ตอนที่ 193 พริมโรสและนาเดีย
“จริงเหรอ!” คุณผู้หญิง เจ้าหญิงเอวาและนาเดีย ต่างร่ำร้องออกมาเป็นเสียงเดียวกัน ก่อนที่ทุกคนจะหันหน้าไปมอง นักแสดงพริมโรส ด้วยความดีอกดีใจ
“จะ...จริงค่ะ” นักแสดงพริมโรส พยักหน้าตอบกลับด้วยความใสซื่อ
“ฉันขอตามไปด้วยจะได้ไหมคะ” นาเดียเป็นคนแรกที่คว้ามือของนักแสดงพริมโรสขึ้นมาจับ ประหนึ่งว่าจะขอติดตามเธอไปในครั้งนี้ด้วย แต่อีกสองคนอย่างคุณผู้หญิงและเจ้าหญิงเอวา ทั้งสองดูจะสลดลงไปเล็กน้อย
เนื่องจากทั้งสองคน ไม่สามารถขอติดตามไปด้วย แม้ในใจจะอยากเดินทางไปยังป่าดาราฉายด้วยเช่นเดียวกัน
“เอ๊ะ? คุณนาเดียจะตามดิฉันไปด้วยจริงๆ เหรอคะ” นักแสดงพริมโรสเอ่ยถาม เมื่อได้ยินว่า นาเดียจะขอติดตามเธอไปยังป่าดาราฉาย
“ใช่ค่ะ ถ้าคุณพริมโรสไม่ว่าอะไร ฉันขอติดตามไปด้วยจะได้ไหมคะ”
“มันก็ได้อยู่หรอกค่ะ เพียงแต่ว่า...การเดินทางของฉันที่ต้องไปกับคณะละครอาจจะไม่ได้สะดวกอย่างที่ คุณหนูนาเดียคิดนะคะ” นักแสดงพริมโรส แม้จะจัดว่าเป็นตัวชูโรงให้กับคณะละครของเธอ ได้รับการดูแลเยี่ยงเจ้าหญิง
แต่ก็ต้องยอมรับว่า คณะละครที่พัวพันกับธุรกิจสีเทาเฉกเช่นนี้ ย่อมไม่ได้เหมาะกับการให้คุณหนูนาเดีย ลูกหลานตระกูลดยุกนาธาน มาข้องแวะด้วยจะดีที่สุด เพราะอาจทำให้คุณหนูและครอบครัว อาจตกเป็นเหยื่อไม่ทางใดก็ทางหนึ่งกับคณะละครของเธอนั่นเอง
“ขอเพียงแค่มีเพื่อนไปยังป่าดาราฉายสักคนหนึ่ง ต่อให้ลุยน้ำลุยไฟ ลำบากสักแค่ไหน ฉันก็ไม่กลัวค่ะ” คุณหนูนาเดียตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูเป็นคุณหนูที่แสนอ่อนหวานของเธอ ก็ทำให้คุณผู้หญิงและเจ้าหญิงเอวา ที่ฟังอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคัก หยอกเย้าคุณหนูผู้น่ารักคนนี้
“นาเดีย ใจเย็นๆ ก่อน บางทีพริมโรสอาจจะไม่สะดวกให้เธอไปพร้อมกับคณะละครของเธอก็เป็นได้” หลังจากเจ้าหญิงเอวาและคุณผู้หญิง กลั้นหัวเราะกับความน่ารักของนาเดียเอาไว้ได้แล้ว
เธอทั้งสองก็ช่วยเสนอทางออกให้กับนาเดีย ด้วยการบอกให้เธอนำผู้ติดตามไปด้วยสัก 2-3 คน เพื่อเดินทางไปยังเมืองดาราฉายที่นักแสดงพริมโรสและคณะทำการแสดง ด้วยตัวของเธอเอง
ก่อนจะรอให้นักแสดงพริมโรมจัดการแสดงให้เสร็จสิ้นเสียก่อน ทั้งนี้เมื่อนักแสดงพริมจัดการแสดงเสร็จแล้ว ก็ค่อยเดินทางไปพร้อมกับนาเดีย เพียงแค่นี้ก็ไม่ต้องทำให้ใครลำบากใจหรือต้องเป็นห่วงอีกฝ่ายแล้ว
ซึ่งหลังจากนาเดียได้ฟังวิธีนี้ เธอและนักแสดงพริมโรสก็ต่างเห็นด้วย
โดยตัวของนักแสดงพริมโรส หลังจากจบการแสดง ทางคณะละครก็ไม่ได้ห้ามหรือจำกัดตัวเธอไว้ให้อยู่กับคณะอีกต่อไป เธอมีสิทธิ์ที่จะไปไหนก็ได้ตามอำเภอใจเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ดังนั้นเมื่อได้ยินว่านักแสดงนาเดียจะแยกกันเดินทางมายังเมืองดาราฉาย โดยไม่เกี่ยวข้องกับคณะละครของเธอ ก็ทำให้นักแสดงพริมโรสรู้สึกวางใจลงไปได้บ้างนั่นเอง
“ได้เจ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นหนูขอกลับไปเตรียมตัวให้ทันสำหรับเดินทางในวันพรุ่งนี้ก่อนนะคะ” นาเดียยิ้มร่าด้วยความดีใจ เพราะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เธอจะเดินทางไปต่างเมือง โดยที่ไม่มีพ่อและแม่ของเธอติดตามไปด้วย
และหลังจากที่นาเดียแยกตัวจากไป คุณผู้หญิงก็ได้เขียนจดหมายขึ้นมาหนึ่งฉบับ เป็นจดหมายแนะนำตัว นักแสดงพริมโรสและนาเดีย ให้กับไลท์ได้รับทราบถึงที่มาที่ไปของทั้งสองคน ว่าเป็นคนที่ตัวเธอนั้นแนะนำมา รวมไปถึงยังได้เขียนจดหมายในเชิงขอร้องให้ ไลท์ ช่วยส่งอาหารมาให้กับเธอและเอิร์ลนิคที่ตอนนี้แทบจะไม่มีอาหารรับประทานกันแล้วนั่นเอง
“พอออกจากเมือง ให้มุ่งหน้าตรงไปที่หมู่บ้านดาราฉายได้เลย พอถึงที่นั่นจะมีป้ายเขียนกำกับอย่างชัดเจนถึงเส้นทางไปยังป่าดาราฉาย ซึ่งที่นั่นคือร้านอาหารของท่านไลท์ ที่ชื่อว่าร้านอาหารสามเวลา”
คุณผู้หญิงยื่นจดหมายที่ประทับตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลของเอิร์ลนิค พลางยื่นให้กับนักแสดงพริมโรสเพื่อเป็นจดหมายแนะนำตัว พร้อมกับบอกเล่าถึงร้านอาหารสามเวลาให้กับอีกฝ่ายได้รับทราบพอสังเขป
“ร้านอาหารสามเวลาเป็นร้านเล็กๆ เพียงร้านเดียวที่ตั้งอยู่ในเขตป่าดาราฉาย พอไปถึงที่นั่นให้ยื่นจดหมายนี้ให้กับท่านไลท์ หรือ พนักงานคนไหนก็ได้ ฉันรับรองว่าพวกเขาจะต้อนรับเธอทั้งสองคนเป็นอย่างดี แน่นอน อ้อ...แล้วในส่วนของที่พักก็ไม่ต้องกังวลไป ฉันกับท่านเอิร์ลนิคได้ทำที่พักเอาไว้หมดแล้ว เธอและนาเดียสามารถใช้งานมันได้อย่างเต็มที่ โดยคนของร้านอาหารสามเวลาจะจัดการให้กับเธอเอง”
คุณผู้หญิงอธิบายทุกอย่างให้กับนักแสดงพริมโรสได้รับทราบ ระหว่างนั้นก็ได้บอกถึงสถานที่พักซึ่งเป็นกระโจมหลังใหญ่ที่เอิร์ลนิคได้สร้างเอาไว้ โดยไม่รื้อทำลายทิ้งก่อนที่ทั้งสองจะกลับเมืองหลวง พร้อมกับยอมจ่ายค่าเช่าพื้นที่ตรงนั้นให้กับหัวหน้าหมู่บ้านดาราฉายล่วงหน้าเป็นเวลา 1 ปีเต็มๆ
“คุณอาหญิงและคุณอานิคสุดยอดไปเลย มีการเตรียมการที่จะกลับไปป่าดาราฉายถึงขนาดนี้เชียวเหรอคะ?” ขนาดเจ้าหญิงเอวาที่อยู่ฟังข้างๆ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชมกับการเตรียมตัวของคุณอาของเธอ
ขนาดยังไม่มีกำหนดการที่แน่ชัดในการกลับไปยังป่าดาราฉาย แต่ทั้งสองก็ยอมอุตส่าห์เจียดเงินเช่าพื้นที่ผืนนั้น โดยไม่เสียดาย
“ตามจริงกลับไปครั้งหน้า อาหญิงและอานิค มีความคิดว่าจะกลับไปซื้อผืนที่ตรงนั้นเอาไว้เลย โดยพื้นที่ตรงนั้นยังไม่ค่อยมีราคาเสียเท่าไหร่ แต่อาเชื่อว่าสักวันหนึ่งพื้นที่บริเวณตรงนั้นจะต้องมีมูลค่าที่สูงขึ้นอย่างแน่นอน ดีไม่ดีในอนาคตต่อให้มีเงินมากแค่ไหน ก็อาจจะซื้อมันไม่ได้อีกแล้วก็เป็นได้” คุณผู้หญิงนั้นเชื่ออย่างสนิทใจว่า พื้นที่บริเวณที่เธอเคยสร้างเป็นกระโจมที่พัก ที่ใกล้กับร้านอาหารสามเวลาจะต้องมีมูลค่าอย่างแน่นอน
และเพื่อไม่ให้ทุกอย่างมันสายเกินไป เธอกับสามีจึงตั้งใจที่จะซื้อพื้นที่บริเวณนั้นเอาไว้ทั้งหมด
ซึ่งไหนก็ไหนๆ แล้ว ในเมื่อนาเดียและนักแสดงพริมโรสกำลังจะไปที่นั่นพอดี เธอจึงได้ฝากจดหมายอีกหนึ่งฉบับ จ่าหน้าซองถึงคาห์น อดีตผู้ติดตามคนสนิทของเธอแนบไปด้วย
ทั้งนี้เนื้อความในจดหมายก็เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ มันคือจดหมายมอบหมายงานให้กับคาห์นไปซื้อพื้นที่ในแถบนั้นเอาไว้ทั้งหมดนั่นเอง
ด้วยความที่ท่านนิค ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งจากไวทเคานต์นิค ขึ้นเป็น เอิร์ล ทางด้านราชวงศ์ก็ได้ปูนบำเหน็จรางวัลมาให้กับตระกูลของเธอ มาเป็นเงินจำนวนหนึ่ง
คุณผู้หญิงจึงตัดสินใจที่จะนำเงินบำเหน็จที่ได้มาเป็นรางวัลนี้ ไปซื้อพื้นที่ในเขตป่าดาราฉายมาเป็นของตัวเอง โดยใจจริงเธอนั้นอยากที่จะซื้อพื้นที่บริเวณเขตป่าดาราฉายเอาไว้ทั้งหมดเลยเสียด้วยซ้ำ
แต่น่าเสียดายตรงที่ อาณาจักรลูนาเทียได้มีกฎหมายห้ามครอบครองพื้นที่ในเขตพื้นที่เดียวกันมากเกินกำหนด ทำให้คุณผู้หญิงจึงครอบครองพื้นที่ได้แค่ในละแวกใกล้ๆ กับกระโจมของเธอเท่านั้น
“ขอให้เดินทางปลอดภัยและมีความสุขกับอาหารของท่านไลท์ แทนฉันด้วยนะ” หลังจากพูดคุยกับจนจบ ทางด้านคุณผู้หญิงและเจ้าหญิงเอวา ก็ได้อวยพรขอให้การเดินทางในครั้งนี้นั้นราบรื่น พร้อมกับขอให้นักแสดงพริมโรสมีความสุขของไลท์ แทนตัวเธอที่ยังไม่มีเวลาว่างปลีกตัวไปได้นั่นเอง
การเดินทางของคณะละคร และ คุณหนูนาเดีย ได้เริ่มต้นขึ้นในวันเช้าถัดมา
ขบวนของคุณหนูนาเดียที่เดินทางไปยังเมืองดาราฉาย ได้ประกอบไปด้วยคนสนิทของเธอจำนวน 2 คน และที่ไหว้วานขอยืมคนมาจากท่านเอิร์ลนิค ที่เป็นทั้งคนขับรถม้าและองครักษ์คุ้มกันอีกหนึ่งคน
ซึ่งคนๆ นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น นั้นก็คือ ‘หัวหน้าหน่วย’ จากสมาคมนักผจญภัยนั่นเอง
หัวหน้าหน่วยนั้นรู้ถึงเส้นทางในการเดินทางไปยังป่าดาราฉายได้เป็นอย่างดีและยังสามารถที่จะแนะนำ นาเดียและนักแสดงพริมโรสให้รู้จักกับร้านอาหารสามเวลาได้มากขึ้น
รวมไปถึงตัวของหัวหน้าหน่วยเองก็พอจะมีฝีมือในด้านการต่อสู้ ดังนั้นการมอบหมายให้หัวหน้าหน่วยติดตามไปดูแลคุณหนูนาเดีย จึงถือเป็นการตัดสินใจที่ดยุกนาธานและเอิร์ลนิคช่วยกันออกความเห็นว่า ควรจะส่งหัวหน้าหน่วยผู้นี้เป็นหนึ่งในคณะเดินทางของนาเดียนั่นเอง
“ท่านหัวหน้าหน่วย ท่านไลท์ผู้นี้เป็นคนยังไงเหรอ? ข้าฟังจากคุณอาทีไร ก็เห็นคุณอาชมไม่ขาดปากไปเสียทุกที?” นาเดียโผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างที่ติดไว้กับตัวรถม้า พลางพูดคุยกับหัวหน้าหน่วยที่กำลังยิ้มหน้าระรื่น หลังจากได้ทราบว่าตนเอง ได้ถูกรับเลือกให้เป็นคนนำทางในการเดินทางไปยังป่าดาราฉายอีกครั้ง
“คุณหนูนาเดียไม่ต้องกังวลไปนะครับ ท่านไลท์เป็นคนที่ใจดีมากๆ และยังเฉลียวฉลาดมากอีกด้วย” หัวหน้าหน่วย ดูจะมีความสุขมากขึ้นไปอีก เมื่อพูดถึงไลท์และร้านอาหารสามเวลา
พร้อมกับในใจกำลังร่ำร้องเรียกหา ‘ร้านอาหารสามเวลาจ๋า พี่มาแล้วจ้า’
ระหว่างทางจากเมืองหลวงไปยังเมืองดาราฉาย ไม่ได้มีอะไรที่ติดขัดมากนัก ขบวนของนาเดียที่มีหัวหน้าหน่วยเป็นคนนำทาง เพียงแค่ 1 วันก็มาถึงเมืองดาราฉายเป็นที่เรียบร้อย
“เราพักกันที่เมืองดาราฉาย เพื่อรอท่านพริมโรสทำการแสดงเสร็จก่อนใช่ไหมครับคุณหนู ถ้าเช่นนั้นเชิญคุณหนูไปพักที่สมาคมกิลด์นักผจญภัยของท่านเอิร์ลนิคจะปลอดภัยมากกว่าพักตามโรงแรมนะครับ” หัวหน้าหน่วยนั้นประจำอยู่ที่เขตเมืองดาราฉายมานานหลายปีแล้ว
ทำให้หัวหน้าหน่วยพอจะรู้ถึงความด้านมืดและด้านสว่างของเมืองนี้เป็นอย่างดีและเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องอันตรายต่อคุณหนูนาเดีย จากตระกูลดยุกนาธาน
หัวหน้าหน่วยจึงได้เสนอให้นาเดียและผู้ติดตาม เข้าพักที่สมาคมกิลด์เพื่อความปลอดภัยนั่นเอง
ซึ่งในเย็นวันนั้น ทางด้านคณะละครของนักแสดงพริมโรสก็ได้ทำการแสดงขึ้นที่จัตุรัสกลางเมือง มีผู้คนและชาวบ้านจำนวนมากมาชมการแสดงกันอย่างคึกคักมากมาย และในทันทีที่นักแสดงพริมโรส โผล่ตัวออกมาจากด้านหลังของเวที ก็พลันมีเสียงเป่าปาก ขานชื่อเธอกันจนล้นหลาม
แต่ทว่า คุณหนูนาเดียที่กำลังรอชมการแสดงของพริมโรสอยู่นั่นเอง กลับมีสีหน้าที่แสดงออกถึงความประหลาดใจ…ผอมเกินไปแล้ว
“ทำไมพี่สาวพริมโรส ถึงดูซูบผอมไปขนาดนั้นได้ล่ะ?!” นาเดียได้สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางรูปร่างของพริมโรสที่แปลกไปจากสองวันก่อนที่ทั้งสองได้พูดคุยกันจนนาเดียแทบจะจำพริมโรสไม่ได้เลย
ใบหน้าที่ซูบตอบ ดวงตาที่โบ๋ลึกลงไปในเบ้า รูปร่างที่ผอมบางจนไม่ต่างอะไรกับกระดาษมันทำให้นาเดีย ไม่คุ้นชินกับรูปลักษณ์ของพริมโรสเลยสักนิด จนถึงกับอุทานถามกับผู้ติดตามและหัวหน้าหน่วยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ไม่มีอะไรแปลกไปนะเจ้าคะ ปกติแล้วนักแสดงพริมโรสก็มีรูปร่างที่ผอมจนใครต่อใครก็อิจฉากันแทบทั้งนั้น” ผู้ติดตามของนาเดีย ไม่เคยพบกับพริมโรสในช่วงก่อนหน้านี้มาก่อน
พวกเธอจึงไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับนักแสดงพริมโรสในช่วงที่เธอ ได้กินอาหารคลีนเหมือนกับคุณหนูนาเดีย
จะจดจำได้ก็แต่นักแสดงพริมโรส ที่มีรูปร่างผอมแห้งเช่นนี้ นั่นเอง
“เจ้าพวกนั้น ต้องบังคับให้นักแสดงพริมโรส อดอาหารอีกแล้วแน่ๆ” หัวหน้าหน่วยนั้นถึงความเลวทรามของคณะละครของนักแสดงพริมโรสมานานแล้ว
ว่าพวกมันนั้นชั่วร้ายและทรมานนักแสดงในคณะ เช่นไร
การที่นักแสดงพริมโรสต้องรักษารูปร่างหุ่นให้ผอมแห้งแบบนี้ ก็เพราะพวกมันเชื่อว่ารูปร่างที่ผอมแห้งเช่นนี้ คือหุ่นที่ใครๆ ต่างพากันชื่นชอบ ดั่งเช่นในหมู่สตรีขุนนาง ชนชั้นสูงมักจะมีหุ่นที่ผอมแห้งนั่นเอง
“พี่สาวพริมโรสต้องทรมานมากแน่ๆ” เมื่อนาเดียได้ฟัง ก็เกิดสงสารนักแสดงพริมโรสขึ้นมาจับใจ เพราะการแสดงละครนี้กว่าจะจบและสิ้นสุดลง ก็เป็นในคืนวันพรุ่งนี้ ซึ่งนั้นก็หมายความว่า นักแสดงพริมโรสต้องอดอาหารไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ กว่าจะกลับมาสามารถกินอาหารได้ตามปกติ
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy