บทที่ 32
ตกลงแล้วใครสวยกว่ากัน
"จำเอาไว้ไอ้คนทรยศ! ฉันออกไปได้เมื่อไหร่แกตายแน่!" กัปตันครูซเดินวนเวียนอยู่ในห้องลูกกรงสี่เหลี่ยมที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักมันถูกแยกออกเป็นสองฝั่งชัดเจน เพื่อนร่วมห้องขังจำนวนสิบกว่าคนหาใช่ใครอื่นนั่นคืออดีตลูกเรือของเขาที่มาถึงท่าล่วงหน้าก่อนเขาไม่กี่วัน จิตใจของพวกเขาเวลานี้รู้สึกห่อเหี่ยวตั้งแต่เหตุร้ายที่เกิดบนเรือจนกระทั่งมาถึงตอนนี้ ทั้งหมดไม่รู้ชะตาชีวิตของตัวเองจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร
ภายในความมืดมีเพียงแสงไฟสลัวจากคบเพลิงหน้าบานประตู ชายสวมใส่บ่วงคอเหล็กเดินเข้ามาพร้อมเชือกเส้นโตมัดข้อมือขาวเนียนทั้งสองข้างของสตรีใบหน้าคุ้นเคยเอาไว้ เส้นผมสีฟ้ายาวสลวยแปลกตาที่ไม่เห็นมาพักใหญ่ขยับเบาๆบนไหล่ทั้งสองข้าง เหล่าลูกเรือที่อยู่ในห้องขังต่างพากันถอยหนีไปจนสุดมุมห้องด้วยความหวาดกลัว มีเพียงชายชราจับลูกกรงไว้แน่นไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเห็น เสื้อผ้าของเธอมีคราบดินติดเต็มไปหมดรวมถึงบนใบหน้า เขาไม่คิดว่าจะได้เจอเธอในสถานที่แบบนี้
"ทำตัวดีดีล่ะ" ชายสวมบ่วงคอใช้กุญแจข้างเอวเปิดประตูลูกกรงอีกฝั่งแล้วผลักเธอเข้าไป เขารีบปิดประตูมองตรวจเช็คว่าไม่มีสิ่งใดผิดปกติแล้วเดินกลับออกไปยังทางเดิม
"องค์หญิง!" กัปตันครูซอุทานขึ้นมา เขาหลงลืมความแค้นไปชั่วครู่แต่เมื่อจ้องมองเธอสายตาก็หลบลงต่ำโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะเธออย่างนั้นหรือเรื่องทั้งหมดจึงลงเอยเช่นนี้ เพียงดูสีหน้าลูกเรือในห้องที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวนั่นคงแทนคำตอบได้ชัดเจน เหมือนว่าเอวาจะรู้ตัวถึงความผิดของตัวเองเอาแต่นั่งก้มหน้าอยู่ตรงมุมห้องไม่ยอมสบตาหรือพูดคุยกับใคร แต่ทั้งหมดแล้วจะโทษเธอทั้งหมดก็ไม่ได้ มันอาจเป็นเพราะความโลภในการกำจัดคู่แข่งทางการค้าของเขาเอง ที่พาเขามาเจอกับปัญหาแบบนี้ชายชราได้แต่ถอนหายใจนั่งพิงลูกกรงอยู่แบบนั้น
ใช้เวลาไม่นานประตูไม้เก่าๆก็เปิดขึ้นอีกครั้ง ชายผู้สวมใส่บ่วงคอผู้เดิมเดินเข้ามาด้วยความเหนื่อยหน่าย เวลานี้มันควรเป็นเวลาพักผ่อนของเขาแล้วแท้ๆ เขารีบเปิดประตูกรงฝั่งชายอย่างรีบร้อนผลักชายร่างท้วมเข้าไป แล้วตรวจเช็คว่ากรงดังกล่าวลงกลอนแน่นหนาดีจึงรีบเดินกลับออกไปอีกรอบ
"ว่าไงตาแก่..." น็อกซ์โบกมือให้ด้วยท่าทีไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเสียเท่าไหร่
"ทั้งหมดมันเป็นเพราะแก!" ชายชราลุกพรวดกระชากคอเสื้อเพื่อนร่วมห้องขังคนใหม่เอาไว้ เขารู้สึกอัดอั้นอยากหาใครซักคนเป็นที่ระบายอารมณ์ ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดีจนกระทั่งเจ้าพวกนี้โผล่มาทำให้ชีวิตของเขาต้องพังพินาศ
"ใจเย็นก่อนดิ...เจ้าแก่! ฉันมีแผน..." น็อกซ์ใช้มือปัดแขนอันไร้เรี่ยวแรงออกไปแล้วรีบเดินไปทางองค์หญิง
"นี่แกยอมโดนจับเพื่อเข้ามาหาเธออย่างนั้นหรือ!" กัปตันครูซมองประเมินชายร่างท้วมเหมือนกำลังตีราคาสินค้าราคาถูกชิ้นหนึ่ง วันนี้น็อกซ์ดูเหมือนขาดอะไรไปอย่างชายชราพยายามครุ่นคิดแต่ก็คิดไม่ออก
"องค์หญิง...พวกเรารีบออกจากที่นี่กันเถอะ..." น็อกซ์เกาะลูกกรงกระซิบไปยังฝั่งตรงข้าม
"ไม่มีทาง!" กัปตันครูซรีบพูดสวนขึ้นมาทันที
"ต่อให้เป็นเธอก็เถอะ พวกแกไม่รู้จักเจ้าพวกนี้อย่างนั้นหรือ?"
"เงียบน่าตาแก่!" ชายชราสะดุ้งเล็กน้อย ความเป็นจริงมันไม่มีใครจะหนีการตามล่าของเจ้าพวกนี้ได้ พวกมันกระจายตัวอยู่ทั่วไปหมดและยังมีกองกำลังอันแข็งแกร่งคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง แม้แต่อาณาจักรใหญ่ๆยังต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีปัญหากับพวกมัน
"อย่ารู้สึกแบบนี้เลยองค์หญิง ไม่ว่าอะไรพวกเราจะฝ่าฟันมันไปได้..." น็อกซ์แทบไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรต่อไปกับท่าทีนิ่งเฉยจมอยู่กับตัวเองเช่นนั้น ด้วยพลังของเธอมันเป็นเรื่องง่ายแสนง่ายหากเธอคิดจะออกไปจากที่นี่
"อย่า...อย่ามายุ่งกับคนแบบฉันเลย..." เป็นคำพูดแรกจากปากของเอวา
"ฉันทำให้ทุกคนเดือดร้อน..." เอวาได้แต่ก้มหน้าก้มตาจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง เธอยังรู้สึกได้ถึงผู้คนที่แตกละเอียดด้วยพลังที่เธอไม่สามารถควบคุมมันได้
"แล้วอีกอย่าง...ฉัน...ฉันไม่ใช่องค์หญิงอะไรนั่น แม้แต่ตัวฉันเป็นใครฉันยังไม่รู้จักตัวเอง..." เอวาขดตัวเองให้เล็กที่สุดหลบเข้าไปอยู่ตรงมุมลูกกรง จ้องมองเปลวไฟจากคบเพลิงด้วยความรู้สึกว่างเปล่า
"ปัง!" เสียงประตูไม้ถูกผลักเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง
"ท่านลีลีอานช้าก่อน...ท่านไม่ควรลงมาในที่แบบนี้...”
ชายสวมบ่วงคอคนเดิมใบหน้าตื่นตระหนกรีบเดินตามเข้ามาทันทีในใจก่นด่าว่าวันนี้มันวันอะไรกันถึงได้วุ่นวายเพียงนี้ สตรีผมสีดำท่าทางประหลาดกัดนิ้วชี้ของตนอยู่เสมอเดินเข้ามาด้านในห้องขังที่ทั้งแคบทั้งมืดแถมมีกลิ่นของเน่าเสียไม่ได้ถูกระบาย
"นี่มันบ้านของฉัน ฉันจะไปที่ไหนแกไม่เกี่ยว! เธออยู่ที่ไหน!" สตรีดังกล่าวกวาดสายตาไปทั่วห้อง ไปสะดุดกับสตรีผมฟ้าที่นั่งกอดเข่าอยู่มุมห้อง ชายผู้มีบ่วงคอชี้นิ้วสั่นๆไปยังเอวา เธอรีบสาวเท้าเดินเข้าไปมองหน้าให้ชัดเจนพินิจพิเคราะห์อยู่ครู่ใหญ่
"ก็ธรรมดา..." ลีลีอานโบกมือเป็นเชิงไม่ยอมรับ
"เจ้าพวกนั้นมันคงจะตาบอดเป็นแน่..." เธอบ่นพึมพำจับใจความไม่ได้
"ท่านเจ้าเมือง...ออกจากที่นี่กันเถอะ สถานที่สกปรกเช่นนี้ท่านไม่ควรลงมา" เขามีสีหน้าหวาดวิตกกับสตรีที่ดูเอาแต่ใจ ไม่ทันไรนิ้วชี้ที่เธอกัดไปมาอย่างเคยชินก็เกี่ยวบ่วงคอเอาไว้แล้วดึงร่างชายสวมบ่วงคอเข้ามาใกล้
"เอาล่ะ ทีนี้แกตอบคำถามของฉันมาซะดีดี" เขารู้สึกได้ว่านิ้วชี้ของเธอที่สอดเข้าไปในบ่วงคอ มันเหมือนมีอะไรขยับได้แต่เขากลัวจนไม่กล้ามองหรือสบตา
"ตอบมาเดี๋ยวนี้! ฉันกับยัยนั่นใครสวยกว่ากัน!" เริ่มมีเส้นเลือดชอนไชบนใบหน้าของลีลีอาน เธออยู่ในชุดหนังรัดรูปสีดำที่แหวกลงต่ำผ่ากลางลงไปตั้งแต่ทรวงอกจนถึงสะดือ พละกำลังของเธอช่างมหาศาลเพียงแค่ดึงนิ้วขึ้นชายผู้นี้ก็ตัวลอยขึ้นจากพื้นอย่างง่ายดาย
"เป็นท่านเจ้าเมืองอย่างแน่นอน!" เขารีบตอบแบบไม่คิดชีวิต เธอมีทีท่าว่าไม่เชื่อในคำตอบมองเข้าไปในดวงตาเพื่อเค้นหาความจริง ส่วนมืออีกข้างเพียงสะบัดนิ้วทั้งห้าก็ยาวออกไป มันพุ่งตรงไปยังสตรีผมสีฟ้าเส้นผมของเธอถูกกระชากเข้ามาใกล้ใบหน้าเอวาชนเข้ากับลูกกรงอย่างแรง
"ทีนี้ดูให้ดี! ว่าใครสวยกว่ากัน" เขาดิ้นทุรนทุรายลมหายใจเริ่มติดขัดบ่วงคอเหล็กกล้ามันเริ่มทำให้เขาหายใจไม่ออก
"ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!" น็อกซ์ทนไม่ไหวอีกต่อไปเมื่อเห็นองค์หญิงถูกทำร้ายโดยที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้ ชายผู้สวมบ่วงคอถูกวางลงพื้นอย่างนุ่มนวล เป้าหมายของเธอเปลี่ยนไปนิ้วมือทั้งห้าของเธออีกข้างพุ่งเข้าพันรอบลำคอของน็อกซ์แทน
"โอ้ว! เจ้าอัปลักษณ์แบบแกมีความเป็นห่วงเป็นใยเธออย่างนั้นหรือ...ได้ฉันจะให้แกตอบคำถาม" นิ้วยืดยาวนั้นเริ่มรัดลำคอแน่นขึ้น กัปตันครูซเห็นดังนั้นจึงรีบหลบเข้าไปนั่งรวมกับลูกเรือที่เหลือพยายามทำตัวให้กลมกลืนที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
"ตอบคำถามฉันมา! ระหว่างฉันกับเธอใครสวยกว่ากัน" มืออีกข้างยังคงจิกเส้นผมสีฟ้าไว้แน่น น็อกซ์แทบไม่สบตาสตรีตรงหน้าเลยได้แต่เหลือบมองสตรีผมฟ้าด้วยความอึดอัด
"ทุกคน! ทำอะไรกันอยู่เอ่ย..." เสียงอารมณ์ดีดังเข้ามาจากด้านนอก เขาโผล่หน้าเข้ามาดูก่อนก้าวเดินเข้ามายังส่วนของห้องขัง
"ลิเลียนเธอกำลังทำอะไร...เดี๋ยวสินค้าของเราก็เสียหายหมดหรอก" ผู้ที่เข้ามานั้นคือดันเต้นั่นเอง เขาแสร้งทำใบหน้าผิดหวังเล็กน้อย แต่คำพูดของเขานั้นได้ผลนิ้วมือยาวเหยียดรีบหดกลับมาเป็นมือปกติดังเดิม ลิเลียนบิดตัวไปมาซ่อนมือสองช้างไว้ด้านหลังดั่งเด็กน้อยกระทำความผิดแล้วถูกจับได้
"แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรให้เธอโกรธอย่างนั้นหรือ" แววตาที่ดูหวานฉ่ำมาพร้อมด้านหลังมือของชายหนุ่ม ลูบข้างแก้มของเธอไปจนเกือบถึงกึ่งกลางหน้าอก ส่งผลให้สตรีที่ถูกเรียกว่าเจ้าเมืองเริ่มทำตัวไม่ถูก สายตาเจ้าเล่ห์ของเขาเหลือบไปเห็นสตรีผมฟ้าต้องหยุดชะงักในความงามเล็กน้อยถึงแม้ใบหน้าของเธอจะมีคราบสกปรกติดจนทั่วหาได้สำคัญไม่ เธอจัดได้ว่าเป็นคนหนึ่งที่ดูน่าลุ่มหลงทีเดียวเขากระแอมไออย่างรู้งานแสร้งมองไปรอบๆ
"ที่รักเราไปจากที่นี่กันเถอะ...เหม็นเจ้าพวกนี้เสียจริงฉันอยากได้กลิ่นเธอมาทดแทนมากกว่าในเวลานี้" ดันเต้ดึงมือสตรีเอาแต่ใจเพื่อออกไปจากห้อง ทุกคำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอรู้สึกคล้อยตาม
"แต่...แต่ฉันอยากรู้นี่นา..." ลิเลียนเกร็งมือเล็กน้อย
"หืมม? รู้อะไรอย่างนั้นหรือ?" ดันเต้แสดงท่าทีฉงนเล็กน้อยซึ่งเขารู้คำถามเป็นอย่างดี
"ฉันได้ยินพวกข้างนอกนั่น กล่าวชมเธอไม่ขาดปาก แล้ว...แล้วฉันก็ได้ยินพอดี"
"มันเป็นอย่างนั้นเองหรอกเหรอ" ดันเต้พยักหน้าเบาๆเป็นเชิงเข้าอกเข้าใจยืนไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ก่อนดึงร่างสตรีผู้มีสีหน้าวิงวอนรอคำตอบเข้ามาในอ้อมแขนแล้วโอบกอดไว้แน่น ส่วนสายตาเหลือบไปยังลูกน้องของตนที่ยืนเหลือบซ้ายแลขวาอยู่อีกมุม เขากวักมือเป็นเชิงไล่ให้ออกไปไกลๆ
"เด็กน้อย...ในสายตาฉัน...เธอนั้นงดงามที่สุดแม่ดอกลิลลี่ของฉัน จะมีใครเทียบเธอได้กันเล่า..." เขาบรรจงใช้ริมฝีปากงับปลายหูของลิเลียนเบาๆ เธอยืนตัวเกร็งสองแขนโอบตอบการกระทำนั้นไว้แน่น เหมือนร่างของเธอถูกมนต์สะกดทุกข้อสงสัยถูกลบหายจนหมดสิ้น มีเพียงใบหน้าชายหนุ่มวนเวียนจนสติถูกบดบังด้วยใบหน้าอันหล่อเหลา
"ท่านดันเต้! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" กลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธรีบวิ่งเข้ามาทำลายบรรยากาศอันโรแมนติก เขารีบผละตัวออกจากเจ้าเมืองที่กำลังอยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความรู้สึกในทันที
"เรือ...เรือของพวกเรามันถูกเผา!"
"ห๊ะ! ว่ายังไงนะ!" ดันเต้เกิดโทสะเป็นอย่างมาก
"พวกแกมัวทำอะไร รีบไปดับไฟเดี๋ยวนี้!"
"ตะ...แต่...พวกเราเข้าไปไม่ได้…" ชายที่มีบ่วงคอทั้งหมดมีสีหน้าไม่มั่นใจ
"ทำไมจะไม่ได้! ฉันสั่งให้พวกแกลุยไฟพวกแกก็ต้องทำ!"
"คือว่า...มันจับตัวประกันไว้..."
"ฆ่ามันให้หมด ไม่ต้องไปสนใจ!" เขาออกคำสั่งทันทีเส้นเลือดบนหัวแทบจะปริออก
"แต่...แต่มันจับเจ้าอ้วนนั่นไว้…"
"เจ้าอ้วนคนไหน!" เขารีบเดินตามไปทันที มันมีเจ้าอ้วนเพียงไม่กี่คนในเมืองแห่งนี้หากไม่นับคนหนึ่งที่อยู่ในกรงก็เห็นทีว่าจะเป็นลูกค้ารายล่าสุดของเขา มือขาวเนียนของลิเลียนฉุดท่อนแขนชายหนุ่มรูปงามเอาไว้
"อยู่กับฉันเถอะดันเต้...อย่าไปเลย..." ลิเลียนดึงท่อนแขนนั้นไว้พร้อมส่งสายตาวิงวอน
"แม้ทั้งโลกจะมอดไหม้ ขอแค่..."
"เพี๊ยะ!!! อย่ามาเกะกะ!" มือของชายหนุ่มตบเข้าที่ใบหน้า อารมณ์ของเขาเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด น้ำตาลิเลียนซึมออกมาได้แต่มองแผ่นหลังชายอันเป็นที่รักเดินจากไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว