แสงแดดส่องลอดกิ่งก้านของต้นโอ๊กใหญ่ที่ใบของแต่ละต้นในบริเวณนั้นสอดประสานกันอยู่แน่นขนัดเป็ครอบโค้งแต่งแต้มจุดสีทองดารดาษลงบนอนุสาวรีย์หินอ่อนเหนือที่ดินส่วนหนึ่งในสุสานฮิวสตันซึ่งเป็ของตระกูลลอว์สัน อนุสาวรีย์รูปทรงเรียวแหลมแบบโบราณนี้ตั้งเด่นเป็สง่ามาเป็เวลานานกว่าร้อยปีเพื่อพิทักษ์หลุมฝังศพของบุคคลในตระกูลลอว์สันคนแรกซึ่งต้องฝังร่างลงในแผ่นดินเท็กซัส และเพื่อเป็ที่ระลึกถึงลอว์สันคนอื่นๆ ผู้ซึ่งต้องไปเสียชีวิตห่างไกลจากเท็กซัสตะวันออกอันเป็บ้านเกิดเมืองนอนของตนเพื่อรับใช้ประเทศชาติด้วยความภาคภูมิใจ และบัดนี้ ก็เป็อีกโอกาสหนึ่งที่บรรดาญาติสนิทมิตรสหายได้มารวมอยู่เหนือบริเวณหลุมฝังศพที่เปิดขึ้นรองรับร่างของสมาชิกอีกผู้หนึ่งของตระกูลเขา คือโรเบิร์ต ดีน ลอว์สัน จูเนียร์ ซึ่งทุกคนรู้จักเขาในชื่อที่เรียกกันจนติดปากว่า ‘ดีน’
ในความรู้สึกของแอ๊บบี้การเสียชีวิตอย่างกะทันหันของบิดาเป็สิ่งที่ยากจะทําใจให้ยอมรับได้ เ้าหน้าที่ตํารวจบอกว่ามันเป็อุบัติเหตุ และอ้างว่าเขาขับรถเร็วมากจึงพุ่งเลยโค้งไป ขณะนั้น พ่อของเธอกําลังขับรถจากสนามบินกลับมาบ้าน ภายหลังจากที่ได้เดินทางไปติดต่อเกี่ยวกับธุรกิจในลอสแองเจลิส เขาเสียชีวิตลงในที่เกิดเหตุทันทีด้วย คําบอกเล่าดังกล่าวที่แอ๊บบี้ได้รับฟังมา มันคล้ายกับมีเจตนาที่จะให้เธอสามารถยอมรับในความตายของพ่อได้ง่ายขึ้น
แต่โดยความจริงแล้วมันมิได้เป็เช่นนั้นเลย ความเ็ปรวดร้าวและความเศร้าเสียใจหนักหนากว่านั้นมาก เนื่องจาก เธอไม่มีโอกาสได้พูดกับพ่อเป็ครั้งสุดท้าย ไม่มีโอกาสบอกให้พ่อได้รับรู้ว่าเธอรักพ่อมากเพียงไร และบางที...บางที เธออาจจะได้ยินพ่อบอกกับเธอว่าพ่อเองก็รักเธอมากด้วย
มันอาจจะฟังเป็เื่โง่เขลา มันอาจจะดูเป็การกระทําอย่างเด็กๆ ที่จะยอมรับในเื่อย่างนี้ แต่กระนั้น มันก็ยังเป็ความจริง ขณะนี้ แม้ว่าเธออายุยี่สิบเจ็ดปีแล้ว แต่ก็มิใช่ว่าจะโตจนไม่อาวรณ์หาความรักจากพ่ออีกต่อไป ไม่ว่าเธอใช้ความพยายามเข้าไปใกล้พ่อสักเพียงไรมันก็คล้ายกับว่ามีอะไรบางอย่างเข้ามากางกั้นไว้ แม้วันเวลาแห่งการต่อสู้จะผ่านไปเป็ปี แต่ก็ยังไม่สามารถทําลายปราการที่ขวางกั้นลงได้อยู่ดี
ในความร้าวรันทดแอ๊บบี้เงยหน้าขึ้นจากโลงใส่ศพของพ่อซึ่งประดับด้วยผ้าคลุมสีเหลืองสดอันเป็สีกุหลาบแห่งเท็กซัสและกวาดสายตามองไปยังกลุ่มผู้คนที่มาร่วมชุมนุมเพื่อเป็การคารวะแก่ผู้เสียชีวิตเป็ครั้งสุดท้าย ลึกลงไปในใจ เธอจําต้องยอมรับว่าผู้คนที่มาร่วมพิธีในวันนี้ดูน้อยกว่าเมื่อครั้งงานศพของปู่ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อสิบเก้าปีที่ผ่านมามาก เพราะในครั้งนั้นแม้แต่ผู้ว่าการรัฐก็ยังมาร่วมพิธีด้วย
แต่นั่นเป็สิ่งที่ทุกคนคาดหมายกันไว้แล้ว อาร์.ดี. ลอว์สัน ปู่ของเธอได้ชื่อว่าเป็หนึ่งในจํานวนผู้บุกเบิกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำมัน เขาเป็ผู้เดียวที่กอบกู้ฐานะของครอบครัวให้กลับเจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่งขึ้นภายหลังจากที่ต้องผจญกับวิกฤติกาลในยุคฟื้นฟูที่ติดตามมาจากากลางเมือง
ปู่เป็บุคคลที่มีความเที่ยงตรง ฉลาดหลักแหลมและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตนเองอย่างยิ่ง ทั้งหมดนั้นเป็คุณสมบัติประจําตัวของปู่เท่าที่แอ๊บบี้จําได้ แม้ว่าตอนที่ท่านตายเธอยังเด็กอยู่มากอายุเพียงแค่แปดขวบเท่านั้นก็ตาม ถ้าจะพิจารณาจากเื่ราวต่างๆ เกี่ยวกับตัวท่านที่เธอเคยได้ยินได้ฟังมา ยังมีบุคลิกอันเป็เสน่ห์ประทับใจผู้คนที่ได้พบเห็นอีกด้วยและบางครั้งก็โเี้ถ้าจะต้องให้ได้ในสิ่งที่ตน้ามา ในระยะแรกเริ่มของธุรกิจการค้าน้ำมันบางครั้งคนเราก็จําเป็ที่จะต้องทําเพื่อตนเองไว้ก่อน
แต่ทว่า ตระกูลลอว์สันมิได้เป็มหาเศรษฐีจากการค้าน้ำมัน เมื่อใดก็ตาม ที่ใครสักคนกล่าวเป็นัยทํานองนี้กับแอ๊บบี้ซึ่งมีชื่อเต็มว่าแอ๊บบิเกล หลุยส์ ลอว์สันตามชื่อของย่า เธอมักจะหยิบยกคําพูดประโยคที่ปู่โปรดปรานขึ้นมากล่าว ปู่เคยพูดกับเธออยู่เสมอว่า
“เราไม่ได้สร้างฐานะขึ้นมาจากน้ำมันหรอกหลานเราหาเงินจากโคลนตมต่างหากล่ะ”
สีหน้าที่บอกความแปลกใจของคนเ่าั้ทําให้เธอหัวเราะออกมาทุกครั้ง จากนั้น เธอจึงอธิบายถึงความหมายของคําว่า “โคลนตม” ว่าเป็คํานามที่ใช้กับของเหลวที่ถูกขุดเจาะขึ้นมาใส่ไว้ในบ่อเพื่อเอาไปกลั่นออกมาเป็น้ำมันอีกทอดหนึ่ง
ในสมัยแรกเริ่มของการขุดเจาะน้ำมันด้วยเครื่องยนต์โรตารี่ส่วนผสมของดินกับน้ำซึ่งเรียกตามตัวอักษรว่าโคลนจะถูกดูดขึ้นมาใส่ไว้ในบ่อ ต่อมาจะมีการเพิ่มแบไรท์และเบนโทไนท์เข้าไปในส่วนผสมเพื่อเพิ่มน้ำหนักขึ้น ในตอนปลายปี 1920 หลังจากที่ธุรกิจการขุดเจาะน้ำมันตามบ่อต่างๆ ในเท็กซัสเจริญรุ่งเรืองขึ้นถึงขีดสุด อาร์.ดี. ลอว์สันค้นพบสูตรพิเศษสําหรับ “โคลน” ที่เขาขุดขึ้นมาและทําธุรกิจด้านการตลาดด้วยตนเอง เริ่มต้นจากการตั้งบริษัทเล็กๆ ขึ้นมาบริษัทหนึ่ง และในที่สุด มันก็ได้รับการขยาย จนกระทั่ง กลายเป็บริษัทหุ้นส่วนมีมูลค่านับหมื่นล้าน
หลังจากปู่ตายลงและพ่อของเธอขายหุ้นของตนในบริษัทดังกล่าวไป บทบาทของบุคคลในตระกูลลอว์สันเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด บัดนี้ พวกเขามิได้เป็สมาชิกของอุตสาหกรรมการค้าน้ำมันที่ยิ่งใหญ่ไพศาลอีกต่อไป เมื่อปราศจากอํานาจของบริษัทที่รองรับเป็ฐานอยู่อิทธิพลในสังคมก็พลอยลดตามไปด้วย สัมพันธภาพที่เคยมีกับอดีตหุ้นส่วนที่เคยร่วมงานกับอาร์.ดี.ก็แทบไม่เหลือเลย
อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานะและความมั่งคั่งในธนสารสมบัติ บุคคลในตระกูลลอว์สันยังดูมีอิทธิพลและบทบาทสําคัญในสังคมแห่งเมืองฮิวสตันอยู่ ซึ่งก็เห็นประจักษ์ด้วย จํานวนของชาวเท็กซัสผู้มีฐานะทั้งหลายที่มาร่วมอยู่ในพิธีศพครั้งนี้
เมื่อมองไปตามใบหน้าของบรรดาผู้รู้จักมักคุ้นแอ๊บบี้คิดอยู่ในใจ ว่ามันออกจะเป็เื่ที่น่าแปลกถ้าจะมีใครสักคนสังเกตถึงความรู้สึกที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของคนทั้งหลายในเวลาเช่นนี้ มันคล้ายกับว่าผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่จําเป็ต้องได้รับคำรับรองในความสําคัญของบุคคลผู้เป็ที่รัก ซึ่งต้องมาตายลง การรับรองและการประกาศเจตจํานงดังกล่าวสามารถวัดได้ก็เพียงจํานวนของผู้มีอิทธิพลที่มาร่วมในพิธีฝังศพนี่เท่านั้น
เมื่อสังเกตจากปลายหางตาว่ามีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นใกล้ตัว ขณะที่แม่สอดผ้าเช็ดหน้าเข้าไปใต้เวลล์สีดําและซับหยาดน้ำตาอยู่ แอ๊บบี้หันไปหาแม่และในเกือบจะขณะเดียวกัน เธอสังเกตเห็นว่ามีผู้หญิงวัยสาวคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้กับแท่นอนุสาวรีย์ หน้าตาของหล่อนผู้นั้นดูคุ้นเคยสายตาอยู่มาก จนกระทั่ง แอ๊บบี้ต้องเหลียวมองซ้ำ เธอจ้องหน้าหล่อนอย่างใจนหน้าซีด ความละม้ายคล้ายคลึงระหว่างตัวเธอเองกับหล่อนผู้นั้นเป็สิ่งที่ไม่ต้องใช้ความสังเกตก็เห็นได้อย่างชัดเจน
“บัดนี้...ขอให้เราตั้งจิตอธิษฐานร่วมกัน” เสียงบาทหลวงผู้ประกอบพิธีเอ่ยขึ้น ศีรษะโน้มต่ำลงเบื้องหน้าโลงศพปิดฝาสนิทนั้น “ข้าแต่พระองค์ เราทุกคนมาอยู่ร่วมกันในสถานที่แห่งนี้เพื่อที่จะได้วางร่างของผู้รับใช้พระองค์ผู้นี้นามว่าดีน ลอว์สัน บุรุษผู้เป็สามีและพ่อสุดที่รัก...”
แอ๊บบี้อาจจะได้ยินเสียงคํากล่าวอธิษฐานของบาทหลวงผู้นั้น แต่ทว่า สมองไม่ได้บันทึกถ้อยคําทั้งหลายลงไว้ในความทรงจําเลย เธอตื่นตระหนกใมากเกินไปที่ได้เห็นผู้หญิงคนนั้นรวมอยู่ในกลุ่มคนที่มาร่วมไว้อาลัยในครั้งนี้ไม่น่าเป็ไปได้เลย มันจะเป็เช่นนั้นไปไม่ได้...เธอครุ่นคิดอย่างตื่นตระหนกปั่นป่วนอยู่ในสมองพยายามข่มความหนาวเยือกเย็นที่กําลังไต่ขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง
ขณะที่หล่อนผู้นั้นยืนอยู่ด้วยศีรษะที่คุ้มต่ำ สายลมอ่อนพัดเป่าปอยผมที่เป็สีน้ำตาลเข้มอยู่รอบใบหน้า มันเป็สีผมเฉดเดียวกับของแอ๊บบี้ แต่ทว่า สีในดวงตาของผู้หญิงคนนั้นมากกว่าที่ทําให้จิตใจของแอ๊บบี้กําลังหวั่นไหวอยู่ในเวลานี้ มันเป็สีฟ้าเข้มสดใส แฝงความลึกลับไว้ราวความลึกแห่งห้วงมหาสมุทร เป็สีเดียวกับดวงตาของเธอ ปู่เรียกสีในดวงตาแบบนี้ว่า “ลอว์สันบลู” พร้อมกับกล่าวอวดอ้างว่าความเข้มของสีตาบุคคลในตระกูลนี้ “เข้มเสียยิ่งกว่าสีหมวกบลูบอนเนทท์ที่ชาวเท็กซัสสวมใส่ด้วยซ้ำ”
แอ๊บบี้กําลังมีความรู้สึกว่าขณะนี้เหมือนกับเธอกําลังยืนอยู่หน้ากระจกเงาคุณภาพไม่ดีและเห็นภาพสะท้อนของตัวเองปรากฏอยู่ในนั้นอย่างไม่สมบูรณ์นัก มันเป็ความรู้สึกแปลกๆ ที่ไม่อาจบอกได้ว่าควรจะเรียกว่าอะไร เธอยกมือขึ้นลูบเรือนผมของตัวเองอย่างไม่รู้ตัวคล้ายกับ้าคํายืนยันว่ามันถูกหวีตลบเลยไปข้างหลังและมุ่นเกล้าเป็มวยแบบฝรั่งเศสอยู่ในที่ทางเรียบร้อยมิได้หลุดเลื่อนลงมาสยายประบ่าเหมือนผู้หญิงคนที่กําลังยืนอยู่ฟากตรงข้ามคนนั้น...หล่อนเป็ใครกัน?
เมื่อคําถามประโยคนั้นกู่ะโซ้ำๆ ซากๆ อยู่ในหัวใจ จนทนไม่ได้อีกต่อไป แอ๊บบี้เอนร่างเข้าไปหาเบนนีไดค์ จาบลอนสกี้ ผู้จัดการฟาร์มม้าพันธุ์อารเบียน ซึ่งตั้งอยู่ที่ริเวอร์เบนด์ อันเป็บ้านเกิดของลอว์สันซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฮิวสตัน แต่ก่อนที่เธอจะเอ่ยปากถามเขาเกี่ยวกับผู้หญิงซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนประจักษ์กับสายตาอยู่ในเวลานี้ว่ามีหน้าตาเหมือนเธอราวกับแกะเสียง “อาเมน” ก็ดังกระหึ่มขึ้นอันเป็สัญญาณบอกให้รู้ว่า บัดนี้ การชุมนุมอธิษฐานเพื่อจิติญญาของผู้ตายเหนือหลุมฝังศพเสร็จพิธีลงแล้วและผู้มาร่วมไว้อาลัยซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เมื่อครู่ก็เริ่มขยับตัว ผู้หญิงคนนั้นหายไปจากสายตาของแอ๊บบี้แล้ว ใน่ขณะหนึ่งหล่อนเข้ามายืนอยู่ตรงนั้น แต่นาทีต่อมาหล่อนหายตัวไปแล้ว...หายไปไหนกัน? ทําไมหล่อนถึงหายตัวไปได้รวดเร็วถึงเพียงนี้? และหล่อนเป็ใครกันแน่?