ในหุบเขากลิ่นคาวเืของการต่อสู้ ทำให้จางเฉินรู้สึกอึดอัดอย่ามาก จางเฉินทำการเก็บร่างของสัตว์อสูรทั้งหมด มีวานรราชสีห์กว่า 200 ตัว มีนกอินทรีเหล็กดำ 100 กว่าตัว
“ปีนไปดูรังอินทรีย์ขนเหล็กกัน อยู่ต้นไม้ตรงนั้น อินทรีเหล็กดำมักชอบสะสมของแวววาว อาจมีอะไรดีๆ” โสมแดงพาจางเฉินไปบนต้นไม้ใหญ่ใกล้กับหน้าผา
มีรังอินทรีย์อยู่จำนวนมาก ทั้งรังที่ดูเก่า และใหม่ สร้างด้วยกิ่งไม้ หญ้าแห้ง ขนาดแต่ละรังเท่าๆ กับบ้านหลังเล็กของจางเฉินในมิติ
“ไป บนสุดเลย รังของตัวหัวหน้า พวกลูกน้องไม่มีอะไรหรอก น่าจะมีแต่ไข่นก ลูกนก”
“ไข่นกพวกนี้จะฟักอีกไหมนกตัวใหญ่ตายหมดแล้ว เราน่าเอาไปต้มกิน”
“มีนกที่ออกไปหาอาหารอยู่เดี๋ยวมันก็กลับมาดูแลกันเอง กินยังไงหมดลูกหนึ่งก็อิ่มเป็เดือนแล้ว ถ้าเ้าเอาไปทิ้งในมิติเกิดมันฟักขึ้นมาจะวุ่นวายเพราะไม่สามารถควบคุมได้ ข้านี่ละ จะเหนื่อย”
“อืม” จางเฉินเกาหัว โลกนี้มีอะไรที่เขาไม่ค่อยเข้าใจเยอะไปหมด
เมื่อปีนต้นไม้ไปถึงรังบนสุด รังมีขนาดใหญ่กว่ารังอื่นๆ เกือบเท่าตัว พบพวกเหล็ก หินิญญา หินแร่ที่ส่องแสงแวววาว จำนวนมาก กองเป็เหมือนูเาลูกเล็ก ไม่ไกลนักมีไข่สองใบสุมไว้ด้วยหญ้าแห้งโผล่ออกมาเพียงครึ่งใบ
ไข่มีขนาดใหญ่กว่าไข่ในรังอื่นๆ มีลวดลายและสีสันที่แตกต่างออกไปมาก
“นี่สิ ของดี สายเืที่ดีที่สุด แบบนี้ค่อยคุ้ม รอหยดเืนะ ข้าจะร่างสัญญาให้ทั้งสองเลย พอเ้าเห็นร่างสัญญาปรากฏที่ผิวไข่ก็หยดเืไปทั้งสองแล้วก็เก็บเข้ามิติ” โสมแดงทำพันธสัญญาสัตว์อสูรให้กับจางเฉิน เอาเืสัตว์อสูรออกมาทำมือไปมาคล้ายจะเป็สัญญาลักษณ์อะไรสักอย่าง ไม่นานเปลือกไข่ก็มีตัวอักษรรูนจำนวนหนึ่งหมุนเป็รูปวงกลม โดยมีอักษรตัวใหญ่ตรงกลางตัวหนึ่ง
จางเฉินรอการร่างพันธสัญญาสัตว์เลี้ยงของโสมแดง พอเห็นสัญญาลักษณ์เสร็จสมบูรณ์ก็รีบกัดนิ้วหยดเืทันที จากนั้นก็เก็บไข่ทั้งสองเข้ามิติ
“เดี๋ยวสักพักน่าจะฟักเลย เพราะเวลาในมิติกับสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า ข้าจะไปจัดการฟักไข่ให้ เ้ารีบเก็บหินพวกนี้เถอะ เดี๋ยวพวกนกที่ออกไปหาอาหารกลับมาจะลำบาก” โสมแดงแนะนำจางเฉินเพิ่มเติมแล้วเข้าสู่มิติ
หลังจากเก็บหิน แร่ทั้งหมดหมดแล้ว จางเฉินก็ออกจากหุบเขาแล้วเข้ามิติ เดินไปดูรังฟักไข่ที่โสมแดงทำไว้พักหนึ่ง จึงมานั่งคัดแยกหิน แร่ต่าง ๆ ที่ได้มา
“แหวนมิติ” จางเฉินยิ้มเริงร่าง ในกองหินที่เก็บมามีแหวนมิติอยู่ด้วย เขาหยดเืเพื่อตรวจสอบทันที
ภายในมีหินิญญาระดับต่ำ และระดับกลาง มีตำราสองเล่ม และมีกล่องเหล็กแปลกๆ
จางเฉินเรียกกล่องออกจากแหวน
ตูม
“กล่องมีน้ำหนักขนาดนี้เลยเหรอ แล้วแค่กล่องเล็กๆ เอง” จางเฉินพยายามยกขึ้นมา มันหนักมากทั้งที่ขนาดกล่องมันแค่สองฝ่ามือของเขาได้
กล่องมีสีสัน ลวดลายแปลกๆ ดูศักดิ์สิทธิ์ โบราณ มุมทั้งสี่ของกล่องถูกตราตรึงด้วยรูปก้อนเมฆ จนมากันตรงกลาง จุดศูนย์กลางเป็พระอาทิตย์ พระจันทร์ ทั่วกล่องพื้นเมฆเป็รูปสัตว์ต่างๆ เขาหาที่เปิดกล่องทั่วทุกด้านก็ไม่พบ กล่องสี่เหลี่ยมนี้ดูเรียบเนียนไปด้วยกันหมด
“โสมแดง อันนี้เป็รูปแบบอาเรย์หรือไม่” จางเฉินให้โสมแดงดูกล่อง
“น่าจะเป็อาเรย์นะ แต่รูปแบบซับซ้อนมาก ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน”
“สิ่งที่ซ่อนอยู่ในกล่องเหล็กนี่คือ... “
“เ้าโง่ ข้าไม่รู้ ถามอะไรบ้าๆ” โสมแดงรู้สึกโมโหเล็กน้อยและขึ้นเสียง
กล่องเหล็กนี่แปลกเป็เื่น่าเสียดายที่จางเฉินไม่สามารถเปิดมันได้ และไม่รู้ต้องทำอย่างไร เขามั่นใจมากว่ามันคือสมบัติอย่างแน่นอน ต้องเป็ของดี แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมแพ้ หลังจากค้นหาเป็เวลานาน กดตรงนั้น ตรงนี้ พยายามใส่พลังปราณเข้าไป ไม่มีช่องกุญแจ หลุม บ่อ หรืออะไรสักอย่างที่จะสื่อถึงวิธีการเปิด มีแต่ผิวเรียบเนียนของมัน
สุดท้ายจางเฉินได้แต่ถอดใจและนำใส่ไว้ในแหวนมิติ ส่วนตำราและหินิญญาเขายังไม่สนใจเฉพาะตำราที่มียังอ่านไม่หมด วิชาที่ฝึกอยู่ก็ยังไม่ก้าวหน้ามาก จึงดึงพวกมันออกมาทิ้งไว้ในคลังก่อน
จางเฉินรู้สึกถึงความสัมพันธ์จากพันธสัญญาสัตว์เลี้ยงของเขา เขารีบไปที่ไข่ทันที
แคว๊ก เจี๊ยบ เจี๊ยบ
หลังจากที่ลูกนกทั้งสองออกจากไข่ก็ส่งเสียงร้องหาจางเฉิน จางเฉินรอให้มันกินเปลือกไข่ให้หมด เพราะมันเป็อาหารบำรุงแรกเกิด ลูกนกทั้งสองตัวหนึ่งสีขาว มีสีฟ้าปะปนบ้างเป็ลวดลาย อีกตัวเป็สีดำ มีสีแดงเป็ลวดลายเล็กน้อย จางเฉินมองทั้งสองตัวอย่างสนุกสนาน
“ตั้งชื่อมันสิ” โสมแดงแนะนำ
รอจนมันกินเปลือกไข่หมดก็วิ่งมาหาจางเฉิน
“เ้าตัวขาวนี่เรียกว่า ไป่เอ๋อละกัน” จางเฉินลูบหัวลูกนกและบอกชื่อมัน ลูกยกเอาหัวคลอเคลียที่มือของจางเฉิน เขารู้สึกมีความสุขมากๆ
“เ้าตัวดำข้าเรียกเ้า หงเอ๋อนะ” จางเฉินลูบหัวเ้าตัวดำ
"โตมาพวกมันจะวิ่งไล่กินเ้าไหม" จางเฉินหันมามองโสมแดง
"ไม่ เราต่างทำสัญญากันหมดแล้ว มีความสัมพันธ์กัน ไม่มีปัญหา การทำพันธสัญญาแบบนี้ใช้พลังิญญาเยอะมาก ข้าต้องนอนพัก จากนี้เ้าอย่ารบกวนข้า พวกนกน้อยส่งไปอยู่กับพวกไก่ป่าได้ถ้าเ้าไม่อยู่ในมิติ" พูดแล้วโสมแดงก็หนีไปนอน
"ดีจริงๆ มีสหายร่วมรบมากขึ้น วันนี้ได้ของหลายอย่าง ผิดหวังอย่างเดียวกล่องเหล็ก มันต้องมีวิธีเปิดสิ" จางเฉินคิดเื่กล่องเหล็กแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว