ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    49 สนิท(กับ)สนม

              อาหลงถึงกับตกตะลึงตาค้าง เมื่อได้เห็นเต็มสองตาว่าพระสนมฉินก็คือฉินอี้เซียน แห่งหอหงส์ดรุณ หรือฮันนี่ สาวงามเพียงคนเดียวที่เรียกเขาว่าฮัสแบนด์นั่นเอง                        “ เชิญฮัสแบนด์ เอ่อ ท่านกุนซือตามสบาย”         พระสนมฉินบอกให้อีกฝ่ายตามสบาย ด้วยเสียงอันสั่นเครือ และสีหน้าที่แสนจะลำบากใจที่สุดในชีวิตของนาง เพราะเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วนางยังอยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขา แต่วันนี้นางกับเขากลับต้องเป็นเหมือนเส้นขนานที่ไม่วันจะมาบรรจบกันได้อีกชั่วชีวิต         ช่วงเวลานี้คนทั้งคู่ทำได้เพียงแค่สบตากัน แต่มิอาจจะกล่าววาจาใด ๆ ได้ ถือเป็นช่วงเวลาที่สุดแสนจะปวดร้าวใจยิ่งนัก            “ พระสนมฉิน ท่านไม่สบายหรือเปล่า ดูสีหน้าท่านมิสู้ดีเท่าไหร่?”        องค์หญิงหกรับสั่งถามฉินอี้เซียนด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่นางจะตอบว่านางไม่เป็นไร นางเพียงแค่ไม่สบายนิดหน่อยเท่านั้น            “ ท่านกุนซือ ดูเหมือนท่านจะตกตะลึงในความงามของพระสนมฉินใช่หรือไม่?”       องค์หญิงใหญ่รับสั่งถามเสียมหลอหลง ก่อนที่เขาจะหันไปสบตาของนาง พร้อมกับทำท่าเหมือนกับคิดอะไรได้บางอย่าง        “ ใช่แล้วพ่ะย่ะค่ะ  นับว่าเป็นเพราะพระบารมีของฝ่าบาท และด้วยองค์หญิงใหญ่ทรงส่งเสริม พระสนมถือว่ามีความงามที่ยากจะหาใครทัดเทียมจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”        อาหลงกราบทูลพร้อมกับพยายามข่มใจให้เป็นปกติ  เมื่อครู่เขาเพิ่งได้คิดว่า ผู้ที่ส่งฉินอี้เซียนขึ้นเป็นพระสนมก็คือองค์หญิงใหญ่นั่นเอง ตามที่นางเคยลั่นวาจาเอาไว้ เพื่อเป็นการเอาคืนที่เขาไม่ยอมร่วมมือและเป็นพวกเดียวกับนาง       จริง ๆ แล้วเมื่อวันก่อนเขาได้มอบเงินกำไร 2 แสนตำลึงจากการจำหน่ายปากกา ให้หลี่ซานำไปไถ่ตัวนางเองและฉินอี้เซียนให้เป็นอิสระ แต่นึกไม่ถึงว่าองค์หญิงใหญ่ที่เป็นเจ้าของหอหงส์ดรุณจะชิงส่งตัวฉินอี้เซียนถวายเสด็จพ่อของนางเสียก่อน           “ ท่านกุนซือ ท่านเป็นอะไรหรือไม่ ดูท่าทางท่านไม่ค่อยดีเอาซะเลย?”          หยางไท่จงรับสั่งถามอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง ในขณะที่พระองค์เองก็ทรงรู้ดีอยู่แก่ใจว่าเขากับฉินอี้เซียนรักใคร่ชอบพอกันอยู่   แต่เป็นเพราะธิดาองค์โตของพระองค์นำนางมาถวายตัว โดยบอกว่าเพื่อเป็นการทดสอบเสียมหลอหลงว่าจะสามารถก้าวผ่านด่านหญิงงาม ให้สมกับที่จะช่วยให้พระองค์บรรลุการใหญ่ได้หรือไม่เท่านั้น  แต่กลายเป็นว่าพระองค์กลับทรงลุ่มหลงในความงามของนางตั้งแต่แรกพบ  สุดท้ายแล้วผู้ที่ไม่อาจจะก้าวผ่านด่านหญิงงามก็คือตัวพระองค์เอง                                    “ สนมฉินมานั่งตรงนี้ข้าง ๆ ข้า”       ฮ่องเต้ต้าหยางประคองนางไปนั่งที่ข้าง ๆ พระองค์  พร้อมกับลอบสังเกตอาการของคนทั้งสอง  แต่ว่าทั้งคู่กลับสามารถข่มความรู้สึกภายในเอาไว้ ไม่ให้ใครสังเกตเห็นถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของพวกตน        “ เอาล่ะ พวกเรามาทานข้าวกันต่อ  สนมฉินเจ้าก็ทานเยอะ ๆ นะ”        องค์ไท่จงทรงเอาอกเอาใจสนมคนโปรดอย่างออกนอกหน้า ทำเอาเสียมหลอหลงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการข่มความรู้สึกปวดร้าวใจเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น  ถือว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาต้องรู้สึกเจ็บปวดและทรมานจิตใจมากที่สุดตั้งแต่ย้อนเวลากลับมาเมื่อปีที่แล้ว        “ นี่คือบทเรียนราคาแพงที่ท่านต้องจ่ายให้กับข้า เสียมหลอหลง”       องค์หญิงใหญ่กล่าวกับอีกฝ่ายในใจ สืบเนื่องจากนางรู้สึกไม่พอใจที่ชายหนุ่มเลือกที่จะผูกสัมพันธ์และยืนอยู่ข้างน้องห้าของนาง แทนที่จะเป็นตัวนางซึ่งดูเพียบพร้อมมากกว่าเป็นไหน ๆ                         “ ฝ่าบาท หม่อมฉันมีเรื่องจะทูลขอพ่ะย่ะค่ะ”       เสียมหลอหลงกราบทูลองค์ไท่จง ก่อนที่พระองค์จะรับสั่งให้เขาบอกมาได้เลย พร้อมทั้งทรงลุ้นว่าเรื่องที่เขาทูลขอจะเกี่ยวข้องกับฉินอี้เซียนหรือไม่       “ หม่อมฉันขอให้พระองค์ทรงเลื่อนวันรับตำแหน่งของหม่อมฉันออกไปอีก 2 สัปดาห์จะได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”       “ อ้อ เรานึกว่าท่านจะขอเรื่องอะไร  เราอนุญาตตามที่ท่านขอ ว่าแต่เหตุใดท่านถึงต้องการที่จะเลื่อนการรับตำแหน่งออกไป?”         หยางไท่จงรับสั่งกับอีกฝ่ายอย่างแปลกพระทัย เพราะตอนแรกทรงคิดว่าอีกฝ่ายจะทูลขอเกี่ยวกับเรื่องของพระสนมฉินเสียอีก         “ ทูลฝ่าบาท เป็นเพราะหม่อมฉันต้องการจะลงพื้นที่เพื่อทำความคุ้นเคยกับราษฎรก่อน รวมทั้งเก็บข้อมูลไว้ใช้ในการปฏิรูปอำเภอหลงซานให้เจริญก้าวหน้า เพื่อเป็นต้นแบบของอำเภออื่น ๆ พ่ะย่ะค่ะ”        นายอำเภอหนุ่มกราบทูลต่อฮ่องเต้ต้าหยาง ก่อนที่เขาจะแอบชำเลืองไปทางพระสนมฉินที่เอาแต่นั่งก้มหน้าและหลบสายตาที่เขามองไป       “ แต่ไม่ว่ายังไง หม่อมฉันก็จะออกเดินทางจากเมืองหลวงเพื่อไปที่หลงซานในวันพรุ่งนี้เช้าเช่นเดิมพ่ะย่ะค่ะ”        บรรยากาศบนโต๊ะเสวยเป็นไปอย่างราบรื่นและชื่นมื่น  ยกเว้นเพียงแค่คนสองคนเท่านั้นที่ไม่มีกะจิตกะใจที่จะรื่นเริงดังเช่นคนอื่น ๆ  และสองคนนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากพระสนมคนใหม่และนายอำเภอหนุ่มนั่นเอง                            “ ดาหลิง  รอเดี๋ยวก่อน ข้ามีเรื่องจะพูดกับท่านสักครู่”         เป็นองค์หญิงห้าที่เดินมาหาเขาพร้อมกับน้องเล็กของนาง ในขณะที่เสียมหลอหลงหยุดรอองค์หญิงทั้งสอง พร้อมกับพยายามปั้นสีหน้ายิ้ม ๆ ให้ดูปรกติ         “ ดาหลิง ที่นี่ไม่มีใครอื่นแล้ว ท่านไม่ต้องพยายามฝืนตัวเองหรอกเจ้าค่ะ  ข้ารู้ว่าท่านรู้สึกเจ็บปวดเรื่องพระสนมฉิน  ข้าเองก็เพิ่งจะรู้เรื่องเมื่อวานนี้เอง  ท่านต้องดูแลตนเองให้ดีนะเจ้าคะ  เสี่ยวเฟยกับอิ๋งเอ๋อเป็นห่วงท่านนะ  ยังมีพี่ใหญ่ พี่รอง และน้องสี่ด้วย”         ต้วนอี้เฟยรับสั่งกับชายคนรักของนาง หลังจากที่คนทั้งหมดออกมาจากร่วมโต๊ะเสวยมื้อเย็น พร้อมทั้งยกเอาพี่น้องร่วมสาบานของนางมาอ้างอิง เพื่อให้เสียมหลอหลงไม่คิดสั้นและมีกำลังใจที่จะสานต่อปณิธานของตนเองต่อไป       “ ดาหลิง ช่วงนี้ข้าไม่รู้เป็นอะไร ทำไมวัน ๆ ข้าถึงเอาแต่คิดถึงท่าน ทั้งเช้า สาย บ่าย เย็น  ท่านเป็นเช่นเดียวกับข้าหรือไม่?”       เป็นองค์หญิงหกที่กล่าววาจาจากใจจริงของนาง เพื่อทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้น ซึ่งก็ถือว่าได้ผลอยู่บ้าง เพราะว่ามันสามารถทำให้อาหลงเผลอยิ้มน้อย ๆ ออกมาได้       “ ขอบพระทัยดาหลิงเฟยกับดาหลิงอิ๋งมาก  พวกท่านทั้งสองไม่ต้องเป็นห่วงไป ข้าไม่เป็นอะไร เพียงแค่ข้ารู้สึกเห็นใจในโชคชะตาของอี้เซียนก็เท่านั้น”         เสียมหลอหลงกราบทูลต่อองค์หญิงทั้งสองด้วยความซาบซึ้งใจในความห่วงใยของนางทั้งสอง ก่อนที่เขาจะพูดในทางที่เป็นบวก เพื่อให้ทุกคนได้สบายใจขึ้น     “ แต่จะว่าไปแล้วมันอาจจะเป็นเรื่องดีกับนางก็ได้ เพราะว่านางมีโอกาสได้ขึ้นเป็นถึงพระสนมคนโปรดของฝ่าบาท”     “ ดาหลิง เหตุใดท่านจึงกล่าวเช่นนั้น  พวกข้าเป็นผู้หญิงด้วยกัน ย่อมดูออกว่าพระสนมฉินผูกใจสมัครรักใคร่ในตัวท่านอย่างแน่นอน ถ้าหากนางเกิดมาได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของท่าน นางคงจะเสียใจไม่น้อย”      ต้วนอิ๋งอิ๋งกล่าวทักท้วงชายคนรักของนาง เพราะไม่อยากให้เขาดูถูกน้ำใจของสตรีที่รักและมอบกายถวายชีวิตให้กับเขา ก่อนที่นางจะรับสั่งถามเรื่องฝึกเคล็ดวิชาที่อาหลงกับพี่น้องร่วมสาบานทั้งสามของนางแต่ละคนได้ทำการฝึกร่วมกันมาสองสัปดาห์แล้ว จะมีก็เพียงแค่พี่รอง หลี่ซู่เฟินเท่านั้นที่ยังไม่มีโอกาสได้ฝึกกับเสียมหลอหลง เพราะนางต้องออกเดินทางไปที่อำเภอหลงซานล่วงหน้าพร้อมกับเจียงกัดหลูและหวังฮั่น     “อ้อ ดาหลิง ว่าแต่คืนนี้ท่านจะไปฝึกเคล็ดวิชากับข้าและพี่ห้าหรือไม่เจ้าคะ ตอนนี้ข้าฝึกวิชาสะกดเวลาจนฝีมือรุดหน้าจนเกือบจะตามท่านทันแล้ว  ส่วนพี่ห้าก็ฝึกวิชาล่องหนและเคลื่อนย้ายภายในพริบตาได้ก้าวหน้าเป็นที่พอใจเช่นกัน?”      “ คืนนี้ข้าคงจะไปฝึกกับพวกท่านไม่ได้ เพราะต้องเตรียมตัวที่จะออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า แต่ถึงยังไงพวกท่านก็สามารถฝึกด้วยตนเองได้อยู่แล้ว เอาไว้มีโอกาสพวกเราค่อยมาแลกเปลี่ยนเคล็ดวิชากัน เช่นนี้พวกเราแต่ละคนก็จะได้มีเคล็ดวิชาที่หลายหลายมากขึ้น”        เสียมหลอหลงตอบปฏิเสธพวกนางอย่างนุ่มนวล เพราะว่าเคล็ดวิชาที่ท่านลุงใหญ่มอบให้พวกนางแต่ละคน จำเป็นจะต้องฝึกคู่กับเขาเพียงแค่ในครั้งแรกเท่านั้น เหมือนเป็นการเปิดประตูหยินและหยางให้สมดุล ส่วนครั้งต่อไปพวกนางแต่ละคนสามารถที่จะฝึกวิชาได้เองเพียงลำพัง                        “ เคล็ดวิชาของพี่ใหญ่เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ?”       องค์หญิงห้ารับสั่งถามชายคนรักของนาง ก่อนที่เขาจะตอบกลับมาว่าเคล็ดวิชาที่หลี่ซาได้ไปเป็นสุดยอดตำราการแปลงโฉม รวมทั้งในด้านการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อนางที่มีหัวและใจรักในด้านนี้อยู่แล้ว  และเพราะตำราเล่มนี้ ทำให้ตอนนี้โรงงานปากกาของเขาสามารถผลิตปากกาออกมาได้มากกว่าเดิมถึง 10 เท่าเลยทีเดียว  ยังไม่นับรวมถึงโรงงานผลิตสินค้าชนิดอื่น ๆ ของเขา ที่ต่างสามารถเพิ่มพลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าเช่นกัน         “ แล้วเคล็ดวิชาของพี่สี่ล่ะเจ้าคะ เป็นเช่นไรบ้าง?”        เป็นองค์หญิงหกที่รับสั่งถามถึงหลิวหว่านชิง ซึ่งอาหลงก็เล่าให้พวกนางได้รู้ว่าเคล็ดวิชาที่บุตรีใต้เท้าหลิวได้ศึกษาก็คือวิชาหูทิพย์และตาทิพย์นั่นเอง ซึ่งตอนนี้นับว่าเสียมหลงได้ร่ำเรียนเคล็ดวิชาที่พวกนางทุกคนฝึกฝนทั้งหมด ยกเว้นเคล็ดวิชาที่อยู่กับหลินซู่เฟินเท่านั้น นี่ยังไม่นับรวมเคล็ดวิชาพูดจาภาษาสัตว์ที่ท่านลุงใหญ่มอบให้เขาอีกต่างหาก        “ ท่านรีบกลับไปพักผ่อนเถอะดาหลิง พรุ่งนี้เช้าท่านก็จะต้องออกเดินทางไปหลงซานแล้ว ท่านรักษาตัวด้วย อย่าให้พวกเราพี่น้องต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”        ต้วนอี้เฟยรับสั่งกำชับเสียมหลอหลงให้ดูแลตนเองให้ดี  ก่อนที่ต้วนอิ๋งอิ๋งจะถือโอกาสที่เขาเผลอ เขย่งเท้าแอบหอมแก้มเขาไปฟอดใหญ่ก่อนจะรีบวิ่งหนีหายเข้าตำหนักไปอย่างรวดเร็ว  เล่นเอาเสียมหลอหลงถึงกับส่ายหน้าให้กับความใจกล้า กล้ารัก กล้าแสดงออกของนาง แต่ก็ทำให้เขารู้สึกเอ็นดูและหลงเสน่ห์นางจิ้งจอกน้อยคนนี้มากขึ้น กระทั่งองค์หญิงห้าเองยังแอบชื่นชมและอิจฉาในความกล้าของน้องเล็กของตนเช่นกัน            “ ตอนนี้ฮันนี่จะเป็นเช่นไรบ้าง หวังว่านางจะไม่เป็นอะไร  และหวังว่านางจะมีชีวิตที่สงบสุขในรั้ววังหลังแห่งนี้ ข้าขอโทษด้วยอี้เซียน เป็นเพราะข้าช้าไปแค่ก้าวเดียวจริง ๆ”       เสียมหลอหลงรำพึงรำพันกับตนเองเบา ๆ ในขณะที่เขากำลังนั่งรถม้ากลับที่พัก  เขาหวนรำลึกถึงใบหน้าที่อ่อนหวานแววตาที่อ่อนโยนคู่นั้นของนาง รวมทั้งช่วงเวลาดี ๆ ที่เขาและนางเคยมีร่วมกัน ทำให้เขานึกย้อนทบทวนความทรงจำดี ๆ ที่เขาเคยมีร่วมกับนางตลอดทางกลับที่พัก                  เทียนหยาง พลาซ่า              “ พี่ใหญ่ เรามาถึงที่พักแล้วขอรับ เอ๊ะ นั่นแม่นางหลี่ซานี่  นางมาทำอะไรที่โรงเตี๊ยมของเรา?”          อาห่าวรายงานพี่ใหญ่ของตน หลังจากที่ทั้งคู่กลับมาถึงหน้าโรงเตี๊ยม และได้เห็นแม่นางหลี่ซารออยู่บนรถม้าที่จอดอยู่เยื้อง ๆ หน้าเทียนหยางพลาซ่า   โดยรถม้าคันนั้นได้เปิดผ้าม่านหน้าต่างเอาไว้          “ ลิซ่า ท่านมาข้ากลางดึกมีธุระอันใด เป็นผู้หญิงแล้วออกมาข้างนอกยามค่ำคืนมันอันตรายรู้มั้ย?”          อาหลงเอ่ยกับหลี่ซาด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่นางจะมีท่าทีอึ้งไปพักใหญ่ จากนั้นจึงเผยอยิ้มน้อย ๆ ออกมาด้วยความโล่งใจ      “ ที่แท้ท่านก็เป็นห่วงและมีใจให้กับซาเอ๋อเช่นกัน ข้าพูดถูกใช่หรือไม่ฮัสแบนด์?”         หลี่ซาที่วันนี้ดูแปลก ๆ เหมือนกับเป็นคนละคน เอ่ยกับเสียมหลอหลงด้วยความยินดีเป็นที่สุดที่นางมีโอกาสได้พบกับเขาอีกครั้ง       “ ฮัสแบนด์ ?   ลิซ่า เหตุใดท่านถึงเรียกข้าเช่นนี้ หรือว่า......”         นายอำเภอหนุ่มรู้สึกสับสนและมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า เพราะหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนกับหลี่ซานางนี้กลับมีท่าทีที่แปลก ๆ และมีทีท่าและแววตายังกับฉินอี้เซียนไม่ผิดเพี้ยน         “ เราเข้าไปคุยกันด้านในได้หรือไม่ฮัสแบนด์  เพราะข้ามีเวลาไม่มากนัก”         กล่าวเสร็จหลี่ซาก็เดินนำเจ้าบ้านหนุ่มเข้าโรงเตี๊ยมไปด้วยความรีบร้อน ท่ามกลางความแปลกใจของเสียมหลอหลงที่งุนงงกับอาการแปลก ๆ ของหลี่ซา ในขณะที่อาห่าวก็จัดการนำรถม้าไปเก็บ ก่อนที่จะกลับไปจัดการงานของตนต่อ          “ ข้ามีเรื่องลับสำคัญจะปรึกษากับท่าน ขอไปคุยที่ห้องของท่านจะได้หรือไม่  ท่านคงไม่กลัวว่าข้าจะทำมิดีมิร้ายท่านหรอกนะ”          สาวงามแห่งหอหงส์ดรุณเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างขำ ๆ  ในขณะที่เสียมหลอหลงถึงกับหัวเราะไม่ออก  แต่ก็ยินยอมพานางขึ้นไปที่ห้องของตนด้านบน เพื่ออยากจะพิสูจน์อะไรบางอย่าง         “ เชิญแม่นางลิซ่าด้านใน ท่านแน่ใจว่าจะคุยธุระกับข้าที่ด้านในห้องจริง ๆ ข้ากลัวว่าจะทำให้ท่านเสียหาย?”         อาหลงเอ่ยถามอีกฝ่ายเพื่อความแน่ใจ ก่อนที่นางจะพยักหน้าเป็นการตอบรับ และร้องขอสุรา 2 กา มาเพื่อดื่มส่งลา ก่อนที่เขาจะออกเดินทางไปหลงซานพรุ่งนี้เช้า        หลังจากที่ชายหนุ่มลงไปนำสุราขึ้นมาให้นางที่ห้อง นางก็ร้องขอให้เขาดื่มเป็นเพื่อนนางจอกแล้วจอกเล่า จนเหล้าหมดกาในที่สุด        “ ตกลงท่านมีเรื่องใดจะคุยกับข้า เชิญท่านกล่าวได้เลย เสร็จธุระข้าจะได้ไปส่งท่าน”        เสียมหลอหลงกล่าวกับนางด้วยสายตาที่เป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด  ทำให้นางถึงกับถอนหายใจออกมา ก่อนจะโผเข้าไปกอดเขาแน่น ทำให้ชายหนุ่มถึงกับตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ         “ ลิซ่า  ท่าน  ท่าน ทำไมทำเช่นนี้  รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่?”           อาหลงตั้งสติก่อนจะค่อย ๆ คลายอ้อมกอดของนางออก แต่นางกลับกอดเขาแน่นกว่าเดิม ทำเอาเขาไม่รู้จะทำเช่นไรต่อไป               “ ฮัสแบนด์ ขอข้ากอดท่านเป็นครั้งสุดท้ายได้หรือไม่ ?”     “ ข้าเชื่อว่าท่านต้องจำข้าได้ เพียงแค่ท่านยังไม่แน่ใจใช่มั้ย ท่านมองตาข้าสิ แล้วท่านจะรู้เรื่องราวทั้งหมด”      นางคลายอ้อมกอดจากเขา ก่อนจะสบตากับเขาและมองลึกลงไปจนถึงก้นบึ้งหัวใจของอีกฝ่าย ทำเอาเขาเริ่มจิตใจสั่นไหว เนื่องจากเขายังไม่เคยถูกสตรีจู่โจมเช่นนี้มาก่อน                “ ท่าน...เป็นท่านจริง ๆ ท่านคือฮันนี่ของข้าใช่หรือไม่?”        เสียมหลอหลงถึงกับตกตะลึงเมื่อได้สบตากับนาง และจำแววตาคู่นี้ได้เป็นอย่างดี นางจะเป็นใครเสียไม่ได้นอกจากฉินอี้เซียนนั่นเอง        “ ท่านออกจากวังมาได้อย่างไร  ฝ่าบาทจะมิทรงสงสัยท่านหรือ  ข้าเกรงว่าท่านจะต้องเดือดร้อนถ้าฝ่าบาททรงรู้เข้า”        อาหลงเอ่ยกับนางด้วยความตื่นเต้นดีใจ แต่ก็แฝงด้วยความกังวลและเป็นห่วงว่านางอาจจะถูกฝ่าบาทลงโทษเอาได้  ก่อนที่นางจะเล่าความจริงให้เขาฟัง ว่าเป็นหลี่ซาที่ใช้วิชาแปลงโฉม สลับตัวนางทั้งสอง หลังจากที่ร่วมโต๊ะเสวยมื้อเย็นเสร็จ เพื่อให้นางสามารถออกมาหาเขาข้างนอกได้  ส่วนหลี่ซาตัวจริงตอนนี้ปลอมเป็นสนมฉินอยู่กับฝ่าบาทที่ตำหนักของนาง       “ เช่นนั้นตอนนี้หลี่ซามิตกอยู่ในอันตรายหรือ  ข้าเกรงว่าฝ่าบาท....”        ชายหนุ่มเอ่ยถึงอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง  ก่อนที่ฉินอี้เซียนซึ่งอยู่ในคราบของหลี่ซาจะบอกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง เพราะพวกนางอยู่ในหอหงส์ดรุณมานานย่อมรู้ทางหนีทีไล่และวิธีเอาตัวรอดเป็นอย่างดี      “ ข้ามีเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วยามเท่านั้น เพราะฉะนั้นข้าอยากจะใช้ช่วงเวลานี้กับท่าน ก่อนที่ข้าจะต้องเป็นคนของฝ่าบาท  ท่านเข้าใจข้าใช่ไหมฮัสแบนด์?”       ฉินอี้เซียนพูดกับเขาพร้อมกับน้ำตาที่นองหน้า  นางรินสุราใส่จอกให้ตัวเองและเสียมหลอหลง ก่อนที่เสียมหลอหลงจะเอ่ยถามเรื่องราวว่าเป็นไปมายังไง        นางถึงได้เล่าให้เขาฟังว่า หลังจากที่เขาตอบปฏิเสธองค์หญิงใหญ่ หลังจากนั้นไม่กี่วัน นางก็ถูกส่งตัวเข้าวังเพื่อถวายตัวเป็นพระสนม ก่อนหน้าที่หลี่ซาจะนำเงินมาไถ่ตัวนางแค่วันเดียว  ตอนแรกที่รู้เรื่อง นางคิดจะฆ่าตัวตาย แต่เป็นหลี่ซาที่ช่วยเตือนสตินางว่า ถ้าทำเช่นนั้นจะเป็นการทำให้เขาต้องเดือดร้อน  หลังจากได้คิด นางจึงตัดสินใจที่จะอยู่เพื่อได้พบหน้าเขาอีกครั้ง  จากนั้นนางจะยอมรับชะตากรรมด้วยการเป็นพระสนมของฝ่าบาท  แต่นางตั้งใจว่าจะทำเพื่อประโยชน์ของเขาและราษฎร  ด้วยการชักนำฝ่าบาทไปในทางที่ชอบ และให้ทรงทำเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง       “ ท่านช่วยเรียกข้าว่าฮันนี่เป็นครั้งสุดท้ายได้มั้ย ฮัสแบนด์   ท่านโปรดจำไว้ว่าท่านจะเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจของข้าตลอดไป”         ฉินอี้เซียนกล่าวกับชายคนรักของนาง พร้อมโผเข้าไปกอดเขาแน่น ก่อนที่นางจะฝากให้เขาช่วยดูแลซาเอ๋อ สหายรักของนางด้วย เพราะนางก็พอดูออกว่าคนทั้งคู่ต่างมีใจให้กัน         “ ฮัสแบนด์ ท่านดื่ม 5 จอก แล้วข้าก็จะกลับ เพราะซาเอ๋อคงรอข้ากลับไปเปลี่ยนตัวกับนางอยู่ ..หมดจอก”         ฮันนี่ของอาหลงในตอนนี้ช่างดูมีเสน่ห์และน่าหลงใหลเป็นที่สุด  หลังจากดื่มไปครบห้าจอก อาหลงรู้สึกว่าตนเองมีอาการมึนหัวคล้ายคนเมา แถมยังรู้สึกร้อนรุ่มและรู้สึกอยากจะสนิทสนมกับสาวงามตรงหน้า จากนั้นเหมือนเขาจะไม่มีสติควบคุมตัวเองอีกต่อไป เขาจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น                    “ ก๊อก ๆ ๆ  พี่ใหญ่ขอรับ ท่านตื่นหรือยังขอรับ?”          อาหลงงัวเงียตื่นขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงเคาะประตูในตอนเช้า  ก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนนี้ตนอยู่กับฉินอี้เซียนสองต่อสอง  เขาจึงรีบลุกจากเตียงเพื่อตามหานาง ทั้ง ๆ ที่ตัวเขายังเปลือยเปล่า  แต่เขาก็ไม่พบนาง มีเพียงกลิ่นหอมจาง ๆ ของนางที่ยังติดอยู่ที่หมอน พร้อมทั้งจดหมายที่นางทิ้งไว้            นายอำเภอหนุ่มเดินไปที่ประตู ก่อนจะตะโกนบอกให้น้องรองของตนลงไปรอด้านล่าง เดี๋ยวตนจะตามลงไป  จากนั้นเขาจัดการเปิดจดหมายของนางและเริ่มต้นอ่านมันด้วยจิตใจที่ยากจะอธิบาย         “ ฮัสแบนด์ที่รักของข้า  เมื่อท่านได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ข้าคงจะจากท่านไปอยู่ในที่ที่ข้าควรอยู่  เรื่องเมื่อคืนท่านไม่ต้องเสียใจ เป็นความตั้งใจและเป็นความยินยอมของข้า ที่จะมอบมันให้กับผู้ชายที่ข้ารักมากที่สุด......” ....................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก....มาแล้วนะครับ สำหรับตอนที่ 49  เพื่อให้รีดทุกท่านได้อ่านอย่างต่อเนื่อง และตอนนี้เรื่องราวก็เข้มข้นและสะเทือนอารมณ์อาหลงของเรายิ่งนัก เมื่อสตรีที่เขาชอบพอต้องตกไปเป็นผู้หญิงของชายอื่น มิหนำซ้ำชายผู้นั้นยังเป็นเจ้าชีวิตของทุก ๆ คนอีกด้วย  แล้ววันรุ่งขึ้นอาหลงของเราจะมีเรี่ยวแรงและกำลังใจที่จะเดินทางไปรับตำแหน่งที่อำเภอหลงซานหรือไม่  มารอลุ้นและติดตามอ่านกันได้ในตอนต่อไปได้เลยครับ           ขอบคุณรีดที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ โดยเฉพาะคุณ aa7057199 และคุณ Monazeza ที่คอยคอมเมนท์ให้กำลังใจตลอด  ส่วนท่านอื่น ๆ ที่หาย ๆ ไป เข้าใจว่าเป็นเพราะไรท์เองที่หายไปเป็นสิบวัน ทำให้ทุกคนเข้าใจว่าโดนไรท์เทเสียแล้ว            ไรท์ขอยืนยันอีกครั้งว่าจะพยายามเขียนเรื่องนี้ต่อไปจนจบให้ได้ เพราะรู้ดีว่ายังมีใครบางคนที่รออ่านและคอยติดตามผลงานอยู่เสมอ  และจะพยายามไม่หายไปนานอีกเหมือนคราวที่แล้ว แต่จะพยายามอัพให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ตอน             ขอบคุณบก.คู่ใจ คุณ Linda 30466 ที่คอยกระตุ้นเตือนและตามไรท์เสมอ  เวลาที่ไม่ได้มาอัพนิยาย  ขอบคุณอีกครั้ง ขอบคุณจริง ๆ ครับ.......................................................................................................................................    สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ สูตรหรือเคล็ดลับสู่ความสำเร็จของข้าคือ.....       เหตุการณ์ + การตอบสนองที่ยอดเยี่ยม = ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม”