หลังจากฟาดฝ่ามือใส่เสี้ยวอู่ิที่งานพิธีตระกูลหวง เหมยฮวาเร่งท่าร่างออกจากเมืองลั่วหยางมานับสิบลี้ ส่วนต้าคลุ้มคลั่งไม่ทราบว่าไปที่ใด
ไม่เคยมีใครคาดเดาใจมันออก
ลัดเลาะอยู่ในป่าอยู่หลายชั่วยาม จนแน่ใจว่าไม่ถูกสะกดรอยตาม นางก็มายังถ้ำลึกแห่งหนึ่ง
ภายในมีร่างงามนั่งพิงผนังอยู่
กลับเป็เหมยฮวา
เหมยฮวาเดินเข้ามานั่งข้างเหมยฮวา แล้วชะโงกหน้าไปหอมแก้มเหม่ยฮวา
เหม่ยฮวาที่นั่งอยู่กลับนิ่งเฉย
ที่แท้นางถูกสกัดจุด
เหมยฮวาข้างๆ พลันใช้เล็บมือกรีดผิวหน้าของตน แล้วดึงออกมาเป็ชิ้นๆ
ภายใต้ใบหน้าเหมยฮวากลับเป็ใบคนอื่น
เป็ใบหน้าของสตรี
นางไม่งามเท่าเหมยฮวา ไม่น่ารักใคร่เท่าเจียเจีย ไม่สดใสเท่าแม่ค้าขายของเบ็ดเตล็ด
ความงามของนางเป็อีกรูปแบบหนึ่ง
ผิวของนางขาวซีด เกือบคล้ายซากศพ ริมฝีปากขาวซีดแทบไม่มีสีชมพู จมูกเล็กกว่าหญิงสาวทั่วไปเล็กน้อย ดวงตาขาวซีดปรากฏแววตัดพ้อรำพัน ราวกับท่านติดค้างหนี้รักให้แก่นางมาหลายชาติภพ
นางใช้นิ้วแตะเหมยฮวาเพียงเบาๆ จุดที่สกัดไว้ก็คลายออก
เหมยฮวาไม่หลบหนี
เนื่องจากที่คลายออกเป็เพียงจุดใบ้
แต่นางยังไม่พูดจา
“ไป๋เซ่อเชิน” ยิ้มเหยียด แต่แววตายังคงตัดพ้อ
“เ้าไม่เอ่ยคำ ้าให้ข้าฯ จี้จุดลี้ลับหรือไม่”
เหม่ยฮวามีสีหน้าราวทหารพ่ายศึก นางมิเกรงกลัวความตายก็จริง แต่วิชา “ร้อยจุดพันสำนึก” ของรองเ้าสำนักหญิงเพียงคนเดียวของพรรค เหนือล้ำกว่าความตายมากนัก มันสามารถจี้จุดให้ผู้คนบังเกิดความรู้สึกต่าง ๆ ได้นานัปการ
นางไม่ค่อยฆ่าคน แต่เมื่อลงมือบางคราวโหดร้ายยิ่งกว่า
นางเคยจี้จุดหัวเราะยอดฝีมือที่เป็ปรปักษ์ จนมันหัวเราะติดต่อกันเจ็ดวันเจ็ดคืน น้ำลายแตกกระจายเป็ฟอง สุดท้ายกลายเป็คนวิปลาสฟั่นเฟือน
นางเคยทำให้ชายหนุ่มองอาจหาญกล้า น้ำตาไหลอยู่สามวันสามคืน จนสิ่งที่ไหลออกมาเป็โลหิต สุดท้ายดวงตามืดบอด
แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือวิชาที่นางใช้กับสตรี
นั่นเพราะมีแต่สตรีจึงรู้ว่าควรใช้ฝีมือเช่นไรต่ออิสตรี
นางเคยจี้จุดคันจอมยุทธหญิงงามสะคราญ จนิัไม่อาจทนรับััจากเสื้อผ้าได้ หาไม่จะต้องเกาจนหนังหลุดลอกเนื้อเลอะเลือน สุดท้ายต้องยินยอมถอดเสื้อผ้าออกเดินทางตัวเปล่าเปลือย ไม่ปรากฏว่าหลังจากนั้นเกิดอันใดต่อ
จุดลี้ลับในร่างกายมนุษย์นางล่วงรู้ทั้งสิ้น
โดยเฉพาะสตรีเพศเดียวกัน
“เรามิได้เป็ศัตรูกัน” เหม่ยฮวากลั้นใจเอ่ย
ไป๋เซ่อเชินมองด้วยแววตาตัดพ้อ
“เมื่อต่างก็เป็สตรี ย่อมเป็อริั้แ่เกิด”
นี่ย่อมมิอาจโต้เถียงได้
ด้วยยากจะหาสตรีสองคนที่เป็มิตรแท้ต่อกัน
ยิ่งกับสตรีที่งามทัดเทียมกัน ยิ่งเป็ไปไม่ได้
เหมยฮวาก็ไม่ทุ่มเถียง
หากขัดใจไป๋เซ่อเชิน นางอาจต้องัักับวิชาดัชนี
“ท่านปลอมเป็ข้าพเ้าไปก่อเหตุใด”
ไป๋เซ่อเชินมองตานาง คล้ายอยากรู้ความนัย
“คนรักของเ้าตายแล้ว”
“ผู้ใด”
ไป๋เซ่อเชินยิ้มด้วยแววตาตัดพ้อ
เหมยฮวาใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่
“มันมิใช่คนรักของข้าฯ”
“ถ้าเช่นนั้นมันตายก็ไม่เป็ไร”
“ท่านฆ่ามันจริงๆ”
“มันโดนฝ่ามือสีชาด”
เหม่ยฮวาหน้าเศร้าหมองลง หรือมันตกตายจริง
แม้นางไม่รักมัน แต่มันเคยช่วยนางไว้หลายครั้ง
ฝ่ามือสีชาดเป็วิชาที่ประมุขถ่ายทอดให้ไป๋เซ่อเชินผ่านทางแม่เฒ่า เนื่องเพราะนางไม่มีกระบวนท่าคร่าชีวิตที่ร้ายกาจเหมือนรองเ้าสำนักคนอื่น หากมันโดนฝ่ามือนี้จริง จะเป็อย่างไร
ที่จริงไป๋เซ่อเชินน่ากลัวกว่าที่หลายคนคิดนัก
โดยเฉพาะวิชาปลอมแปลงโฉมที่แม้แต่บิดามารดายังแยกบุตรธิดาแทบไม่ออก
วิธีที่นางโปรดปรานคือ ปลอมแปลงตัวไปอยู่ใกล้เหยื่อแล้วใช้วิชาสกัดจุด
นางรู้สึกว่านี่ตื่นเต้นเร้าใจกว่าการฆ่าฟันตามปกติ
นางบอกว่ากระทำเช่นนั้นมิต่างจากสุนัขกัดกัน
คนย่อมมิใช่สุนัข
สุนัขมีจมูกที่ยอดเยี่ยม สามารถดมกลิ่นของกระต่ายที่ห่างออกไปหลายลี้
ส่วนคนทำมิได้
ยกเว้นบางคน
…
เสี้ยวอู่ิเดินเล่นกับเจียเจียอยู่ในสวนตระกูหวง
“ข้าพเ้าดีขึ้นมากแล้ว คงต้องกลับโรงเตี๊ยม”
เจียเจียก้มหน้าลง
“พักอยู่อีกสักหลายวันมิได้หรือ”
เสี้ยวอู่ิยิ้มอ่อน โบกพัดไล่ยุงให้นาง
“หากยังขืนอยู่ต่อ เกรงว่าตำแหน่งคนสวนคงมิพอแล้ว”
เจียเจียหน้าเป็สีชมพูระเรื่อ ดวงตาสีฟ้าทอประกายอ่อนหวานท้าทาย
“ข้าฯไปหาท่านที่โรงเตี๊ยมได้หรือไม่”
เสี้ยวอู่ิอับจนหนทาง ความรักที่นางมีต่อมัน แม้คนหูหนวกตาบอดยังรับรู้ได้ อย่าว่าแต่เหล่าศิษย์ตระกูลหวงหลายพันคนที่เริ่มมองมันตาขวาง
พัดโบกผ่านเส้นผมนางเบาๆ
“ท่านเป็สตรีดีงาม อยู่ในหอห้องเถอะ ข้าพเ้ารับปากว่าจะมาหาบ่อยๆ”
เจียเจียแย้มยิ้ม สวนดอกไม้ยามราตรีสว่างจ้าขึ้นมา
เสี้ยวอู่ิต้องยอมรับ หากมีบ๊วยหวานต้นนี้อยู่ในบ้าน คงไม่เปลืองน้ำมันจุดโคมแล้ว