ตอนที่ 20
ความจริง
“ข้าบอกเ้าแล้วว่าให้หยุด”เป่าซิงเอ่ย พลางมองร่างแห่งจิตสำนึกที่วิบวับเลือนราง
หยางอี้ยืนอ้าปากกว้าง หอบหายใจ “ก็ใครใช้ให้เ้าโง่เง่าเช่นนี้เล่ามีที่ไหนกัน สิ่งของล้ำค่าเต็มตัว แต่กลับเอาประตูทางเข้าแห่งเดียวของคลังสมบัติไปแลก...”หยางอี้เอ่ยดัง่ต้น ก่อนจะพึมพำสบถเบามิให้อีกฝั่งได้ยินชัด เพราะเมื่อนึกย้อนสิ่งที่แลกนั้น ก็คือทางรอดสายเดียวของตนเอง
“เ้าไม่เป็ข้า เ้าไม่รู้หรอกว่า่เวลาคับขันเช่นนั้น ข้าไม่มีเวลามานั่งคิดเยอะ สิ่งใดผ่านแวบเข้ามา คว้าได้ก็ต้องคว้าเอาไว้ก่อน”
“ตกลง ๆ เื่นี้ข้าจะยินยอมปล่อยผ่านไปก่อนแต่ตอนที่ทะเลาะกัน เ้าเอ่ยกับข้าว่ายังมีหนทางอื่นอีกใช่หรือไม่”
“ใช่แล้ว มีอยู่ และข้าก็ดำเนินการมาั้แ่ต้นแล้ว”เป่าซิงเอ่ยดังมั่นใจ พลางเสกขวดแก้วที่บรรจุโลหิตแดงฉาน โลหิตวิเศษที่กำลังเต้นเร่าอยู่ภายในราวกับว่ามันมีความคิดเป็ของตนเอง และไม่ยินยอมถกกักขังอยู่ในขวดเล็ก ๆ ใบนี้
“โลหิตนั่นอย่าบอกนะ ว่า...” หยางอี้เหม่อค้าง มองดูของเหลวในขวดราวกับว่าตนเองพบคำตอบส่วนหนึ่งของเื่ราว
“มันคือ...หมึกโลหิตเทวะที่ซ่อนอยู่ร่างเ้าั้แ่เกิดนั่นละ”
“เื่ทั้งหมดมันเกี่ยวข้องกัน”
นับั้แ่ที่มันปรากฏตัวออกมาในมิติเวิ้งว้างครานี้เป่าซิงเพิ่งยิ้มออกอย่างแท้จริงเป็คราแรก “ใช่เกี่ยวเนื่องกันทั้งหมดเพราะมีสิ่งของอีกชิ้น ที่ข้ามิอาจเก็บซ่อนเอาไว้ในร่าง”
“สิ่งนั้นล้ำค่ามากเกินไป”
“ไม่เพราะมันเป็พิษไม่อาจควบคุม”
“เ้า...เ้าจะบอกข้าว่าเพราะไอ้หมึกเวรนั่นมันเป็พิษ เ้าก็เลยยัดมันเข้ามาในร่างของข้าแทน”
“มันก็...”
“ไอ้...”หยางอี้แสดงท่าทางหงุดหงิดอีกครั้ง
“ใจเย็น ๆ ก่อน ที่ข้าทำเช่นนั้นเพราะมีสาเหตุ”
“เช่นนั้นก็จงเล่ามาแล้วข้าจะเป็ผู้ตัดสินเอง ว่าเหตุผลของเ้ามันงี่เง่าหรือไม่”
“ตกลง” แต่ครั้งนี้แตกต่างกับเื่ใช้ประตูแลกเปลี่ยนมากเพราะเป่าซิงดูเหมือนจะมั่นใจในสิ่งที่ตนเองกระทำยิ่ง “หมึกโลหิตเทวะแท้จริงเป็เพียงส่วนหนึ่งของสมบัติวิเศษ”เอ่ยถึงตรงนี้ เป่าซิงก็เสกแผ่นหนังเก่า ๆ สีน้ำตาลไหม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าออกมา“แผ่นหนังนี้คือ...แผ่นหนังเก้านิรนาม ที่นายท่านของข้าสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง”
“แผ่นหนังเก้านิรนามมันคือสิ่งใดกัน”
“มันคือแผนที่สมบัติวิเศษที่นายท่านใช้เพื่อการละเล่นซ่อนหากับลูกหลานของท่าน”
“ของเล่นเนี่ยนะ”
“เ้าอย่าได้ดูถูกมันเชียวแม้จะเป็ของเล่น แต่มันสามารถระบุตำแหน่งของสถานที่ลึกลับ ซึ่งเชื่อมโยงกับสิ่งหลงเหลือและพลังของของนายท่านได้ ซึ่งหนึ่งในนั้น ย่อมต้องเป็นิเวศสถานที่นายท่านพำนัก”
“นิเวศสถานเ้านายของเ้า”
“ใช่แล้วหากเ้าหามันพบ และผ่านบททดสอบที่นายท่านทิ้งไว้ จนได้รับพลังของผู้สืบทอดเมื่อนั้นเ้าก็สามารถเปิดคลังสมบัติในตัวข้าได้ โดยไม่จำเป็ต้องใช้ประตูอีกต่อไป”
“เป็เช่นนี้นี่เอง”หยางอี้ค่อยอารมณ์สงบลง“เดี๋ยวก่อน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับหมึกโลหิตเทวะนั่น”
“ของสองสิ่งนี้หนึ่งคือแผ่นหนังเก้านิรนาม สองคือหมึกโลหิตเทวะ จำต้องใช้คู่กันจึงจะเกิดผล”
“แล้วเ้าแยกมันออก...”
“ใช่เพราะถ้าข้าไม่แยกมันออกมา ต่อให้เ้าสามารถหลบหนีขึ้นมาเกิดใหม่ได้ เ้าแห่งมารร้ายก็มีวิธีตามตัวเ้าเจอหรือถึงไม่เจอตำแหน่งที่ชัดเจน แต่ก็พอจะหาว่าเ้ามาเกิด ณถิ่นฐานแถบใดบนปฐีแห่งนี้ และหากมันรู้เ้าคิดว่าเด็กน้อยที่เพิ่งเกิดใหม่เช่นเ้า จะเอาตัวรอดได้รึ”
“เ้านี่ ช่วยลบร่องรอยของข้าไม่ให้ถูกตามตัวเจอยังงั้นรึ”
“ผิดแล้วตรงกันข้ามต่างหาก เ้าต่างหากที่ช่วยลบร่องรอยของเ้าสิ่งนี้”เป่าซิงเอ่ยพลางพลิกด้านหลังแผ่นหนังให้กลับขึ้น เผยให้เห็นอักขระสีม่วงเข้มวูบไหวไปมา “แผ่นหนังผืนนี้ ถูกสลักอาคมที่มารร้ายลงเอาไว้ ถ้าหากได้ลองใช้งานเ้านี่เมื่อไหร่อักขระมารร้ายก็จะทำการเปิดเผยตัวตน และตำแหน่งของพวกเราทั้งสองในทันที”
“ถ้าเช่นนั้นแล้วมันจะมีประโยชน์อันใดกันในเมื่อเก็บเอาไว้ก็ใช้งานไม่ได้”
“มีแน่นอนเพราะเมื่อแรกขึ้นมายังปฐีเบื้องบนแห่งนี้ ข้ายังไม่รู้ว่ามีอาคมมารร้ายสลักอยู่จึงได้ทดลองใช้งานเ้านี่ไปแล้ว แต่ด้วยไหวพริบอันรวดเร็วของข้า ข้าจึงใช้ให้มันค้นหาสิ่งของบางอย่างเป็การตอบแทน”
“สิ่งของบางอย่าง”
“ใช่ของสิ่งนั้นก็คือผืนหนังเก้านิรนามอีกผืน ซึ่งตกทอดอยู่บนโลกใบนี้”
“ฉลาดยิ่งนักแล้วมันอยู่ที่ใดกัน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เมื่อข้ารู้ว่าเป็สถานที่แห่งใดข้าก็เร่งรีบพาดวงิญญาของเ้า มุ่งหน้าไปหามันในทันทีหวังจะให้เ้าได้ถือกำเนิดในร่างของชีวิตใหม่ ที่อยู่ใกล้เคียงกับแผนที่วิเศษให้มากที่สุด”
“การจัดการเื่นี้เ้าทำได้ไม่เลวเลย”
“แต่ก็อย่างที่บอก มันมีจุดบกพร่องอยู่เพราะทันทีที่ใช้งาน มารร้ายก็รู้ตำแหน่งของพวกเราเช่นกัน ดังนั้นระหว่างทาง ข้ารู้ตัวว่าถูกติดตามจึงเร่งเดินทางหลบหนี”
“แล้วทันไหม”
“แหะ แหะเพราะอย่างนี้นั่นละ ข้าจึงต้องถ่ายหมึกโลหิตเทวะ ที่ห่อหุ้มด้วยพลังแห่งมิติชนิดครึ่งๆ กลาง ๆ ของข้าลงไปในร่างเ้า แต่แรกก็หวังว่าหากถ่ายเ้าหมึกวิเศษนี้ได้สำเร็จสมบูรณ์บวกกับพลังที่ห่อหุ้ม ข้าก็สามารถป้องกันมิให้พิษแพร่กระจายออกมาได้ระยะเวลาหนึ่งเมื่อหลบซ่อนตัวได้แล้วค่อยหาทางดึงสกัดมันออกมา”
“แล้วเหตุใดเ้าไม่รอให้ถ่ายโลหิตสมบูรณ์ก่อนค่อยส่งข้าไปเกิดเล่า”
เป่าซิงยิ้มอย่างมีความสุข“เป็เพราะชะตาของเ้าเอง ต่อให้ข้ามิต้องเสาะหาสถานที่ซ่อนของแผ่นหนังนิรนามผืนสุดท้ายที่ตกทอดอยู่บนปฐีแห่งนี้เ้าก็จะได้กลับมาเกิดในสถานที่นั้นอยู่ดี”
“ชะตาของข้า”
“เ้ากับสองสามีภรรยาคู่นั้นแท้จริงแล้วทั้งคู่เป็บิดามารดาของเ้าั้แ่ภพภูมิก่อนแม้เ้าจะจดจำทั้งสองมิได้ แตระหว่างหลบหนี สถานการณ์คับขัน ข้าเองไม่สามารถนำิญญาของเ้าสลัดหลุดการตามล่าได้ทันแต่แล้วจู่ ๆ ปรากฏเส้นสายแห่งโชคชะตาเส้นหนึ่งซึ่งเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิตงอกเงยออกจากดวงวญญาณของเ้า ชั่วเสี้ยวนั้น เส้นแสงก็ลากดึงิญญาของเ้าให้หายวับไปจากการติดตาม พร้อมกับขัดขวางขั้นตอนการถ่ายเทหมึกโลหิตเทวะครึ่ง ๆกลาง ๆ ของข้า แถมยังขังตัวข้าไว้ภายในไปพร้อมกัน” เป่าซิงเอ่ยคำต่อมาด้วยความซาบซึ้งใจ“ทันทีที่เส้นชีวิตแห่งการถือกำเนิดชื่อมโยง มารดาของเ้า เร่งคลอดชีวิตของเ้าออกก่อนกำหนด”เป่าซิงเอ่ยเสียงสั่น “นางช่วยเหลือเ้าทั้งในภพก่อนและภพนี้พวกเ้าผูกพันกันด้วยพลังลี้ลับบางอย่าง ที่แม้แต่ข้าเองก็ไม่เข้าใจเพราะว่าพลังนั้นมันคล้ายคลึงกับเต๋ามาก แต่เท่าที่ข้ารู้ บนโลกของเ้าใบนี้มิมีทางที่จะมีผู้ฝึกตนบรรลุถึงขอบขั้นของเต๋าได้”
หยางอี้หลับตามั่นชีวิตที่ตนเองพยายามขุดคุ้ยหาว่าบิดามารดี่แท้จริงของตนคือใครแต่จนวาระสุดท้ายก็ไม่อาจรู้คำตอบ น้ำตาของิญญาที่ไม่น่าจะรินไหลกลับหลั่งออกมาหนึ่งหยด “เต๋าหรือพิสดารอันใดไม่สำคัญต่อข้าอีกต่อไปแล้ว”หยางอี้เอ่ยพลางเดินเข้าไปใกล้เป่าซิง“ข้าหลับใหลมานานมากแล้ว สองความทรงจำก็ล้วนประสานกลมกลืน นี่คงถึงเวลาที่ข้าต้องตื่นขึ้นเสียที”
“ตกลงข้าจะปิดผนึกเวิ้งว้างของข้าเมื่อนั้นิญญาและกายเนื้อของเ้าจะผสานรวมกันอีกครั้งแต่ก่อนที่เ้าจะกลับคืนสู่กายเนื้อ ข้ามีเื่จะถามเ้าสักข้อหนึ่งจะได้ไหม”
“เชิญเ้าถามมาได้เลย”