cosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ

    มาถึง

    "พี่ชายท่านเป็นอะไรไปขอรับ"

     

    ไป๋ฉีเอ่ยปากถามไถ่เมื่อเห็นว่าไป๋หมิงในเวลานี้กำลังอยู่ในสภาพเหม่อลอยราวกับร่างที่ไร้ซึ่งวิญญาณ

     

    ส่วนทางด้านไป๋หมิงเมื่อได้ยินเสียงของน้องชายก็ค่อยๆหันมาทางไป๋ฉีแววตาราวกับเห็นสัตว์ปนะหลาดตัวน้อยอย่างไรอย่างนั้น

     

    "นะ น้องชาย เจ้าทำได้อย่างไรกัน? ข้าจำได้ว่าบททดสอบนี้เจ้าต้องสู้กับสัตว์อสูรระดับจ้าวพิภพสามตนไม่ใช่หรือ ทำไมถึงจบได้รวดเร็วเพียงนี้ได้"

     

    ไป๋ฉีทำสีหน้าไม่เข้าใจ "มันก็แค่สัตว์อสูรระดับจ้าวพิภพขั้นต้นเอง ทำไมท่านต้องตกใจขนาดนั้น"

     

    คำตอบนี้ของชายหนุ่มทำเอาไป๋หมิงแทบอยากกระอักเลือดตายให้รู้แล้วรู้รอดไป สถิตินี้หากเป็นระดับที่สูงกว่าระดับจ้าวพิภพทำได้เขาจะไม่แปลกใจเลยสักนิด แต่นี่ไป๋ฉีเป็นเพียงนักสู้ระดับสิบ อีกทั้งอาวุธที่เขาใช้ก็เป็นเพียงดาบพื้นฐานธรรมดาๆเล่มหนึ่งเท่านั้น น้องชายคนนี้ของเขาเป็นสัตว์ประหลาดหรืออย่างไร

     

    "เห้อ เอาเถอะๆ เจ้ารีบเปิดช่องเก็บของดูสิว่าได้อะไรมา"ไป๋หมิงสูดหายใจลึกๆแล้วกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้นจับใจ

     

    ไป๋ฉีพยักหน้าให้ จากนั้นเขาก็เปิดช่องเก็บของในทันที ซึ่งสิ่งที่อยู่ด้านในก็มีอยู่สองชิ้นด้วยกัน หนึ่งคือชุดแจ็คเก็ตสีขาวที่มีสัญลักษณ์หัวพยัคฆ์สีดำอยู่ด้านหลัง ส่วนชิ้นที่สองนั้นคือดาบยาวสีขาวลวดลายสีดำเช่นเดียวกัน ชายหนุ่มที่เห็นมันก็รู้สึกตื่นเต้นในทันที

     

    "ชุดพยัคฆ์ขาวระดับ B กับดาบพยัคฆ์ขาวระดับ B อย่างนั้นหรือ พี่ชายระดับอาวุธและชุดเกราะเขาแบ่งกันอย่างไร"ไป๋ฉีกล่าวถาม

     

    "ถ้าพูดถึงระดับอาวุธและชุดเกราะในจักรวาลเสมือนจริงแห่งนี้จะแบ่งออกเป็น 9 ระดับด้วยกัน หากให้เรียงจากคุณภาพต่ำไปสูงก็จะประกอบด้วย F, E, D, C, B, A, S, SS, SSS, ตามลำดับ"ไป๋หมิงอธิบาย

     

    "โอ้ หมายความว่าชุดนี้ก็ถือว่าใช้ได้เลยน่ะสิ"กล่าวจบไป๋ฉีก็สวมใส่มันในทันที ต่อมาก็มีแสงสีขาวห่อหุ้มร่างกายของไป๋ฉีเอาไว้ เมื่อแสงนั้นหายไปไป๋ฉีก็อยู่ในชุดพยัคฆ์ขาวเป็นที่เรียบร้อยพร้อมกับดาบพยัคฆ์ขาวที่สะพายอยู่ด้านหลัง เมื่อมองสำรวจตัวเองไป๋ฉีก็พึงพอใจกับชุดนี้อยู่เหมือนกันเพระมันดูเท่พอสมควรเลยทีเดียว

     

    "น้องชายเจ้าดูดีมาก ทั้งดาบและชุดเข้ากันแบบสุดๆไปเลย"เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงของน้องชาย ไป๋หมิงก็เอ่ยปากชมเชยพร้อมกับยกนิ้วให้

     

    ไป๋ฉีหัวเราะก่อนจะเอ่ยปากถามว่า "เราจะไปไหนกันต่อดีพี่ชาย"

     

    ไป๋หมิงพิจารณาอยู่ครู่ใหญ่ "นั่นสินะ ตอนนี้เจ้าทดสอบหอคอยแรกเริ่มแล้วก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอยู่บนดาวดวงนี้อีกต่อไป งั้นพวกเราไปยังดาวที่อยู่ใกล้ๆดาวดวงนี้กันดีกว่า"

     

    เมื่อไป๋หมิงเสนอความคิด แน่นอนว่าไป๋ฉีย่อมตอบรับอย่างง่ายดาย สำหรับเขาจักรวาลเสมือนจริงแห่งนี้ยังนับว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่ ดังนั้นการให้พี่ชายไป๋หมิงนำจึงเป็นสิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ในตอนนี้

     

    เมื่อเห็นว่าน้องชายเห็นด้วยกับความคิดของเขาไป๋หมิงก็พาไป๋ฉีเทเลพอร์ตไปจากบริเวณนั้น หลังจากที่ทั้งสองออกไปไม่นานนัก บริเวณหอคอยแรกเริ่มก็เริ่มมีคนมามุงดูสถิติของไป๋ฉีและส่งเสียงฮือฮาออกมาไม่ขาดสาย

     

    "ห้าวินาที!! บ้าไปแล้ว สถิติแบบนี้ทำเอาสถิติของกุ้ยโจวดูหมองไปเลย"หนึ่งในคนกลุ่มนั้นกล่าวขึ้นมา แน่นอนว่ากุ้ยโจวที่พูดถึงย่อมเป็นอดีตอันดับหนึ่งของหอคอยแรกเริ่มที่พึ่งโดนไป๋ฉีล้มสถิติไปเมื่อครู่นี้

     

    "เขาคือผู้แกร่งกล้าลงมาแกล้งรุ่นเยาว์อย่างพวกเราหรือเปล่านะ?"ชายอีกคนเอ่ยปากขึ้นด้วยความสงสัย แต่เพียงไม่กี่วินาทีชายอีกคนก็พูดขัดออกมา

     

    "เหอะๆ พวกเจ้าจะบ้าไปกันใหญ่ หอคอยแรกเริ่มมีขีดจำกัดการทดสอบอยู่ที่ระดับจ้าวพิภพเท่านั้น แล้วเขาจะเป็นนักสู้ระดับสูงกว่านั้นได้อย่างไร"

     

    "ข้าว่าเขาน่าจะมาจากตระกูลจ้าวจักรวาลตระกูลไหนสักตระกูลเป็นแน่แท้ ไม่เช่นนั้นคงจะไม่มีความสามารถมากมายขนาดนี้"

     

    เรื่องราวของสถิติของไป๋ฉีกลายเป็นที่พูดถึงอย่างไม่ขาดปาก ส่วนทางด้านของเจ้าตัวนั้นตอนนี้กำลังเดินอยู่ในเมืองใหญ่กับพี่ชายอย่างไป๋หมิงพร้อมพูดคุยกันไปต่างๆนาๆ

     

    "พี่ชาย แล้วไอ้แต้มที่ท่านว่ามันคืออะไรอย่างนั้นหรือ?"หลังจากที่เดินกันมานาน เมื่อได้โอกาสไป๋ฉีจึงกล่าวถามออกไป

     

    ไป๋หมิงยิ้ม "แต้มที่ข้าหมายถึงมันก็คือสกุลเงินที่พวกเราใช้ในจักรวาลเสมือนแห่งนี้ ซึ่งมันอเนกประสงค์มากและสามารถใช้แลกเป็นผลึกพลังงานได้ในอัตราหนึ่งต่อหนึ่ง"

     

    "หืม มันยอดเยี่ยมปานนั้นเชียว แบบนี้ผู้คนไม่เข้ามาหารายได้ในจักรวาลเสมือนจริงกันหมดหรอกหรือ เพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็คล้ายกับเกมอยู่แล้ว แค่หาของรางวัลจากหอคอยแล้วเอาไปขายก็น่าจะทำให้รวยได้ง่ายๆแล้ว"ไป๋ฉีพิจารณาก่อนที่จะพูดขึ้น

     

    ไป๋หมิงที่ได้ยินก็ถึงกับหัวเราะอย่างขบขัน "ฮ่าๆๆมันไม่ง่ายเช่นนั้นหรอกนะน้องชาย เพราะอัตราการได้รับของรางวัลที่ล้ำค่าจากหอคอยแต่ละแห่งนั้นต่ำเป็นอย่างมาก หากไม่ติดร้อยอันดับแรกของรางวัลที่ได้ก็แทบจะมีไม่ค่าอะไรเลย หรือถ้าหากมีราคาของมันก็ไม่น่าจะถึงหนึ่งหมื่นแต้มด้วยซ้ำ"

     

    "และด้วยอัตราการได้รับของรางวัลที่น้อยขนาดนี้ มันจึงไม่ค่อยมีใครสร้างรายได้จากหอคอยได้มากนัก แต่ถ้าหากอยากจะทำเงินจากที่นี่จริงๆก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธี"

     

    "วิธีอะไรหรือขอรับ?"ไป๋ฉีถาม

     

    ไป๋หมิงก็พลันยิ้มออกมาในทันใด "การประลองเดิมพันอย่างไรล่ะ จักรวาลเสมือนแห่งนี้ถูกสร้างมาเพื่อสร้างสัมพันธ์มิตรที่ดีระหว่างเผ่าพันธุ์ก็จริง แต่ที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ฝึกฝนที่ดีมากๆ การประลองฝีมือเองก็เป็นหนึ่งในการฝึกฝนที่ว่านั้น"

     

    "แน่นอนเมื่อมีการประลองก็ย่อมมีการเดิมพัน และการเดิมพันนี่แหละที่เป็นแหล่งทำเงินหลักๆของผู้คนในนี้ รองมาจากการติดต่อธุรกิจระหว่างเผ่าพันธุ์"

     

    เมื่อไป๋หมิงเล่าจบ ไป๋ฉีก็พยักหน้าตอบกลับอย่างเข้าใจได้ ภายใต้จักรวาลที่ยิ่งใหญ่นี้ดูเหมือนว่าเขายังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมากมายเลยทีเดียว

     

    ทั้งไป๋ฉีและไป๋หมิงยังคงเดินเที่ยวสำรวจจักรวาลเสมือนจริงในโซนอาณาเขตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ไปเรื่อยๆอยู่เช่นนั้น

     

    ในขณะเดียวกัน ณ พิภพไป๋ในเวลานี้ ยานอวกาศระดับจ้าวจักรวาลสี่ลำได้ปรากฏขึ้นมา ณ บ้านใหญ่ตระกูลไป๋

     

    ยังไม่ทันที่ยานทั้งสี่ลำจะลงจอดแต่อย่างใด ชายหญิงสี่คนที่หน้าตาหล่อเหลาและงดงามพากันบินไปยังบ้านของไป๋เฉินในทันที หากสังเกตุดีๆใบหน้าของพวกเขาในเวลานี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นยิ่ง

     

    "คิดไม่ถึงเลยว่าน้องเล็กจะพาลูกเมียกลับมาด้วยเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ"ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาคล้ายกับไป๋เฉินแต่มีเส้นผมสีขาวกล่าวด้วยความตื่นเต้น เขาคนนี้คือลูกชายคนโตของจ้าวจักรวาลนิรันดร์ไป๋เทียนซิน นามว่าไป๋ซาน

     

    "หุหุ ตอนนี้ข้าอยากเห็นหลานของตัวเองมากเหมือนกัน ข้าว่าพวกเขาต้องน่ารักมากแน่ๆ"หญิงงามสวมแว่นตาพูดขึ้นต่อจากไป๋ซาน เธอคือพี่หญิงรองของตระกูลไป๋ มีนามว่าไป๋อิน

     

    "ฮิฮิ แต่ข้ากลับอยากเห็นน้องสะใภ้มากกว่า ข้าอยากรู้ว่าพวกนางพิชิตใจเฉินน้อยของข้าได้อย่างไร"หลังจากที่ไป๋อินพูดจบแล้ว หญิงสาวอีกคนที่งดงามไม่แพ้กันกล่าวออกมาพร้อมกับแสดงท่าทางร่าเริงเเจ่มใส นางคือลูกสาวคนที่สามของบ้านมีนามว่า ไป๋อิง และยังเป็นพี่น้องที่ไป๋เฉินสนิทที่สุดอีกด้วย เนื่องจากเมื่อก่อนนี้พวกเขาต้องทำงานร่วมกันในกองทัพอยู่บ่อยครั้ง

     

    "พวกเจ้ามัวแต่พูดอะไรอยู่ได้ ไปกันได้แล้วอย่าให้พวกแม่ๆของพวกเจ้าต้องรอนาน"ในขณะที่พี่น้องกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น หนุ่มหล่อผมสีขาวที่บินอยู่หน้าสุดหันมากล่าวพร้อมกับใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง แววตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความตื่นเต้นไม่ต่างอะไรจากสามพี่น้องที่อยู่ด้านหลังเลยสักนิดเดียว

     

    แน่นอนเขาคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากจ้าวจักรวาลนิรันดร์ไป๋เทียนซิน หนึ่งในสามของผู้ปกครองสหพันธ์จักรวาลเซียนเทียน ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งตระกูลไป๋แห่งนี้

    คล้ายกับเรื่องcosmic Emperor! สงครามจักรวาลสะท้านภพ ที่คุณอ่าน