บทที่ 6 เอาชนะใจ
ภายในกระโจมหลังใหญ่ที่เงียบงัน มีเพียงเหยียนจงกับไฉเฉิงเท่านั้น ยามนี้คิ้วของท่านแม่ทัพขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความกลัดกลุ้ม จู่ ๆ น้ำเสียงเย็นะเืก็ดังลอดลำคอออกมา
"เ้าหนุ่มน้อยที่เ้าสงสัยว่าเป็สตรี ก็คืออันลี่หลิน นางปลอมตัวเข้ามาในกองทัพของเรา ตราบใดที่ข้ายังสืบรู้ไม่ได้ว่านางทำไปเพื่ออะไร เ้าห้ามแพร่งพรายเื่นี้เด็ดขาด มิเช่นนั้นเื่เล็กจะกลายเป็เื่ใหญ่เอาได้" ไฉเฉิงไม่ได้กลัดกลุ้มเื่ราชการ แต่กลัดกลุ้มเื่ของนางอยู่ตลอด
เสร็จจากเื่นี้สองหนุ่มก็หารือเื่การบ้านการศึกตามลำพัง ด้านลี่หลินยุ่งกับการเก็บสัมภาระเข้ากระโจม สักพักหนึ่งก็รู้สึกเหนื่อยล้าเพราะเสียแรงมาก มือเล็ก ๆ คว้าเข้าไปในชายแขนเสื้อ กวาดหาของกินอยู่พักหนึ่งก็พบแต่ความว่างเปล่า
"แป้งทอดชิ้นสุดท้ายของข้า! คงไม่ใช่หล่นหายขณะเดินทางหรอกนะ"
ลี่หลินได้แต่ถอนหายใจออกมายาว ๆ ทีหนึ่งแล้วทำคอตกไหล่ห่อ ท้องของนางร้องโครกครากด้วยความหิวโหย กว่าจะถึงมื้อเย็นก็ต้องรอเกือบหนึ่งชั่วยาม (สองชั่วโมง) ให้รอนานขนาดนั้นไม่ไหวหรอกนะ มีสิทธิ์หิวตายกันพอดี
ขณะที่พลทหารส่วนใหญ่พักผ่อนเอาแรง ลี่หลินแอบย่องเบาไปที่โรงครัว ทำทีเข้าไปสำรวจครัวเพื่อที่จะได้คุ้นเคยกับภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง โชคดีที่ในกระชอนเหลือแป้งเปี๊ยะหนึ่งแผ่น ไม่ทราบว่าของผู้ใด ขอเพียงเอ่ยปากขอกับลม นั่นเท่ากับว่าได้ขอเ้าของแล้ว
ปากเล็ก ๆ คาบหมับเข้าที่แป้งกรอบ จ้องซ้ายแลขวารีบตักเกี๊ยวน้ำที่เหลือคาหม้อใส่ชามส่วนตัว จากนั้นก็รีบวิ่งปรูดด้วยความเร็วออกจากชายคา มานั่งเอนหลังพิงต้นไม้อย่างสบายใจ
เสียแต่ว่าทุกครั้งที่กลืนแป้งเปี๊ยะลงท้องตามด้วยกลืนเกี๊ยวไส้ผักลงไป สีหน้าของนางฝืดเฝื่อนราวกินอิฐกินปูน นี่มันอาหารรสชาติบ้าบออะไรกัน ถึงได้เลวร้ายขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าทหารทั้งหมดต้องกินอาหารรสชาติไม่สมประกอบพวกนี้ทุกวัน
ครานี้ลี่หลินเริ่มรู้สึกพอใจขึ้นมาในทันที ที่ได้รับเลือกให้ไปทำงานในโรงครัว อย่างน้อยนางก็จะได้ไม่ต้องทนกินอาหารหยาบกระด้างเช่นนี้ถึงสามมื้อ แต่ก็ไม่แปลกที่อาหารในหนานซีจะมีรสชาติไม่เอาไหนเช่นนี้ นั่นก็เพราะค่ายทหารมีแต่ทหารและทหาร จะไปมีพ่อครัวที่มีพร์พวกนั้นได้อย่างไร
นับว่าเป็วาสนาปากของทุกคนจริง ๆ ที่ลี่หลินปลอมตัวเข้ากองทัพมาครานี้ ระหว่างที่นั่งรำพึงรำพันไปพักใหญ่ ลี่หลินก็ต้องหยุดชะงักฉับพลันเมื่อเห็นกว่านเฟยยืนโบกมือ ทำท่าว่อกแว่กอยู่หน้าทางเข้า โชคดีที่เวลานี้เป็่คาบเกี่ยวของเวรยาม มิเช่นนั้นสหายกองทัพคงได้ลากเ้าทึ่มกว่านเฟยมาสอบสวนแน่
"เ้ามาทำอะไรที่นี่ หากคนอื่นเห็นเข้าว่าพลทหารธรรมดาอย่างข้าข้องแวะกับบุตรของขุนนางใหญ่ ตัวข้าจะตกเป็เป้านิ่งเอาได้" ลี่หลินพูดตวัดหางเสียงด้วยความไม่พอใจ
"เสี่ยวหลินเ้ายังไม่หายโกรธข้าอีกหรือ ข้าเป็ขุนนางบุ๋น วัน ๆ หมกตัวเองอยู่แต่กับตำรา จะให้ข้าแกว่งกระบี่หนักอึ้งพวกนี้เป็เพื่อนเ้า ข้าสู้ไม่ไหวหรอกนะ" กว่านเฟยส่งสายตาเว้าวอนให้นางใจอ่อนและเข้าใจ
"กว่านเฟยเ้าเด็กทึ่ม เห็นข้าเป็คนใจแคบขนาดนั้นเชียวรึ ข้าก็แค่ห่วงเ้าที่โผล่มาหนานซีคนเดียวเช่นนี้ หากไม่จำเป็ก็อย่ามารุ่มร่ามเชียว" ลี่หลินหันกลับไปส่งยิ้มให้คู่สนทนาพลางสั่งสอน
"ข้าเอาเสื้อคลุมหนังจิ้งจอก กับผ้าห่มขนแกะมาให้เ้า กลางคืนลมแรงนัก อาศัยอยู่ในกระโจมดักดานเ่าั้ กลัวว่าสตรีร่างกายบอบบางเช่นเ้าจะเจ็บป่วยเอาได้" กว่านเฟยเอื้อนวาจาอ่อนโยนคลุกเคล้าไมตรีส่งให้ลี่หลินอย่างจริงใจ
"ขอบคุณเ้ามาก ข้าไปล่ะ" ลี่หลินโบกมือลาทิ้งไว้เพียงประโยคห้วนสั้น
ทั้งที่กว่านเฟยพยายามส่งต่อความห่วงใยให้แก่นาง แต่ลี่หลินคนนี้กลับทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นและไม่สนใจ นางทำให้กว่านเฟยอดคิดไม่ได้ ว่าอันลี่หลินที่เขาเคยรู้จัก เปลี่ยนไปมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ อะไรกันที่ทำให้นางเปลี่ยนเป็สตรีใจกล้า โลดโผน เด็ดเดี่ยว และหยาบกระด้างเหมือนท่อนไม้
แม้ว่าลี่หลินรีบสาวเท้าไวกลับเข้าฐานทัพหนานซี แต่ใบหน้าของนางเอาแต่ผินมองกว่านเฟยไม่ลดละ เพราะความไม่ระมัดระวังเหล่านี้ลี่หลินจึงชนเข้าอย่างจังที่แผงอกอันแข็งแกร่งดุจหินผาของท่านแม่ทัพ ครั้นแหงนหน้าขึ้นไปมองก็ต้องสะดุ้งโหยงด้วยความใ
"แอบนัดพบคนนอกงั้นรึ รู้หรือไม่ว่าผิดกฎ ข้าขอสั่งให้เ้าไปเก็บมูลม้าที่จุดพักม้า ถือเป็การลงโทษที่สมน้ำสมเนื้อ!" ไฉเฉิงกล่าวเสียงเรียบแต่น่าเกรงขาม
ลี่หลินได้แต่ผงกหัวหงึกหน้ารับทราบ จากนั้นเดินไหล่ห่อคอตกหอบผ้าห่มขนแกะกลับไปเก็บที่กระโจม จากนั้นก็ไม่รอช้าที่จะพาร่างง่อนแง่นของตัวเองตรงไปยังจุดพักม้าตามคำสั่ง
สาวงามในร่างของชายหนุ่มกวาดมูลม้าอย่างทุลักทุเล ในใจของนางก่นด่าไฉเฉิงว่าใจจืดใจดำไม่รู้จักผ่อนปรน ทั้งที่รู้แจ้งอยู่แก่ใจว่านางเป็สตรียังจะออกคำสั่งกลั่นแกล้งคนอีก คิดไปพลางไม่ทันระวังตัว ก็ถูกม้าตัวโปรดคู่กายของไฉเฉิง ดีดหางที่ยาวเฟื้อยฟาดหน้านางอย่างแรง
อันที่จริงเ้าทมิฬไม่ได้ก้าวร้าวแต่อย่างใด บางทีมันอาจจะรู้สึกไม่คุ้นกลิ่นของลี่หลิน จึงอารมณ์แปรปรวนก้าวร้าวขนาดนั้น ลี่หลินจะไม่ติดใจอันใดเลยหากเ้าม้าทมิฬแค่กระฟัดกระเฟียดใส่นางอย่างเดียว แต่มันดันอึกระเด็นใส่หน้านางเต็ม ๆ อย่างเืเย็น
สตรีที่ว่าแน่ยังต้องแพ้ให้กับกลิ่นที่รุนแรง พลังทำลายล้างของมันสูงมาก เพียงอึดใจเดียวที่ลี่หลินเผลอสูดลมหายใจเข้า ดวงตากลมที่งดงามของนางเหลือกโลน ลิ้นแข็งเกร็ง ตัวเย็นปากคว่ำ ล้มหงายหลังหมดสภาพคาคอกม้า
"หึ สมน้ำหน้าที่กล้านัดพบชายอื่น" ไฉเฉิงไพล่หลังมองอยู่ในที่ลับ ชายหนุ่มเห็นเหตุการณ์ั้แ่ต้นจนจบแต่ไม่คิดช่วยเหลือ ไม่เพียงเท่านั้นยังแอบแสยะยิ้มเย้ยหยันออกมาอย่างเืเย็น ไม่ได้ต่างไปจากเ้าม้าทมิฬสักเท่าไหร่
"ท่านแม่ทัพ นี่ท่านหัวเราะหรือขอรับ?" เหยียนจงตกตะลึงอึ้งงันแทบพูดไม่เป็ภาษา จำไม่ได้ว่านานเท่าไหร่แล้ว ที่ท่านแม่ทัพมู่ไม่มีรอยยิ้มบนใบหน้า ดังนั้นการมาของนางก็เปรียบเสมือนปาฏิหาริย์ที่เปลี่ยนตอไม้ให้เป็เถาวัลย์ได้
"ใครบอกว่าข้าอารมณ์ดี เหยียนจงเ้าตาฝาดแล้ว หาเวลาไปตรวจสายตาบ้างก็ดี" ไฉเฉิงหุบยิ้มพลัน พลางลั่นวาจาแข็งกระด้างออกมากลบเกลื่อน ยกมือไพล่หลังแล้วเดินจากไป
"ดะเดี๋ยวก่อนขอรับ ปล่อยไว้เช่นนี้จะดีหรือขอรับ" เหยียนจงะโไล่หลัง
"ข้าพูดั้แ่เมื่อใดว่าจะปล่อยไว้! ลากคนเข้ากระโจมใหญ่ของข้าให้เร็วไว" ไฉเฉิงหยุดสาวเท้าพร้อมปรายหางตากลับมาดุเหยียนจงปราดหนึ่ง จากนั้นเปล่งเสียงเข้มขึ้นสามระดับเพื่อเอื้อนสั่ง
แสงสุริยันค่อย ๆ มืดม้วยลง ร่างของลี่หลินถูกลากมาส่งที่กระโจมใหญ่อย่างทุลักทุเล ไฉเฉิงเตรียมอ่างน้ำอุ่นไว้สำหรับนาง เพื่อความปลอดภัยเขาใช้ผ้าโพกปิดหน้า จากนั้นก็ใช้ไม้พายขนาดใหญ่กวน ๆ ถู ๆ ไปตามเนื้อหนังของนางเพื่อขจัดก้อนโคลนและคราบมูลม้า ประหนึ่งกำลังปรุงอาหารในหม้อใหญ่
คาดไม่ถึงว่านางจะรู้สึกตัวเร็วกว่าที่คิด ลี่หลินปรือตามองไปที่ไฉเฉิงได้แต่หัวเราะร่วนด้วยความเอ็นดู ใครจะไปคิดว่าท่านแม่ทัพมู่ผู้เกรียงไกรจะยอมลดตัวมาทำเื่เหล่านี้ ชายหนุ่มได้ยินน้ำเสียงอึกอักเย้ยหยัน ก็รู้สึกไม่พอใจราวถูกหักหน้าและหยามเกียรติ จึงตัดสินใจกระชากผ้าโพกปิดหน้าออกพลัน
แต่แล้วไฉเฉิงก็ต้องนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเสื้อตัวนอกของนางแหวกเว้าจนเห็นเอี้ยมตัวน้อย แม้ว่าไฉเฉิงจะอายุมากแล้ว แต่เขาก็ยังเป็ชายหนุ่มที่ยังไม่เคยผ่านมือใคร ดังนั้นเื่เล็กน้อยเหล่านี้ก็สามารถทำให้คนบริสุทธิ์เช่นเขาวาบหวามจนใบหูร้อนฉ่าขึ้นมาได้
"วางใจได้ข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เอี้ยมสีขาวลายหงข้ายิ่งมองไม่เห็น" ไฉเฉิงใจเต้นแรงดังโครมครามเสียจนพูดจาผิดถูกไม่เป็ภาษา เพื่อรักษามารยาท เมื่อตั้งสติได้ชายหนุ่มก็รีบหันหลังพร้อมด้วยดึงฉากกั้นขึ้นมาบดบังให้นางอาบน้ำในทันที