงข้าง ๆ เตียงของเฒ่าแก่ตี้เทียน และใช้สองมือกุมมือข้างขวาที่เย็นเฉียบราวกับคนตายใบหน้าของเฒ่าแก่เองก็เริ่มซีดขาวจนไม่เหลือสีเืบ่งบอกว่าเขากำลังจะจากไปในอีกไม่กี่ชั่วยามนั่นเอง
“ ท่านพ่อไม่ต้องห่วงพรุ่งนี้ท่านก็หายดีแล้ว ! ”
“ อาการของตี้เทียน….ทรุดหนักลงเรื่อย ๆ… ตี้เฉินเ้าได้ของมาครบแล้วใช่หรือไม่ ”
“ ใช่ท่านอา ”
“ ดี ! งั้นเ้ารับรากบัวหิมะตัวนี้ไปและจงรีบหลอมรวมมันซะก่อนที่จะไม่ทันการ เ้าต้องหลอมมันทั้งวัน เพราะพรุ่งนี้คือไก่โห่ครั้งสุดท้ายแล้ว รีบพักผ่อนซะ ชีวิตพ่ออยู่ในมือของเ้า ! ”
เขาพยักหน้าตอบรับท่านอาด้วยสายตาเยือกเย็นเด็ดขาดพลันยื่นมือรับรากบัวหิมะที่ท่านอายื่นให้ พลางรีบเดินออกจากห้องที่เฒ่าแก่ตี้เทียนพักฟื้นอยู่ เป็เวลาเดียวกันที่หลินเซียวเดินผ่านมาพอดี สายตาทั้งสองคู่จับจ้องกันได้สักพักก็เป็ฝั่งของหลินเซียวที่เอ่ยปากพูดก่อน
“ อะ…เอ่อ…นายท่าน…พรุ่งนี้…พยายามเข้านะ ” พูดเสร็จนางรีบเดินหายจากไปเข้าห้องของนางอย่างรวดเร็ว
แต่เขาก็สังเกตได้ทันว่าสีหน้าของนางแดงดั่งมะเขือเทศ แถมนางยังส่งรอยยิ้มที่ชวนให้หายเหนื่อยเป็ปลิดทิ้งทันทีที่ได้เห็น เห็นแล้วก็อดที่จะแสยะยิ้มออกมาที่มุมปากไม่ได้ :)
“ เอาล่ะ ! ที่เหลือก็เป็หน้าที่ของเราแล้ว ”
เขารีบเดินกลับห้องด้วยกำลังใจที่เต็มเปี่ยม แต่นั่นก็ยังคงมีเวลาเหลือสำหรับการทดลองอะไรบางอย่าง
ยาปลุกพลังระดับ 10 ยังไงล่ะ !
ครั้นเมื่อถึงห้องพักแล้วจัดแจงวางของล็อกประตูให้เรียบร้อยและเดินเข้ามิติเซียนไปอย่างง่ายดาย เพื่อที่จะเริ่มการหลอมรวมโอสถปลุกพลังระดับ 10 ออกมาให้จงได้ !
เดิมทีโอสถปลุกพลังระดับ 9 ต้องนำหญ้าเง็กเซียนมาหลอมรวมกับขนของไก่ฟ้า จึงจะได้มาซึ่งโอสถระดับ 9 ที่เปล่งประกายแสงสีเงิน แต่ถ้าหาก้าให้คุณภาพของโอสถพุ่งทะลุปรอท เป็ระดับ 10 อาจจะต้องใช้วัตถุดิบที่มาจาก์เฉกเช่นขนของเหยี่ยวสามตา และหญ้าหายากอย่างหญ้าทองคำคุณภาพดีเยี่ยม
เป็เคล็ดความรู้โบราณที่ไม่อาจมีใครรู้เพราะเหยี่ยวสามตานั้นถือเป็สัตว์ที่หาได้ยากและหนทางที่จะเข้าไปเอามานั้นเต็มไปด้วยอันตรายมากมายแต่ขนที่เขานำมาใช้หลอมรวมนั้นก็ได้มาจากแม่ของเหยี่ยวน้อยที่เขารับมาดูแลในห้วงมิติเซียนแห่งนี้นั้นเอง
พลางเริ่มโคจรลมปราณมหาศาลส่งผ่านทะลุออกมาทางมือซ้ายพลางหมุนมือขวาปลดปล่อยลมปราณมหาศาลออกมาเช่นกัน ในตอนนั้นเองที่เปลวเพลิงสีทองได้เริ่มลุกไหม้ประกายขึ้นสว่างเจิดจ้าไปทั่วมิติเซียน ขนของเหยี่ยวสามตา และหญ้าทองคำคุณภาพดีเยี่ยมกำลังประสานเข้าด้วยกันกลางอากาศจนกำลังแปรเปลี่ยนเป็โอสถที่เรียกได้ว่าเมื่อกลืนโอสถนี้ลงไปแล้ว ระดับลมปราณจะพุ่งทะยานทะลุเต็มขั้นเลยทีเดียว !
“ ย้ะ ! ”
เพียงแค่ถ่ายทอดลมปราณนั้นยังไม่เพียงพอ เขาต้องรีดเค้นกำลังภายในไปสู่โอสถเม็ดสีทองเรืองรองนั้นทั้งหมดเพื่อจุติโอสถปลุกพลังระดับ 10 ขึ้นมาอีกด้วย !
ควันหมอกประกายทองมากมายพวกพุ่งออกมาจากโอสถปลุกพลังเม็ดนั้น อย่างเหลือเชื่อ ! มันคือโอสถที่สวยงามที่สุดเท่าที่เขาจะเคยเห็นมันอีกแล้วใน่พันปีที่ผ่านมา
“ สำเร็จ !!!! ”
ถ้าหากอ่านแล้วถูกใจอย่าลืมกดติดตามและคอมเมนต์เพื่อให้กำลังใจหรือติชมกันได้นะครับ