นี่เธอถึงขนาดสู้คนตามองไม่เห็นไม่ได้เลยเชียวหรือหม้อดินสองใบเอามาเปรียบเทียบกัน ใบที่เธอปั้นไม่เพียงแต่หน้าตาอัปลักษณ์ยังเอียงกระเท่เร่ไปข้าง
ในทางกลับกันหม้อของเหลียนเซวียนรูปทรงได้สมดุล ผิวเรียบลื่น ความหนาเหมาะสม ดูอย่างไรก็สวยกว่าของเซวียเสี่ยวหรั่นมากนัก
เหลียนเซวียนกางมือที่เต็มไปด้วยดินเหนียวมุมปากยกยิ้มน้อยๆ
เซวียเสี่ยวหรั่นจดจ้องอย่างตกตะลึง "ท่านเคยทำเครื่องปั้นดินเผามาก่อนหรือ ไม่น่าจะเป็ไปได้เมื่อครู่ตอนเริ่มทำ ยังดูเงอะงะไม่คุ้นเคยกับมันเท่าไรเลยหรือว่าท่านจะเป็คนฉลาดเฉลียวแต่กำเนิด ได้เรียนรู้เพียงนิดก็ทำได้แล้วแต่ถ้าสติปัญญาเฉียบแหลมขนาดนั้นจริง ทำไมถึงตกมาอยู่ในสภาพนี้ได้ล่ะ"
คำพูดประโยคสุดท้ายแทบจะอมอยู่ในปากหากไม่ใช่เพราะประสาทััการได้ยินของเหลียนเซวียนดีเยี่ยมก็คงจะไม่ได้ยินเสียงพึมพำของนาง
แม่นางผู้นี้กล่าวไม่ผิดถ้าเขาฉลาดจริง จะสูญเสียดวงตาทั้งสองข้าง และตกมาอยู่สภาพนี้ได้อย่างไร
มุมปากที่หยักโค้งเผยแววแข็งกระด้างรังสีเยียบเย็นน่าสะพรึงแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
เซวียเสี่ยวหรั่นมุมปากกระตุกนึกโทษตัวเองอยู่เงียบๆ กาไหนน้ำไม่เดือดกลับหยิบกานั้น [1]
"อะแฮ่ม ไม่ว่าหม้อใบนี้จะสวยหรือไม่ ถ้าเผาออกมาแล้วไม่รั่วก็ถือว่าสำเร็จฟ้าใกล้มืดแล้ว ข้าจะไปเก็บฟืนมาเพิ่มอีกหน่อย"
เธอลุกพรึ่บวิ่งตึงๆๆ ไปข้างนอก ฉวยโอกาสที่ฟ้ายังไม่มืดรีบทำการทำงาน
เห็นนางวิ่งออกไปราวกับพายุเหลียนเซวียนก็รู้สึกหมดแรงมือที่แบอยู่เต็มไปด้วยดินแดงเหนียวหนึบทำให้เขาหงุดหงิดรำคาญใจอยู่บ้าง
เขาหลุบตาลง 'มอง' มือที่เปรอะเปื้อนพลางใคร่ครวญอย่างจริงจัง
แม้ว่าถ้ำอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำแต่ด้วยสถานการณ์ของเขาตอนนี้ ถ้าจะไปไหนสักที่ต้องสิ้นเปลืองกำลังกายไม่น้อยน้ำในขวดเหลือแค่นิดเดียว ไม่แน่ใจว่าจะพอให้เขาล้างมือหรือไม่
เหลียนเซวียนคลำข้างกายหาไม้เท้าที่ช่วยพยุงกายตัดสินใจไปริมแม่น้ำขณะที่ฟ้ายังไม่มืด แน่นอนว่าถึงฟ้าจะมืดสำหรับเขาแล้วก็ไม่ต่างกันมาก
ยามเซวียเสี่ยวหรั่นไม้หอบฟืนกลับมาเห็นเหลียนเซวียนค่อยๆ เดินไปปากถ้ำอย่างยากเย็น
"เหลียนเซวียน ท่านจะทำอะไรน่ะ ฟ้าจะมืดอยู่แล้ว อย่าเดินไปไหนมาไหนซี้ซั้วระวังเถอะหมาป่าจะคาบไปกิน"
แม่นางผู้นี้โปรดอย่าใช้คำพูดขู่เด็กกับเขาเลยเหลียนเซวียนยังคงค่อยๆ เดินไป
เซวียเสี่ยวหรั่นโยนฟืนเ่าั้ลงพื้นก่อนวิ่งมาอยู่ข้างกายเขา
"ท่านจะไปไหน กลั้นไม่ไหวจะไปปลดทุกข์หรือจะไปล้างเนื้อล้างตัวที่ริมแม่น้ำ"
เธอคิดออกแค่สองเหตุผลที่ทำให้เขาดึงดันจะออกจากถ้ำให้ได้
เหลียนเซวียนใบหน้าแข็งทื่อแม่นางผู้นี้ช่างกล้าพูดไปทุกเื่จริงๆ
น่าจนใจที่สุดก็คือเดิมทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะไปปลดทุกข์ แต่พอนางเอ่ยถึง ก็พานนึกอยากจะไปจริงๆ
อย่างไรเสียเขาก็ไม่ทั้งผงกศีรษะหรือส่ายหน้าเพียรแต่จะลากไม้เท้าออกไปข้างนอก เซวียเสี่ยวหรั่นไม่ซักไซ้หรือตอแยเขาอีก "งั้นท่านก็ค่อยๆ เดิน ข้าจะไปเก็บฟืนมาเพิ่มอีกหน่อย แล้วค่อยไปหาท่านอย่าเดินไปไกลนักล่ะ ระวังตกลงไปในแม่น้ำด้วย"
คำพูดยังไม่ทันจบคนพูดก็วิ่งไปไกลแล้ว
ตกลงไปในแม่น้ำ? จุดไท่หยางของเหลียนเซวียนเต้นตุ้บๆ ตนเองแค่ตามองไม่เห็นไม่ได้กลายเป็คนเขลาเบาปัญญาเสียหน่อย
เซวียเสี่ยวหรั่นไหนเลยจะมาสนใจว่าเขาคิดอย่างไรในสายตาเธอ สภาพของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กน้อยอ่อนแอคนหนึ่งจำเป็ต้องได้รับการดูแลอย่างระมัดระวังจากผู้อื่น
เธอบ่ายหน้าไปยังพงไม้ด้านข้างของถ้ำแสงตะวันยามสายัณห์อ่อนแสงลงทุกทีต้องรีบกักตุนฟืนเอาไว้
หนึ่งรอบสองรอบ สามรอบ สี่รอบ...
จนกระทั่งกองฟืนข้างกำแพงสูงเท่าครึ่งตัวคนเซวียเสี่ยวหรั่นถึงค่อยพักหายใจ
ทั้งใบหน้าและศีรษะชุ่มไปด้วยเหงื่อมือก็เต็มไปด้วยโคลนและฝุ่นดำเขรอะ สกปรกจนแม้แต่ตนเองยังไม่กล้ามอง
เธอเติมฟืนดุ้นใหญ่เข้าไปในกองไฟอีกสองสามดุ้นเหลือบมองหม้อดินขนาดใหญ่สองใบข้างกองไฟอย่างรู้สึกโล่งใจ ตราบใดที่เผาออกมาสำเร็จชีวิตในภายหน้าก็คงไม่น่าเศร้าเท่าไรแล้ว
เธอหยิบขวดน้ำเดินออกไปข้างนอกบนท้องฟ้าเหลือเพียงแสงสีส้มอ่อนจาง
"เหลียนเซวียน ท่านอยู่ไหนน่ะ?"
เธอเดินไปทางริมแม่น้ำ
เสียง 'ตึงๆ' ดังตอบกลับมาจากริมแม่น้ำ
เซวียเสี่ยวหรั่นดีใจมากจังหวะก้าวเท้าที่ค่อนข้างหนักเปลี่ยนเป็เบาขึ้นทันที
"ท่านนี่สุดยอดไปเลย มาถึงริมแม่น้ำได้ถูกต้องตรงเผง"
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแส้ผินมาที่นางเล็กน้อยเสียงน้ำไหลดังขนาดนี้ หาไม่เจอสิถึงจะแปลก
เซวียเสี่ยวหรั่นหยีตาแสงขมุกขมัวพานให้เธอเห็นหน้าเขาไม่ชัดแต่เขาสวมชุดตัวยาวสีขาวยืนตัวตรงแหน็วราวกับด้ามพู่กันอยู่ริมแม่น้ำ รูปร่างทั้งผอมและสูงจึงค่อนข้างสะดุดตา
น้ำในแม่น้ำไหลผ่านข้อเท้าของเขาไปชายอาภรณ์เปียกชื้นไปกว่าครึ่ง
"ว้าย เหลียนเซวียน รีบขึ้นมาเลย ชายเสื้อเปียกหมดแล้วตอนนี้ท่านยังเป็คนป่วย ภูมิต้านทานต่ำ น้ำในแม่น้ำเย็นเฉียบ จะไม่สบายเอาง่ายๆรีบขึ้นมาเถอะ"
เซวียเสี่ยวหรั่นสวมรองเท้าแต่ไม่อยากให้มันเปียก จึงได้แต่ยืนเร่งเร้าอยู่ริมตลิ่ง
"รีบขึ้นมา ขึ้นมาเร็วๆ เป็คนป่วยอย่าเอาแต่ใจหากป่วยขึ้นมาไม่มียากินแล้วนะ"
ริมฝั่งแม่น้ำยามใกล้ค่ำแลดูเงียบเหงาและหนาวเหน็บอย่างเห็นได้ชัด
น้ำเสียงขุ่นเคืองของเซวียเสี่ยวหรั่นดังก้องไปทั่ว
เหลียนเซวียนเม้มริมฝีปากน้อยๆ
สายน้ำเย็นเฉียบไหลผ่านตัวเขายืนอยู่ในน้ำเพียงแค่ครู่เดียว ไอเย็นก็แล่นจากเท้าถึงมาถึงใบหน้า
แม่นางผู้นี้พูดถูกเขาเป็คนป่วย ไม่มีสิทธิ์เอาแต่ใจ
เหลียนเซวียนยกเท้าที่ไร้เรี่ยวแรงเดินขึ้นไปบนฝั่งอย่างยากเย็น
"ถูกต้องๆ แบบนี้ถึงจะถูกต้อง ท่านน่ะไม่ใช่เด็กเล็กๆ แล้วทำไมถึงชอบเอาแต่ใจนักล่ะ กลางคืนอุณหภูมิต่ำ น้ำในแม่น้ำก็เย็นเฉียบท่านยังาเ็อยู่ จะลงไปในแม่น้ำทำไม ล้างมืออยู่บนฝั่งก็ล้างได้เมื่อก่อนท่านต้องเป็เด็กหัวแข็ง เอาแต่ใจตัวเองแน่ๆ เลย"
เซวียเสี่ยวหรั่นพบไม้เท้าของเขาข้างแม่น้ำเธอย่อตัวเอาไม้เท้าไปล้างในแม่น้ำก่อน แล้วฉวยโอกาสล้างหน้าล้างมือไปด้วยเลยขณะที่ปากก็เริ่มบ่นงึมงำ
เขาเอาแต่ใจ? เหลียนเซวียนยกเท้าอย่างยากเย็น ได้ยินถ้อยคำพร่ำบ่นของนางเขาคงต้องพิจารณาตัวเองแล้วจริงๆ
ก็คงจะใช่เหลยลี่กับหงกูเคยบ่นไม่ต่ำกว่าหนึ่งครั้ง ว่าเขาดื้อรั้นเอาแต่ใจตัวเองแต่เมื่อก่อนตนเองไม่เคยใส่ใจ
แต่ตอนนี้คงต้องลดละสักหน่อยแล้วกระมัง
กว่าเขาจะเดินมาถึงริมฝั่งไม่ง่ายนักเซวียเสี่ยวหรั่นส่งไม้เท้าให้ แล้วช่วยพยุงเขาขึ้นมา
"ท่านรอก่อน ข้าจะเอาขวดไปตวงให้เต็ม"
กล่าวจบก็หันไปหามุมที่สะอาดเติมน้ำใส่ขวดหลังปิดฝาเรียบร้อย ก็ประคองเหลียนเซวียนเดินกลับถ้ำ
"ตัวท่านเย็นเฉียบอย่างกับน้ำแข็ง รีบไปผิงไฟดีกว่า"
พอกลับมาถึงถ้ำเซวียเสี่ยวหรั่นก็ประคองเขานั่งลง พลางถลึงตาใส่อย่างอดไม่ได้ คนคนนี้ไม่รู้จักรักษาร่างกายตัวเองบ้างเลยดีขึ้นหน่อยเดียวก็กล้าลงไปแช่น้ำแล้ว
"แค่กๆ" เหลียนเซวียนไอโขลกสองสามครั้ง
เซวียนเสี่ยวหรั่นยิ่งเครียดหนักวางขวดน้ำ เอื้อมมือไปหยิบกิ่งไม้มาหักดังเป๊าะ ก่อนใส่เข้าไปในกองไฟ
"เห็นไหม เป็หวัดแล้ว รีบมาผิงไฟให้ความอบอุ่นเร็วเข้า"
หลังจากนั้นเสียงหักกิ่งไม้ก็ดังอย่างต่อเนื่อง
ภายในถ้ำสว่างไสวขึ้นทันตา
เซวียเสี่ยวหรั่นย้ายหม้อดินสองใบเข้าไปวางข้างกองไฟอย่างระมัดระวังหลังจากอบความร้อนจากกองไฟไปสักพัก ดินเหนียวก็แห้งไปครึ่งหนึ่ง
จากนั้นก็เอากิ่งไม้ที่หักแล้วมาวางล้อมหม้อดินทั้งสองเป็วงกลมจนหนาแน่นหลังจากนั้นก็เอาไฟมาจุด
"เผาฟืนกองนี้เสร็จ หม้อก็คงจะเรียบร้อย"
เซวียเสี่ยวหรั่นยังคงเติมฟืนรอบกองไฟไม่หยุดทำตามความทรงจำน้อยนิดที่เหลืออยู่ในสมอง
"์ทรงโปรด ขอให้สำเร็จด้วยเถอะ"
กองไฟเบื้องหน้าลุกโหมแรงขึ้นเรื่อยๆเหลียนเซวียนรู้สึกถึงคลื่นความร้อนที่ประดังเข้ามา ทำให้เขาต้องถอยไปด้านหลัง
เผาอย่างนี้เลย? ไม่ต้องใช้เตา แล้วจะสำเร็จหรือ?
...
[1] กาไหนน้ำไม่เดือด กลับหยิบกานั้น หมายถึง ประเด็นไหนไม่ควรพูด กลับพูด