เฉินฟางเหนียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ กับแผลฉกรรจ์เป็รอยยาวเท่าฝ่ามือที่ต้นขาที่ยังคงมีเืไหลซึมอยู่ ผ้าไหมก็ใช้ไปหมดแล้ว เธอก้มลงมองชุดตัวเอง แล้วครางอยู่ในลำคอ
“อื้อ...ชุดนี้ตั้งพันหยวนเชียวนะ”
แต่แล้วก็กัดฟัน ถอดสูทตัวนอกออกมา เหลือเพียงจั๊มสูทตัวใน เผยให้เห็นหัวไหล่กลมกลึง สะท้อนแสงจันทร์นวลผ่อง ทำเอาชายหนุ่มที่กำลังข่มจิต หายใจได้ลำบากยิ่ง
“นี่เ้า! จะทำอะไร”
“ทำอะไร ก็ทำแผลให้คุณน่ะสิ ไม่รู้ว่าคนหรือเขียงหมู”
จากนั้นก็หลับตากลั้นใจตัดเสื้อสูทราคาแพงของตนออกเป็เส้นยาว มือเรียวค่อย ๆ บรรจงพันผ้ารอบแผลที่ต้นขา
นิ้วเนียนัักับต้นขาด้านใน ทำเอาคนที่กำลังข่มจิตยิ่งกระเจิดกระเจิง ควบคุมลมหายใจได้ยากยิ่ง ทั้งกลิ่นกรุ่นจากกายสาว ทั้งััจากนิ้วอุ่น ยิ่งขับให้เืชายวิ่งพล่าน ความเจ็บจากาแทั่วร่างก็ไม่อาจหยุดความเดือดพล่านของอารมณ์พลุ่ง
เขาส่งมือไปคว้าข้อมือเรียวของคนที่กำลังขะมักเขม้นพันแผลรอบต้นขาเอาไว้ เพราะหากปล่อยให้นางพันแผลให้เขาต่อไป ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเขาหยุดอารมณ์ดิบเถื่อนในกายชายไว้ไม่ได้
“ข้าทำเอง”
เฉินฟางเหนียงผู้ไม่ชอบให้ใครมาขัดจังหวะเวลาทำอะไรค้างอยู่ ก็ตะคอกกลับไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“จะเสร็จแล้วเนี่ย อีกนิดเดียว ทนหน่อยสิ”
ไม่รู้ทำไมคำพูดพวกนี้กลับยิ่งทำให้เืในกายยิ่งวิ่งพล่าน มือไม้อ่อนแรง หูดับ สายตาพร่าเลือน ความเ็ปทั่วร่างกำลังวิ่งไปรวมที่กลางกายจนเริ่มปวดหนึบ
เฉินฟางเหนียงได้ยินเสียงหายใจหอบของคนตรงหน้าก็ให้แปลกใจ หรือเขาจะมีไข้ แต่เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นกลางเป้าที่นูนขึ้นเป็ลำ มื้อนั้นก็ฟาดเผียะไปที่กลางแผล
“โอ๊ย!”
“ไอ้คนลามก มันน่าปล่อยให้เืไหลให้หมดตัว”
พูดจบก็มัดเงื่อนที่ปากแผลอย่างแรงอีกรอบ
“โอ๊ย! นี่เ้า”
“ก็เผื่อจะช่วยให้หายหื่น”
พูดจบก็เดินกะโผลกกะเผลกด้วยเท้าเปล่าออกจากลานกว้างไปด้วยความโมโห
“บ้าจริง ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน”
บ่นไปพลางมือก็ล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูไปพลาง ก็ให้แปลกใจที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลย ไม่มีแบบขึ้น No Signal ไปเลย ซึ่งไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน ขนาดตอนไปทริปปีนเขากับบริษัท อย่างมากก็เหลือสัญญาณแค่ 1 ขีด ที่นี่มันกันดาร หลังเขาขนาดนั้นเลยหรือไง
หญิงสาวค่อย ๆ ย่องสำรวจโดยรอบ คอยเงี่ยหูฟัง เผื่อจะได้ยินเสียงอะไรอีก ด้วยความรู้สึกที่ปนกันระหว่างความหวังกับความหวาดหวั่น เมื่อเดินออกมาได้สักพักก็ได้ยินเสียงน้ำไหลมาจากไกล ๆ ได้ยินแล้วก็นึกอยากจะล้างคราบเืเหนียวเหนอะที่มือออกจริงเชียว
ถึงฟ้าจะกระจ่าง แต่อาศัยแค่แสงจันทร์ เธอก็ยังไม่มีความกล้ามากพอจะเดินดุ่มไปกลางป่าแบบนี้ เมื่อต้องเลือกระหว่างความสะอาดอย่างสมบูรณ์แบบที่เธอ้า กับการเผชิญความน่าหวาดหวั่นกลางป่า ที่สุดแล้วความกลัวก็ยังชนะอยู่ดี
"ไว้ให้เช้าก่อนแล้วกัน"
เมื่อเดินกลับมายังลานกว้างก็พบว่าคนเจ็บเริ่มตัวสั่นเทาด้วยความหนาว และเมื่อเอามืออังที่หน้าผากก็จริงดังคาด
"ไข้ขึ้นซะแล้ว สมน้ำหน้า หื่นดีนัก"
เฉินฟางเหนียงค้นกระเป๋าไปที่ช่องลับหยิบแผงยาพาราฯ ออกมาอย่างคล่องแคล่ว แล้วจับเม็ดยายัดใส่ปากคนเจ็บที่ทำอย่างไรก็ไม่ยอมกลืนยาสักที
"กินยาไม่เป็หรือไง ทำเป็เด็กไปได้"
หลังความพยายามอยู่พักใหญ่ไม่เป็ผล เธอก็นั่งทอดถอนใจ จะเช็ดตัวลดไข้ก็มีน้ำอยู่แค่นิดเดียว จะเดินดุ่มไปกลางป่าตามเสียงน้ำไหลที่ได้ยินก็นึกกลัว
เฉินฟางเหนียงบดยาพาราฯ โรยลงในขวดน้ำ แล้วพยุงต้นคอเขาขึ้นมากรอกน้ำผสมยาใส่ปาก ซึ่งก็ไหลซึมออกมาทันที เพราะปากนั้นไม่ยอมเปิด
เอาล่ะ เห็นทีคงต้องทำตามฉากในซี่รี่ส์ย้อนยุคที่เคยดู เฉินฟางเหนียงวางเขานอนลง แล้วกระดกยาน้ำเข้าปาก จับจมูกและคางดึงปากเขาให้อ้าออก ก่อนจะค่อย ๆ ก้มลงไปป้อนยาให้อย่างระมัดระวัง พยายามอย่างที่สุดที่จะไม่ให้ปากัักัน
แต่คนถูกป้อนกลับเบือนหน้าหนีรสขมปร่าจากยาผสมน้ำ เฉินฟางเหนียงจึงต้องประคองหน้ายึดไว้แล้วประกบปากป้อนยาจนหมด ก่อนจะกระดกยาอีกรอบ
‘ไหน ๆ ต้องเปลืองตัวแล้วก็เอาให้ชัวร์ไปเลยดีกว่า’
หลังจากประกบปากรอบที่สองเพื่อป้อนยาจนหมดขวด ริมฝีปากร้อนจากพิษไข้นั้นก็งับเข้าที่ปากเรียวของเธอ ทั้งยังส่งลิ้นร้อนล้วงลึกเข้ามาราวกับกำลังควานหาความหวานจากโพรงปากอุ่น
เฉินฟางเหนียงตาเบิกโพลง หัวใจเต้นระรัว ก่อนจะผลักใบหน้านั้นออกอย่างแรงจนกระแทกพื้น เงื้อฝ่ามือขึ้นกะจะฟาดหน้าเขาเอาคืน แต่โจรขโมยจูบกลับนอนตัวงอเป็กุ้ง ตัวสั่นเทาด้วยพิษไข้
‘คิดซะว่าโดนหมาเลียปากแล้วกัน’
“ไอ้หมาบ้า!”
พอหายโมโหก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูคลิปที่เพิ่งถ่ายไว้เมื่อตอนเย็น ตอนนั้นเธออยู่บริเวณหน้าผา บางสิ่งบางอย่างทำให้เธอต้องย้อนวีดีโอกลับไปดูจุดเดิมอีกหลายรอบ เพราะแสงในวีดีโอเปลี่ยนไปใน่แค่ไม่ถึงนาที
เมื่อหยุดภาพแล้วกดไล่ทีละเฟรมจึงเห็นว่าเป็เพราะเมฆทะมึนบนฟ้า คลายตัวลงอย่างรวดเร็ว จนเห็นแสงสีแดงส้มของพระอาทิตย์ตกสาดเข้ามาแทน แสดงว่าหน้าผาหันไปทางทิศตะวันตก ความคิดไร้สาระนั้น ฉายชัดในหัวสมอง หรือจะเป็เหมือนในซี่รี่ส์ย้อนมิติ ย้อนเวลาหลายเื่ที่เคยดู
“ไม่หรอกน่า!”
เฉินฟางเหนียงปลอบใจตัวเอง แล้วกดปิดโทรศัพท์ที่เหลือแบตเตอรี่อยู่ 62% ต้องขอบคุณความเป็เพอร์เฟ็คชั่นนิสต์ของตัวเองที่มักจะชาร์จแบตโทรศัพท์ไว้เสมอเมื่อเหลือน้อยกว่า 50% และกระเป๋าใบใหญ่นี้ที่มีข้าวของจุกจิกหลายอย่างอยู่เสมอ ซึ่งทำให้เธอสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบมาหลายครั้ง หลายครา
ถึงแม้นิสัยพวกนี้จะทำให้เธอถูกค่อนแคะอยู่เรื่อย แถมยังเป็ส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอโสดอยู่เสมอ เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนทนความจุกจิกของเธอได้สักคน ใครจะไปสนผู้ชายกันในเมื่อเธอดูแลตัวเองได้
“อือ...อือ...”
เสียงครางของโจรขโมยจูบดังขึ้น ตัวซีดขดงอเป็กุ้งต้ม กายสั่นเทาเป็ลูกนก เมื่อจับหน้าผากดูก็พบว่าไข้ลดแล้ว ก็คงจะหนาวสินะ เธอเองยังรู้สึกหนาวเลย
เฉินฟางเหนียงนอนลงหันหลังให้เขา แล้วขยับตัวเข้าไปใกล้จนแผ่นหลังชิดกัน ความร้อนที่ถ่ายทอดให้กันทำให้ชายหนุ่มถดหลังเข้ามาชิดยิ่งขึ้น จนหันมากอดก่ายเธอไว้แน่นราวกับเป็หมอนข้าง
เธอง่วงจนคร้านจะโวยวาย อีกอย่างแบบนี้ก็อุ่นดีเหมือนกัน ก็ถือว่า win-win แล้วกันนะ เมื่อคำนวณผลดี ผลเสียได้ก็หลับตาลงด้วยความง่วงงุน จนเมื่อพระจันทร์ขยับขึ้นมาตรงหัว น้ำค้างที่ตกลงมาก็ยิ่งทำให้อากาศหนาวยิ่งขึ้น เฉินฟางเหนียงที่ลืมตัวก็หันไปซุกหน้าที่อกกว้างอันอบอุ่นนั้น
ต่างคนต่างกระชับอ้อมกอดแน่น