ฮวาเสี่ยวซี ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งสรรพางค์กายราวกับถูกรถม้าทับซ้ำแล้วซ้ำเล่า แสงแดดยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องบ่งบอกว่าพระอาทิตย์ขึ้นสูงลิ่วแล้ว แต่นางกลับรู้สึกเพลียอย่างที่สุด แม้ร่างกายนางจะเคยฝึกวรยุทธ์แต่เจอกับฤทธิ์พลังช้างของสามทั้งสามร่างกายของนางก็รับไม่ไหวและร่างกายของนางก็ยังต้องการการพักผ่อนอย่างเต็มที่ การร่วมรักอันทรหดเพื่อขับพิษราคะของอี้เฟยหลงนั้นมิได้ให้ผลดีต่อนางเลยแม้แต่น้อย ซ้ำร้ายยังมีอีกสองคนที่พลอยได้ผลประโยชน์จากการขับพิษไปเต็มๆ ทั้งอี้จงเหวินฮ่องเต้อี้หานเฟิงและตัวนางเองต่างก็จมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งปรารถนาอันเร่าร้อนที่ยาวนานกว่าปกติพวกเขาทั้งสามมีความสุขเหลือเกินยามที่ปลดปล่อยความกำหนัดออกมาแต่คนที่ทุกข์ระทมอย่างแท้จริงกลับเป็นนาง ฮวาเสี่ยวซีที่ต้องรับบทหนักที่สุด
เมื่อคืนนางพยายามอ้อนวอนให้พวกเขาปล่อยนางไปพักผ่อนแต่เจ้าพวกบ้าสามคนนั้นกลับไม่ยอมปล่อยนางไปง่ายๆ ราวกับไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกระทั่งรุ่งเช้านางจึงจะได้รับอิสระ ในยามนี้ร่างกายของฮวาเสี่ยวซีบอบช้ำจนแทบจะขยับไม่ได้ด้วยซ้ำ
เสียงเล็กๆ ดังขึ้นใกล้ๆ "ปะ..ป๊า!"
ฮวาเสี่ยวซีหันขวับไปยังต้นเสียงดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเจ้าอ้วนน้อยลูกชายตัวน้อยที่นั่งยิ้มแฉ่งอยู่ข้างเตียงชี้มือไปทาง อี้หานเฟิง ที่กำลังสวมเสื้อคลุมอยู่อี้หานเฟิงหันมายิ้มอย่างอบอุ่นให้ลูกชาย ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดูฮวาเสี่ยวซีรู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที
นางเลี้ยงเขามานะ! นางอุ้มท้องมาเกือบสิบเดือนคลอดเขาออกมา เจ็บปวดแทบตาย ทุ่มเทเลี้ยงดูมาตลอด แต่เจ้าก้อนกลมๆนี่กลับเรียกบิดาก่อน แทนที่จะเป็นมารดา!
"เจ้าอ้วนน้อย! มานี่นะ!"ฮวาเสี่ยวซีแกล้งทำเสียงดุ ใบหน้าบึ้งตึง แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรักใคร่
อี้หานเฟิงเดินเข้ามาใกล้ลูบหัวเจ้าอ้วนน้อยเบาๆ ก่อนจะโน้มตัวลงจูบหน้าผากของภรรยา"อย่าเพิ่งงอนสิเสี่ยวซี เจ้าอ้วนน้อยเขาก็รักเจ้าเหมือนกันนั่นแหละเขาแค่เห็นพ่อก่อนก็เลยเรียกก่อน" เขาพูดพลางยิ้มหยัน "อีกอย่างเมื่อคืนเจ้าหลับลึกกว่าที่เคยนี่นา"
ใบหน้าของฮวาเสี่ยวซีแดงซ่านทันทีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนางหยิกเข้าที่เอวของอี้หานเฟิงเบาๆ "เจ้ามัน..." นางพูดไม่ออกได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แต่อย่างน้อย การได้อยู่กับครอบครัวเล็กๆในยามเช้าเช่นนี้ ก็ทำให้ความเหนื่อยล้าทางกายผ่อนคลายลงไปได้บ้างพวกเขากินอาหารเช้าพร้อมหน้าพร้อมตาเจ้าอ้วนน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากส่งเสียงดังไปทั่วเรือน เป็นภาพที่อบอุ่นและเปี่ยมสุข
ขณะที่ครอบครัวกำลังเพลิดเพลินอยู่กับอาหารเช้าทันใดนั้นสาวใช้ผู้หนึ่งซึ่งเฝ้าหน้าประตูอยู่ก็ก้าวเท้าเข้ามาในห้องอาหารด้วยความสำรวมนางก้มหน้ายอบกายลงเล็กน้อยแล้วรายงานด้วยน้ำเสียงนอบน้อม "พระชายาเพคะมีเด็กจากร้านหมูหันขอเข้าพบเพคะ"
ฮวาเสี่ยวซีกำลังจะตักโจ๊กเข้าปากแต่เมื่อได้ยินคำว่า "ร้านหมูหัน" มือของนางก็ชะงักไปทันทีคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความสงสัยร้านหมูหันของนางไม่ค่อยมีเรื่องด่วนอะไรถึงขนาดต้องส่งคนมาตามถึงในจวนหลวงเช่นนี้
"เขามีเรื่องอะไรหรือไม่?"ฮวาเสี่ยวซีรีบถามทันทีด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวล
สาวใช้ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ "เขาบอกเพียงว่าเป็นเรื่องด่วนเพค่ะ"
ฮวาเสี่ยวซีผุดลุกขึ้นจากที่นั่งทันทีความกังวลฉายชัดในแววตา นางกำลังจะก้าวเท้าออกไปยังห้องรับแขกแต่แล้วมือใหญ่ของอี้หานเฟิงก็ยื่นมาจับแขนของนางไว้เบาๆ
"กินข้าวให้เสร็จก่อนค่อยไป"อี้หานเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ดวงตาคู่คมมองนางด้วยความห่วงใยเขารู้ว่านางเป็นคนขี้กังวลและรักกิจการของตนเองมากเพียงใด
ฮวาเสี่ยวซีหันกลับมามองสามีใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย
"ไม่ได้เพคะ!เผื่อที่ร้านมีปัญหาอะไร ข้าต้องรีบไปดู ท่านกินไปก่อนนะเจ้าคะ" นางพยายามจะแกะมือของเขาออกแต่เขากลับจับไว้แน่นกว่าเดิม
"ใจเย็นก่อนเสี่ยวซี"อี้หานเฟิงกล่าวพลางลูบหลังมือของนางเบาๆ"ให้บ่าวไปสอบถามก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น หากเป็นเรื่องด่วนจริงๆข้าจะไปกับเจ้าด้วย"
ฮวาเสี่ยวซีลังเลเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นแววตาที่จริงจังของสามี นางก็ยอมนั่งลงอีกครั้ง
"ก็ได้เพคะ...แต่ท่านต้องให้บ่าวไปถามให้ละเอียดนะเจ้าคะ"
อี้หานเฟิงพยักหน้าก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้ "ไปถามเด็กคนนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นบอกให้เขาเล่ารายละเอียดทั้งหมด แล้วรีบกลับมารายงานข้า"
สาวใช้รับคำสั่งแล้วรีบเดินออกไปฮวาเสี่ยวซีพยายามจะกินอาหารเช้าต่อ แต่ใจของนางก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วความกังวลเรื่องร้านหมูหันก่อตัวขึ้นในใจอย่างรวดเร็วนางภาวนาขออย่าให้มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นเลย
ฮวาเสี่ยวซีนั่งไม่ติดเก้าอี้ดวงตาจับจ้องไปที่ประตูห้องอาหารอย่างกระวนกระวายใจรอคอยการกลับมาของสาวใช้เพียงชั่วอึดใจที่รู้สึกยาวนานราวกับหนึ่งชั่วยาม
ในที่สุด สาวใช้คนเดิมก็ก้าวกลับเข้ามาใบหน้าของนางยังคงซีดเผือดกว่าเดิมเล็กน้อยแววตาเต็มไปด้วยความกังวลเมื่อสบตากับพระชายา
"ว่าอย่างไร! เกิดอะไรขึ้นที่ร้าน?"ฮวาเสี่ยวซีรีบถามทันที ไม่รอให้สาวใช้ได้กราบทูลให้เรียบร้อย
สาวใช้ก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม"ไม่ทราบเหมือนกันเพค่ะ... แต่เสี่ยวเออร์บอกว่า... มีคนไปทำลายข้าวของที่ร้านเพค่ะ... แล้วลูกค้าก็... ก็วิ่งหนีกันอลหม่านไปหมดเลยเพค่ะ!"
คำบอกเล่าของสาวใช้ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของฮวาเสี่ยวซีแววตาของนางเบิกกว้างด้วยความตกใจและความโกรธระคนกันใครกันที่บังอาจมาทำลายร้านของนาง? และทำไมถึงได้รุนแรงถึงขนาดทำให้ลูกค้าแตกตื่นหนีกันไปหมด?
"อะไรนะ!"ฮวาเสี่ยวซีลุกพรวดขึ้นยืนทันที ความกังวลก่อนหน้าได้เปลี่ยนเป็นความร้อนรุ่มในใจนางไม่รอช้าที่จะออกไปดูสถานการณ์ด้วยตัวเอง
อี้หานเฟิงที่นั่งเงียบฟังมาตลอดก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน"เสี่ยวซี เจ้าใจเย็นก่อน..."
"จะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไรเพคะ!ร้านของข้าถูกทำลาย! ข้าต้องรีบไปดูเดี๋ยวนี้!"ฮวาเสี่ยวซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจากความตื่นตระหนกและความโกรธ
อี้หานเฟิงถอนหายใจเขารู้ดีว่าฮวาเสี่ยวซีเป็นคนรักกิจการของนางมากเพียงใด และเมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้นางย่อมไม่อาจนิ่งดูดายได้
"ข้าจะไปด้วย" เขากล่าว
ฮวาเสี่ยวซีส่ายหน้าทันที"ไม่ได้เพคะ! ท่านมีงานสำคัญที่ต้องจัดการ ข้ารู้ว่าวันนี้ท่านมีประชุมเรื่องราชการที่สำคัญมากท่านจะทิ้งงานไปกับข้าไม่ได้"
อี้หานเฟิงลังเลเล็กน้อยคำพูดของฮวาเสี่ยวซีถูกต้อง เขามีภารกิจสำคัญที่ไม่สามารถละทิ้งได้แต่การปล่อยให้นางไปเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ยังไม่ทราบความแน่นอนเพียงลำพังก็ทำให้เขาเป็นห่วงจนจับใจ
"แต่..." เขาพยายามจะทัดทาน
"ไม่เป็นไรเพคะข้าจะไปกับอ้วนน้อย" ฮวาเสี่ยวซีรีบเสนอทางออก พลางหันไปมองลูกชายตัวน้อยที่กำลังพยายามเอาข้าวเข้าปากอย่างทุลักทุเลไม่มีทีท่าว่าจะรับรู้ถึงความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นรอบตัว
อี้หานเฟิงชั่งใจครู่หนึ่งการมีอ้วนน้อยอยู่ข้างกายนางจะทำให้เขาสบายใจขึ้นได้บ้างอย่างน้อยก็ยังมีองครักษ์ติดตามไปดูแลอยู่แล้วแม้จะไม่เต็มที่เท่าเขาไปด้วยตัวเอง
ในที่สุดเขาก็พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก "ก็ได้...แต่เจ้าต้องระวังตัวให้มาก และดูแลตนเองเจ้ากับอ้วนน้อยให้ดีที่สุด"
"เจ้าค่ะ!"ฮวาเสี่ยวซีรับคำเสียงแข็ง ก่อนจะรีบเดินตรงไปหาลูกชายตัวน้อยที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ
"อ้วนน้อย! ไปร้านหมูหันกับท่านแม่กันเถอะลูก!"นางอุ้มลูกขึ้นมาแนบอกอย่างรวดเร็ว
เจ้าอ้วนน้อยยังคงทำตาแป๋วไม่เข้าใจสถานการณ์ แต่ก็ยิ้มร่าเมื่อถูกอุ้ม
อี้หานเฟิงมองภรรยาด้วยความกังวลแต่เมื่อเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของนาง เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยักหน้า"ถ้าอย่างนั้นก็ระวังตัวด้วยนะเสี่ยวซี มีอะไรผิดปกติให้รีบกลับมาทันที"เขากล่าวเสียงเน้นย้ำ ด้วยความกลัวเหตุการณ์ที่นางเคยถูกลักพาตัวจะซ้ำรอยอีก
"เจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องห่วง"ฮวาเสี่ยวซียิ้มให้สามี ก่อนจะหันไปอุ้มเจ้าอ้วนน้อยขึ้นเจ้าอ้วนน้อยเกาะคอผู้เป็นมารดาแน่นอี้หานเฟิงมองตามหลังภรรยาและลูกชายด้วยความห่วงใยก่อนจะถอนหายใจแล้วกลับไปนั่งทำงานต่อที่ห้องหนังสือ
เมื่อตกลงกันได้ฮวาเสี่ยวซีก็พาเจ้าอ้วนน้อยไปหาเสี่ยวเออร์ ซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้วรีบตามไปติดๆทั้งสามคนขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่หน้าจวนหลวงอย่างรวดเร็ว
ฮวาเสี่ยวซีนั่งอยู่บนรถม้าอุ้มเจ้าอ้วนน้อยนั่งบนตักและยังมีสาวใช้ที่ตามมาดูแล รถม้ามุ่งหน้าไปยังร้านหมูหันชื่อดังของนางเมื่อไปถึง ภาพที่เห็นทำให้ฮวาเสี่ยวซีขมวดคิ้วแน่น หน้าร้านมีร่องรอยความเสียหายหม้อน้ำแกงขนาดใหญ่คว่ำเกลื่อนพื้น เศษอาหารกระจายไปทั่ว โต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาดเตาย่างหมูล้มคว่ำ ดีที่คนในร้านไม่ได้รับอันตรายอันใดลูกค้าและผู้คนต่างหนีหายไปจนหมด
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" ฮวาเสี่ยวซีถามลูกน้องด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ลูกน้องคนหนึ่งรีบเล่าเหตุการณ์"มีคนร้ายบุกเข้ามาขอรับ! พวกมันไม่ได้ทำอะไรมากแค่ทำลายข้าวของแล้วก็หนีไปอย่างรวดเร็วเหมือนกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง"
ฮวาเสี่ยวซีออกคำสั่งทันที"เร่งเก็บกวาดให้เรียบร้อย แล้วเปิดร้านตามปกติห้ามให้เรื่องนี้กระทบต่อชื่อเสียงของร้านเด็ดขาด!"นางใช้ความสามารถในการจัดการที่เฉียบขาดแก้ไขปัญหาเบื้องต้นอย่างรวดเร็วให้ลูกน้องจัดการทุกอย่างให้เข้ารูปเข้ารอย ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อปัญหาที่ร้านคลี่คลายลงฮวาเสี่ยวซีก็อุ้มเจ้าอ้วนน้อยขึ้นรถม้าอีกครั้ง นางคิดจะพาเจ้าอ้วนน้อยไปเดินตลาดซื้อของเล่นให้ลูกชายเพื่อเป็นการปลอบขวัญ เพราะรู้ว่าเขาเองก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่ร้านมาบ้างแต่นางหารู้ไม่ว่า อันตรายที่แท้จริงกำลังรออยู่เบื้องหน้า
รถม้าเคลื่อนตัวออกไปสู่ถนนที่ผู้คนเริ่มบางตาลงท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม แสงสลัวลงอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้น! "โครม!"รถมาถูกกระแทกอย่างแรงจากด้านข้างจนเสียหลัก ฮวาเสี่ยวซีอุ้มเจ้าอ้วนน้อยไว้แน่นร่างกายโคลงเคลงไปตามแรงกระแทก
ชายฉกรรจ์ชุดดำสามคน กระโดดเข้ามาในรถอย่างรวดเร็วในมือของแต่ละคนมีกระบี่สะท้อนแสงไฟสลัวๆ แววตาของพวกเขาเย็นชาไร้ความปรานีราวกับยมทูตที่มาทวงวิญญาณ
"พวกเจ้าเป็นใคร? ต้องการอะไร!" ฮวาเสี่ยวซีตะโกนถามเสียงของนางแฝงความโกรธและตกใจระคนกัน
"นายหญิงฮวาเสี่ยวซี!เชิญท่านไปกับพวกเรา!" หนึ่งในชายฉกรรจ์กล่าวเสียงห้วนพยายามยื่นมือมาจับตัวนาง
ฮวาเสี่ยวซีไม่รอช้านางผลักร่างของเจ้าอ้วนน้อยเข้าไปใต้ที่นั่งอย่างรวดเร็ว "เจ้าอ้วนน้อย!อยู่เงียบๆ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด! รอแม่อยู่ตรงนี้นะ! " นางกระซิบเสียงแผ่วพลางใช้ผ้าคลุมตัวเจ้าอ้วนน้อยไว้จนมิดชิด จากนั้นนางก็พุ่งเข้าใส่ชายฉกรรจ์อย่างไม่คิดชีวิต
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดภายในรถม้าที่โคลงเคลงฮวาเสี่ยวซีใช้ทักษะการต่อสู้ที่ร่ำเรียนมาปัดป้องและโจมตีกลับอย่างคล่องแคล่วนางหลบกระบี่ที่พุ่งเข้ามาเฉียดฉิว โจมตีกลับด้วยการเตะและต่อยทว่าพลังของสตรีไม่อาจสู้ชายฉกรรจ์ถึงสามคนได้ นางถูกตีเข้าที่ศีรษะอย่างแรงโลกทั้งใบหมุนคว้าง สติเริ่มเลือนราง
ในห้วงสุดท้ายก่อนที่สติจะดับวูบฮวาเสี่ยวซีรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย พลางตัดสินใจอย่างเด็ดขาด นางใช้ "วิชาตัวเบา" ที่ร่ำเรียนมาในอดีตกระโดดออกจากรถม้าพร้อมกับร่างของเจ้าอ้วนน้อยที่ยังคงอยู่ใต้ผ้าคลุมนางโฉบตัวไปตามตรอกซอยที่มืดมิดและเปลี่ยวร้างอย่างรวดเร็วก่อนจะร่อนลงสู่พื้นข้างบ้านร้างหลังหนึ่งนางใช้มือเปิดประตูที่ผุพังเข้าไปอย่างยากลำบาก แล้ววางร่างของเจ้าอ้วนน้อยลงในมุมที่มืดมิดและซ่อนเร้นที่สุด
"เจ้าอ้วนน้อย... อยู่ให้ดีนะลูก...รอแม่นะ..." นางกระซิบเสียงแผ่วเป็นครั้งสุดท้ายพลางใช้เศษผ้าห่มคลุมตัวลูกชายไว้ให้มิดชิดที่สุด หวังว่าเด็กน้อยจะปลอดภัย
ทันทีที่ทำทุกอย่างเสร็จสิ้นชายฉกรรจ์ทั้งสามก็ตามมาถึง นางยังไม่ทันได้ฟื้นตัวเต็มที่ก็ถูกจับได้ชายฉกรรจ์ดึงตัวนางออกจากบ้านร้างอย่างรวดเร็วพวกเขาเร่งฝีเท้าวิ่งไปตามตรอกซอยที่มืดมิดและเปลี่ยวร้างฮวาเสี่ยวซีสมองยังมึนงงกับแรงฟัดของชายฉกรรจ์ พยายามขัดขืนเท่าที่กำลังเหลืออยู่แต่เรี่ยวแรงของนางถูกใช้งานมามากตั้งแต่เมื่อคืน จนบัดนี้มันแทบจะไม่มีเหลืออีกแล้ว
"ปล่อย...ข้า!พวก...เจ้า....ต้อง...การ...อะไร!" นางกัดฟันกรอด ค่อยๆ กล่าวออกมาอย่างช้าๆพยายามสะบัดตัวให้หลุด
"อยากรู้ก็ไปถาม เจ้าไป๋หลิง เองเถอะ!"ชายฉกรรจ์คนหนึ่งหัวเราะเสียงหยาบกร้าน ก่อนจะใช้ผ้าปิดปากนางไว้เพื่อไม่ให้ส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้อีก
จากนั้นพวกเขาได้นำตัวนางไปขึ้นรถม้าอีกคันที่เตรียมไว้เป็นการลับ รถม้าที่จัดเตรียมเอาไว้
รถม้าวิ่งไปตามทางที่มืดมิดเธอรู้ว่านี่ไม่ใช่การลักพาตัวธรรมดา การเอ่ยชื่อ "เจ้าไป๋ หลิง"จอมยุทธ์วิปริตผู้นั้น ทำให้หัวใจของนางดิ่งวูบเขาคือปีศาจร้ายที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความโหดเหี้ยมและที่สำคัญ...เขาชอบที่จะข่มเหงสตรี!ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจของนางอย่างรุนแรง