กู้หยุนและน้องสาวใช้เวลาเดินทางออกจากเมืองหลวงเกือบครึ่งเดือน
แต่หนนี้พวกเขาใช้เวลาเพียง10 วันในการเดินทางกลับมา
เขามองดูน้องสาวที่นั่งสงบนิ่งอยู่ด้านข้างดวงตาไร้ประกายสีหน้าไร้อารมณ์และความรู้สึก นางเพียงนั่งชันเข่า วางมือที่ถูกมัดไว้บนเข่าคู่นั้นเหม่อลอยอยู่อย่างนั้นตลอดการเดินทางเขาเองก็มีสภาพไม่ต่างกัน ถูกมัดปาก มัดมือและขาทั้งสอง ยังดีที่พวกมันปล่อยให้พวกเขาได้นั่งรถม้าคันเดียวกัน บางครั้งเขายังคิดหาโอกาสสังหารนางให้พ้นจากความทุกข์เหล่านี้ตลอดระยะเวลาที่เดินทางกลับมา เหตุการณ์เดิมๆเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางยังคงต้องทอดกายให้กับกลุ่มคนเ่าั้โดยมีเขาที่ถูกซ้อมทุบตีอยู่ข้างๆเพียงแต่หนหลังๆมานี้นางไม่ได้ดิ้นรถขัดขืนอีกแล้ว
หลังเดินทางร่วมกันมาพักหนึ่งเขาถึงรู้ว่ากลุ่มคนบัดซบพวกนี้เป็พวกของกลุ่มต่อต้านราชสำนักเป้าหมายคือส่งพวกเขากลับไปให้ทางการ แต่เพราะอะไรถึงต้องส่งพวกเขากลับไปเขาพยายามแค้นหาเหตุผลมาตลอดแต่กลับไม่สามารถหาคำตอบที่สมเหตุสมผลได้เลย และในคืนวันที่เขาไปถึงหมู่บ้านชาวนาทางภาคเหนือนั้นพวกเขาก็ถูกวางยาสลายกำลังและยานอนหลับจากอาหารที่กินเข้าไปก่อนแล้ว นี่คงเป็สาเหตุที่ทำให้เขาอ่อนเพลียจนขาดความระมัดระวังเขาผิดต่อความไว้ใจของครอบครัวยิ่งนัก
กู้หยุนหลุบตาลงปกปิดดวงตาที่รื้อน้ำตาของเขา
กู้เซียวหลางกำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในวัดร้างพร้อมกับเหล่าผู้คุ้มกันของเขา
นี่เป็หนทางรอดเดียวที่เขาเลือกเองเขาเร่งเดินทางไปขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่หลังม่านผู้นั้นยิ่งไปถึงเร็วโอกาสรอดของเขาและทายาทก็น่าจะมีมากขึ้น
“ นายท่าน ได้เวลาออกเดินทางแล้ว “ ชายร่างกำยำเดินมาเตือนเขาให้เร่งออกเดินทางต่อ
เขาพยักหน้าก่อนลุกขึ้นยังไม่ทันที่จะยืนได้อย่างมั่นคง พลันก็ได้ยินเสียงดาบปะทะกันที่ด้านนอก อาวุธลับบางส่วนถูกปาเข้ามาภายในวัดร้างพุ่งเฉียดแก้มเขาห่างไม่ถึงคืบก่อนปักไปที่เสาด้านหลังเขา
เหล่าผู้คุ้มกันรีบเข้ามาห้อมล้อมเขาในทันที
กู้เซียวหลางไม่ได้ตื่นตระหนกเขาทำการค้า เคยชินกับการพบกลุ่มโจรป่าอยู่แล้ว เพียงแต่หนนี้ออกจะแปลกใจไปบ้างเพราะกระบวนท่ารุกถอยของคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ด้านนอกกลับดูเหนือกว่าโจรทั่วไปอยู่สักหน่อย
“ นายท่าน เราจะต้องตีฝ่าออกไป ท่านตามข้ามา ” หนึ่งในคนคุ้มกันของเขาเอ่ยและกระชากตัวเขาออกไปทางด้านหลังวัด
ก่อนถีบประตูที่ปิดล๊อกไว้จากด้านนอกจนพัง
ตอนที่ขาของผู้คุ้มกันกลุ่มแรกก้าวออกไปลูกธนูจำนวนมากก็ถูกยิงออกมาสกัดทางออกของพวกเขาไว้จนต้องล่าถอยกลับเข้าไปภายในวัดอีกครั้ง ‘ แสดงว่าวัดนี้ถูกล้อมไว้หมดทุกด้านแล้ว นี่ไม่น่าใช่โจรป่าธรรมดาเพราะกระบวนยุทธและการวางแผนรัดกุมรอบคอบเกินไป ‘
กู้เซียวหลางขมวดคิ้วริมฝีปากบางแม้มแน่นก่อนค่อยๆถอยหลังกลับเข้าไปด้านในวัด เขารู้สึกแปลกใจแต่แรกแล้วเพราะโดยปกติโจรป่าจะดักปล้นเขาหากเขามีสินค้ามาด้วย แต่ตอนนี้กลุ่มคนของเขาสวมชุดชาวบ้านทั่วไปในมือไม่มีทรัพย์สินมีค่าอะไรแต่ก็ยังคงถูกลอบโจมตีจากคนที่แต่งกายปกปิดใบหน้ากลุ่มนี้
‘ หรือจะเป็คนของทางการ ? ‘ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของสถานการณ์ภายนอกกู้เซียวหลางก็กำลังประเมินสรรพกำลังของฝั่งตรงกันข้ามไปด้วย
“ ฆ่าให้หมด อย่าให้เหลือรอดไปแม้แต่คนเดียว “คนที่เหมือนกับเป็หัวหน้าะโสั่งลูกน้องเพราะประโยคนี้ทำให้กู้เซียวหลางมั่นใจทันทีว่าพวกเขาไม่ใช่คนของทางการ เพราะหากเป็คนของทางการจริงจะต้องจับนักโทษเพื่อนำไปรีดความลับของฝ่ายตรงข้ามให้ได้ก่อนสังหาร
‘ หึๆๆ ถ้าอย่างนั้นที่เขาเดิมพันไว้ก็ผิดเสียแล้ว ’แม้สถานการณ์รอบตัวจะวุ่นวายเพียงใดแต่เขาก็มองเห็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างชัดเจน คนของเขาที่เริ่มเปิดศึกรุกไล่ในตอนแรกกลับเพลี้ยงพล้ำเป็ฝ่ายตั้งรับและถอยร่นเข้ามาไกล้เขามากขึ้นแต่กู้เซียวหลางก็คล้ายกับยังไม่ตระหนักถึงภาพเบื้องหน้าตอนนี้สิ่งที่เขาเป็กังวลคือสถานการณ์ทางฝั่งบุตรชายบุตรสาวมากกว่า
คิ้วเรียวขมวดขึงขึ้นเมื่อปลายดาบยาวกวาดกว้างมาเฉือนเข้าที่ต้นแขนของเขาจนเกิดาแลึกเกือบถึงกระดูกเขารีบกระเถิบถอยหลังไปจนเกือบชิดผนังวัดทันที
“ นายท่าน คนของเราไกล้จะต้านไว้ไม่ไหวแล้ว ฝั่งตรงข้ามมีมากเกินไปตอนนี้เราตีฝ่าออกไปไม่ได้ เราควร.. อึ๊ก..“ หนึ่งในผู้คุ้มกันเอ่ยขึ้นระหว่างต่อสู้กับฝั่งตรงข้ามอย่างตึงมือ แต่ก่อนที่จะพูดจบประโยคเขาก็ถูกดาบยาวเสียบเข้าที่ท้องจนทะลุออกด้านหลัง
ตอนที่ชายฉกรรจ์ปกปิดใบหน้ากระชากดาบยาวออกจากร่างของผู้คุ้มกันคนนั้นและกำลังจะเดินตรงมาที่กู้เซียวหลางหางตาของคนแซ่กู้ก็พลันไปเห็นคนอีกลุ่มหนึ่งที่สวมใส่ชุดสีดำเหมือนกันทั้งหมด พุ่งเข้ามาด้านในวัดร้างก่อนขว้างมีดสั้นปักเข้าที่กลางหลังของชายปิดหน้าที่อยู่ตรงหน้าเขาจนล้มลง
‘ นี่กลุ่มไหนอีก ‘ กู้เซียวหลางคิดอย่างรวดเร็ว ภายนอกกลับไม่ได้ปรากฏอาการตื่นตระหนกแต่อย่างใด
‘ คนกลุ่มนี้มองดูการต่อสู้อยู่นานเท่าไหร่แล้ว รอจนกระทั่งพวกเขาต่อสู้จนาเ็ล้มตายไปจำนวนมากถึงจะออกมาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เช่นนี้ ‘
ภาพการต่อสู้เริ่มชัดเจนขึ้นคนกลุ่มแรกที่เริ่มโจมตีและเหล่าผู้คุ้มกันของกู้เซียวหลางต่างล้มตายลงจนเกือบหมด
คนกลุ่มที่มาใหม่จึงแทบไม่ได้ออกแรงต่อสู้มากมายอะไรเพียงออกดาบปัดป้องนิดหน่อยก็ล้มทั้งสองฝ่ายได้อย่างง่ายดายโดยที่ฝั่งของตนเองไม่ได้รับาเ็ล้มตายแม้แต่คนเดียว
จนตอนนี้คงมีแค่กู้เซียวหลางที่ยืนตระหง่านอยู่คนเดียวที่ริมผนังห้องด้านหนึ่ง
ตอนที่ทุกอย่างสงบลงแล้ว เขาเอามือข้างที่ไม่าเ็กุมาแที่ต้นแขนเืยังไหลไม่หยุดส่งผลให้เขาเริ่มมีอาการหน้ามืดเล็กน้อย แต่สองขายังคงก้าวเดินไปข้างหน้ากลุ่มคนที่มาใหม่กำลังยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเขาเกือบยี่สิบคน ก่อนที่จะแยกออกเป็สองแถวเพื่อให้ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาไม่เร็วไม่ช้าก่อนหยุดลงที่เบื้องหน้าเขา
ชายหนุ่มผู้นั้นสวมชุดสีดำเฉกเช่นคนอื่นๆ แต่เสื้อคลุมกันหนาวภายนอกกลับเป็สีขาวรวบผมครึ่งศีรษะ ผมดำดุจนิลที่เหลือปล่อยทิ้งตัวลงกลางหลัง เสริมให้เขาเหมือนเทพเซียนที่เดินออกมาจากภาพวาดแลดูบริสุทธิ์สูงส่ง ไม่เกี่ยวข้องกับกลิ่นคาวเืและความตายรอบตัวตอนนี้ไม่พูดถึงใบหน้าของเขาที่เป็หนึ่งไม่มีสอง กู้เซียวหลางหรี่ตาลง เพ่งมองไปที่ใบหน้านั้นเขารู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง แต่ก็จำไม่ได้ว่าเป็ใครที่เขาเคยพบเจอมาก่อน
คนผู้นั้นเดินตรงมาและหยุดที่เบื้องหน้าเขา กลิ่นยาบางเบาจากกายเขาลอยมาตามจังหวะที่สายลมภายนอกพัดโชยเข้ามาภายใน
เขายิ้มบางๆให้กู้เซียวหลางก่อนเอ่ยขึ้น
“ ผู้น้อย คารวะผู้าุโกู้” เขาเอ่ยขึ้นพร้อมยกมือขึ้นทำความเคารพต่อผู้าุโเบื้องหน้าแม้ปากจะเอ่ยแสดงความนอบน้อม แต่น้ำเสียงและการกระทำของเขา ไม่ได้สื่อไปในทางนั้นแม้แต่น้อย
กู้เซียวหลาง ไม่ได้ถือสาเพราะยังคงสับสนกับข้อมูลบางอย่างเขาแน่ใจว่าเขาไม่เคยพบเจอบุคคลที่โดดเด่นเช่นนี้มาก่อน “ ไม่ทราบว่าข้ากับท่านเคยรู้จักกันมาก่อนหรือไม่ “
“ ผู้น้อยแซ่เซียว นามเดียวว่าหลง “เขาเอ่ยขึ้นอย่างเรียบง่ายก่อนถอยหนึ่งก้าวแล้วจึงยืนเอามือสองข้างไผล้หลังไว้
ดวงตากู้เซียวหลางเป็ประกายลุกโชน ก่อนเปลี่ยนเป็สีหน้าอำมหิต เพ่งตรงไปที่ชายหนุ่มหล่อเหลาเบื้องหน้ามือข้างที่ไม่าเ็ชี้ตรงไปที่ใบหน้าของเซียวหลง
“ ที่แท้เป็เ้า คนที่คอยชักใยเซียวซวี่อยู่ข้างหลังคนที่ติดตามสืบข่าวบ้านข้า สร้างสถานการณ์ให้ข้าสังหารคนของตัวเอง “
เซียวหลงเองก็มองประสานสายตาไปที่นายท่านกู้ก่อนส่ายหน้าช้าๆ
“ ไม่จำเป็ต้องโกหกท่านข้าคอยติดตามสืบข่าวบ้านของท่านจริงสร้างสถานการณ์บางอย่างเพื่อให้ท่านเปิดหน้าก็เป็ความจริงทำให้ท่านและคนผู้นั้นผิดใจกันก็เป็ความจริงอีกเช่นกัน แต่ไม่ใช่ข้าที่ทำให้ฮูหยินของท่านต้องตาย “เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นก่อนแสยะยิ้มไปที่เขาอย่างเ็า “ท่านเองต่างหากที่ไว้ใจคนผิด ป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าถูกใครหักหลัง”
เหงื่อเย็นๆไหลรินจากขมับของกู้เซียวหลางทำให้ไรผมของเขาเปียกชื้นไปทั่วกรอบหน้า
“ ท่านสมรู้ร่วมคิดกับฝ่ายตรงข้ามราชสำนักก็เป็เื่จริงอีกเช่นกัน“ เซียวหลงยังคงเน้นย้ำทุกข้อหาทุกความผิดพลาดของกู้เซียวหลางต่อไป
ทั้งหมดนี้กู้เซียวหลางรู้ดีั้แ่เขาถูกบังคับให้เข้าร่วมจนไม่เป็ตัวของตัวเองเมื่อสิบปีก่อนฝ่ายนั้นนอกจากอำนาจแล้วยังไม่เลือกวิธีการที่จะเอามาใช้กับเหยื่อที่หมายตาอีกด้วยเขามีครอบครัวหลักอยู่ในจวนก็จริงแต่เหล่าอนุภรรยาที่เขาเลี้ยงดูอยู่ภายพร้อมบุตรนอกสมรสกลับค่อยๆหายสาบสูญไปทีละคนคนพวกนี้กระทำการเย้ยกฏหมาย หากไม่มีราชสำนักหนุนหลังเขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าพ่อค้าทั่วไปเช่นเขาจะหนีเอาตัวรอดได้ ภายหลังจึงได้แต่เพียงยอมทำตามคำสั่งเพื่อไม่ให้กระทบกับบ้านใหญ่ที่อยู่ในจวนนี้
“ ตอนนี้ทางบุตรชายบุตรสาวของข้าเป็อย่างไรบ้าง “พ่อค้าใหญ่หลุบตาลงช้าๆคล้ายทำใจเพื่อรอคอยคำตอบ ก่อนได้ยินเสียงฝีเท้าของชายหนุ่มแซ่เซียวเดินมาหยุดที่ด้านข้างเขาเอ่ยตอบกลับเขาเสียงเบา
“ สถานการณ์แย่กว่าท่านอยู่บ้าง “
ในฐานนะของบิดาที่ล้มเหลวเช่นเขา คำตอบเช่นนี้ก็อยู่ในการคาดเดาอยู่แล้วแม้จะเก็บซ่อนไว้ในส่วนลึกที่สุดของจิตใจ เขาไม่ได้คาดหวังไว้เต็มสิบส่วนว่าบรรดาลูกๆของเขาจะหนีรอดไปได้แต่อย่างน้อยเจ็ดแปดส่วนก็น่าจะมีหนทางอื่นที่ซื้อเวลาได้ยาวนานกว่าเช่นที่เป็อยู่
กู้เซียวหลางก้มหน้าลงช้าๆ ความหนาวเย็นเยียบเกาะกินหัวใจ ก่อนเอ่ยกับบุคคลด้านข้างเสียงสั่นเครือแต่สายตามุ่งมั่นนั้นกลับไม่แปรเปลี่ยน เสมือนหนึ่งตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างไว้แล้ว
“ แล้วเ้าจะเอาอย่างไร “
เซียวหลงเองก็ไม่ได้หันมามองกู้เซียวหลางเช่นกัน เขาเพียงยืนอยู่ด้านข้างหันหน้าในทิศทางตรงกันข้ามกันกับเขาประหนึ่งเส้นทางเดินคู่ขนานระหว่างเขากับนายท่านแซ่กู้เช่นที่ทำมาตลอด
“ ท่านตัดสินใจเอาเอง จะกลับไปรับโทษกับราชสำนัก หรือจะเดินทางไปหาคนผู้นั้นต่อ .. ข้าให้เวลาท่านคิดหนึ่งคืน“ กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินเลยกู้เซียวหลางไปและโบกมือให้คนของเขาล่าถอยออกจากวัดร้างนั้นไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งแผ่นหลังของพ่อค้ากร้านโลกไว้เพียงลำพัง
คืนนั้นกู้เซียวหลางนั่งพิงฐานพระพุทธรูปสีดำเื้ัเงียบๆเพียงลำพังนานมากแล้วที่เขาไม่ได้มี่เวลาที่สงบเงียบเยี่ยงนี้ เขานึกย้อนไปในวัยหนุ่มคึกคะนองเกิดมาในครอบครัวร่ำรวยจากรุ่นสู่รุ่น ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีเมื่อเข้าสู่สนามการค้าก็ต่อสู้กับคู่แข่งไม่เลือกวิธีการเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดขยับขยายรากฐานของตระกูล นอกจากเื่ของการค้าที่เขากล้าพูดได้ว่าเป็หนึ่งไม่มีสองเขาก็ไม่เคยทำผิดหรือไปล่วงเกินใครอีก จะมีก็เพียงแต่ฮูหยินทั้งสองของเขาเท่านั้น
กับคนแรกเพราะความที่เขาอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ขาดความยับยั้งชั่งใจ มีหนี้รักอยู่ทั่วทุกมุมถนนทำให้วาสนารักของเขากับนาง ดอกบัวขาวในวัยเยาว์ต้องขาดลงในเวลาไม่ช้านาน
สำหรับคนที่สองและเป็คนสุดท้ายในชีวิตของเขา วันที่นางจากไป หัวใจที่เคยคิดว่าตายด้านไปแล้วนั้นกลับเต้นแรงประหนึ่งมีมีดมากรีดเฉือน ขมขื่นอย่างไร้คำบรรยาย ที่แท้ความรักของเขาต่อหญิงผู้นั้นก็มีอยู่จริงเพียงแต่เขาไม่รู้ตัวเท่านั้นหรืออาจเพราะดื้อด้านไม่ยอมรับ หญิงที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเขาแต่ไม่เคยได้รับความจริงใจของเขาตอบกลับไป จวบจนนางจากไปตลอดกาล
ตอนนั้นเขาทำอะไรเพื่อนางบ้าง เหลือเพียงรักษาเืเนื้อเชื้อไขของนางเอาไว้ตามที่นางปราถนาเป็ครั้งสุดท้ายตัดขาดกับบุตรสาวคนเล็กอย่างเด็ดขาด เอาชื่อนางออกจากศาลบรรพชนตระกูลกู้ มอบทรัพย์สินบางส่วนไว้ให้นางในชื่อของไป๋เลี่ยงหลินผ่านทางพี่ชายแซ่ไป๋เพียงเท่านี้นางก็เป็คนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตระกูลกู้อีก สำหรับความรักของมารดานางที่มีต่อเขานั้นคงต้องติดค้างไว้ตอบแทนชาติหน้าเสียแล้ว
นิ้วมือผอมบางลูบไปที่หยกคู่รักข้างเอวช้าๆ หยกที่มีอยู่เพียงครึ่งเดียวเพราะอีกครึ่งอยู่ในมือของภรรยาอันเป็ที่รักของเขาผู้ฝังร่างอยู่นอกเมืองอย่างเดียวดาย
เขาใช้นิ้วมือกำไปรอบาแที่ต้นแขนของเขาจนเืสาดไหลเป็ทาง ก่อนใช้มือเปื้อนเืขีดเขียนข้อความบางอย่างลงไปบนฐานของพระพุทธรูปนั้นด้วยใบหน้าระบายอ่อนโยน ที่มุมปากประดับรอยยิ้มไว้จางๆ
“ นายท่าน “ ฉินสี่วิ่งเข้ามารายงานบางอย่างกับเซียวหลงที่ยืนดูพระจันทร์เต็มดวงอยู่ไม่ไกลจากวัดร้าง
หลังสิ้นรายงานของฉินสี่เขายังคงยืนรอคำสั่งต่อไปจากเซียวหลง
“ ยังไม่ถึงเวลาข้ามคืนตามที่รับปากเขาไว้เมื่อเขาตัดสินใจแบบนี้ก็ปล่อยเขาเถอะ “ เซียวหลงตอบกลับด้วยสีหน้าเย็นเยียบสะกดอารมณ์ เขาซ่อนมือที่กำหมัดไว้แน่นภายใต้แขนเสื้อยาว
ตอนเช้าเมื่อกลุ่มของเซียวหลงเดินกลับเข้าไปในวัดร้างก็พบกับร่างไร้ิญญากู้เซียวหลางห้อยอยู่กับผ้าใต้ขื่อคาที่ด้านหน้าของพระพุทธรูปผมของอดีตพ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่ถูกปล่อยสยายลงมาปรกคลุมใบหน้าทั้งหมดของเขา ที่ฐานของพระพุทธรูป ปรากฏข้อความสั่งเสียด้วยลายมือเื
“ โลดแล่นผาดโผนยุทธจักรการค้า ยามพบรักแท้กลับไร้ด้ายแดงเคียงคู่ “
หากอาทิตย์ยังสาดแสงไม่ดับสูญหวังลูกหลานเพียงปกป้องปลอดภัย
วาดฝันลมบูรพาหวนคืน ฝังร่างเคียงเ้านิรันดร์ “