15 | ผมยังคงคิดถึงคุณทุกลมหายใจ
ผมรู้สึกได้ว่าแต่ละย่างก้าวที่ก้าวเดินมันช่างเชื่องช้าซะเหลือเกิน ทั้งๆ ที่ผมกำลังพยายามร้อนรนเพื่อที่จะรีบๆ ไปให้พ้นจากที่นี่ ลาก่อนเฮล.. ถึงกูจะรักมึงก็เหอะ แต่สุดท้ายมึงก็ไม่ได้รักกูอยู่ดี.. ผมรีบปาดน้ำตาออกจากหน้าแล้วรีบเดินต่อทันที แต่เชื่อไหมอย่างกับในหนังเลยเพราะก่อนที่ผมจะได้เดินไปถึงประตูห้อง ประตูมันดันเปิดขึ้นมาก่อน แกร๊ก!! ภาพตรงหน้าทำให้ผมถึงกับต้องยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ให้ตายเถอะพระเจ้า!! ทำไมยิ่งหนีกลับยิ่งเจอ!!! “เฮล..” ผมรู้สึกแค่ว่าเสียงที่ออกมาจากริมฝีปากของผมมันช่างแผ่วเบาเหลือเกิน พรึ่บ!! “คิส!!!!” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งสติอะไรจู่ๆ เฮลก็พุ่งตัวเข้ามากอดผมอย่างรวดเร็ว ร่างกายของผมรู้สึกชาวาบเมื่อได้รับความอบอุ่นจากร่างกายที่แสนคุ้นชิน ผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมขาดสิ่งนี้มานานมาก.. “ตัวเล็กฟื้นแล้วๆๆๆ” ร่างสูงตรงหน้าได้แต่พูดพึมพำอยู่แบบนั้นแล้วพรมจูบหัวกับหน้าผมอย่างไม่มีว่าจะหยุดหย่อนเหมือนกับว่ามันก็รู้สึกคิดถึงแทบจะขาดใจตาย ผมหัวใจกระตุกวูบอีกครั้งกับการกระทำของมัน ไม่ใช่ว่าผมไม่คิดถึงมันนะ ผมก็แทบจะขาดใจตายเช่นกันที่จะต้องไปจากมัน แต่ความทิฐิของผมมันมีมากกว่าผมยอมไม่ได้หรอกถ้าจะโดนมันหลอกแบบนี้ แล้วอีกอย่างเรื่องระหว่างผมกับมันก็เป็นเหมือนกับเกมๆ หนึ่ง ถ้าเกิดมีใครคนใดคนหนึ่งแพ้คนนั้นก็จะต้องออกไปจากเกม ผมจะเป็นคนออกไปเอง.. เพราะตอนนี้ผมแพ้มันราบคาบแล้ว!!! “ปล่อย!!” ผมพยายามเปล่งเสียงทั้งหมดที่มีออกไป ดูเหมือนจะได้ผลเมื่อมันปล่อยผมให้เป็นอิสระแต่มันก็ยังคงจับต้นแขนทั้งสองข้างของผมอยู่ “ตัวเล็กเป็นไงบ้างครับ? ปวดหัวไหม? พี่คิดถึงเรามากๆ เลยนะ” ผมยังคงยืนฟังมันร่ายคำพูดออกมาไม่รู้จบ คำพูดเหล่านั้นมันทำให้ผมมึนงงไปชั่วขณะเหมือนกับจะตั้งรับไม่ทัน แต่ไม่นานผมก็เริ่มที่จะต่อต้านมันด้วยการผลักไสมันให้ออกไปจากตัวของผม “ปล่อยนะ!!” ผมพยายามเปล่งเสียงที่แหบแห้งออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้ทำให้คนที่ยืนพูดจาไม่หยุดถึงกับหยุดชะงักไปกับการกระทำของผมทันที แต่ไม่นานมันก็ทำท่าว่าจะเดินเข้ามาจับมือของผมอีกครั้ง แต่ผมก็เบี่ยงตัวหลบมันไม่ให้มันโดนตัวของผมอีกครั้ง “...!!” มันเหมือนจะอึ้งๆ ที่เห็นผมทำตัวแบบนั้น “อย่ามาโดนตัวกูนะ!!!” ผมตะคอกใส่มันอีกครั้งเมื่อมันทำท่าว่าจะเข้ามาหาผมอีกครั้ง “ทะ ทำไม?” “กูไม่อยากเจอหน้ามึงอีก ออกไปจากชีวิตกูได้แล้ว!!” “!!!!” หลังจากที่ผมตะโกนใส่หน้ามันไปราวกับว่าเวลาหยุดเดินเกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราทั้งสอง ผมควรจะต้องรีบไปจากที่นี่ พอคิดได้แบบนั้นผมก็เดินสวนมันออกมาทันที แต่จังหวะที่ผมกำลังจะเดินพ้นไปจากมันจู่ๆ มันก็จับแขนผมไว้แล้วรั้งตัวผมไปกอดทันที “ไม่!!! พี่ไม่ยอมให้ตัวเล็กไปไหนทั้งนั้น ได้โปรดอย่าไปจากพี่เลยนะ” มันพูดแล้วเพิ่มแรงกอดรัดเอวผมมากขึ้น “ปล่อย!!” ผมพยายามแกะมือมันออกให้ได้แต่ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าไหร่ก็ไม่สามารถหลุดพ้นไปจากมันได้เลย “ไม่! ตัวเล็กจะไปไหน พี่ไม่ให้ไปไหนทั้งนั้น อยู่กับพี่นะอยู่กับพี่ อึก!!” เสียงที่กระท่อนกระแท่นกับความชื่นที่สัมผัสโดนไหล่ของผมทำให้ผมถึงกับชะงักไปทันที ผมรู้ได้ทันทีเลยว่ามันร้องไห้ หัวใจของผมถึงกับอ่อนยวบลงไปทันที บางครั้งใจของผมมันก็ไม่ได้แข็งมากจนเห็นมันร้องไห้แล้วผมจะไม่รู้สึกอะไร.. ผมก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างไปจากมัน แต่ผมก็ต้องฝืนใจตัวเอง ผมควรที่จะพอได้แล้ว.. “ปล่อย..” หลังจากที่ปล่อยให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบมานานผมก็เริ่มดิ้นรนอีกครั้งแต่มันก็ไม่ง่ายดังใจคิดเพราะคนที่โอบกอดผมอยู่มันไม่ยอมปล่อยผมเลย “ไม่!! ฮึก! พี่ไม่ยอม อึก!! อย่าไปเลยนะ” คำอ้อนวอนร้องขอมันทำให้ใจของผมปวดร้าวไปหมด “ปล่อยนะ!! ปล่อยกู!!! กูบอกให้ปล่อยกูไง!!! ไอ้เหี้ย!!! ปล่อยกู!!!!” นั่นคงเป็นเสียงสุดท้ายที่ผมพยายามตะโกนอย่างบ้าคลั่งแล้วดิ้นพล่านเพื่อที่จะให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของมันแล้วสติของผมก็ดับมืดลงไปทันที HELL PART “ตัวเล็ก!! ตัวเล็ก!!! อึก!!” ทันทีที่เห็นคนตัวเล็กตรงหน้าผมสลบไปต่อหน้าต่อตาหัวใจของผมก็เหมือนกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบมันไว้ “เห้ย!! ไอ้เฮลเกิดอะไรขึ้นวะ?” จู่ๆ ไอ้อิลมันก็เปิดประตูแล้ววิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าตกใจ แต่ผมก็ไม่สนมัน ผมตบแก้มคิสเบาเผื่อว่าคนตัวเล็กตรงหน้าจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง “ตัวเล็กตื่นขึ้นมาสิครับ อย่าแกล้งพี่แบบนี้สิ” ผมยังคงพยายามอีกต่อไปส่วนไอ้อิลมันวิ่งไปออกไปตามหมอแล้ว ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่านี่มันเรื่องจริงใช่ไหม? เมื่อกี้คนที่ยืนคุยกับผมตรงหน้าคือคิสใช่ไหม? ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? ไม่นานเสียงวิ่งก็ดังตามมาพร้อมกับไอ้อิลและหมอที่รีบเข้ามาดูอาการของคิส ผมพาน้องไปนอนที่เตียงเหมือนเดิมแล้วให้หมอเข้าไปดูอาการของน้อง ผมถอยห่างออกมาทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาสองมือกุมกันเอาไว้ด้วยความหวังว่าน้องจะฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง.. “ใจเย็นๆ มึงน้องมันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก” ไอ้อิลเดินเข้ามาทรุดตัวนั่งลงข้างๆ ผมแล้วตบไหล่ให้กำลังใจ “อิล..” ผมเรียกชื่อมันอย่างเหมอลอย “เออว่าไง?” “ช่วยบอกกูทีว่าเมื่อกี้กูไม่ได้ฝันไปใช่ไหม? เมื่อกี้คิสฟื้นขึ้นมาแล้วใช่ไหม?” ผมยังคงเหมอลอยแล้วจับจ้องคนที่นอนอยู่บนเตียง “เฮ้อ..ไอ้เฮล กูไม่อยากเห็นมึงเป็นแบบนี้เลยนะเว้ย!! เอาวะไหนๆ มึงก็เห็นน้องมันฟื้นขึ้นมาแล้วเรื่องนั้นมันก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว” “มึงหมายความว่าไง?” ผมผละสายตาจากน้องมามองหน้าไอ้อิล “ตอนที่กูอยู่เฝ้าน้องมันเมื่อเช้าอ่ะน้องมันฟื้นขึ้นมาแล้วแต่มันไม่ให้กูไปบอกมึง กูล่ะอยากจะรู้จริงๆ ว่าพวกมึงทะเลาะอะไรกันวะ” มันเล่าแล้วถามผมด้วยสายตาอยากรู้ “พวกกูไม่ได้ทะเลาะกัน กูก็ไม่รู้ว่ากูทำผิดอะไร จู่ๆ คิสก็หนีออกจากคอนโดฯ” “พวกมึงนี่นะ!! ปัญหาเยอะจริงๆ เลยเว้ยยย!! ยังไงก็เคลียร์กันให้เข้าใจก็แล้วกัน กูไปก่อนนะป่านนี้น้องกะเมียกูถล่มบ้านกูพังหมดแล้วมั้ง” “เออ” แล้วไอ้อิลมันก็ขอตัวกลับไปส่วนผมยังคงนั่งรอหมอตรวจน้องจนเสร็จ “เป็นไงบ้างครับหมอ?” ผมหันไปถามหมอทันที “ตอนนี้สภาพร่างกายของคนไข้ฟื้นตัวขึ้นมาดีมากแล้วนะครับ แต่ที่คนไข้สลบลงไปอีกก็เพราะว่าคนไข้ฝืนร่างกายของตัวเองมากเกินไป คงต้องให้คนไข้พักฟืนอีกสักสองสามวันครับถึงจะให้กลับบ้านได้” “ครับ” “ไม่มีอะไรแล้วงั้นหมอขอตัวก่อนนะครับ” “ครับขอบคุณครับ” แล้วหมอก็ออกจากห้องไป ผมเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เตียงแล้วจับมือน้องมากุมไว้น้ำตาแห่งความดีใจค่อยๆ ไหลออกมาช้าๆ “ขอบคุณนะครับตัวเล็กที่กลับมา..” เสียงแผ่วเบาออกมาจากริมฝีปากเหมือนกระซิบ พี่จะไม่ยอมให้ตัวเล็กจากพี่ไปไหนอีกต่อไปแล้ว ต่อให้ตัวเล็กจะผลักไสพี่ไปไหนพี่ก็จะไม่ไป พี่จะไม่ยอมปล่อยตัวเล็กไปเด็ดขาด!!!