ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่22 คิดกลยุทธ์ใหม่


    เป็นอีกวันที่เจมส์โพสต์เกี่ยวกับร้านหมูกระทะของตนลงกลุ่มคนพัทยา โดยเนื้อหาของวันนี้กล่าวถึงของที่เพิ่มเข้ามา จำพวกข้าวผัด ส้มตำ ผลไม้สด ลูกชิ้นทอด ฯลฯและด้วยความที่โพสต์ลงกลุ่มแทบจะทุกวัน เจมส์จึงกลายเป็นดาวเด่นประจำกลุ่ม รวมถึงมีลูกค้าบางคนในกลุ่มมากินที่ร้านแล้วคอมเมนต์เริ่มเข้ามาหลังจากโพสต์ได้สิบนาที“เห วันนี้มีข้าวผัดด้วยเหรอ ใช่ข้าวผัดปูหรือเปล่า อยากกินข้าวผัดปูจัง” ก้าน “มีแต่ของน่าทานทั้งนั้น แต่น่าเสียดายที่ร้านยังไม่มีไอศกรีม ถ้ามีนะพายายหนูที่บ้านไปทานแล้ว” แม่ดรีสวัยเด็ก“เห็นคนบอกว่าร้านนี้อร่อยมาก โดยเฉพาะเพื่อนในมหาวิทยาลัยต่างก็บอกว่าอร่อย ดีละวันนี้เดี๋ยวจะลองชวนพวกมันดู ว่าแต่พี่คะมีส่วนลดให้คนในกลุ่มไหม เดี๋ยวหนูช่วยโฆษณาให้นะคะ” จิ๋วแต่ไม่เล็กนี่คือคอมเมนต์บางส่วนหลังจากโพสต์ได้ไม่นาน ……เจมส์เริ่มทยอยตอบคำถามตามลำดับ สำหรับลูกค้าที่เคยมากิน แน่นอนว่าเขาต้องชวนให้มากินอีก รวมถึงลูกค้าใหม่ก็ต้องบอกว่าของทะเลที่นี่สดมาก รับรองไม่ใช่ของเกรดไม่ดีแบบร้านอื่น ที่เข้าไปทานแล้วเป็นของเน่าเสีย“เจ้านาย ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้านเลยครับ ถ้ายังไงให้ผมไปกระชากคนลงจากรถเข้ามาทานไหมครับ” ในระหว่างที่เจมส์กำลังนั่งตอบคอมเมนต์ตามลำดับ หุ่นยนต์จากศตวรรษที่ 41 ทอยเดินเข้ามาถาม“อะไรนะ...” เจมส์ไม่ได้ฟัง เพราะมัวจดจ่ออยู่กับโทรศัพท์มือถือ“ผมบอกว่า ลูกค้าไม่ค่อยเข้าร้านเลย ถ้ายังไงให้ผมไปกระชากคอคนที่ขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่านหน้าร้านไปมาไหมครับ” ทอยพูดด้วยใบหน้าใสซื่อ แต่ให้ตายคำพูดของนายฟังดูอย่างกับตัวร้ายเลือดเย็น“ไม่ได้ ขืนทำแบบนั้น มีหวังผมได้นอนคุกน่ะสิ” เจมส์ต้องรีบห้ามเจ้าโง่ ไม่งั้นเขาได้ทำมันจริงแน่เพราะในเนื้อหาต้นฉบับ มีบ้างที่กล่าวถึงเจ้าโง่แบนเนอร์ทำเรื่องบ้าๆ ในขณะที่จอร์ส ไมรดัสไปดูงานต่างประเทศ บังเอิญถูกใจสาวคนหนึ่งแต่หล่อนกลับไม่เล่นด้วย ต้องมานั่งช้ำใจดื่มเหล้าในบาร์คนเดียวทว่าหลังจากถูกปฏิเสธไม่นาน เจ้าโง่แบนเนอร์ดันไปหิ้วสาวผมทองคนที่ปฏิเสธมา แถมยังทำให้หล่อนหมดสติ อุ้มเข้ามาในร้านเหล้าทั้งอย่างนั้นด้วยความโง่แบนเนอร์ผ่านหนังสือต้นฉบับ เจมส์เกรงว่าหากไม่ห้ามไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ มีหวังทอยได้กระชากคนขับมอเตอร์ไซค์ผ่านไปผ่านมาจริงแน่“เข้าใจแล้วครับ แต่ถ้าหากลูกค้ายังน้อยแบบนี้อยู่อีก เจ้านายบอกผมมาได้เสมอนะครับ เรื่องนี้สำหรับผมไม่ต่างจากการยิงกระต่ายในห้องน้ำ” ทอยกล่าวจบจึงเดินไปหน้าร้าน ยืนต้อนรับแขกไม่ต่างจากหุ่นขี้ผึ้งในพิพิธภัณฑ์เจมส์มองหุ่นยนต์จากศตวรรษที่ 41 แล้วต้องส่ายหน้า นายไม่เข้าใจเลยสักนิด แถมยังมุ่งมั่นที่จะดึงคนลงมาจากรถ นี่มันอาชญากรรมเลยนะเจ้าหุ่น อย่าเผลอทำเชียวเพราะเขายังไม่อยากมีคดีติดตัวตัดกลับมาที่คอมเมนต์ของคุณแม่วัยเด็ก เกี่ยวกับเรื่องไอศกรีมเจมส์เพิ่งจะนึกขึ้นได้ ว่าร้านบุฟเฟ่ต์โดยส่วนใหญ่มีไอศกรีมให้ลูกค้าตักทาน มีรสช็อกโกแลต รสมะนาว รสวานิลลา รสช็อคโกแลตชิพ ฯลฯ แต่ตัดกลับมาที่ร้านหมูกระทะนายเจมส์ยังไม่มีแม้แต่ถังไอศกรีมนั่นจึงทำให้เจมส์นึกถึงสิ่งประดิษฐ์นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง จอร์ส ไมรดัส หลังจากที่จอร์สกลายเป็นแฟนของอมีเรีย ผู้หญิงสุดสวยที่ชื่นชอบกีฬาทางน้ำ ทำให้เขาต้องดูแลเอาอกเอาใจเธอ โดยเฉพาะเรื่องของกินแต่จอร์สไม่ถนัดการทำอาหาร วันๆ อยู่แต่ในห้องวิจัยอุปกรณ์ประหลาด เรียกได้ว่าทั้งชีวิตเขาไม่เคยเข้าครัวเลยสักครั้งและด้วยความที่อมีเรียชื่นชอบการกินไอศกรีมเป็นชีวิตจิตใจ ถึงขนาดต้องซื้อตู้เย็นแช่ไอศกรีมแยกต่างหาก ทำให้จอร์สสร้างสิ่งประดิษฐ์เกี่ยวกับไอศกรีมเป็นการเฉพาะ โดยมันมีชื่อว่า'ไอศกรีมของอมีเรีย'แน่นอนว่าชื่อของมันค่อนข้างเชย โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้ความหมายของมัน อาจคิดว่ามันเป็นแบบนั้น แต่ถ้าหากคุณรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของทั้งคู่ ชื่อนี้สำหรับอมีเรียนับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เธอร้องไห้ และมีความหมายสำหรับเธอมากๆแต่เจมส์ยังไม่เร่งรีบที่จะดึง'ไอศกรีมของอมีเรีย'ออกมาจากหน้าหนังสือ นั่นเป็นเพราะเวลานี้มีคนอยู่ในร้านค่อนข้างเยอะ เขาต้องหาเวลาไม่มีใครอยู่ในร้าน อาจจะเป็นพรุ่งนี้หรือไม่ก็วันมะรืน..........“เจ้านาย นี่ก็สามทุ่มกว่าแล้วนะครับแต่ยังมีลูกค้าเข้าร้านแค่ไม่กี่คนเอง จากที่ผมนับตั้งแต่ช่วงหกโมงเย็น จนถึงตอนนี้มีแค่ 20 คน เจ้านายจะให้ผมจัดการไหมครับ ลากคอคนลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์” ทอยเดินกลับมาถามเจมส์อีกครั้ง ท่าทางหนักแน่นเหมือนต้องการทำจริงๆ และถึงแม้ว่าเขาจะยืนรับลูกค้าหน้าร้านตั้งแต่หกโมงเย็นจนท้องฟ้ากลายเป็นสีมืด ยังมีสีหน้าปราศจากความอ่อนล้า มีเพียงเม็ดเหงื่อผุดพรายบนหน้าผาก“ไม่ต้องเลยนะ อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด!” เจมส์เกือบจะคุกเข่าอ้อนวอน ให้ตายเถอะเจ้าโง่ทอย ยืนคอยรับลูกค้าเฉยๆ อย่าสร้างปัญหาจะได้ไหม“เข้าใจแล้วครับ แต่ผมแค่เป็นห่วงเจ้านายเท่านั้น และทุกคนในร้านเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชื่อดาว เธอชอบเจ้านายหรือเปล่า ถึงได้มองผมแทบจะตลอดเวลา”“ไม่ใช่ว่าเธอชอบนายเหรอ”“ไม่แน่นอนครับ ผมเป็นทรัพย์สมบัติของเจ้านาย ถ้าหากเธอมองผมนั่นหมายความว่าเธอชอบเจ้านาย ซึ่งเป็นเจ้าของผม”“เอ่อ...” เจมส์ไม่รู้จะพูดอะไรกับเจ้าโง่ นี่เขาไม่รู้หรือไงว่าดาวกำลังมองอะไรอยู่ รวมถึงพ่อครัวหอยที่ชอบแอบเดินออกจากครัวมาดูหน้าร้านบ่อยๆ สาเหตุก็เพราะเป้าตุงของเจ้าโง่อย่างนายนั่นแหละ“เจ้านาย ถ้าหากเธอไม่รับรักเจ้านายละก็ ไม่ต้องเศร้าไปนะครับ เดี๋ยวผมคนนี้จะช่วยจัดการเอง รับรองไม่นานเห็นผลชัวร์”ชัวร์กับผีน่ะสิ หากทำแบบนั้นจริงมีหวังได้ติดคุกข้อหาคดีข่มขืนแน่“เอางี้นะทอย หน้าที่ของนายคือยืนต้อนรับลูกค้าหน้าร้านเท่านั้น ส่วนเรื่องผู้หญิงอะไรนั่นช่างมัน เดี๋ยวผมจัดการเอง” เจมส์พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเกรงว่าหากทำเล่นๆ ไม่แน่หมอนี่อาจคิดบ้าๆ แล้วทำเรื่องร้ายแรงอย่างในหนังสือต้นฉบับขึ้นมาก็ได้“เข้าใจแล้วครับ แต่...”“ไม่มีแต่ นายกลับไปทำงานได้แล้ว”“รับทราบครับ แต่ถ้า...”“ก็บอกไปได้แล้วไงโว๊ย!”ถ้าหากไม่มีลูกค้าอยู่ในร้าน เจมส์คงตั๊นหน้าทอยสักหมัดสองหมัด ข้อหากวนโอ๊ยไม่เลิกการกระทำของทอยทำให้เจมส์ต้องกุมขมับ เจ้านี่สมกับชื่อที่จอร์ส ไมรดัสตั้งจริงๆ มันค่อนข้างแย่หากเทียบกับหุ่นที่ทางรัฐบาลจัดหาให้ แต่ในทางกลับกันด้วยการใช้หุ่นของตัวเอง ทางรัฐบาลย่อมไม่สามารถรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวจอร์สเหมือนกับบ้านคนอื่น.............ปิดร้านตอนเที่ยงคืน เจมส์กลับขึ้นมาบนเรือยอร์ช มุ่งหน้ากลับหมู่บ้านจันทร์อับแสงโดยวันนี้ถึงจะมีของมาเพิ่มให้ร้านดูไม่โล่งจำนวนไม่น้อย ยังคงไม่สามารถเรียกลูกค้าได้ มีคนเข้ามาทานบุฟเฟ่ต์เพียง 20 คน หากนับตั้งแต่ช่วงหกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน ซึ่งนั่นทำให้เจมส์ต้องกลับมาคิดกลยุทธ์ใหม่ ทำยังไงดีถึงจะมีคนเข้าร้านเยอะๆ“กำลังคิดอะไรอยู่เหรอครับ เจ้านาย” ทอยถามในขณะขับเรือ'AMERIA'“กำลังคิดเกี่ยวกับลูกค้า ทำยังไงดีถึงจะมีคนเข้าร้านเยอะๆ”“ง่ายมากครับเจ้านาย แค่เราลากคนลงมาจากรถ บังคับให้นั่งกิน จะให้นั่งกี่โต๊ะว่ามา เดี๋ยวผมจัดการเอง” ทอยไม่รู้เลยว่าคำพูดเหล่านี้ทำให้เจมส์แทบอยากจะลุกขึ้นมา แล้วปิดการทำงานของเจ้าหุ่นยนต์ไร้ประโยชน์แต่เอาเถอะจะว่าไปการมีเจ้าโง่ก็ดีอย่างหนึ่ง นอกจากจะไปส่งของได้ ยกของช่วยทุ่นแรงได้ ยังเป็นเหมือนเพื่อนไว้คุยแก้เหงาเมื่อเห็นเจมส์เอาแต่เงียบ ทอยพูดเสริมว่า “แต่ถ้าหากไม่ใช้วิธีแรก ผมมีวิธีที่สองจะเสนอ”“พอแล้ว นายห้ามใช้ความรุนแรงกับมนุษย์รู้ไหม ผมไม่อนุญาต”“ไม่ใช้ความรุนแรงแน่นอนครับ ที่ผมกำลังจะพูดเนี่ยเกี่ยวกับคลื่นตัวหนึ่ง ในโลกที่ผมอาศัยอยู่ จะมีคลื่นพิเศษความถี่สูง ชนิดที่ว่าเป็นตัวกระตุ้นชั้นดี แค่ติดตั้งกล่องอุปกรณ์หน้าร้านมนุษย์ก็จะหยุดเดิน จากนั้นเดินเข้าไปในร้านเหมือนถูกสะกดจิต แต่น่าเสียดายที่ฐานข้อมูลผมมีข้อมูลเกี่ยวกับมันแค่นี้ ไม่งั้นคงสามารถแนะนำเจ้านายได้”เจมส์ที่ได้ยินคำพูดของเจ้าโง่ทอยถึงกับลุกขึ้นมา เดินไปที่เป้สะพายหลัง รูดซิปเทหนังสือการ์ตูนทั้งหมดลงโต๊ะ“เจ้านายกำลังทำอะไรอยู่เหรอครับ จะอ่านการ์ตูนเหรอ แต่นั่นมันของเด็กนะครับ ฟังนิทานจากผมดีกว่า ในฐานข้อมูลของผม ศตวรรษที่ 41 มีนิทานดีๆ เยอะแยะเลย จะฟังไหมครับ”“เงียบน่า ตอนนี้ผมกำลังใช้สมาธิ นายแค่ขับเรือไปให้ถึงหมู่บ้านจันทร์อับแสงก็พอ อ้อแล้วในระหว่างที่ขับเรือ อย่าลืมปล่อยผู้ล่าลงทะเลด้วยล่ะ” เจมส์ไม่สนใจเจ้าโง่ทอย ตั้งหน้าตั้งตาหาสิ่งของพลิกวิกฤตร้านหมูกระทะ“ปล่อยผู้ล่าลงทะเล ปล่อยผู้ล่าลงทะเล เจ้าปลาตัวจ้อยเอ๊ย เจ้าปูก้ามโตเอ๊ย จงมาเป็นวัตถุดิบให้กับเจ้านายของผมซะ ลั้ลลา ลั้ลลา ลั้ลลา...”

    ทั้งที่บอกไปว่าอยากอยู่เงียบๆ แล้วเชียว แต่ให้ตายเจ้าโง่กับไม่เข้าใจ ดันแต่งเพลงบ้าอะไรก็ไม่รู้จนเจมส์ไม่มีสมาธิหาสิ่งดังกล่าว ทำได้เพียงกลับไปถึงบ้านนู่นแหละค่อยมีสมาธิขึ้นมาหน่อย