“พวกพี่จะอยู่กับมิเกลเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ”
“พวกพี่มีพลังวิเศษเหมือนพี่มาร์คเลย”
“ใช่ครับ แต่พี่ยังต้องฝึกฝนอีกมาก”
“ใช่ค่ะพวกพี่ต้องฝึกฝนอีก... ฝึกให้เก่งเหมือนมามี้ มามี้เก่งที่สุดเลยค่ะ”
กลุ่มเด็กนักเรียนผู้รอดชีวิตทั้งหกคนมองไปทางมามี้ที่หนูน้อยจำไมพูดถึงพลางกลืนน้ำลายดังอึก
แม้ไม่รู้ว่าคนในเสื้อฮู้ดตัวใหญ่มีหน้าตายังไง แต่พลังต่อสู้ที่ได้เห็นและัักับตัวเป็เครื่องพิสูจน์ว่ามามี้ที่เด็กหญิงพูดถึงนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
เจอาร์เหลือบมองเด็กนักเรียนผู้รอดชีวิตทั้งหกคนที่กำลังมองมาที่เขาอย่างหวาดกลัว กลุ่มนักเรียนผู้รอดชีวิตกลุ่มนี้เป็ตัวแทนการแข่งขันประเภทต่าง ๆ ของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง
พวกเขาถูกส่งมาฝึกในโรงเรียนสอนพิเศษแห่งนี้ทุกวันหลังเลิกเรียนและวันหยุด เนื่องจากเป็นักเรียนพิเศษจึงได้อยู่ชั้นบนสุด
เมื่อเกิดวันสิ้นโลกขึ้นจึงรวมตัวกันได้ทัน มีผู้ชายสี่คนและผู้หญิงสองคน กลุ่มเด็กนักเรียนผู้รอดชีวิตจึงล็อกประตูทุกห้องแล้วมารวมตัวกันที่ห้องทำอาหาร
“พี่จะให้พวกผมฝึกยังไงหรือครับ” เด็กหนุ่มลูกครึ่งเดินเข้ามาถามเขา
เด็กคนนี้มีพลังวิเศษไฟเหมือนกันกับมาร์ค อีกคนมีพลังน้ำเป็เด็กสาวผมสั้นท่าทางห้าวเหมือนผู้ชาย
ส่วนอีกสี่คนไม่มีพลังอะไรเป็แค่คนธรรมดา ซึ่งเจอาร์มองว่าจะเป็ตัวถ่วงในอนาคต หากไม่ฝึกฝนเด็กพวกนี้
“ฆ่าซอมบี้ในอาคารนี้ให้หมด” เขาตอบเสียงเรียบ
“อะไรนะ จะบ้าเหรอฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ” หญิงสาวผมยาวดัดลอนพูดขึ้น เธอคงจะเป็คุณหนูไฮโซมาก่อน
“ในวันสิ้นโลก ถ้าไม่หัดฆ่าเธอก็รอให้มันมาฆ่าเธอเองก็แล้วกัน” เขาตอบเธอไป ตอนนี้เขาพูดได้ไม่ติดขัดแล้ว
“ฉันไม่ทำ ฉันจะรอพ่อฉันมารับ”
“ถ้ามาถึงนะ”
“แน่นอนสิ พ่อฉันเป็ทหารและกำลังเดินทางมาที่นี่ ฉันไม่เป็ขี้ข้าใครทั้งนั้น”
“แต่ฉันว่าเธอควรฝึกฝนไว้นะ” ชายหนุ่มร่างผอมสูงท่าทางขี้อายพูดขึ้น
“ใช่ ฝึกไว้ก็ไม่เสียหายอะไร ใช้ป้องกันตัวเองในยามคับขันได้” คราวนี้เด็กหนุ่มใส่แว่นพูดขึ้นมา ส่วนเด็กหนุ่มร่างท้วมพยักหน้าสนับสนุนเพื่อน
เจอาร์ไม่รู้ชื่อของเด็กพวกนี้และไม่คิดจะถาม เขาแยกแยะออกว่าใครเป็ใครเพราะแต่ละคนมีลักษณะที่แตกต่างกันอยู่แล้ว
แล้วเขาก็ไม่เห็นความจำเป็ที่ต้องรู้จักกับเด็กพวกนี้
“มาร์ค มิเกลมานี่” เขาเรียกเด็กชายหญิงฝาแฝด เด็กเดินมาหาเขาอย่างว่าง่าย
“จะพาไปฆ่าซอมบี้ ไปไหม” เขาถาม
“ผมไปครับ ผมอยากเก่ง ผมจะช่วยมามี้ฆ่าซอมบี้” มาร์คพูดขึ้นท่าทางเด็ดเดี่ยวมาก
“หนูก็จะไปค่ะ หนูจะช่วยพี่ชายกับมามี้ฆ่าซอมบี้เหมือนกัน”
มิเกลพูดเสียงดัง เด็กทั้งสองหายจากอาการหวาดกลัวเื่เมื่อวานแล้ว
“มันน่ากลัวมากนะ” เขาบอกเด็กชายหญิงฝาแฝด
“หนูกับพี่มาร์คจะไม่กลัวซอมบี้แล้ว หนูจะเข้มแข็งค่ะ”
“ได้ งั้นระหว่างเดินทางไปพบแดดดี้ของพวกเธอก็ฝึกฝนการต่อสู้ไปด้วยเลยก็แล้วกัน” เขาสรุปและหันมองดูเด็กนักเรียนวัยรุ่นที่มองมาที่มาร์คกับมิเกลอย่างตกตะลึง
“แต่... น้อง ๆ ยังเด็กอยู่เลยนะครับ” เด็กหนุ่มร่างท้วมพูดขึ้น
“ฝึกไว้” เขาบอก “คนที่ต้องฆ่าจริงแล้วคือพวกนาย” ว่าจบเขาก็เดินนำหน้าออกไปจากห้องทันที
ทุกคนตามเขามายกเว้นหญิงสาวไฮโซที่ยังอยู่ที่เดิม เป็การยืนยันคำพูดของตัวเองว่าเธอจะไม่ออกไปไหน
“ชิ พวกโง่แทนที่จะรอความช่วยเหลือจากพ่อฉันแต่ดันวิ่งไปหาความตาย ต้องฟังคำสั่งใครก็ไม่รู้ คอยดูนะถ้าพ่อฉันมารับเมื่อไหร่ฉันจะให้พวกแกก้มหัวอ้อนวอนฉัน หึ”
ประโยคที่หล่อนพึมพำยาวเหยียดคนอื่นอาจจะไม่ได้ยิน แต่เจอาร์ไม่ใช่คนย่อมได้ยินแน่นอน
...
ทางเดินชั้นหกเต็มไปด้วยซอมบี้เขาปล่อยให้เด็กนักเรียนวัยรุ่นพวกนี้สู้กับซอมบี้โดยให้คำแนะนำเป็บางครั้ง
ส่วนมิเกลกับมาร์คยืนอยู่ข้างด้านเขา มาร์คใช้พลังไฟเผาซอมบี้ที่วิ่งมาจู่โจมพวกเขา
เจอาร์เก็บกลิ่นอายของตัวเอง เพื่อให้ซอมบี้โจมตีพวกเขา
เด็กทุกคนตั้งใจฆ่าซอมบี้อย่างเมามัน มีดในมือของเด็กหนุ่มร่างท้วมปักเขาที่สมองของซอมบี้ตัวหนึ่งที่กำลังจะกัดเพื่อนลูกครึ่งของเขา
“ย๊ากกก”
“ย๊าาาา”
“อ๊ากกก มันจะกัดฉันแล้ว”
“ย๊าาา ตายซะไอ้ซอมบี้น่าขยะแขยง” เสียงะโดังลั่นตึกของพวกเด็กหนุ่มสร้างความรำคาญให้เจอาร์มาก
“เงียบ เสียงของพวกนายจะเรียกซอมบี้มามากขึ้น” เจอาร์สั่ง พวกเด็กหนุ่มจึงปิดปากลงแต่ก็พูดเสียงเบาอยู่
ตึง ตึง
เสียงทุบประตูจากด้านในของห้องเรียนที่หนึ่งเรียกดังขึ้น เสียงครางในลำคอพร้อมกับเสียงลากขูดดังลอดออกมา
เด็กหนุ่มร่างท้วมตัวสั่น ส่วนหนุ่มลูกครึ่งมองมาที่เขาอย่างขอความช่วยเหลือ พวกเขาจัดการกับซอมบี้บนทางเดินหมดแล้ว
ส่วนซอมบี้บนชั้นห้ามันไม่สามารถขึ้นมาชั้นหกได้
“ใช้พลังน้ำของเธอหยุดการเคลื่อนไหวของซอมบี้ไว้” เขาบอกเด็กสาวที่มีพลังน้ำ
“บีบพลังไฟให้เล็กที่สุด อัดพลังไฟให้แน่นยิงไปที่ส่วนหัวของซอมบี้” เขาบอกเด็กหนุ่มที่มีพลังไฟและหวังว่ามาร์คจะเข้าใจที่เขาบอก
เด็กสาวที่มีพลังน้ำทำตามเธอสร้างกำแพงน้ำตรงประตู บีบพลังเข้าไปจนกลายเป็กำแพงน้ำแผ่นหนาและกว้าง
แม้จะหยุดซอมบี้ไม่ได้แต่ก็ช่วยให้พวกมันเคลื่อนไหวช้าลง
เด็กหนุ่มร่างผอมสูงเลื่อนประตูเปิดออกช้า ๆ ฉับพลันซอมบี้ก็โถมเข้าใส่พวกเขาทันที
แต่ติดที่กำแพงน้ำแผ่นหนาสูงระดับอกของพวกมัน มันจึงเคลื่อนไหวช้าลง
เด็กหนุ่มผู้ใช้พลังไฟได้โอกาสโจมตีไปที่หัวของพวกมัน ส่วนคนที่ไม่มีพลังก็ใช้มีดแทงเข้าที่หัวของพวกมันเหมือนกัน
พวกเขาใช้มีดปลายแหลมผูกกับไม้จนแ่าแล้วจึงนำมาใช้แทนหอก เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีระยะประชิดตัวกับซอมบี้
นับว่าเป็วิธีที่ฉลาด
ส่วนมิเกลก็ใช้มีดแทงเข้าที่หัวของซอมบี้เหมือนกันเพื่อหาคริสทัลของซอมบี้
เด็กหญิงร้องไห้สะอื้นเบา ๆ ในอ้อมกอดเขา ซอมบี้พุ่งออกมาตัวแล้วตัวเล่า
หากถามว่าเด็กตัวแค่นี้ทำไมถึงมีกำลังมากมายขนาดนี้
เจอาร์คงต้องบอกว่าเป็เพราะคนที่ได้รับพลังไม่ว่าจะเป็พลังแบบไหน พละกำลังกายจะเพิ่มขึ้น
เพิ่มถึงขนาดที่มิเกลสามารถทำประตูห้องพังเพียงแค่เ้าตัวบอกว่าเปิดตามปกติ
“นี่เป็ห้องเรียนวิชาคณิตซอมบี้เลยเยอะ อดทนหน่อยนะ” เด็กหนุ่มใส่แว่นบอกเพื่อนของตัวเอง
“ใกล้จะหมดแล้วเหลือแค่หกตัว” เด็กหนุ่มร่างท้วมพูดขึ้น
ลูกไฟทรงกลม ขนาดเท่านิ้วโป้งสองลูกลอยไปที่ซอมบี้สองตัวด้านหน้าที่กำลังจะเดินออกจากกำแพงน้ำหรือจะเรียกว่าสระน้ำก็ได้
ทันทีที่มันกระทบกับหน้าผากของซอมบี้ หัวของซอมบี้ก็ะเิออกมาทันที เศษเนื้อเศษสมองกระจายเปรอะเปื้อนพวกเขาส่งกลิ่นชวนคลื่นเหียน
แต่ละคนเบ้ปากทำหน้าพะอืดพะอม แต่ก็ต้องกลั้นไว้จัดการซอมบี้ตัวที่เหลือ
“เฮ้อ~ เสร็จสักที” เด็กหนุ่มร่างท้วมพูดพลางพิงผนังหอบหายใจหนัก
“เราพอแค่นี้ก่อนได้ไหมคะ ฉันไม่มีพลังเหลือแล้ว” เด็กสาวที่มีพลังน้ำพูดขึ้น
การต่อสู้ครั้งนี้เขาไม่ได้ช่วยเหลือพวกเด็กหนุ่มเลย แต่เด็กพวกนี้ก็สามารถทำได้ขนาดนี้ถือว่าเก่งมากแล้ว
“ได้ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” เขาบอก ดูสภาพของแต่ละคนไม่น่าจะสู้ต่อไปไหว
“มามี้... ฮึก... หนูเหม็นมากเลย ฮึก ค่ะ หนูอยากอาบน้ำ” มิเกลพูดขึ้นขย้ำเสื้อของเขาจนขาด เมื่อเห็นอย่างนั้นเ้าตัวยิ่งสะอื้นหนักขึ้น
“ไม่เป็ไร อย่าร้อง” เจอาร์อุ้มมิเกลกอดปลอบ คราวหน้าคงต้องฝึกให้มิเกลรู้จักการใช้แรงกำลังของตัวเองก่อน
เขากลัวว่าเด็กหญิงจะเผลอไปทำอะไรเสียหายหรือทำร้ายใครโดยไม่ตั้งใจ
“มาร์คเก่งมาก สร้างพลังไฟสองลูกได้แล้ว” เขาพูดชมเด็กชายแฝดพี่
พยายามใช้น้ำเสียงอ่อนโยนแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ยังเป็น้ำเสียงเย็นเยียบราบเรียบเหมือนเคย
“น้องมิเกลไม่ต้องร้องนะคะ เดี๋ยวพี่แอนพักสักแป๊บให้หายเหนื่อย แล้วพี่แอนจะใช้พลังสร้างสระน้ำให้มิเกลอาบน้ำดีไหมคะ” เด็กสาวที่มีท่าทางเหมือนผู้ชายเ้าของพลังน้ำพูดเสริม
“ให้พี่มาร์คอาบด้วยได้ไหมคะ” เด็กหญิงถาม
“ได้ค่ะ พี่แอนจะทำให้ทุกคนเลย”
“ขอบคุณค่ะพี่แอน” มิเกลบอกพลางยิ้มหวาน เป็เด็กที่เปลี่ยนอารมณ์เร็วจริง
“กลับขึ้นไปชั้นเจ็ดกันเถอะครับ” เด็กหนุ่มลูกครึ่งชวน เ้าตัวคงจะอยากอาบน้ำเหมือนกัน
...
..
.
หลังพักผ่อนให้หายเหนื่อย แอนเด็กสาวที่มีพลังน้ำก็สร้างสระน้ำให้มาร์คกับมิเกลอาบอย่างที่พูดจริง ๆ
เจอาร์ใช้ห้องเรียนที่หนึ่งเป็ห้องอาบน้ำของมิเกลและมาร์ค
ส่วนของเพื่อน เธอเอาใส่ถังใบใหญ่ไว้ให้เพื่อนอาบ เด็กหนุ่มสาวใช้ห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องเรียนที่สามแทน
หลังจากอาบน้ำเสร็จแล้วพวกเขาจึงนั่งพักกินข้าวเที่ยง ซึ่งมีแค่ขนมกับนมที่เขาค้นเจอและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่เขาให้มิเกลเอาออกมาจากมิติใส่ไว้ในกระเป๋าระหว่างที่เด็กนักเรียนกลุ่มนั้นไปอาบน้ำ
“ทำไมฉันต้องมากินอาหารแบบนี้ด้วย อี๋~ ดูสินี่จะให้เส้นมันอืดไปถึงไหน” เด็กสาวที่ไม่ยอมตามพวกเขาไปพูดขึ้นพลางมองถ้วยบะหมี่ในมือ
“ถ้าเธอไม่กินฉันขอนะ” เด็กหนุ่มร่างท้วมพูดขึ้น
“เื่อะไร ของฉันไอ้อ้วน” เด็กสาวว่าแล้วกินบะหมี่แต่ไม่วายทำหน้าเหมือนรังเกียจ เพื่อนที่เหลือส่ายหน้าให้ความจมไม่ลงของเธอ
“อย่าถือสาเบลล์เลยนะครับ” เด็กหนุ่มลูกครึ่งพูดกับเจอาร์ สีหน้าเหมือนกลัวว่าเขาจะขย้ำเธอ
“แค่เธอไม่ทำนิสัยแบบนี้ต่อหน้ามาร์คกับมิเกลก็พอ” เขาตอบ “แต่ฉันไม่้าให้ทีมมีคนที่ไร้ประโยชน์อย่างเธอ”
“ครับ” เด็กหนุ่มลูกครึ่งรับคำเสียงเบา