[จบ] ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก

    บทที่ 36 พี่ชิงหลันเป็นคนมีความสามารถ (รีไรท์)

    บทที่ 36 พี่ชิงหลันเป็นคนมีความสามารถ (รีไรท์)


    ดังนั้นสี่พี่น้องจึงลงมือทำอาหารเย็นด้วยกัน


    ซ่งชิงหลันล้างไก่ทั้งตัวให้สะอาด จากนั้นจึงใส่ไก่ลงในหม้อตุ๋น ใส่ส่วนผสมอื่น ๆ ลงไป ก่อนจะบอกให้ซ่งชิงเป่ยเติมฟืนแล้วตุ๋นด้วยไฟอ่อน


    ซ่งชิงตงมีหน้าที่สับหมูสามชั้นให้ละเอียด ส่วนซ่งชิงซีสับหัวไชเท้า


    ซ่งชิงหลันผสมเนื้อสับและหัวไชเท้าเข้าด้วยกัน ใส่หัวหอมสับและขิง ตอกไข่ใส่ลงไปหนึ่งฟอง ใส่แป้งลงไปในปริมาณที่เหมาะสม จากนั้นจึงปรุงรส ก่อนจะคนเพื่อให้เป็นเนื้อเดียวกัน


    ทันทีที่น้ำมันร้อน นางก็นำลูกชิ้นลงทอด


    ไม่นานนัก ห้องครัวก็คลุ้งไปด้วยกลิ่นเนื้อหอมชวนน้ำลายไหล


    กลิ่นหอมของเนื้อสัตว์นี้ลอยไปยังบ้านของหลิวกุ้ยเสียซึ่งอยู่ติดกันด้วย


    สองพี่น้อง ซ่งชิงหยวนและซ่งชิงหลินที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารรอหลิวกุ้ยเสียทำอาหาร เมื่อได้กลิ่นจึงอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย


    ซ่งชิงหลินเอ่ยถาม "ท่านพี่ นี่คือกลิ่นสิ่งใดหรือ หอมยิ่งนัก"


    ซ่งชิงหยวนสูดกลิ่นหอมนั้นเฮือกใหญ่ "หอม! กลิ่นลูกชิ้นทอด เหมือน... เหมือนจะมีกลิ่นของน้ำแกงไก่ตุ๋นด้วย หอมจริง ๆ"


    ซ่งชิงหลินงุนงง "กลิ่นหอมนี่มาจากบ้านใดกัน? บ้านใดนะที่มีเงินกินของดี ๆ เช่นนี้?”


    ซ่งชิงหยวนขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินออกจากบ้านไปดูแล้วกระซิบว่า "ดูเหมือนว่าจะมาจากบ้านของพี่ชิงหลัน!"


    เมื่อหลิวกุ้ยเสียได้ยินคำพูดจากปากลูก ๆ นางก็พลันหมดอารมณ์จะทำกับข้าว


    นางมองไปยังแกงผักในหม้อ พอตักขึ้นมาแล้วพบว่าแทบไม่มีเห็ดหูหนูเลยก็ยิ่งทำให้นางหัวเสีย


    เหตุใดครอบครัวของพวกนางถึงไม่มีเงินแม้แต่จะหาผักมากิน ในขณะที่บ้านของซ่งชิงหลันกลับมีเนื้อกิน


    ยิ่งนางคิดเกี่ยวกับมันมากเท่าไหร่ นางก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้นเท่านั้น 


    "ตึง!” 


    เสียงโยนตะหลิวดังขึ้น นางไม่สนใจอะไรแล้ว


    ซ่งชิงหยวนที่ยืนอยู่หน้าประตูได้ยินเสียงจึงรีบหันมา "ท่านแม่ เป็นอันใดไปขอรับ กับข้าวเสร็จแล้วหรือ?"


    ซ่งชิงหลินเองก็เริ่มหิวแล้ว อีกทั้งกลิ่นหอมของเนื้อยิ่งทำให้เขาหิวมากขึ้นไปอีก เขาเคาะโต๊ะอย่างหงุดหงิด “นั่นสิขอรับท่านแม่ เมื่อไหร่กับข้าวจะเสร็จ ข้าหิวนัก!”


    "เจ้าโวยวายอันใดกัน โวยวายอันใด?" หลิวกุ้ยเสียจ้องเขม็งใส่ลูกชายทั้งสองของนางอย่างโกรธ ๆ "เจ้าสองคนช่างพึ่งพาไม่ได้เสียจริง ทำเป็นแต่ร้องเอะอะโวยวายว่าหิว มองคนอื่นเขาเสีย โตขึ้นมาหน่อยก็ออกไปทำงานหาเงินกันหมดแล้ว ตอนนี้มีเงินซื้อเนื้อมากิน แล้วพวกเจ้าเล่า ดีแต่เล่นไปวัน ๆ"


    เด็ก ๆ ก็วัยเดียวกัน แต่เหตุใดลูก ๆ ของนางถึงแย่กว่าลูกหลานของบ้านซ่งชิงหลันนัก?


    ซ่งชิงหยวนเม้มปาก "เป็นเพราะพี่ชิงหลันมีความสามารถขอรับ ข้าเองก็อยากเรียนรู้ธุรกิจจากนางเช่นกัน แต่ท่านแม่ไม่ยอมไม่ใช่หรือ!"


    หลิวกุ้ยเสียยิ่งโกรธเกรี้ยว นางตบศีรษะของเขาไปฉาดหนึ่ง "เจ้าโง่! นางเป็นคนเดียวที่รู้วิธีค้าขายในโลกนี้หรืออย่างไร เจ้าจำต้องเรียนรู้จากนางหรือ เจ้าจะทะเยอทะยานสักหน่อยไม่ได้หรือ?”


    นางจะไม่มีวันยอมก้มหัวให้คนบ้านข้าง ๆ จนกว่าชีวิตนางจะหาไม่!


    ซ่งชิงหลินเอ่ยขึ้นอย่างน่าสงสาร "ท่านแม่ ถ้าท่านอยากกินเนื้อ เช่นนั้นเราก็ไปซื้อเนื้อกันเถิดขอรับ!"


    หลิวกุ้ยเสียแค่นเสียงเย็นในลำคอ นางโกรธจนแทบจะระเบิด "ซื้อ? ซื้อเนื้อไม่ต้องใช้เงินหรือ? ค่าจ้างของพ่อเจ้าแต่ละเดือนมีพอไปซื้อเศษเนื้อมากินก็ดีถมเถแล้ว!"


    ซ่งชิงหยวนแขวะ “ท่านอยากกินเนื้อ แต่กลับไม่อยากเสียเงิน ใต้ผืนฟ้ามีสิ่งใดดีเช่นนั้นด้วยหรือ?”


    ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะว่ากล่าว แต่แม่ของเขาเป็นคนหยิ่งยโส ไม่มีความเป็นแม่แต่กลับหัวสูง


    คำพูดแขวะของซ่งชิงหยวนทำให้หลิวกุ้ยเสียตื่นขึ้นในทันที ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของนาง


    นางมองไปยังลูกชายทั้งสองพลางหัวเราะเบา ๆ "มีอยู่จริงสิ!"


    เด็กชายทั้งสองงุนงงกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของแม่พวกเขา


    ทั้งสองจึงถามขึ้นพร้อมกัน “ท่านแม่ ท่านคิดเรื่องไม่ดีอันใดขึ้นมาอีก?”

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก ที่คุณอ่าน