ตอนที่ 106 ดูกันว่าจะแสดงละครอย่างไรต่อ
หากตอนนี้ให้แม่ม่ายจ้าวปรากฏตัว ละครฉากต่อไปคงจะแสดงต่อไม่ได้แล้ว หานชีเยวี่ยขมวดคิ้วครุ่นคิด ทำอย่างไรจึงจะสามารถวางแผนจัดการตู้ซิ่วอิงกับหลี่เอ้อร์เป่าได้
“พวกเราใช้ทางลัดกลับบ้านฉันกันก่อนเถอะค่ะ” หลังจากคิดคำนวณแล้ว หานชีเยวี่ยก็เอ่ยขึ้น
ระยะทางจากริมแม่น้ำถึงบ้านสกุลหานไม่ได้ไกลนัก ตลอดทางที่เดินผ่าน ย่อมไม่ผ่านบริเวณบ้านของแม่ม่ายจ้าว ตู้ซิ่วอิงกับไอ้บ้าหลี่เอ้อร์เป่าจะไม่มีทางได้พบแม่ม่ายจ้าว พอถึงตอนนั้น พวกเขาต้องพาคนมาตามหาที่ริมแม่น้ำแน่ ทว่าแม่ม่ายจ้าวกลับส่ายหน้าไม่เห็นด้วย เธอไม่อาจทำให้บ้านสกุลหานต้องเดือดร้อนเพราะเรื่องของเธอได้ หากตู้ซิ่วอิงรู้ว่าวันนี้หานชีเยวี่ยเป็นคนช่วยเธอเอาไว้ ต่อไปบ้านสกุลหานก็อย่าคิดว่าจะได้มีชีวิตที่สงบสุขอีกเลย
แม้ว่ารอบๆ บ้านสกุลหานจะมีครัวเรือนอยู่ไม่มากนัก แต่ก็ยังมีครัวเรือนอยู่สองสามหลัง หากไปที่นั่นจริงๆ ก็ง่ายที่จะถูกคนอื่นเห็นเข้า
“คนอย่างฉัน ให้ไปบ้านพวกเธอ รั้งแต่จะทำให้ครอบครัวพวกเธอเดือดร้อนเปล่าๆ ชีเยวี่ย เธอพาฉันไปหลบบนเขาก่อนดีกว่า ฉันจะหลบบนเขาสักสองวัน! ”
หลังจากครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว แม่ม่ายจ้าวก็เอ่ยปากหาที่หลบภัยให้ตัวเอง
เธอยินดี แต่หานชีเยวี่ยไม่ยินดีด้วยนี่นา แม้จะไม่พูดถึงเรื่องอื่น แค่ความอันตรายบนเขาก็ทำให้หานชีเยวี่ยไม่สบายใจแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น บนเขาไม่เพียงแต่อันตรายเท่านั้น แต่บนนั้นยังไม่มีอาหารและน้ำอีกต่างหาก ร่างกายของแม่ม่ายจ้าวในตอนนี้ คงทนอยู่ได้ไม่นานแน่
หานชีเยวี่ยครุ่นคิด “ถ้าซ่อนตัวอยู่ที่บ้านฉัน ก็ง่ายที่จะถูกคนอื่นเห็นเข้า พี่จ้าว ฉันจะพาพี่ไปที่บ้านร้างเชิงเขานะ” เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “พี่คงไม่รังเกียจสถานะของคนทั้งสองคนนั้นหรอกกระมัง?”
“รังเกียจ? ตอนนี้ฉันยังมีอะไรให้หยิ่งผยองได้อีก? คนอื่นไม่รังเกียจฉันก็บุญโขแล้ว!”
แม่ม่ายจ้าวพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันตัวเอง ในสายตาของคนอื่น เธอเป็นเพียงแค่แม่ม่ายที่พร้อยมลทิน เป็นเพียงแค่ผู้หญิงไร้ค่า มีแต่คนอื่นรังเกียจเธอ เธอไม่มีเหตุผลที่จะไปรังเกียจคนอื่นด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เธอต้องถนอมชีวิตของตัวเองเอาไว้ เพื่อแก้แค้นให้โต้วโต้วและแก้แค้นให้ตัวเอง และแม้จะต้องตาย ก็ต้องกัดตู้ซิ่วอิงให้สาสมใจก่อน!
“ชีเยวี่ย ฉันต้องหาทางสืบให้ได้ว่าตกลงแล้วตู้ซิ่วอิงจะขายฉันให้กับใคร!” เรื่องนี้เธอทำเองไม่ได้ จึงได้แต่ขอร้องให้หานชีเยวี่ยช่วยสืบหาให้แล้ว
หานชีเยวี่ยพยักหน้า “เรื่องนี้ฉันจะหาทางสืบให้ค่ะ”
ระหว่างที่พูดคุย หานชีเยวี่ยก็หาเสื้อผ้าของตัวเองเจอแล้ว เธอจึงรีบพาแม่ม่ายจ้าววิ่งไปที่บ้านร้างเชิงเขาอย่างรวดเร็ว พวกเธอต้องรีบเร่งฝีเท้าหน่อย หากช้าไปกว่านี้ เกรงว่าจะมีคนที่ไปทำงานเห็นเข้า ก็จะเกิดเรื่องวุ่นวายนับไม่ถ้วนอีก
โชคดีที่ตลอดทางราบรื่น ไม่ได้เจอใครเลยแม้แต่คนเดียว จนกระทั่งถึงเชิงเขา
มิอาจไม่บอกได้ว่าตอนนี้ที่นี่เป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว เนื่องจากสถานะพิเศษของผู้เฒ่าทั้งสอง คนในชุมชนจึงกลัวว่าตัวเองจะถูกลากไปเดือดร้อน ส่วนใหญ่จึงไม่มีใครมาที่นี่ ปกติอาจจะมีคนขึ้นเขามาบ้าง แต่สองสามวันนี้ในชุมชนมีเรื่องมากมาย ทุกคนคงไม่มีเวลาขึ้นเขาเลย แม่ม่ายจ้าวหลบอยู่ที่นี่ ก็น่าจะปลอดภัย
หากคิดในทางกลับกัน ถึงแม้จะมีคนคิดจะมาหาที่นี่จริง บ้านหลังนี้ด้านหลังก็ติดเขา เธอสามารถออกจากประตูหลังแล้วหาที่ซ่อนไว้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
คุณปู่ลู่กับคุณย่าลู่กำลังทำอาหาร ผู้เฒ่าทั้งสองมิอาจหักใจกินแป้งขาวได้ จึงตักแต่เพียงข้าวฟ่างกำมือเดียวมาต้มโจ๊ก ตอนนี้โจ๊กได้ที่แล้ว กลิ่นหอมของข้าวฟ่างก็อบอวลไปทั่ว ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตู
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้เฒ่าทั้งสองกลายเป็นคนขี้ตกใจ พอได้ยินเสียงเคาะประตูก็ตกใจจนสะดุ้งตัวโยน
คุณปู่ลู่รีบยกหม้อขึ้นมาเดินวนไปทั่วบ้านด้วยความตื่นตระหนกเพื่อหาที่ซ่อนหม้อ แต่บ้านหลังเล็กๆ ซอมซ่อแห่งนี้มีพื้นที่เพียงแค่นี้ จะมีที่ไหนซ่อนหม้อใบโตขนาดนี้ได้ คุณย่าลู่ก็ร้อนใจแล้วเช่นกัน ในหม้อมีโจ๊กข้าวฟ่างอยู่ เป็นโจ๊กข้าวฟ่างล้วนๆ เชียวนะ หากถูกคนอื่นเห็นเข้า ผู้เฒ่าทั้งสองก็คงจะไม่รอดแล้ว!
“คุณปู่ลู่ คุณย่าลู่ ฉันเอง ชีเยวี่ยเองค่ะ!”
หลังจากเคาะประตูเสร็จ หานชีเยวี่ยก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แนะนำตัว เธอเกรงว่าจะทำให้ผู้เฒ่าทั้งสองในบ้านตกใจ จึงรีบพูดเปิดปากพูดเสริมทันที
เมื่อได้ยินเสียงของหานชีเยวี่ย ผู้เฒ่าทั้งสองก็พลันโล่งอก คุณปู่ลู่รู้สึกอ่อนแรงไปทั้งตัวจนเกือบทำหม้อในมือตกแล้ว ดีที่คุณย่าลู่ช่วยพยุงไว้ ทั้งสองจึงได้วางหม้อลงบนพื้นได้อย่างปลอดภัย
ตอนที่คุณย่าลู่เดินไปเปิดประตู หัวใจของเธอยังเต้นแรงไม่หาย เมื่อเห็นคนทั้งสองเปียกโชก เธอก็ยิ่งตกใจ
“เกิดอะไรขึ้น? ตอนแรกดีๆ ทำไมตอนนี้ถึงได้เปียกปอนแบบนี้ล่ะ?” คุณย่าลู่มองหานชีเยวี่ยด้วยความเป็นห่วง
ตอนนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ หานชีเยวี่ยคงตกลงไปในน้ำสินะ? เด็กสาวคนนี้นี่ ตกลงไปในน้ำในวันที่อากาศหนาวเย็นแบบนี้ คงจะไม่ป่วยเรื้อรังหรอกกระมัง? ถ้ามีขิง ก็ควรต้มน้ำขิงให้หานชีเยวี่ยดื่มเพื่อขับไล่ความหนาว แต่ที่นี่ไม่มีอะไรเลย ขิงอะไรนั่นก็ยิ่งไม่มีเข้าไปใหญ่
หานชีเยวี่ยถูกสายลมหนาวยามเช้าพัดใส่ พาให้ทั้งกายสั่นสะท้าน เธอกอดเสื้อผ้าให้แน่นขึ้น ก่อนจะเล่าเรื่องราวคร่าวๆ ให้ฟัง
“คุณปู่ลู่ คุณย่าลู่ เรื่องก็เป็นแบบนี้ค่ะ แม่ม่ายจ้าวต้องหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่สองสามวันก่อน ต้องรบกวนพวกท่านดูแลเธอแล้ว พวกท่านเห็นว่าแบบนี้ได้ไหมคะ? ”
คุณปู่ลู่มองแม่ม่ายจ้าวแล้วพูดว่า “แต่ฐานะของพวกเราแบบนี้ หากถูกคนอื่นรู้เข้า เธอคงจะถูกลากให้เดือดร้อนไปด้วยนะ”
“ฉันเป็นแบบนี้แล้ว ยังจะต้องกลัวเดือดร้อนอีกหรือคะ? ” แม่ม่ายจ้าวยิ้มอย่างขมขื่น
ผู้เฒ่าทั้งสองเงียบไป จริงอย่างที่เธอว่า หากไม่ใช่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ บางทีแม่ม่ายจ้าวก็คงจะถูกคนลากไปประชุมที่ลานตากข้าวแล้ว ตอนนี้ สถานการณ์ของเธอก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกเขาทั้งสองเสียเท่าไหร่ หานชีเยวี่ยเห็นสีหน้าลำบากใจของคุณปู่ลู่ ตอนนี้เธอก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ตัวเองใจร้อนเกินไป
“คุณปู่ลู่ ไม่ต้องกังวลนะคะ พอตกดึกฉันจะมารับแม่ม่ายจ้าวไปพักที่บ้านฉันเอง พอรุ่งสางก็จะพาเธอกลับมาหลบที่นี่ค่ะ”
บ้านร้างมีเตียงเตาเพียงเตียงเดียว แน่นอนว่าไม่สามารถให้แม่ม่ายจ้าวนอนเตียงเดียวกับผู้เฒ่าทั้งสองได้ หากนอนด้วยกันจริงๆ ทั้งสามคนคงจะถูกตราหน้าว่าเป็นคนไร้ยางอายแน่ หานชีเยวี่ยจึงตั้งใจว่าตอนกลางคืนจะมารับเธอไป ทว่าอย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เธอต้องกลับไปปรึกษากับคุณย่าก่อน ถ้าไม่มีคนช่วยปกป้องเธอก็คงไม่ได้
“ตกลง กลางวันพวกเราก็จะคอยดูแลให้จ้ะ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร” คุณย่าลู่ตอบตกลงด้วยความเต็มใจ
พวกเขาได้รับความเมตตาจากหานชีเยวี่ย ยากที่หานชีเยวี่ยจะมีเรื่องมาขอให้ช่วย ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรพวกเขาก็ต้องช่วยเด็กคนนี้ให้สำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้น เด็กสาวบ้านจ้าวคนนี้ก็น่าสงสารจริงๆ!
หลังจากออกจากบ้านร้าง หานชีเยวี่ยก็หาที่เปลี่ยวๆ แล้วเข้าไปในมิติเพื่อเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าแห้ง หลังจากนั้นเธอถึงค่อยเดินกลับบ้าน เธอลงน้ำมา ไม่อาจทำให้คนในบ้านเป็นห่วงได้ ดังนั้นก็ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อน! ส่วนเรื่องความหนาว หานชีเยวี่ยตั้งใจว่าจะกลับไปต้มน้ำขิงให้ตัวเองดื่ม
ส่วนแม่ม่ายจ้าว คงต้องปล่อยไปก่อนจริงๆ
หานชีเยวี่ยก้าวยาวๆ รีบเดินกลับบ้านของตัวเอง แต่เธอยังไม่ทันถึงชุมชน ก็ได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายนำมาก่อนแล้ว เมื่อเงี่ยหูตั้งใจฟัง เสียงของหลี่เอ้อร์เป่าก็ยิ่งดังชัดขึ้น
“ผมรู้ว่าพี่สะใภ้ทำเรื่องไม่ดี ไม่กล้าสู้หน้าคน เลยกระโดดแม่น้ำเพื่อฆ่าตัวตาย แต่ดีร้ายยังไงเธอก็เป็นคนในชุมชนของเรา ดังนั้นต้องขอรบกวนทุกคนช่วยกันตามหาศพพี่สะใภ้ผมกลับมาฝังด้วยครับ! พี่ชายของผมจากไปแล้ว ถึงแม้เธอจะแต่งงานใหม่ ผมก็ต้องทำหน้าที่แทนพี่ชายให้ดีที่สุดครับ! ”
หากไม่ได้ยินแผนการของคนทั้งสองแม่ลูกมาเองชัดๆ กับหูตัวเอง หานชีเยวี่ยก็คงเชื่อว่าหลี่เอ้อร์เป่านั้นหวังดี อยากให้ทุกคนช่วยกันตามหาศพกลับมาฝังจริงๆ
ตอนนี้ หานชีเยวี่ยฟังแล้วกลับรู้สึกขยะแขยงอย่างที่สุด
ถุย! คนหน้าด้าน อยากรู้นักว่าถ้าหาศพแม่ม่ายจ้าวไม่เจอ สองแม่ลูกนี่จะแสดงละครอย่างไรต่อ!