บทที่ 24
การทดสอบที่ถึงแก่ชีวิต
ร่างกายถูกเคลื่อนมาจากบริเวณด้านนอกเข้ามาด้านในพริบตาเดียวที่สิบพี่ใหญ่ของสำนักทำการสะบัดมือ
ร่างกายของมันก็โดนเคลื่อนย้ายจากบริเวณด้านนอกเข้ามาบริเวณด้านในป่าเพียงแค่กระพริบตาครั้งเดียวเท่านั้นทัศนียภาพบริเวณรอบร่างกายก็เปลี่ยนไป
เมื่อดวงตาทั้งสองข้างเปิดขึ้นลู่ิััได้ถึงทัศนียภาพที่เปลี่ยนแปรไปรอบร่างกายในตอนนี้มีแต่ต้นไม้ใหญ่มากมาย
ภายในสถานที่แห่งนี้มันคือภายในป่ามันคือป่าของสำนักหุบเขากระบี่ที่เป็เขตหวงห้ามลู่ิแม้ว่าจะโดนเคลื่อนย้ายมันยังคงแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย
มองบริเวณรอบๆและก็วิเคราะห์ด้วยสติปัญญาของตนเอง “ทำการเคลื่อนย้ายเข้ามาด้านในขอบเขต ขอบเขตฝีมือระดับปรมาจารย์สามารถทำได้แบบนั้นเลยอย่างนั้นเหรอ”
“ ไม่สิจะพูดว่าเป็ขอบเขตฝีมือระดับปรมาจารย์อย่างเดียวก็ไม่ได้คงจะเป็เพราะว่าวิชาของอักขระด้วยจึงสามารถใช้มันทำแบบนี้ได้ ”
เมื่อลองคิดดูแล้วตอนนี้การที่ร่างกายของตนเองโดนเคลื่อนย้ายเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้คงจะเป็ความสามารถของอัครอย่างแน่นอนถึงสามารถทำการเคลื่อนย้ายเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้ได้
ในตอนนี้โดนเคลื่อนย้ายเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้สำหรับการทดสอบนั้นเริ่มต้นขึ้นแล้วการทดสอบของสำนักในปีนี้มันคือการเก็บรวบรวมคะแนน
กฎระเบียบในการทดสอบออกมาอย่างชัดเจนแล้วสามารถสังหารได้แม้กระทั่งคนไทยในสำนักเดียวกัน
ในขณะเดียวกันการสังหารหรือเอาชนะผู้เล่นจะได้รับคะแนนอีกคนหนึ่งในการรวบรวมคะแนนมันก็คือการที่จะต้องสังหารสัตว์อสูร
แน่นอนว่าการสังหารทุกอย่างล้วนแล้วเป็คะแนนโดยที่ผู้ที่คุมสอบไม่ได้บอกว่าการทำอย่างนู้นอย่างนี้มันจะได้คะแนนสักเท่าไหร่
เพียงบอกมาแค่ว่าการสะสมคะแนนนั้นจะถูกประเมินโดยความแข็งแกร่งของศัตรูแสดงว่าภายในป่าแห่งนี้ทุกสิ่งมีชีวิตโดนประเมินเป็คะแนนหมดแล้ว
ลู่ิตอนนี้บรรลุขอบเขตเริ่มต้นที่อยู่ในระดับสีม่วงขั้นหนึ่งการที่อยู่ในระดับพลังขั้นนี้ถือว่ามากสำหรับพวกผู้ฝึกฝนวรยุทธ์ที่อยู่ในระดับรุ่นเยาว์
ลู่ิแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเรียบเฉย “ในสำนักแห่งนี้ประเมินลูกศิษย์ด้วยวิธีหลายอย่างในตอนนี้การที่จะเข้าร่วมวิธีการทดสอบในครั้งนี้มันเองก็มีจะเข้าร่วมเช่นเดียวกันเงื่อนไขการเข้าร่วมมีอยู่ว่าจำเป็จะต้องอายุไม่เกินสิบแปดขอบเขตพลังไม่เกินระดับขอบเขตเริ่มต้น ”
“ เพราะแบบนั้นการที่เข้ามาลองในครั้งตัวของเราเองก็ถือว่าเป็คนที่มีระดับวรยุทธ์และระดับพลังอยู่ในระดับขั้นกลางไม่ได้ย่ำแย่”
“ การที่จะชนะการต่อสู้ในครั้งนี้ได้ถือว่าเป็เื่ที่ไม่เกินใกล้ความเป็จริงถ้าสามารถใช้ความคิดของตนเองและคำนวณแผนการเป็อย่างดีละก็ ”
ลู่ิรู้ดีการทดสอบหรือว่าการคัดเลือกในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ว่าใช้กำลังเพียงอย่างเดียวจะสามารถไขว่คว้าชัยชนะมาได้
แต่ว่าการทดสอบในครั้งนี้สิ่งที่จำเป็จะต้องใช้ไม่น้อยกว่ากำลังก็คือสติปัญญามองดูจากกฎเกณฑ์และก็กลไกในการแข่งขัน
มันทำให้ตัวของลู่ิรู้ได้ในทันทีว่าภายในสถานที่แห่งนี้อย่างไรเสียมันก็ถูกออกแบบมาให้ใช้สติปัญญามากกว่า
คะแนนถูกนับเป็การสังหารแต่ว่ามันเองก็มีวิธีหลายวิธีที่สามารถใช้งานได้ลู่ิมองสำรวจบริเวณรอบๆ “ สิ่งที่ควรจะทำในตอนนี้คือการประเมินก่อนภายในป่าแห่งนี้จำเป็ต้องใช้ชีวิตอยู่ถึงเจ็ดวันใน่ระยะเวลาเจ็ดวันจำเป็จะต้องเก็บเกี่ยวแต้มคะแนนให้ได้มากที่สุด ”
“ แต่ว่าการที่จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ได้ถึงเจ็ดวันไม่ได้มีเพียงแค่แต้มคะแนนอย่างเดียวเท่านั้น”
“ ที่พักและอาหารเองก็เป็สิ่งที่จำเป็ถ้าเกิดว่าไม่มีที่พักอาหารก็คงจะไม่สามารถอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ได้ ”
ลู่ิที่กำลังอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ตัดสินใจเงยหน้ามองแล้วก็ะโขึ้นไปบริเวณ้าวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศใช้ในการะโขึ้นไปบริเวณ้า
ก้าวเพียงไม่กี่ก้าวัักับต้นไม้ลำต้นขนาดใหญ่ที่สูงกว่าห้าเมตรตัวของมันเองก็ะโขึ้นไปได้อย่างง่ายดายทำการะโขึ้นไปจนถึงบริเวณ้าเรียบร้อยแล้ว
ใช้ดวงตาของตนเองมองไปบริเวณรอบๆร่างกายในตอนนี้สำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆก่อนเลยเป็อันดับแรก “ตัวของเราเพิ่งเคยเข้ามาภายในสถานที่แห่งนี้เป็ครั้งแรกเพราะแบบนั้นสิ่งที่ควรจะทำก็คือการสำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆ ”
“ ป่าแห่งนี้เป็ป่าขนาดใหญ่ต้นไม้มีขนาดใหญ่กว่าตนไม่ธรรมดาทั่วไปสำรวจจากสายตาพื้นที่ส่วนใหญ่เป็พื้นที่ราบแม้ว่าจะมีพวกต้นไม้หรือก้อนหินตั้งสลับซับซ้อนบ้างแต่ก็ไม่ค่อยมีพื้นที่ต่างระดับ”
“ ทำอย่างไรจึงสามารถได้สิ่งที่เรียกว่าคะแนนให้มากที่สุดต้องสังหารอสูรทั้งแล้วก็เอาชนะทั้งมนุษย์ ”
“ ในวันแรกไม่จำเป็จะต้องออกล่าก็ได้พวกมันทั้งหมดยังคงมีพละกำลังอันเหลือล้นเพราะแบบนั้นการปะทะกับพวกมันในวันแรกตัวของเราจะเป็ฝ่ายที่เสียเปรียบ ”
“ แบบนั้นเหรอใน่วันที่สองพวกมันเองก็คงจะเหนื่อยล้าและพละกำลังเองก็คงจะถดถอยในตอนนั้นสามารถกำจัดพวกมันได้ง่ายดายกว่า ”
“ เ้าคนพวกนี้มันเป็คนจากสำนักใหญ่เป็ลูกคุณหนูของตระกูลใหญ่เป็พวกที่ไม่เคยใช้ชีวิตภายในป่า แม้ว่าพวกมันจะมีวิชาวรยุทธ์แต่ว่าตัวของมันกลับไม่มีทักษะในการดำรงชีวิต”
“ เพราะแบบนั้นเมื่ออยู่ภายในป่าแห่งนี้ไปพวกมันต้องทนไม่ไหวทางการหาอาหารหรือว่าการเอาตัวรอด ” ลู่ิคิดแบบนั้น
เ้าคนพวกนั้นเป็คุณหนูของตระกูลใหญ่เสียส่วนใหญ่ในตอนนี้พวกมันกำลังมีพละกำลังอย่างเต็มเปี่ยมคงจะออกล่าอย่างเต็มกำลังเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวคะแนนให้ได้มากที่สุด
แต่ว่าลู่ิคิดฝั่งตรงข้ามกันในตอนพวกมันกำลังออกล่าอีกไม่นานพวกมันต้องอ่อนแรง
เมื่อถึงตอนนั้นมันเองก็เป็โอกาสที่ให้ตัวของมันนั้นลงมือลู่ิแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์ “ เนี่ยแหละโอกาสไม่จำเป็ต้องรีบร้อนหาที่พักและอาหารเตรียมเอาไว้ก่อนดีกว่า ”ลู่ิทำการกล่าวกับตนเองก่อนที่จะเดินทางหาที่พักและอาหารที่เหมาะสม
จากการคาดการณ์และการคำนวณแล้วมันเองก็ไม่น่าจะหลุดผ่านพ้นไปมากกว่านี้อย่างแน่นอนอย่างไรเสียเ้าคนพวกนั้นมันต้องอ่อนแรงแล้วก็เปิดโอกาสให้ตัวของเข้าโจมตีอย่างแน่นอน
ลู่ิทำการเดินทางหาที่พักสักพักใหญ่ๆก็พบเจอเข้ากับที่พักของตนเอง ที่มันน่าจะเหมาะสมกับการเป็ที่พักมากที่สุดมันเป็โพรงไม้เล็กๆที่มันอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่
ต้นไม้ต้นนี้เป็ต้นไม้ที่ใหญ่เป็พิเศษบริเวณด้านหลังของมันมีโพรงไม้ที่สามารถลอดร่างกายเข้าไปได้
บริเวณด้านในโพรงไม้นั้นมีขนาดความกว้างขวางมากพอที่จะให้คนสองคนเข้าไปอยู่ได้โดยที่มีพื้นที่เหลือในการเก็บของอีกด้วย
ลู่ิเลือกสถานที่แห่งนี้เป็สถานที่ในการซ่อนตัวการเลือกสิ่งที่เรียกว่าที่อยู่หรือว่าที่พักภายในสถานที่ราบจำเป็จะต้องหาสถานที่ที่มันซ่อนตัวได้
มันจะต้องเหมาะกับการซ่อนเร้นตัวตนให้ผู้คนนั้นมองไม่เห็นและสามารถโจมตีคนอื่นได้ทุกหลังจากที่หาที่พักได้แล้วก็เริ่มทำการจัดเตรียมอาหาร
ภายในป่าแห่งนี้ไม่ใช่มีเพียงแค่สัตว์อสูรสัตว์อื่นๆมันเองก็มีด้วยเช่นเดียวกันเพราะแบบนั้นสามารถล่าสัตว์พวกนั้นมาเป็อาหารได้
การดำเนินการทดสอบเริ่มต้นขึ้นแล้วดำเนินต่อไปเรื่อยๆ
ในตอนนี้พวกลูกศิษย์ภายในสำนักทำการไล่ออกสังหารสัตว์อสูรแถมยังเข้าปะทะกันเองอยู่ทั่วทุกมุมตา
พวกลูกศิษย์ภายในสำนักส่วนใหญ่ส่วนแล้วเป็ตามที่ลู่ิคาดการณ์เมื่อเริ่มการทดสอบพวกมันเองก็ใส่อย่างเต็มกำลังตอนนี้กำลังเข้าปะทะจนร่างกายนั้นเริ่มเหนื่อยล้า
ผ่านไปเพียงแค่ประมาณสองชั่วยามเท่านั้นคนที่ถูกคัดออกจากการทดสอบมีถึงประมาณหนึ่งส่วนสิบของจำนวนทั้งหมดที่เขาไป
ณ อารามเ้าสำนัก
ภาพขนาดใหญ่ปรากฏอยู่บริเวณด้านหน้ามันเป็ภาพของลู่ิที่กำลังแบกอาหารเข้าไปภายในโพรงไม้ของตนเอง
ร่างเงาของคนผู้หนึ่งนั่งอยู่บริเวณเก้าอี้ตำแหน่งประธานโดยที่บริเวณข้างกายมีเกาเทียนยืนอยู่ชายปริศนาที่นั่งอยู่บริเวณตรงตำแหน่งประธานทำการพูดขึ้นมาด้วยเสียงหัวเราะ “ ฮ่าๆดูนั่นสิดูนั่นสิดูเหมือนว่าจะมีคนฉลาดอยู่ด้วย ”
“ ข้าคิดว่าภายในปีนี้จะมีแต่พวกที่โง่เขลาที่เอาแต่ต่อสู้แล้วเสียอีกเ้าหนุ่มนี่ท่าทางไม่เลว ” ผู้ที่เป็เ้าของเงาปริศนาพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงพึงพอใจ
จบบท