เช้าวันต่อมา อากาศสดใส แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดผ่านผ้าม่านสีขาวบางในห้องอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ของผม แสงนั้นกระทบกับโต๊ะไม้ข้างเตียงที่วางนาฬิกาปลุกไว้ มันดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ผมจะเอื้อมมือไปกดปิด
ผมลุกขึ้นนั่งบนเตียง พลางยกมือขยี้ตาเบา ๆ ความเงียบในห้องยังคงเหมือนเดิม ไม่มีเสียงใคร ไม่มีเสียงทีวี ไม่มีเสียงหม้อหุงข้าวจากห้องครัว มีเพียงเสียงลมหายใจของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้
“อยู่คนเดียวก็แบบนี้แหละ... แต่วันนี้รู้สึกไม่เหมือนเดิมเลยแฮะ”
ผมเดินไปเปิดหน้าต่าง ลมเช้าอุ่น ๆ พัดเข้ามาพร้อมกลิ่นแดดอ่อน ๆ ของฤดูร้อน ผ้าม่านปลิวไหวเบา ๆ ผมยืนมองท้องฟ้าสีฟ้าจาง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ
“แค่คิดว่าจะได้เจอซาโยะ... ใจก็เต้นแรงขนาดนี้เลยเหรอเรา”
ผมหยิบเสื้อเชิ้ตนักเรียนที่แขวนไว้ข้างประตูมาใส่ พลางเดินไปที่โต๊ะเล็ก ๆ ตรงมุมห้อง ที่นั่นมีข้าวปั้นที่ผมเตรียมไว้เมื่อคืนวางอยู่ในกล่องพลาสติกเรียบร้อย
“อาหารเช้าธรรมดา ๆ ของเรา... จะไปเทียบกับข้าวกล่องของซาโยะได้ยังไงกันนะ”
ผมนั่งลง กินข้าวปั้นไปพลาง มองดูนาฬิกาไปพลาง ความเงียบในห้องยังคงอยู่ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยเสียงความคิดวุ่นวาย
“เมื่อวานเธอยิ้มให้เราด้วย... หรือเราคิดไปเองนะ?”
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ ผมยืนหน้ากระจกเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง ผมที่ยุ่งนิดหน่อยถูกจัดให้เข้าทรงด้วยมือเปล่า ๆ
“โอเค... พร้อมแล้วล่ะ”
ผมหยิบกระเป๋านักเรียน เดินออกจากห้อง ปิดประตูเบา ๆ และล็อกมันไว้ข้างหลัง
“วันนี้... จะเป็เช้าที่พิเศษอีกวันไหมนะ?”
ผมจัดการกับตัวเองและทานอาหารเช้าเพื่อเตรียมตัวจะไปโรงเรียน แต่ในใจก็ยังตื่นเต้นและเขินอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน
“ฉันตื่นเต้นถึงขนาดนี้เลยหรอ แค่คิดว่าจะได้ไปเจอซาโยะที่โรงเรียนก็ใจเต้นแล้ว”
ถึงฮารุกิจะตื่นเต้นขนาดไหน สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะลุกออกจากห้องพักของเขา บรรยากาศวันนี้ก็ร้อนั้แ่เช้าเหมือนเดิม
“เฮ้อ... เมื่อไหร่จะเข้าหน้าหนาวซักทีนะ”
ฮารุกิบ่นอุบกับบรรยากาศที่ชวนเหงื่อตกแบบนี้ แต่ก็มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นที่ทำให้ตัวของเขาร้อนขึ้นไปอีก...
“อรุณสวัสดิ์จ้ะ ฮารุกิคุง”
เสียงทักทายที่คุ้นเคยดังมาจากด้านหน้า ทำให้เขาหันไปมองทันที นั่นคือซาโยะ... หรือว่าเธอจะรอเขา?
“อรุณสวัสดิ์ ซาโยะ มาซื้อของทานระหว่างทางเหรอ?”
“อืม... ก็ส่วนหนึ่งน่ะ”
“เอ๊ะ? ส่วนหนึ่ง?”
“ไม่มีอะไรมากหรอก... เราเดินไปด้วยกันไหม ฮารุกิคุง?”
ฮารุกิที่เห็นซาโยะยืนอยู่หน้าซูเปอร์มาร์เก็ต รู้สึกเหมือนเธอกำลังรอบางสิ่ง แต่คำตอบของเธอกลับทำให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้น
“อ๊ะ... โอเค งั้นเราไปกันเถอะ”
เสียงของซาโยะช่างนุ่มนวลจนหัวใจของฮารุกิรู้สึกอบอุ่น เราทั้งสองเดินไปโรงเรียนด้วยกัน ระหว่างทางก็คุยกันเื่ต่าง ๆ มากมาย สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาคือถุงที่เธอถืออยู่ ดูเหมือนจะเป็ข้าวกล่อง
“ปกติซาโยะถือข้าวกล่องไปแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ?”
“ใช่ค่ะ ข้าวกล่องของฉันมันใหญ่เกินจะใส่ในกระเป๋าน่ะ”
“อ้อ... อยากลองกินจังเลยน้า อาหารฝีมือของซาโยะน่ะ”
“ได้สิค่ะ เดี๋ยวตอนกลางวันฉันจะแบ่งให้ฮารุกิคุงด้วย”
คำตอบของเธอทำให้ฮารุกิถึงกับใเล็กน้อย เขาแค่พูดเล่น ๆ แต่กลับได้คำตอบที่ทำให้หัวใจพองโต
ระหว่างเดินผ่านตึกห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซาโยะก็ชี้ไปที่ตึกนั้น
“ฮารุกิคุง เมืองนี้มีหลายสิ่งที่น่าสนใจมากเลยนะคะ”
“อย่างนั้นเหรอ? ส่วนไหนที่ซาโยะคิดว่าน่าสนใจล่ะ?”
“ก็อย่างเช่น... ห้างสรรพสินค้านั่นแหละค่ะ”
“ถึงผมจะอยู่ที่นี่มาเกือบ 4 ปีแล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่เคยได้มาที่นี่เลยซักครั้ง”
“ฉันว่าจะลองมาดูในวันหยุดหน้า เห็นฮารุกิไม่เคยมางั้น... เราไปด้วยกันไหมคะ?”
ซาโยะถามด้วยสีหน้าที่นิ่ง แต่กลับทำให้ฮารุกิรู้สึกเหมือนถูกชวนไปเดท
“ถ้าไม่รังเกียจ ให้ผมไปด้วยก็แล้วกันนะ”
“ฉันไม่รังเกียจฮารุกิคุงหรอกค่ะ”
“งั้น... งั้นไว้เราไปด้วยกันวันเสาร์ไหม?”
“ได้ค่ะ”
ฮารุกิรู้สึกดีใจจนแทบจะะโออกมา แต่ก็ต้องเก็บอาการไว้ ทั้งสองเดินต่อไปจนถึงหน้าโรงเรียน
ซาโยะมองฮารุกิที่เดินข้าง ๆ ด้วยหัวใจที่เต้นแรง เธอไม่แน่ใจว่าความรู้สึกนี้คืออะไร แต่เธออยากให้เช้านี้ยาวนานกว่านี้อีกนิด
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ไง ฮารุกิคุง วันนี้พาสาวมาโรงเรียนด้วยแหละ!”
เคนตะวิ่งมาตบไหล่ฮารุกิอย่างแรง
“ไม่ใช่ซักหน่อย!”
“แหม ๆ จะไม่ใช่ได้ยังไงล่ะ”
มิซากิที่เดินตามมาเสริมด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์
“เงียบไปเลย!”
“อ๊ะ! ฉันยังไม่ทันได้บรรยายเลยนะ!”
“เพราะฉันรู้ว่าเธอจะพูดอะไรต่อไงล่ะ!”
“เราแค่เจอกันระหว่างทางเลยเดินมาด้วยกันเฉย ๆ”
ฮารุกิพยายามอธิบาย
มิซากิหันไปถามซาโยะ
“ฮารุกิพูดจริงเหรอ?”
“เป็อย่างที่ฮารุกิคุงพูดค่ะ”
“เฮ้อ... ไม่สนุกเลย”
ซาโยะหน้าแดงเล็กน้อยจากคำถามของมิซากิ ฮารุกิเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่ก็ได้แต่คิดในใจ...
“ถ้าเื่นี้เป็จริงทุกวันก็ดีสิ...”
ทั้งสี่คนเดินเข้ามาในโรงเรียน เสียงซุบซิบยังคงดังตามมาตลอดทาง ส่วนใหญ่เป็เสียงชื่นชมในความสวยและรูปร่างของซาโยะ แต่ก็มีบางเสียงที่ทำให้ฮารุกิสะดุดหู
“หมอนั่นใครน่ะ มาเดินข้าง ๆ คุณซาโยะ?”
“แฟนเหรอ?”
“ไม่ใช่หรอก คุณซาโยะจะมีแฟนได้ยังไง?”
เสียงเ่าั้ทำให้ฮารุกิรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย แต่เขาก็คิดในใจ
ใครจะสนล่ะ! แค่ได้อยู่ข้าง ๆ ซาโยะ เสียงพวกนั้นฉันไม่ฟังหรอก!
เมื่อมาถึงห้องเรียน ทั้งสี่คนก็แยกย้ายกันไปที่โต๊ะของตัวเอง เคนตะกับมิซากิเดินมาหาฮารุกิ
“นี่... คงไม่ได้คิดมากเื่เสียงซุบซิบนั่นใช่ไหม?”
“ฉันไม่ได้คิดมากอะไรหรอก ฉันไม่สนคำพูดพวกนั้นอยู่แล้ว พวกนายก็น่าจะรู้นี่”
“ก็เข้าใจอยู่นะ...”
มิซากิมองฮารุกิที่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง แล้วเสียงเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากโต๊ะข้าง ๆ
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำให้ถูกเข้าใจผิดแบบนั้น...”
“ไม่ต้องใส่ใจหรอก ซาโยะ ฉันไม่ได้คิดมากเื่พวกนั้นเลย”
ทันใดนั้น เสียงเปิดประตูห้องเรียนก็ดังขึ้น อาจารย์เข้ามาแล้ว คงถึงเวลาเริ่มคาบเรียน
บทเรียนใน่เช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว แม้จะพยายามตั้งใจฟัง แต่ความคิดของผมกลับล่องลอยไปไกล... จนกระทั่งเสียงออดพักกลางวันดังขึ้น
ฮารุกิยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ มองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย แต่ในใจกลับจดจ่ออยู่กับบางสิ่ง...
“เธอบอกว่าจะให้เราลองชิมข้าวกล่อง... จริงเหรอ?”
ไม่นานนัก ซาโยะก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับถุงผ้าสีอ่อนในมือ
“ฮารุกิคุง... ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ?”
“อืม ไปกันเถอะ”
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกจากห้อง เคนตะกับมิซากิก็เดินเข้ามาสมทบ
“โอ้โห จะไปกินข้าวกันสองคนเหรอ~” มิซากิแซวทันที
“พวกนายจะมากินด้วยกันก็ได้นี่” ฮารุกิพูดพลางถอนหายใจ
“งั้นก็ไม่เกรงใจล่ะนะ!” เคนตะหัวเราะ
ทั้งสี่คนเดินไปที่มุมสงบของโรงเรียน ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีลมพัดเย็นสบาย พวกเขานั่งล้อมกันบนม้านั่งไม้และพื้นหญ้า
ซาโยะค่อย ๆ เปิดกล่องข้าวของเธอออก กลิ่นหอมของอาหารลอยมาแตะจมูกทันที
“ว้าว... น่ากินสุด ๆ เลย!” มิซากิพูดตาเป็ประกาย
“นี่ของฮารุกิคุงค่ะ ฉันแบ่งไว้ให้แล้ว” ซาโยะยื่นกล่องเล็ก ๆ ให้ฮารุกิ
“ขอบคุณนะ...” ฮารุกิรับมาอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
“โอ้โห ได้กินข้าวฝีมือซาโยะด้วย แบบนี้ไม่ธรรมดาแล้วนะ!” “ดีจังน้า ฮารุกิได้กินอาหารฝีมือซาโยะคนเดี่ยวเลย”
“ฉันก็จะแบ่งคุณมิซากิเหมือนกันน่ะคะ”
มิซากิชำเลืองมองไปทางซาโยะเหมือนอยากจะกินด้วยแต่กลับได้รับผลตอบรับที่ดีจนทำให้มิซากิยิ้มกว้าง
ทุกคนเริ่มกินข้าวกันอย่างออกรส เสียงหัวเราะและบทสนทนาเบา ๆ ดังขึ้นเป็ระยะ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็กันเอง แต่ฮารุกิก็นึกขึ้นได้ว่าอยากถามเื่วันเดทของทั้งสองคน
“นี้พวกนายน่ะที่บอกว่าจะไปเดทกันวันหยุดนี้ไปที่ไหนอย่างนั้นหรอ”
“อยากรู้อย่างนั้นหรอ.....ไม่บอกหรอกน่ะเดี๋ยวฮารุกิก็เก็บไปทำตามนะสิ”
“ใครจะไปทำตามพวกนายกัน!”
ฮารุกิที่อยากรู้ว่าทั้งสองคนไปเดทที่ไหนกันแต่กลับโดนสวนกลับด้วยคำตอบที่ทำให้ฮารุกิหน้าแดงเล็กน้อย ฉันไม่ได้อยากจะเก็บประสบการณ์ซักหน่อยแต่เผื่อว่าซักวันจะได้ใช้ก็อยากจะรู้เหมือนกันน้า ฮารุกิคิดในใจ ขณะมองซาโยะที่กำลังยิ้มให้กับคำพูดตลกของมิซากิ
รู้สึกตัวอีกที... ระยะห่างระหว่างเราก็ค่อย ๆ แคบลง — โดยที่ผมเองก็ไม่ทันได้รู้ตัวเลย