บทที่2
“คุณชาย!!! ฮือ คุณชายขอรับ”
เสียงร้องไห้เรียกสติซินกลับมาอีกครั้ง เด็กหนุ่มข้างเตียงที่มองเ้านายตนอยู่ตลอดกลับมาร้องไห้อีกครั้งด้วยความเป็ห่วง เพราะอยู่ๆ เ้านายตนก็หมดสติไปอีกแล้ว
“คุณชายของบ่าว ฮือออ”
“นะ…นี่ เ้า เอ่อ อาลู่”
ซินปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของตนจนแห้งสนิท แล้วจับบ่าเด็กที่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ให้รู้สึกตัวว่าคนที่เขาเรียกว่าคุณชายนั้นฟื้นแล้ว
“คุณชายฟื้นแล้ว!!!”
ซินอยากจะบอกว่าเขาฟื้นตั้งนานแล้ว
“ใช่ เอ่อ…เ้าออกไปข้างนอกก่อนได้หรือไม่ ข้าขออยู่คนเดียวสักพัก”
ซินร้องขอ เพราะเขายังไม่พร้อมจะยอมรับอะไรทั้งสิ้น ขอเวลาในการทำความเข้าใจกับเื่ที่เกิดขึ้นสักนิดก็ยังดี ว่าเื่เป็มายังไง อะไรคืออะไร แล้วเขาอยู่ที่ไหน เขามาอยู่ในร่างคนอื่นงั้นเหรอ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขาถึงมาที่นี่ได้ หรือหากเขาจะต้องยอมรับเื่ที่เกิดขึ้นพวกนี้จริงๆ ก็ขอเวลาให้เขาได้ทำใจยอมรับมันสักนิดเถอะ
“คุณชาย แต่คุณชายยัง…”
“แค่แป๊บเดียว เอ่อ ครู่เดียวเท่านั้น ขอร้อง…”
“ขอรับ”
อาลู่ดูเป็ห่วงแต่ก็ดูงงๆ ในเวลาเดียวกันกับคำขอของเขา ทว่าอาลู่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี
เมื่ออาลู่ออกไปจากห้องแล้ว ซินก็รีบเรียบเรียงเื่ราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อหายปวดหัว สรุป! อย่างแรกเลยนี่เขาตายแล้ว! เออ เขาแน่ใจว่าตัวเองตายแล้วแน่นอนก็เห็นศพตัวเองคาตาขนาดนั้น อยากร้องไห้แต่ตอนนี้ร้องไม่ออกแล้ว! เพราะใมากกว่าที่เขากลับมาตื่นขึ้นในร่างนี้ ร่างของคนอื่น ในยุคสมัยไหนก็ไม่รู้เนี่ยนะ แถมเป็จีนแบบโบราณด้วย ไอ้ซินจะบ้าตาย! อีกทั้งร่างที่เขาเข้ามาอยู่นี่มันเป็ร่างที่เพิ่งตายเพราะไม่สบายจนล้มป่วยไร้คนเหลียวแลนอกจากเด็กรับใช้ประจำตัวอย่างลู่ฉางหรือที่ร่างนี้เรียกสั้นๆ ว่าอาลู่
ร่างที่เขาสิงอยู่ตอนนี้มีชื่อว่าิซิน เป็องค์ชายเล็กองค์หนึ่งของแคว้นอู่ แคว้นเล็กๆ ที่บิดามารดาตายเพราะการก่อฏขององค์ชายรอง และิซินที่มีดีแต่หน้าตาแต่กลับอ่อนแอและขี้กลัวจนองค์ชายรองที่ทำการฏไม่คิดว่าเป็ภัยจึงถูกจับขังคุกนานเป็เดือนเผื่อยังใช้ประโยชน์จากตัวเขาได้ในภายภาคหน้า และมันก็จริง เพราะจากนั้นก็มีแคว้นเ้าเข้าบุก องค์ชายรองที่ตั้งตนเป็ฮ่องเต้ก็ส่งิซินที่คิดว่ามีประโยชน์ในเวลานั้นมาเป็ของบรรณาการพร้อมกับทรัพย์อื่นเพื่อขอสงบศึก เรียกง่ายๆ คือส่งิซินมาเป็ตัวประกันนั่นแหละ
ิซินถูกพาตัวมายังเมืองหลวงของแคว้นเ้าโดยคนขององค์ชายรองเพราะกลัวิซินคิดหนี และทีนี้คนที่ทำศึกของแคว้นเ้าครั้งนี้คือชินอ๋องหรือแม่ทัพหานตง เขาเป็ผู้นำทัพไปโจมตีแคว้นอู่เพราะแคว้นอู่ไปรุกรานแคว้นเ้าก่อน ดังนั้นหานตงจึงได้พระราชทานสมรสให้แต่งิซินเข้าวังอ๋องเพื่อเป็ตัวประกัน เพราะอย่างไริซินก็มีศักดิ์เป็ถึงองค์ชาย จึงต้องให้เกียรติอยู่และมิอยากให้ใครมาดูถูกแคว้นเ้าได้ว่าป่าเถื่อนไม่ให้เกียรติผู้อื่น จึงต้องทำให้สมฐานะ เพราะการแต่งชายาชายก็มิใช่เื่ผิดปกติสำหรับที่นี่ อีกอย่างหากจะเลี่ยงมิให้ิซินเข้าวังหลวงก็คงมีวิธีนี้เท่านั้น
จึงต้องให้ิซินแต่งเข้าวังประกายฟ้าของชินอ๋องแทนเพราะกลัวจะมีปัญหาไส้ศึกหากให้เข้าไปอยู่ในวังหลวง แต่ทว่าการพระราชทานครั้งนี้หานตงนั้นก็มิใคร่เต็มใจเลย เพราะเ้าตัวมิเคยรู้จักิซินผู้นี้มาก่อน มิเคยพบปะพูดคุยใดๆ กันๆ ทั้งสิ้น แต่กลับถูกจับให้แต่งงานกันซะแล้ว ตัวหานตงนั้นยังไม่มีคนรักและตั้งใจไว้แล้วว่าหากจะต้องแต่งงาน เขาก็จะขอมีคนรักเป็ชายาเพียงคนเดียวแต่เมื่อเื่เป็เช่นนี้สู้มิให้เขาอยู่ลำพังดีกว่ารึ แต่ก็เพื่อบ้านเมืองหานตงจึงยอมให้ิซินเข้าวังประกายฟ้าด้วยตำแหน่งพระชายารอง ทั้งที่ไม่มีพระชายาเอก
หานตงมิเคยมาพบิซินเลย เพราะตอนที่ิซินถูกพาเข้าวังประกายฟ้านั้น หานตงก็ไปปราบชนกลุ่มน้อยทางชายแดนตอนใต้ที่คิดฏพอดี ในตอนที่คนจากวังหลวงพาิซินมาส่งที่วังประกายฟ้า ิซินได้รับอนุญาตให้พาคนติดตามเข้ามาได้เพียงคนเดียวพร้อมกับทรัพย์สินจำนวนหนึ่ง จากที่เคยเรียกองค์ชายก็ต้องปรับเปลี่ยนเรียกพระชายารอง
แต่ิซินไม่เคยถูกใครเรียกแบบนั้น เพราะไม่เคยได้ออกจากตำหนักไปพบเจอใครในวังแห่งนี้เลยทั้งยังแจ้งกับพ่อบ้านของวังั้แ่เข้ามาแล้วว่ามิให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายในบริเวณตำหนักตน เพราะตนเป็คนขี้กลัวและไม่ไว้ใจใครทั้งสิ้น ประจวบเหมาะกับที่ิซินก็มีแค่อาลู่ที่น่ารักและเชื่อฟังเพียงคนเดียวอยู่แล้วจึงให้อาลู่เรียกว่าคุณชายเท่านั้นพอ ิซินใช้ชีวิตที่ตำหนักท้ายวังไม่ใกล้ไม่ไกลเรือนบ่าวนัก แต่ห่างไกลตำหนักใหญ่อยู่มาก เมื่ออยู่ที่นี่ได้ปีกว่าทรัพย์สินที่มีติดตัวมาก็หมดไปกับการใช้จ่ายแต่ละวัน ตำหนักที่ไร้การดูแลก็เริ่มเสื่อมโทรมลงทีละน้อย
จากนั้นไม่นานแคว้นอู่ก็คิดจะแว้งกัดแคว้นเ้าอีก เป็หานตงที่รีบนำทัพจากชายแดนตอนใต้สุดกลับมาตีแคว้นอู่จนสำเร็จกำจัดพวกฮ่องเต้เลวจนสิ้นซากแล้วก็ยึดแคว้นอู่มาเป็หนึ่งในเมืองของแคว้นเ้าแทนให้จบสิ้น จากนั้นก็ไปประจำชายแดนตอนใต้สุดต่ออีกเพราะมีข่าวการลอบเข้าเมืองของพวกฏจึงไม่เคยได้กลับมายังวังประกายฟ้าเลย
ิซินที่ทราบข่าวเื่แคว้นอู่ก็ยิ่งเสียใจหนัก เพราะต่อไปนี้เขาก็คงไม่มีบ้านให้กลับอีกต่อไปแล้ว ทำให้ิซินยิ่งเก็บตัวอยู่แต่ในตำหนักไม่ไปไหนข้าวปลาไม่ค่อยกินจนร่างกายอ่อนแอและป่วยหนัก
มาถึงตรงนี้คงพูดได้เลยว่าที่วังประกายฟ้าของชินอ๋องผู้นี้จะมีใครรู้จักิซินผู้นี้บ้าง นี่ก็ผ่านมาสองปีแล้วจนเ้าของร่างป่วยตายและมีเขาไอ้ซินผู้นี้เข้ามาอยู่แทนนี่แหละ เฮ้อ…ชีวิต! บัดซบ
พอเรียบเรียงทุกอย่างแล้ว และพยายามทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่สักพัก ว่าเขานั้นได้ตายแล้ว และมาอยู่ที่ภพอื่นร่างของคนอื่น….เฮ้อ จากนั้นเขาก็เรียกอาลู่เข้ามาอีกครั้ง ก่อนจะปลอบคนที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุดให้หยุดร้องเสีย เพราะตาอาลู่ชักจะบวมแล้ว เด็กหนอเด็ก
“เงียบเถิดข้าไม่เป็อะไรแล้ว ข้าแค่มึนหัวเท่านั้น”
ซินปลอบเด็กชายตรงหน้าที่คาดเดาอายุว่าน่าจะไม่เกิน17ปี ให้หายเศร้าเพราะเขาได้แล้ว
“จริงนะขอรับคุณชาย”
“จริงสิ นี่ข้าดีขึ้นเพราะยาของเ้าเลย ขอบใจเ้ามากที่ไปขอยามาให้ข้า”
เขาพูดไปตามจิตใต้สำนึกที่ได้รับมาจากร่างนี้ ทั้งวิธีการพูดการจาหรือความรู้เขาก็ได้รับมาจากเ้าของร่างเต็มๆ เรียกว่าอะไรที่ิซินทำได้ ซินคนนี้ก็ทำได้เช่นกัน เหอะๆ ตลกดีแต่มันก็ช่วยเขาได้มากจริงๆ
“ไม่เป็ไรขอรับ แค่เห็นคุณชายไม่เป็อะไรบ่าวก็ดีใจมากแล้ว”
ลู่ฉางปาดน้ำตายิ้มให้เขาด้วยความจริงใจ เห็นรอยยิ้มนั่นเขาก็ได้แต่ยิ้มแหยให้ตัวเอง เหอะๆ ชีวิตพลิกมาขนาดนี้ยิ้มออกตอนนี้ก็เก่งเกินแล้ว และตอนนี้เขาก็ยังมีเื่ที่คิดไม่ตกอยู่สองสามเื่ หนึ่งทำไมเขาถึงมาอยู่ในร่างนี้แล้วเสียงสุดท้ายที่บอกให้เขาใช้ชีวิตนั่นคืออะไรซึ่งเขาไม่เข้าใจและจะปัดทิ้งไปเมื่อหาคำตอบไม่ได้แน่ๆ สองเพื่อนๆ เขาทั้งสามคนจะเป็อย่างไรกันบ้างหวังว่าพวกแกจะได้ขึ้น์กันหมดนะ คงไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ร่างใหม่แบบเขาใช่มั้ย ร่างใหม่ที่เขายังไม่รู้เลยว่าเขาจะทนกับสภาพตอนนี้ได้เหรอ และสามเขาในสถานะตอนนี้ขึ้นชื่อว่าเป็ภรรยาของชินอ๋องทั้งที่เป็ผู้ชายเหมือนกันเนี่ยนะ! ถึงเขาจะไม่ซีเรียสเื่ชายรักชายแต่มันน่าอับอายตรงที่ สภาพตอนนี้ของเขาเหมือนคนถูกทิ้งอย่างไรอย่างนั้นเลย ที่สำคัญิซินผู้นี้กำลังถังแตก! นี่มันบัดซบและลำบากกว่าตอนอยู่บ้านเด็กกำพร้าเสียอีก! อย่างน้อยๆ เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองถังแตกนะเว้ยิซิน!!!
ซินนั่งขบคิดในใจเพลินๆ ก็หันไปมองลู่ฉางที่มองมาทางเขาอยู่เช่นกัน สีหน้าลู่ฉางเหมือนกำลังแปลกใจในตัวเขาอยู่ไม่น้อย
“มีอะไรงั้นรึ หน้าข้ามีอะไรแปลกๆ ติดอยู่หรือไง”
“ไม่ขอรับ เพียงแต่บ่าวกำลังแปลกใจ ทำไมคุณชายดูแปลกๆ เหมือนไม่ใช่คนป่วย แววตาดูสดใสกว่าก่อนหน้านี้มากด้วยขอรับ”
“…แล้วไม่ดีรึ”
เขาถามกลับด้วยความกังวล ไม่ใช่ว่าลู่ฉางดูออกล่ะว่าเขาไม่ใช่คุณชายิซินของตนเอง
“ดีขอรับ บ่าวชอบใบหน้าที่สดใสของคุณชาย งดงามน่ามองกว่าใบหน้าเศร้าหมองอีกขอรับ”
“ข้าเป็บุรุษทำไมเ้าถึงชมว่างดงามเล่า”
“ก็งดงามจริงๆ นี่ขอรับ อ่อ…เดี๋ยวบ่าวไปเตรียมน้ำมาเช็ดตัวให้คุณชายดีกว่า คุณชายจะได้สดชื่นกว่านี้”
พูดจบลู่ฉางก็วิ่งออกไปนอกห้องทันที แต่คำพูดของลู่ฉางยังคาใจเขาอยู่ไม่น้อย บุรุษเขาชมกันว่างดงามเหรอ จะว่าไปในความทรงจำก็เห็นหน้าตัวเองไม่ชัดด้วยสิ ไปดูหน่อยดีกว่าว่าหน้าตารูปร่างของิซินเป็ยังไง
ซินไม่รอช้าเดินไปที่กระจกเก่าๆ ตรงมุมห้องทันที เขาร้องเสียงหลงยืนแข็งทื่อเมื่อได้มองรูปร่างหน้าตาของตนเองในกระจกชัดๆ
“ทะ…ทำไมถึง สวยอย่างนี้วะ ผู้ชายจริงป่ะเนี่ย!?”
ไม่ผิดหรอกที่จะบอกว่างดงามก็ดูดิ!! ใบหน้าหมดจด ปากบางเป็กระจับได้รูป แก้มมีเส้นเืฝาดเล็กน้อยนี่ขนาดเพิ่งป่วยนะเนี่ยถ้าไม่ป่วยแก้มมิแดงปลั่งเลยรึ? ตาสวยหวานเหมือนหงส์ ลำคอขาวนวลน่ามอง ผิวขาวผ่องเนียนน่าัั รูปร่างบอบบางราวกับสตรี ผมดำยาวถึงกลางหลังดูนุ่มเหมือนไหมชั้นดี
ซินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แอบเปิดซินน้อยดูว่ามีอยู่จริงมั้ยชักไม่แน่ใจในเพศตัวเอง แล้วก็ต้องโล่งอกเมื่อเห็นมันก็มีอยู่เหมือนเดิม จะบอกว่าโชคดีหรือไงดีที่ิซินไม่เคยพบเจอใครในวังประกายฟ้านี้ ตอนเข้ามาก็มีผ้าคลุมหน้าและคนพาเดินมาส่งที่ตำหนักนี้ จากนั้นก็ไม่เจอใครเลย นี่บอกได้เลยว่าถ้าลองมีใครมาเห็นใบหน้าแบบนี้นะ รับรองว่าลืมไม่ลง ก็ขนาดเขา ไอ้เ้า และไอ้หม่อนที่เป็ผู้ชายหน้าหวานในภพก่อน หรือจะไอ้ไหมที่ว่าสวยเท่นะ…หึ ยังต้องซูฮกให้ิซินคนนี้เลย!
“คุณชายน้ำมาแล้วขอรับ”
“อ่อ ขอบใจ”
ซินรับน้ำมาล้างหน้าก่อนจะกลับมานั่งที่เตียงเหมือนเดิม พลางคิดทบทวนว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี กับการใช้ชีวิตในร่างนี้
และเมื่อผ่านไปสามวันกับการอยู่ไปวันๆ ที่ไม่มีอะไรเลย ย้ำ! ไม่มีอะไรเลยจริงๆ! กระทั่งอาหารการกินที่สุดแสนจะน้อยนิดเกินจะบรรยายได้ คงเพราะิซินคนก่อนทานน้อยมากด้วยกระมัง ลู่ฉางถึงได้จัดสำรับให้แต่น้อยอย่างเคยชิน ไม่ได้ๆ! ซินคนนี้ต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่งั้นคงขาดใจตายเหมือนเ้าของร่างนี้อีกครั้งแน่ๆ!
“อาลู่นอกจากทรัพย์สินที่ติดตัวมาของเรา ตอนเรามาอยู่ที่นี่กันตำหนักใหญ่ไม่เคยส่งทรัพย์สินอะไรมาให้ที่นี่เลยใช่หรือไม่”
“…ขอรับคุณชาย”
“ใจร้ายชะมัด…เฮ้อ แต่ก็คิดเอาไว้อยู่แล้วล่ะนะ อย่างว่าท่านอ๋องเองก็ไม่อยู่วัง แล้วใครจะเป็คนจ่ายเบี้ยหวัดเรากันล่ะเนอะ อีกทั้งป่านนี้ผู้คนในวังเองก็คงลืมข้าไปด้วยแล้วล่ะมั้ง”
ซินอดที่จะบ่นออกมาเบาๆ ไม่ได้
“คุณชายคิดอะไรอยู่หรือขอรับ”
ลู่ฉางถามขึ้นเมื่อเห็นซินทำหน้าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนคิดอะไรอยู่นาน แต่ก็เหมือนคิดไม่ตก จะว่าไปสองสามวันมานี่เขารู้สึกว่าคุณชายไม่ค่อยเหมือนเดิมเท่าไหร่นัก คุณชายดูแปลกไปอย่างกับเป็คนละคนกันเลย…
“คิดหลายอย่าง เ้าไม่คิดบ้างรึ”
ิซินถามกลับ อยู่แบบว่างเปล่าแบบนี้ ิซินคนเก่ากับอาลู่ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยรึ มันว่างไปนะเขาว่า อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีกิจกรรมทำอะไรกันบ้างสิ
“ก็คิดนะขอรับ”
“คิดอะไรรึ”
ิซินถามกลับอีกครั้งด้วยความสนใจ
“คิดว่าคุณชายดูแปลกๆ ไปขอรับ”
“ปะ…แปลกยังไง”
คำตอบของลู่ฉางทำให้ิซินถึงกับเหงื่อตก อาลู่สงสัยเขาแล้วสินะ ไม่ใช่ว่าไม่รู้เพราะสองสามวันมานี้มีหลายครั้งที่ลู่ฉางมองเขาเหมือนติดใจสงสัยอะไรอยู่ ซึ่งเขารู้ดีว่าเื่อะไรที่เขาสงสัย ก็นิสัยคนเปลี่ยนไปขนาดนี้ คนใกล้ชิดเช่นอาลู่จะไม่รู้สึกได้อย่างไรกัน อย่างิซินคนก่อนก็จะเอาแต่นอนซมคิดถึงท่านพ่อท่านแม่ คิดถึงบ้านที่จากมา ส่วนเขาน่ะเหรอ ลุกขึ้นมาวิ่งตอนเช้าหวังให้ร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้น ข้าวก็กินเยอะบางครั้งยังให้อาลู่ไปขอมาเพิ่มอีก หานู่นนี่ทำฆ่าเวลาไปเรื่อยจนอาลู่ต้องมาแย่งเขาทำไปด้วย
“ดูไม่เหมือนคุณชายคนเดิมที่บ่าวเคยอยู่ด้วย”
“งะ…งั้นรึ”
“ขอรับ”
ลู่ฉางรู้สึกแบบนั้นจริงๆ เพียงแต่ไม่เคยคิดถามเพราะอย่างไรคุณชายก็คือคุณชาย เขาไม่คิดระแวงระวังอะไร ก็แค่รู้สึกสงสัยเล็กน้อยเท่านั้น เพราะที่จริงมันก็ล้วนเป็สิ่งที่ดีต่อตัวคุณชายทั้งนั้น ยกเว้นเวลามาแย่งงานเขาทำล่ะนะ ที่ลู่ฉางต้องไปแย่งกลับมาทำเองตลอด
“อืม ข้าก็แค่เพิ่งรู้สึกตัวว่าตนเองจะมัวอยู่เฉยๆ ไม่ได้ อย่างน้อยๆ ก็อยากทำอะไรเพื่อตนเองบ้าง เ้าก็เห็นว่าข้าเริ่มดูแลตนเองถึงได้เริ่มแข็งแรงขึ้น อีกอย่างเ้าอยากให้ข้ากลับไปเป็เหมือนเดิมรึ ไม่ดูแลตนเองนอนซมจนป่วยไม่นานข้าคงตายจากเ้าไปแน่ๆ”
“ไม่ขอรับๆ! คุณชายเปลี่ยนแปลงแบบนี้ดีแล้วขอรับ บ่าวอยากอยู่กับคุณชายไปนานๆ”
ลู่ฉางรีบส่ายหน้าและตอบคำถามิซินทันที คุณชายจะเปลี่ยนไปยังไงก็ช่างขอแค่คุณชายแข็งแรงและไม่จากเขาไปก็พอ เขาจะไม่สงสัยแล้ว!
“เช่นนั้นก็ดี เพราะข้าก็อยากอยู่แบบนี้กับเ้าไปนานๆ เพราะฉะนั้นไม่ว่าข้าจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหนเ้าก็อย่าได้สงสัยเลย นั่นเป็เพราะข้าอยากทำให้ตนเองดีขึ้นไม่ว่าจะเื่ร่างกาย นิสัย หรืออะไรก็แล้วแต่ ข้าพยายามทำเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง”
ิซินอธิบายชุดใหญ่ เขารู้ว่าลู่ฉางรักคุณชายผู้นี้มากขนาดไหน อธิบายขนาดนี้ลู่ฉางคงเชื่อและไม่ถามเื่นี้อีก
“ขอรับ บ่าวจะไม่ถามไม่สงสัยอะไรแล้วขอรับ”
จริงเช่นที่ิซินคิดว่าลู่ฉางคนนี้รักคุณชายิซินมาก ย่อมเชื่อและเข้าใจสิ่งที่เขาบอกได้ไม่ยาก
“ดีมาก งั้นข้ามีเื่จะถามเ้าบ้าง เ้าอยู่แบบนี้เ้ามีความสุขหรือไม่”
ซินถามเพราะสิ่งที่เป็อยู่ตอนนี้สำหรับเขามันไม่ใช่ตัวเขาเลยมันว่างเปล่าเกินไป และแน่นอนเขาคิดที่จะเปลี่ยนแปลงมัน
“บ่าวอยู่กับคุณชายที่ไหนก็มีความสุขขอรับ”
อาลู่ตอบคำถามของซินทันทีแบบไม่ต้องคิด เพราะเขาอยู่ที่ไหนก็ได้ขอเพียงมีคุณชายเพราะคุณชายคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขา
“เอาจริงๆ สิ ข้าพูดถึงความเป็อยู่ หรือสิ่งที่เราเผชิญอยู่ตอนนี้ เ้ามีความสุขหรือไม่”
“คุณชาย ลู่ฉางพูดจากใจ ลู่ฉางอยู่ที่ไหนหรือให้ลำบากขนาดไหนก็ได้ขอแค่มีคุณชายขอรับ”
ซินถามย้ำอีกครั้งซึ่งคำตอบก็ยังคงเหมือนเดิม และซินรู้ว่าอาลู่ตอบเขาจากใจจริง เพราะถ้าไม่รักกันจริงอาลู่คงทิ้งองค์ชายิซินคนนี้ไปนานแล้ว
“เฮ้อ ขอบใจเ้าจริงๆ ที่จริงใจกับข้าขนาดนี้ เช่นนั้นถ้าเกิดข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ล่ะ เ้าคิดว่าอย่างไร”
“ไม่ว่าคุณชายตัดสินใจอย่างไร ลู่ฉางเห็นด้วยทุกอย่างขอรับ”
และคำตอบของลู่ฉางก็ไม่ทำให้ิซินคนนี้ผิดหวัง เพราะเขาคิดที่จะไปจากวังแห่งนี้
“ดี ถ้าอย่างนั้นเราจะหนีไปจากที่นี่ อีกสองสามวันนี้ ไหนๆ ก็ไม่มีใครสนใจพวกเราอยู่แล้วนี่ ถ้าเราหายไปเ้าคิดว่าจะมีคนสนใจหรือเกิดเื่หรือไม่”
“เื่มีคนสนใจเวลานี้บ่าวคิดว่าไม่ขอรับ…แต่ถ้าหากว่าวันหนึ่งเกิดมีคนสนใจและไม่เจอเราอยู่ที่นี่ บ่าวคิดว่าน่าจะเกิดเื่ขอรับ”
“อย่างนั้นหรือ ถ้าเช่นนั้นเราควรทำอย่างไรล่ะ”
ิซินถามเพราะเขาก็ยังไม่ค่อยเข้าใจกฎเกณฑ์ที่นี่มากนัก ต่อให้ได้ความทรงจำของร่างเก่ามาเกือบหมดแต่ก็ใช่ว่าเขาจะทำความเข้าใจได้ทั้งหมดโดยทันที
“หากถามความคิดของบ่าว บ่าวคิดว่า เราไปบอกกับท่านอ๋องโดยตรงดีหรือไม่ขอรับ”
“เ้าคิดว่าเขาจะให้เราออกไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ”
ถึงจะคิดว่าทางท่านอ๋องอะไรนั่นไม่น่าจะติดอะไรและปล่อยเขาไปแต่ิซินก็อดถามไม่ได้ว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ เดินไปขอออกจากวังก็ให้ออกเลย เอาจริงดิ…เพราะถ้าเป็แบบนั้นมันก็ดีกับเขามากๆ ทีเดียว
“คิดว่านะขอรับ เพราะแคว้นอู่ของเราก็ตกเป็เมืองของแคว้นเ้าแล้ว หากเป็ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่เป็ของแคว้นเ้า คุณชายก็เหมือนตัวประกัน แต่ตอนนี้แคว้นเ้าได้ทุกอย่างมาอยู่ในมือแล้วก็ไม่จำเป็ต้องมีตัวประกันอีกต่อไปมิใช่หรือขอรับ”
ลู่ฉางตอบตามความคิดของตนเองที่รู้ๆ มา
“ก็จริงอย่างเ้าว่า ดี…ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ข้าจะลองออกไปดูนอกวังว่ามีอะไรพอจะทำหรือที่ใดที่เราพอจะพักอาศัยได้บ้าง ขืนออกไปตัวเปล่าเช่นนี้มีหวังอดตายกันพอดี”
“คุณชายจะออกไปอย่างไรขอรับ ทหารเวรยามย่อมต้องไม่ให้ออกแน่ๆ ถ้าไม่ได้รับอนุญาต”
ลู่ฉางถามด้วยความอยากรู้ หากมีที่ที่ดีกว่านี้เขาเองก็อยากออกไปอยู่ที่อื่นกับคุณชายเช่นกัน
“จะออกประตูหน้าทำไมเล่า เราก็หาทางหลบหนีออกไปสิ”
“ที่ไหนหรือขอรับ…”
“มันต้องมีสักที่ล่ะนะ คืนนี้เราจะไปลองหาดู เ้าเองก็ต้องช่วยหาและระวังตัวด้วยรู้หรือไม่”
ิซินยืนยันอย่างมั่นใจ อย่างไรมันก็ต้องมีสักทางล่ะน่า อย่างน้อยๆ ทางหมาลอดก็ได้เอ้า!
“ขอรับ!”
ลู่ฉางผู้เชื่อมั่นและจงรักในตัวคุณชายอย่างที่สุดก็ตอบรับคำอย่างว่าง่าย
---------------------------------------------