"ว้าย!"
ไวโอลินร้องเสียงหลง ทว่าสายตาคมกริบที่แลเห็นปราดเข้าไปคว้าร่างของเธออย่างมีสติแล้วพลิกเรือนกายของตัวเองลงไปนอนกองที่พื้นเพื่อให้ร่างกายของเขาเป็ที่รองรับแรงกระแทกให้กับร่างกายของเธอแทนทันทีที่ไวโอลินล้มตัวลง
โครมมมม!!!
ทำให้ทั้งคู่ล้มลงมาทาบทับกันก่อนที่มือคู่นุ่มของเธอจะปล่อยโทรศัพท์มือถือร่วงลงสู่พื้นโดยอัตโนมัติ
อั่กกก!!!
แผ่นหลังกว้างกระแทกลงกับพื้นอย่างจัง ในขณะที่ร่างบอบบางของไวโอลินนั้นล้มทับลงมาบนแผงอกของเขาเต็มแรงทำให้คนใต้ร่างถึงกับออกอาการจุก
"โอ๊ะ!!!"
น้ำเสียงทุ้มถึงกับโอดครวญออกมาในลำคอแม้จะรู้สึกเจ็บไม่มาก แต่ทว่าก็ถูกร่างของเธอล้มมาทับทำให้รู้สึกเ็ปยิ่งกว่า ไวโอลินใเงยหน้าขึ้นมาจ้องเขาหัวใจสั่นไหวระรัวในขณะที่สองสายตาประสานกันไปมาอยู่เนิ่นนาน
"นาย...ลุกไหวหรือเปล่า"
ไวโอลินรีบหยัดกายขึ้นนั่งแล้วขยับเข้าไปประคองร่างกายยำกำของอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น
"โอ๊ะ! หละ...หลังฉัน!"
มือแกร่งยกขึ้นมาทาบบริเวณแผ่นหลังของตัวเอง
"นายโอเคหรือเปล่า ลุกขึ้นยืนไหวไหม"
"คิดว่าน่าจะไหวนะ"
พูดพร้อมกับหยัดกายลุกขึ้นช้า ๆ โดยมีสองมือนุ่มช่วยประคับประคองร่างกายกำยำให้มานั่งลงที่โซฟา
"นายนั่งก่อนนะ แบบนี้นายจะขับรถไหวไหม เอางี้เดี๋ยวฉันไปหายาแก้ฟกช้ำมาทาที่หลังให้นายดูก่อนแล้วกันนะ" พูดก่อนจะหายเข้าไปที่หลังครัว
สายตาคมลอบมองตามแผ่นหลังบางไป ก่อนจะเผยรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากแล้วรีบหุบยิ้มลงในทันทีเมื่อเห็นเธอเดินกลับออกมาพร้อมกล่องอุปกรณ์ทำแผลที่อุ้มไว้กับตัว
"หันหลังสิ ฉันจะได้ทายาที่หลังของนาย"
ไวโอลินบอก ในตอนนั้น สายตาคู่คมของเขาพลันเหลือบไปเห็นไหมพรมที่ถูกถักค้างไว้วางระเกะระกะอยู่ที่ใต้โต๊ะกระจกด้านหน้าโซฟา
ทว่าไวโอลินเห็นเข้าก็รู้สึกอายรีบดันมันกลับเข้าไปข้างใน เพราะไม่้าให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอกำลังทำอะไรให้กับฮอร์น แต่เขากลับขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัย เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ในบ้านของเธอ
"ช่วยดึงเสื้อขึ้นให้หน่อยสิ ฉันจะได้ทายาให้"
ไวโอลินบอกกับคนที่นั่งอยู่บนโซฟา ก่อนจะนั่งลงบนพื้นที่ว่างข้าง ๆ กับเขา พันเจียที่นั่งหันหลังให้และดูท่าทางว่าจะทำมันได้ไม่ถนัด
ทำให้มือบางต้องเลิกเสื้อของเขาขึ้นมาแทน ทว่าด้วยแจ็คเก็ตที่รัดรูป และ เสื้อยืดที่ขวางทางอยู่นั้นเธอจึงมองเห็นรอยฟกช้ำได้ไม่ค่อยถนัด
"นายช่วยจับมันไว้หน่อยได้ไหม ฉันทาไม่ถนัดเลย"
ได้ยินแบบนั้นแทนที่จะทำตามคำขอ ทว่าเขากลับรื้อเสื้อขึ้นแล้วจัดแจงถอดเสื้อคลุมออกอย่างทันควัน
ไวโอลินถึงกับตาค้าง เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ได้เห็นไหล่กว้างและบ่าขาวออร่าจัดของผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาแถมบนแผ่นหลังกว้างของเขาก็ยังมีรอยสักดุดันดูเข้มตัดกับสีผิวของเขาอีกด้วย
ไวโอลินกลืนน้ำลายลงท้อง หายใจติดขัดเพราะเรือนกายของเขาเล่นเอาใบหน้าของเธอร้อนผะผ่าว เหงื่อไหลซึมออกมาเล็กน้อย ในขณะที่ใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาในทันใด เมื่อบางยกขึ้นมาแตะแผ่นหลังกว้างที่มีกล้ามเนื้อแน่น ๆ เต้นตุ้บ ๆ อยู่ก็ถึงกับใรีบหันหน้าไปทางอื่นกลบเกลื่อนอาการเก้อเขิน
"เป็อะไรไป"
พันเจียเอ่ยถามพลางหันเพียงเสี้ยวหน้ากลับไปมองร่างบางที่นั่งอยู่ข้างหลัง หญิงสาวหน้าแดงก่ำไม่กล้าที่จะหันกลับมาได้แต่ตอบออกไปส่ง ๆ
"ปะ...เปล่า"
ใบหน้าแดงก่ำราวกับผลสุกของลูกตำลึงทำให้พันเจียถึงกับหัวเราะหึหึ!
"เขินรึไง!"
พูดพร้อมกับขยับถอยหลังเข้ามาใกล้เผยให้เห็นแผ่นหลังขาวจัดเต็มทั้งสองตา ทว่าในความขาวนั้นกลับมีความดุดันของรอยสักแฝงอยู่
"นี่เธอไม่เคยเห็นของเ้านั่น (หมายถึงฮอร์น) เลยเหรอ"
"เอ่อ...คือ"
ไวโอลินได้แต่ละล่ำละลักไม่รู้จะอธิบายยังไง ทว่าเธอก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนจริง ๆ
"อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่เคยมีอะไรกับเ้านั่น ไม่อยากจะเชื่อเลย"
“...นี่นาย!”
ไวโอลินถลึงตาใส่ เขาอมยิ้มออกมาอย่างพอใจที่เธอดูเป็สาวไร้เดียงสากว่าที่เขาคิดไว้
"สมัยนี้ยังมีอยู่เหรอไอ้ประเภทที่เป็แฟนแล้วแค่จับมือกัน" เขาถาม
ไวโอลินได้แต่นิ่งเงียบ เพราะถึงจะพูดไปใครเลยเขาถึงจะเชื่อ พันเจียยังคงพล่ามไม่ยอมหยุดไวโอลินได้แต่ถอนหายใจทิ้งกัดริมฝีปากแน่นเพื่อระงับอารมณ์โมโหเอาไว้ไม่ให้พลุ่งพล่านขึ้นมาอีก
"รีบทาซะเพราะว่าฉันเอง ก็ไม่ได้อยากที่จะอวดท่อนบนต่อหน้าเธอนักหรอก"
ไวโอลิน เข้ามาหยิบหลอดยาบีบใส่มือ แล้วป้าย ๆ ไปที่แผ่นหลังของเขา
"โอ๊ย!!!" พันเจียถึงกับร้องลั่น "ทำให้มันดี ๆ หน่อยสิ ฉันเจ็บนะ!" พันเจียบ่นอุบ
"นี่ก็เบามือที่สุดแล้วนะ อดทนหน่อยสิ เดี๋ยวก็จะเสร็จแล้ว" เธอว่า
พันเจียไม่ส่งเสียงร้องออกมาอีก แต่ก็ทนเจ็บตามที่เธอบอก
"อย่างเธอนี่ก็เหมาะกับฮอร์นดีหรอกนะ ดูไม่มีอะไรให้น่าค้นหา" เขาพูด เธอได้แต่นิ่งเงียบ แล้วรีบทายาให้มันเสร็จ ๆ ในขณะที่พันเจียยังคงพึมพำออกมาเบา ๆ
"เธอไม่ใช่สเปคของฉันเลยบอกตามตรง ผู้หญิงอะไรผมก็สั้น สวยก็ไม่สวย ไม่มีความเซ็กซี่เอาซะเลย แต่ก็เป็คนแรกเลยนะเนี่ย ที่เห็นท่อนบนของฉัน"
ไวโอลินเกือบจะหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง แต่พอนึกถึงคำพูดถึงเื่ความเซ็กซี่ของผู้หญิงในอุดมคติของเขาแล้ว มันทำให้ความมั่นใจของเธอหรือผู้หญิงทุกคนที่ได้ยินได้ฟังประโยคนั้นของเขารู้สึกหมดความมั่นใจไปเลย ไวโอลินจ้องหน้าเขาอย่างเคือง ๆ
"เสร็จแล้ว...ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ดีขึ้นก็ค่อยไปหาหมอ"
ไวโอลินพูดก่อนจะลุกขึ้นเอาอุปกรณ์กลับไปเก็บ พันเจียมองตามแล้วหยิบเสื้อยืดมาใส่ก่อนจะสวมแจ็คเก็ตทับ
ไวโอลินเดินหายเข้าไปในครัว ก่อนจะก้มลงเก็บกล่องอุปกรณ์ลงไปตู้ยาสามัญประจำบ้าน พลางฉุกคิดขึ้นมาในหัว ถึงคำพูดของเขาเมื่อครู่นี้
"นี่เธอยัง ไม่เลิกคิดถึงเ้านั่น อยู่อีกเหรอ"
เขาถาม หลังจากที่ไวโอลินเดินกลับมานั่งลงที่โซฟาข้างกายเขา เธอจ้อง เขาจ้องกลับ ไวโอลินไม่ตอบคำถาม แต่ย้อนถามเขากลับไปแทน
"เื่เมื่อกี้..." เธอเอ่ย เขาตั้งหน้าตั้งตารอฟัง เธอพูดต่อ "ที่นายบอกว่าฉันเหมาะกับฮอร์น นายพูดจริงเหรอ" เขาจ้องหน้า เธอจ้องตอบ ทั้งคู่สบตากันไปมา
"...อือหือ" พันเจียพเยิดหน้าตอบกลับไปแบบส่ง ๆ
"ถ้าอย่างงั้น นายก็คืนฉันให้กับเขาสิ" เธอว่า พันเจียถึงกับส่ายหน้าไปมา พร้อมหัวเราะออกมาเล็ก ๆ
"คิดว่าจะเก่ง นี่ไม่ทันไร ก็ร้องหายอดชายคนรักเก่าแล้วเหรอ" พันเจียเสียงหยัน พูดต่อไปอีกว่า
"อันที่จริงแล้ว ฉันว่าเธอน่าจะ..." (ลากเสียงยาว....) ขณะที่หญิงสาวตั้งตารอฟัง แต่พันเจียกลับไม่ยอมพูดต่อ
"น่าจะอะไร" ไวโอลินถามกลับ
"หาว..." (ลากเสียงยาวอีกครั้ง) พันเจีย แสร้งทำเหมือนคนง่วงนอน แล้วไม่ยอมพูดต่อ
"ถ้าแน่จริง นายก็คืนฉันให้กับเขาสิ"
ไวโอลินพูดตัดบทกับท่าทีที่ดูกวนประสาทของเขา เมื่อพันเจียที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเสียขึ้นมาซะเฉยๆ เขาตอกกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ขุ่นเคือง
"เธอควรจะทำตัวให้สมกับเป็ที่ผู้หญิงของฉันมากกว่าจะสนใจคนรักเก่าที่ทิ้งเธอไปแล้วอย่างเ้านั่นนะ"
ไวโอลินได้ฟังถึงกับเจ็บแปลบในคำพูดที่เป็เหมือนศรธนูพุ่งเข้ามาปักที่กลางอก ซ้ำเติมแผลเดิม ของเธออีกครั้ง
"เธอควรจะตัดใจไปจากหมอนั่นได้แล้ว และทำหน้าที่เป็ผู้หญิงของฉันจะดีที่สุด"
พูดจบ พันเจียก็ลุกพรวดขึ้น ทว่าไวโอลินเห็นแล้วใ กลัวว่าเขาจะล้ม จึงปรี่เข้าไปประคอง แต่เขากลับยกมือปราม
"ไม่ต้อง! ฉันยืนเองได้" พันเจียพูดห้วนๆ เธอชะงักแล้วถามว่า
"นายจะเอาอะไร"
เขาไม่ตอบเดินไปยังมือถือทั้งสองเครื่องที่ตกอยู่บนพื้น ไวโอลินปราดก้มลงไปเก็บมันขึ้นมาแล้วส่งคืนให้กับเขา
พันเจียเริ่มมีสีหน้าที่อ่อนลง กดเปิดมือถือเพื่อเช็คดูว่าพังหรือเปล่า ไวโอลินก็ตรวจเช็คสภาพมือถือเครื่องของเธอเช่นกัน
"ไม่พัง! มันไม่พัง!" เธอยิ้มดีใจ "คิดว่าจะได้เปลี่ยนเครื่องใหม่อีกแล้ว"
พันเจียเงยหน้าขึ้นมามองเล็กน้อย แล้วก้มหน้าดูที่โทรศัพท์ที่ตัวเองเพิ่งจะซื้อให้กับเธอ พลางพูดขณะที่ไม่ได้มองหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะกดโทรศัพท์มือถือเพื่อโทรออก
"นั่นนายจะโทรไปไหน" ไวโอลินเอ่ยถาม ทว่าพันเจียกลับไม่ยอมตอบ เดินกลับมานั่งลงที่โซฟาตัวเดิมก่อนที่ปลายสายจะกดรับ
"ฟาน แกช่วยเอารถมารับฉันหน่อย" พันเจียโทรไปหาฟานเพื่อบอกเขาให้มารับ เพราะดูเหมือนว่าเขาจะขับรถกลับไม่ไหว ไวโอลินรู้สึกแปลกใจที่ทำไมเขาถึงได้กลับมาบึ้งตึงใส่เธออีกครั้ง
"นายโอเคหรือเปล่า" ไวโอลินถามด้วยความสงสัย เขาส่งโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูคืนให้กับเธอ
"โทรตามเพื่อนเธอที่ชื่อบราวนี่ให้มานอนด้วยสิ ฉันจะกลับแล้ว"
ไวโอลินรับมาอย่างว่าง่าย ทว่าเขากลับยื้อกลับแล้วส่งมือถือเครื่องหรูของเขาให้กับเธอแทน
"ใช้เครื่องนี้โทรดีที่สุด เพื่อป้องกันว่าเพื่อนเธอจะไม่เอาเบอร์ที่โทรไปบอกกับคนรักเก่าของเธอ"
ไวโอลินรับมาอย่างว่าง่ายแล้วต่อสายโทรไปหาบราวนี่อยู่สักพัก ก่อนที่มือบางจะส่งโทรศัพท์มือถือสีทองเครื่องหรูคืนให้กับผู้เป็เ้าของ
"ยัยบราวนี่ไม่รับสาย สงสัยคงจะหลับไปแล้ว" เธอพูดพลางเหลือบสายตาไปมองยังนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังกำแพงของตัวบ้านเป็เวลาเกือบจะห้าทุ่มตรง
"ไม่เป็ไรหรอก จริง ๆ ไม่ต้องตามบราวนี่มาอยู่เป็เพื่อนก็ได้ ฉันอยู่ได้สบายมาก ๆ นายกลับไปเถอะ" ไวโอลินพูดเสียงอ่อน ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะก้มลงนิ่ง ๆ กำโทรศัพท์ที่อยู่ในมือเอาไว้แน่น รอยยิ้มฝืน ๆ ของเธอส่งไปถึงสายตาคู่คมของเขา
สักพัก...
ไวโอลินก็เดินไปหยิบกุญแจบ้านมาถือไว้ในมือ พันเจียเห็นก็รู้ว่าเธอรอจะล็อกประตูรั้ว ทันทีที่เขากลับออกไปด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก
สายตาคมกริบก้มลงมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมือหนาก่อนจะกดปุ่มโทรกลับไปหาฟานอีกครั้ง
"ฟาน...แกไม่ต้องมารับฉันแล้วนะ ขอโทษด้วยว่ะเพื่อน" ว่าจบก็หันไปหาร่างบางที่ยืนจ้องมาเขาตาปริบ ๆ ไวโอลินที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกโล่งใจแปลก ๆ ที่จะไม่ต้องอยู่ตามลำพังเพียงคนเดียว แต่ก็อดใไม่ได้ที่รู้ว่าเธอจะอยู่กับเขาสองคนที่นี่!!!
"นะ....นายจะนอนที่นี่จริงเหรอ" ไวโอลินถามเลิ่กลั่ก
"อย่าคิดว่าฉันจะฉวยโอกาส ทำอะไรอย่างว่านั่นกับเธอนะ เพราะว่าฉันไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้นกับผู้หญิงไว้ผมทรงแปลก ๆ อย่างเธอ"
เขาพูดแล้วกระตุกไหล่เบา ๆ ก่อนจะเดินกลับเข้ามานั่งที่โซฟาตัวเดิม ไวโอลินได้ยินก็โกรธจัดกำมือแน่น แต่ก็พยายามเก็บอาการไว้ เดินกระแทกเท้าหนัก ๆ ขึ้นไปหยิบหมอนและผ้าห่มลงมาให้เขา
"ฉันจะยกโซฟานี่ให้นายคืนนึง ถือว่าฉันอนุญาต นายนอนได้ตามสบายเลย" ไวโอลินว่าพลางยื่นหมอนและผ้าห่มให้กับเขา
"เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า เธอเองนั่นแหละ ต้องขอบคุณที่ฉันยอมอยู่เป็เพื่อน"
ไวโอลินสบตาเขาอย่างเคือง ๆ ก่อนจะหันไปเห็นเงาอะไรบางอย่างแถว ๆ หน้าประตูรั้วบ้าน เธอมองตามออกไป ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็คน ผี หรือ ขโมยกันแน่
"มีอะไรหรือเปล่า" พันเจียเห็นเธอยืนมองไปนอกรั้วก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เธอปฏิเสธออกไป เพราะคิดว่าตัวเองอาจจะตาฝาด
"เปล่า ไม่มีไรซักหน่อย" เธอตอบ
"ไม่มีก็ดี งั้นก็รีบ ๆ ขึ้นไปนอนซะ" เขาบอก เธอเดินก้าวขาขึ้นบันไดไปแต่อยู่ ๆ พันเจียก็ร้องทัก
"อย่าเพิ่งไป"
"เอ๊ะ!"
ไวโอลินหันขวับกลับมาทันที เมื่อได้ยินเสียงเรียกของเขา
"ปิดไฟให้ฉันด้วย"
พันเจียออกคำสั่งพร้อมกับชี้นิ้วไปที่สวิชต์ไฟ เธอเม้มปากแน่น ก่อนจะทำตามอย่างว่าง่าย