คณะละครตระกูลเยี่ยนแบ่งออกเป็สองจวน คือจวนขับร้องและจวนกายกรรมซึ่งมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ก็ยังไม่พอสำหรับรองรับบรรดาตาวหม่าต้าน[1] พวกนางจึงพักอยู่ทางขวามือใกล้กับโรงละคร และเช่าจวนขนาดเล็กอีกหนึ่งแห่งให้คนเข้าไปพัก เพื่อความสะดวกยิ่งขึ้นเยี่ยนเต๋อหลินได้สร้างช่องประตูขนาดเล็กไว้ตรงกลางเชื่อมจวนทั้งสอง ให้บรรดาตาวหม่าต้านเดินไปยังหลังเวทีได้โดยตรง
คืนนี้มีงานถังหุ้ย ได้ยินว่าไม่ต้องแสดงก็ได้ แต่ยาวจิ่วต้องขึ้นเวที เขาแค่ตั้งใจร้องเพลงให้จบ เสียงปรบมือที่ดังกึกก้องจากด้านล่างไม่ได้เข้าไปอยู่ในใจของเขาเลย
ในคณะละครตระกูลเยี่ยน ยาวจิ่วเล่นบทตัวนางฮวาต้าน[2] และตัวนางชิงอี[3] ยาวจิ่วเป็คนงี่เง่า ในยามที่พูดปกติบางคราวก็แอบดึงน้ำเสียงในการแสดงมาปะปน ครั้งแรกที่ยาวจิ่วปรากฏตัวต่อหน้าหูเหยียน เขาเล่นบทตัวนางฮวาต้าน แต่มิได้ใช้โทนเสียงของตัวนางฮวาต้าน
ยาวจิ่วซึ่งรับบทนางฮวาต้านนั้นมีเล่ห์เหลี่ยม พราวเสน่ห์ ขี้อาย และกล้าหาญ เช่นเดียวกับเด็กสาววัยแรกแย้ม เขาสวมใส่ด้วยชุดสีเขียวขจี ท่าทางสุขุมหนักแน่น สง่างาม ขับร้องได้ไพเราะ! ทุกการเคลื่อนไหวมีเสน่ห์น่าหลงใหล
เมื่อขับร้องจบหนึ่งบทเพลง เขากล่าวขอบคุณและกลับเข้าไปหลังเวที หลังจากล้างเครื่องสำอางและคลายเส้นผมหลวม ๆ เขาจ้องมองตัวเองที่นั่งอยู่หน้ากระจก ครั้นนึกถึงความรู้สึกในตอนที่ถูกหูเหยียนเลียน้ำตา หน้าตาจึงเกิดความอิ่มเอมใจประหนึ่งได้ลิ้มลองสุราฉงเหยาชั้นเลิศ เขารู้สึกประหลาดใจมาก น้ำตาของเขาอร่อยขนาดนั้นเชียวหรือ? เขาอยากร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมา
ยาวจิ่วมีคนดูที่ปลาบปลื้มเขามากมาย ทว่าส่วนใหญ่ต่างก็เห็นเขาเป็แค่ของเล่นนันทนาการชิ้นหนึ่ง ทุกคนชื่นชอบในยามที่เขาร้องเพลง แสดงละคร ขมวดคิ้ว ยิ้ม ร้องไห้ และโกรธอยู่บนเวที ทว่าไม่มีใครอยากเห็นใบหน้าที่ร้องไห้ด้วยความโศกเศร้าของเขาด้านหลังเวที ด้วยเหตุนี้เวลาที่ยาวจิ่วลงจากเวที ไม่ว่าเมื่อใดเขาก็จะยิ้มต้อนรับทุกคนเสมอ เพราะรู้ดีว่าหากเขาเสียน้ำตา นอกจากจะถูกเฆี่ยนตีแล้ว การร้องไห้ให้คนอื่นหัวเราะแย่ยิ่งกว่าหัวเราะขณะดูคนอื่นร้องไห้ ดังนั้นเขาจึงไม่ร้องไห้และเลือกที่จะยิ้ม
เหอะ...จนถึงตอนนี้ แค่คิดจะร้องไห้ ก็หาความรู้สึกที่คุ้มค่ามากพอที่จะร้องไห้ไม่เจอ
ยาวจิ่วยื่นนิ้วชี้เข้าไปในปากและเลียจนชุ่ม จากนั้นวาดเป็เส้นยาวลงบนกระจก เสมือนมีคราบน้ำตาติดอยู่บนใบหน้าของเขา
เยี่ยนเต๋อหลินชะโงกหน้าเข้ามาพร้ะโกน “ยาวจิ่ว รถของท่านจ้าวมาถึงแล้ว มารดาเถอะ รีบหน่อย!”
ยาวจิ่วทุบโต๊ะกระจกทองเหลืองจนเกิดเสียงดัง “ปัง” แล้วหัวเราะร่าอย่างควบคุมไม่อยู่
เยี่ยนเต๋อหลินชะงัก ด่าทอด้วยความเกลียดชัง “ไอ้คนโฉดชั่ว!” เขาสะบัดม่านแล้วเดินออกไป
ยาวจิ่วหุบยิ้ม ดวงตาที่แสนเ็ากวาดมองไปทางที่เยี่ยนเต๋อหลินเดินไป เขาสะบัดแขนเสื้อลุกขึ้นยืน จากนั้นลากรองเท้าไม้เดินอ้อมเยี่ยนเต๋อหลินไปที่ด้านหลังจวน
เยี่ยนเต๋อหลินแผดเสียงด้วยความเกรี้ยวกราด “เ้าจะไปไหน?!”
ยาวจิ่วตอบโดยไม่หันกลับไป “ถ่ายหนัก!”
เยี่ยนเต๋อหลินโกรธมาก เขารีบหันไปพูดอย่างดีกับเด็กรับใช้ที่ท่านจ้าวส่งให้มารับตัวยาวจิ่ว
ยาวจิ่วหมุนตัวเดินไปที่ห้องครัว เปิดหม้อ หยิบไก่ต้มทั้งตัวจากในหม้อยัดใส่ตะกร้า
แม่ครัวหลี่ตบต้นขาพร้อมกับะโ “ตายแล้ว ๆ ไม่ได้นะ ไม่ได้ หากเ้าคณะทราบว่าเ้านำของว่างของเขาไป คงได้ถูกทุบตีจนตายเป็แน่!”
ยาวจิ่วหัวเราะพรืด “ถูกทุบตีก็คงต้องเป็ข้าที่ตายก่อน เ้าจะกลัวไปไย?!” เขายื่นมือออกไปหยิบหมั่นโถวสองลูกยัดใส่ตะกร้า ตอนที่กำลังจะยื่นมือออกไปหยิบเพิ่ม แม่ครัวหลี่รีบมาขวางหน้าหม้อ ซ้ำยังใช้ของสงวนมาขวางยาวจิ่ว ถึงกระนั้นยาวจิ่วก็หยิบหมั่นโถวเพิ่มอีกสองลูก
ยาวจิ่วพูด “นำถังน้ำไปที่เพิงของจาวฉายจิ้นเป่าด้วย”
แม่ครัวหลี่โกรธจนหน้าอกกระเพื่อม นางโบกทัพพีพร้ะคอก “ข้าไม่ทำ! อยากได้ก็เติมเอง ข้า...”
ยาวจิ่วพูดข่มขู่ “หากเ้าไม่นำไปส่ง ข้าจะบอกเยี่ยนเต๋อหลินว่าเ้าขโมยไก่มาให้ข้ากิน”
แม่ครัวหลี่หน้าแดงก่ำ “เ้า...เ้าคิดว่าเ้าคณะจะเชื่อคำพูดของเ้ารึ?! เ้าพูดได้ ข้าเองก็พูดได้เช่นกัน! ข้าจะบอกเขาว่าเ้านั่นแหละที่ขโมยไก่ไปกิน!”
ยาวจิ่วเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “ภายในคณะละครตระกูลเยี่ยนมีใครไม่รู้บ้างว่าข้าไม่กินเนื้อ? เหอะ...” พูดจบเขาหมุนตัวเดินหิ้วตะกร้าออกไป
แม่ครัวหลี่โกรธมาก นางโบกทัพพีในมือไล่หลังยาวจิ่ว ทว่ากลับไม่กล้าเขวี้ยงมันออกไปเพื่อทำให้ยาวจิ่วต้องาเ็
ท่ามกลางเสียงด่าทอของแม่ครัวหลี่ ยาวจิ่วฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี เขาเดินเข้าไปในเพิงไม้ที่เลี้ยงแม่ทัพใหญ่ทั้งสี่ จาวฉายจิ้นเป่าด้วยท่าทางผ่อนคลาย
จาวจาว ฉายฉาย และจิ้นจิ้นออกไปหาอาหารแล้ว มีเพียงเป่าเปาที่ถูกขังอยู่ด้านใน ปราศจากอิสรภาพ
ยาวจิ่วเดินหิ้วตะกร้าเข้ามา ทำให้หูเหยียนตื่นจากการหลับใหล นางใช้จมูกสูดดมกลิ่นที่ลอยอยู่กลางอากาศ ระหว่างที่ลุกขึ้นมาก็มองตะกร้าที่อยู่ในมือของยาวจิ่วราวกับหมาป่าผู้หิวโหย
ยาวจิ่วหยิบไก่ต้มออกมาจากตะกร้าแล้วบอกหูเหยียน “ไก่ชิ้นนี้ ข้าให้เ้า”
หูเหยียนไม่ตอบสนอง ในดวงตามีเพียงแสงสีฟ้าปรากฏจาง ๆ
ยาวจิ่วหัวเราะก่อนจะเก็บไก่กลับเข้าไปในตะกร้า
ครานี้หูเหยียนโกรธจนแทบคลั่ง! ขณะที่กำลังจะพุ่งใส่ยาวจิ่ว นางก็พบว่าอีกฝ่ายยื่นตะกร้าให้ หูเหยียนยื่นมือออกไปคว้า ทว่ายาวจิ่วกลับดึงกลับ หูเหยียนเกรี้ยวกราด ใช้มือทั้งสองข้างตะปบส่งผลให้ที่จับตะกร้าขาด โชคดีที่ยาวจิ่วตาไวมือไว รีบกอดตะกร้าไว้ มิเช่นนั้นไก่และหมั่นโถวทั้งสี่ลูกคงได้ตกพื้นเป็แน่
ยาวจิ่วทอดถอนใจเฮือกใหญ่ อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองโซ่เหล็กที่มีรอยลึกจากกรงเล็บหลายเส้น แล้วมองไปที่เล็บของหูเหยียนอย่างระแวดระวัง ครั้งล่าสุดที่เขามาก็พบว่าบนโซ่เหล็กมีบางสิ่งผิดปกติ แต่คิดไม่ออกว่าใบมีดคมชนิดใดกันที่สับโซ่เหล็กได้ถึงขนาดนั้น วันนี้เขาลองพิสูจน์จึงได้ประจักษ์ คิดไม่ถึงเลยว่าเล็บนั้นจะคมมากถึงเพียงนี้! หากกรงเล็บวาดผ่านลำคอของเขาเพียงคราวเดียว...ยาวจิ่วคิดว่า่นี้เขาอาจจะโดนอากาศหนาวเย็น จึงรู้สึกอยากถ่ายเบาอยู่บ่อยครั้ง
บางทีเขาควรส่งเ้าบ้านี่กลับคืนสู่ป่าเขาลำเนาไพร แต่ก็ฉุกคิดได้ว่า ในเมื่อซื้อมาแล้ว ก็ไม่ควรปล่อยมันใช้ชีวิตตามยถากรรม หากมันไม่ได้อยู่กับเขา จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร? เสือโคร่ง หมาป่า ไหนจะนายพรานเ่าั้อีก ซึ่งพอที่จะทำให้มันสิ้นลมได้แล้ว! นอกจากนี้เขามักจะรู้สึกว่า มัน...คือสตรี
เอาเถิด คิดเสียว่าทำความดีก็แล้วกัน
ยาวจิ่วเงยหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มที่เป็มิตรที่สุด เขาก้าวเท้าไปด้านหน้าและยื่นตะกร้าด้วยร่างกายที่สั่นระริก “เอ้า กินซะ”
หูเหยียนระวังตัวอย่างเห็นได้ชัด เพราะไม่ได้ยื่นมือออกไปรับตะกร้าในทันที
ยาวจิ่วยัดตะกร้าใส่อ้อมแขนของหูเหยียน นางจึงกอดมันไว้แน่น แล้วหมุนตัวนั่งยอง ๆ บนพื้น รีบหยิบไก่ออกมายัดเข้าปาก กัดกินชิ้นเนื้อหน้าอกคำโต ทว่าเกิดสำลักจนตาเหลือก
ยาวจิ่วรีบย่อตัวและออกแรงทุบหลังของนาง
ไม่ใช่เื่ง่ายกว่าที่หูเหยียนจะกลืนชิ้นเนื้อลงคอได้ แต่นางกลับหาได้สนใจยาวจิ่วที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ ซ้ำยังกลืนเนื้อลงคอต่อไป
ยาวจิ่วยื่นมือออกมาอีกครา หูเหยียนหันไปถลึงตามองยาวจิ่วอย่างระแวดระวัง
ยาวจิ่วพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้าจะช่วยปลดเข็มขัดที่รัดข้อมือให้เ้า” เขาจ้องตาหูเหยียน ั์ตาคู่นั้นแฝงด้วยความใส่ใจหนึ่งส่วน ให้กำลังใจสามส่วน และจริงจังอีกเจ็ดส่วน เขากล่าวต่อไปว่า “แต่เ้าต้องรับปากว่าจะไม่ทำร้ายข้า ได้หรือไม่?”
หูเหยียนมองดวงตาแมวที่ใสดุจแก้วคู่นั้นของยาวจิ่ว รู้สึกขบขันเล็กน้อย นางไม่ได้ให้สัญญา แต่ยื่นมือทั้งสองออกไป
ยาวจิ่วหลบเล็บของหูเหยียน นิ้วของเขาสั่นระริกขณะปลดเข็มขัด
แขนของหูเหยียนปกคลุมด้วยขน ทว่ากลับไม่มีาแให้เห็น นางขยับข้อมือ ฉุกคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงฉีกน่องไก่ยื่นให้ยาวจิ่ว
ยาวจิ่วรู้สึกประหลาดใจเพราะได้รับความโปรดปรานอย่างไม่คาดฝัน!
เขาส่ายหน้าอย่างมีความสุขขณะเอ่ย “ข้าไม่กินเนื้อ เ้ากินเถิด”
หูเหยียนยังคงเพียรพยายาม นางหยิบยื่นหมั่นโถวให้เขาหนึ่งลูก
ยาวจิ่วเห็นกรงเล็บที่สกปรกมอมแมมของหูเหยียน เขารู้สึกว่านางได้ทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อหมั่นโถวสีขาวไปจนหมดสิ้น
หูเหยียนทำอีกสิ่งหนึ่งที่สร้างความตกตะลึงให้กับยาวจิ่ว! นางผลักตะกร้ามาตรงหน้าเขา ส่งสัญญาณบอกให้เลือกหยิบตามใจชอบ ยาวจิ่วรู้สึกว่าตนเองช่างโง่เขลาที่ดีใจเมื่อได้เห็นบุตรีเติบโตเป็ผู้ใหญ่เสียที! มีเพียง์ที่ทราบว่าพวกเขาเพิ่งจะรู้จักกันได้แค่สองวัน
ยาวจิ่วเห็นหมั่นโถวที่ล่อตาล่อใจนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ทว่ายังคงส่ายหน้าเช่นเคย “ข้าไม่กิน หากกินตอนนี้อาจจะต้องอาเจียนออกมา น่าเสียดายแย่” ขณะที่พูด ดวงตาของเขาพลันประกายถึงความรู้สึกที่แทบทนไม่ไหว ไม่แน่ชัดว่าเป็เพราะหมั่นโถว หรือเื่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเองต่อจากนี้กันแน่
หูเหยียนพบว่าตนเองฉลาดขึ้นแล้ว นางเรียนรู้ที่จะเกลี้ยกล่อมผู้อื่น แม้จะไม่สำเร็จ แต่ก็มิอาจขัดขวางความพยายามของนาง คำพูดอาจจะเอื้อนเอ่ยออกมาได้ ทว่าปัญหาที่มิอาจสังเกตเห็นต้องลงมือทำเพื่อแก้ไข
หูเหยียนตัดสินใจเจรจาด้วยเหตุผลก่อน เมื่อล้มเหลวจึงใช้กำลัง นางดึงโซ่และยกนิ้วชี้ไปทางกุญแจที่แขวนอยู่
ยาวจิ่วเข้าใจความหมายของนาง ทว่ากลับไม่อยากตามใจไปเสียทุกสิ่ง หากปล่อยนาง ไม่แน่นางอาจกระทำผิด ในเวลานั้นเขาจะมีพลังมากพอช่วยเหลือนางได้อย่างไร? สู้มัดนางไว้ก่อนเพื่อขัดเกลานิสัยไม่ดีกว่าหรือ
ระหว่างที่หูเหยียนและยาวจิ่วสบตากันด้วยความรู้สึกอึดอัดใจ จู่ ๆ ประตูก็ถูกผลักออก แม่ครัวหลี่อุ้มถังไม้ใบใหญ่เข้ามา นางวางลงบนพื้นจนเกิดเสียงดัง “ตึง” จากนั้นหมุนตัวเดินออกไปด้วยสีหน้าอึมครึม
ยาวจิ่วลากถังไม้มาตรงหน้าหูเหยียน พร้อมหอบหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย
หูเหยียนแทะเนื้อไก่พลางเดินไปรอบ ๆ ถังไม้
แม่ครัวหลี่เดินออกไปแล้วกลับมาอีกครั้งพร้อมกับถังน้ำร้อนสองใบ นางเทน้ำลงไปในถังไม้เสียงดัง “ซ่า” ก่อนจะหมุนตัวเดินออกไปจากเพิงไม้
ยาวจิ่วครุ่นคิดและเดินไล่หลังออกไป เขาะโ “ช้าก่อน”
แม่ครัวหลี่หยุดนิ่ง นางถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ “มีอะไรอีก?!”
ยาวจิ่วหยิบเหรียญออกมาจากในแขนเสื้อห้าอีแปะและยื่นให้นาง
แม่ครัวหลี่ชะงักครู่หนึ่ง ใบหน้าของนางพลันเปลี่ยนไปจนผิดธรรมชาติ
ยาวจิ่วยัดเหรียญใส่มือของแม่ครัวหลี่อย่างไม่เต็มใจ เขากล่าวเสียงทุ้มต่ำ “วันนี้หากข้าได้รับาเ็สาหัส พรุ่งนี้อาจลุกไม่ขึ้น เ้าช่วยส่งหมั่นโถวสองลูกให้นางด้วย” เขาพยักพเยิดไปทางด้านในเพิงไม้ แต่กลับพบว่าหูเหยียนกำลังนั่งยอง ๆ อยู่บนถังไม้ใหญ่ นางโน้มตัวลงไปดื่มน้ำสำหรับอาบ! ยาวจิ่วรีบเดินเข้าไปฉุดหูเหยียนให้ลุกขึ้น แล้วหันกลับไปะโบอกแม่ครัวหลี่ที่ยืนอยู่นอกประตู “เอาน้ำมาให้นางเพิ่มอีกหน่อย”
แม่ครัวหลี่พยักหน้า นางเก็บเงินและเดินกลับไปที่ห้องครัว
ยาวจิ่วเมื่อเห็นว่าหูเหยียนกินอิ่มพอสมควรแล้ว จึงถลกแขนเสื้อและะโด้วยน้ำเสียงทรงพลัง “มา! พวกเรามาอาบน้ำกัน!”
เยี่ยนเต๋อหลินเตะประตูให้เปิดออกพร้ะคอก “อาบน้ำกับมารดาเ้าเถอะ! รีบไปเร็วเข้า อย่าทำให้ข้าต้องอับอายขายหน้า ข้าไม่ใช่โสเภณีนะ!”
ยาวจิ่วเหลือบมองหูเหยียน เขาหลุบตาและค่อย ๆ ดึงแขนเสื้อลง จากนั้นกล่าวเสียงเรียบว่า “หากเ้าเป็โสเภณี คนระยำเยี่ยงเ้าคงได้อดตายเป็แน่!”
เยี่ยนเต๋อหลินถูกกระตุ้นจนโกรธ เขาหมุนตัวไปรอบ ๆ เพื่อหาของมาทุบตียาวจิ่ว
ยาวจิ่วเผยรอยยิ้มเยือกเย็น และเดินไปข้าง ๆ เยี่ยนเต๋อหลินด้วยท่าทางสบาย ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เยี่ยนเต๋อหลินเกลียดถึงขั้นสุด แต่ไม่กล้าทำให้ยาวจิ่วาเ็ จึงทำได้เพียงสาวเท้าเดินตามออกไป เขายิ้มกว้างขณะจ้องเขม็ง “เ้ายังมีเรี่ยวแรงหยิ่งผยอง! ข้าจะรอดูว่าคืนนี้เ้าจะกลับมาในสภาพเดิมได้หรือไม่!”
ยาวจิ่วปิดประตูไม้และลงกลอนอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหันไปชำเลืองมองเยี่ยนเต๋อหลิน ั์ตาของเขาเปลี่ยนเป็เรียบเฉย สะอาดสะอ้านราวกับสามารถสะท้อนิญญาที่น่าเกลียดของมนุษย์ เขากล่าว “หากข้าไม่สามารถกลับมาที่นี่อีก ก็คิดเสียว่าประหยัดอาหารให้เ้าก็แล้วกัน”
เยี่ยนเต๋อหลินมองแผ่นหลังของยาวจิ่ว ภายในใจรู้สึกโกรธเคืองเกินกว่าจะหาสิ่งใดมาเทียบ เขาสะบัดมือวูบหนึ่ง ถือว่าเป็การเสี่ยงโชคสักครั้งก็แล้วกัน!
.
.
.
[1] ตาวหม่าต้าน ตัวนางเอกบู๊สวมชุดเกราะเหมือนกับแม่ทัพ ในบทมักมีการขี่ม้าถืออาวุธ เน้นขับร้องและเล่นบทบู๊
[2] ตัวนางฮวาต้าน ตัวละครหญิงที่อยู่ในวัยสาวแรกรุ่น อุปนิสัยสดใสร่าเริง เน้นการร้องและการแสดงไปพร้อมกัน บทนี้ยังรวมถึงสาวใช้คนสนิทของนางเอกที่คอยติดตามรับใช้คุณหนู
[3] ตัวนางชิงอี เป็นางเอกที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติตามแบบที่คนสมัยโบราณกำหนด ตัวละครที่รับเล่นบทนี้มีทั้งบทโศก และบทหญิงสูงศักดิ์ เน้นการร้องเป็สำคัญ