อากาศบริสุทธิ์ภายใต้ต้นหูกวางขนาดใหญ่ที่ฉันเลือกมานั่งเคลียร์สติไม่อาจทำให้อาการพะอืดพะอมที่ยังคงคลุ้งอยู่ในลำคอให้หายไปเลยสักนิด
“อุแหวะ!! ไม่ไหว...ไม่ไหว เมื่อไรจะจบงานนะ นี่ถ้าต้องเจออีกสักดุ้นสองดุ้น เอ๊ย! คนสองคน คงได้อ้วกพุ่งใส่หน้าเ้าของภาพอย่างแน่นอน เฮ้ออออ...อาหารกี่ชนิดแล้วว่ะเนี่ยที่ต้องถูกตัดออกไป”
เสียงถอนหายใจถูกส่งออกมาหลังจากเคลียร์ความเปรี้ยวอมขมที่อยู่ในลำคอไปได้ ก่อนที่สายตาที่ถอดมองไปเพื่อหาสิ่งประโลมใจหรือจะพูดง่าย ๆ คือเพื่อให้ลืมภาพในนิมิตที่เห็นก่อนหน้านี้
จากนั้นฉันใช้เวลาอยู่ใต้ต้นหูกวางไม่นานมากนักด้วยเพราะเกรงใจน้องวุ้นที่แม้ว่าเธอจะบอกว่าตรงจุดนั้นไม่น่าจะยุ่งแต่ที่ฉันนั่งดูอยู่ไกล ๆ น้องก็ไม่ได้หยุดมือเลยเหมือนกันก็ได้เดินไปกลับไปสู่สถานที่อันน่าหวาดหวั่นอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้...สิ่งที่ฉันไม่อาจล่วงรู้ได้เลยนั่นก็คือ...ฉันกำลังจะเจอคนที่จะมาเปลี่ยนสิ่งที่ฉันกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้แบบชนิดที่เรียกว่า ‘หน้ามือเป็หลังมือ’
“ขอบคุณนะคะน้องวุ้น เดี๋ยวพี่ดูแลต่อเองค่ะ”
ฉันพูดกับน้องนักศึกษาที่บัดนี้เหงื่อซึมเต็มกรอบหน้าพร้อมกับสีหน้าที่อิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
“ให้หนูช่วยต่อไหมคะ” น้องวุ้นยังคงแสดงความมีน้ำใจต่อ
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณมาก ๆ นะคะ น้องวุ้นไปพักเถอะค่ะ” ฉันระบายยิ้มตอบ
“โอเคค่ะ ถ้างั้นวุ้นขอตัวก่อนนะคะ”
นักศึกษาสาวส่งยิ้มหวานมาให้ก่อนจะเดินออกไปจัดการงานของตัวเองต่อ ส่วนฉันก็กลับมาเตรียมตัวสแตนด์บายอีกครั้งอีกทั้งยังพร้อมแล้วที่จะรับดุ้น เอ๊ย! คนมาร่วมงานคนใหม่...
จากนั้นไม่นานนัก...เสียงทุ้มละมุนแต่ทว่ากลับมีพลังบางอย่างที่ไม่อาจอธิบายได้ก็ได้เอ่ยขึ้นในขณะที่ฉันกำลังก้มหน้าไปหยิบยาดมในกระเป๋ามาเตรียมเอาไว้สู้ศึกจนฉันต้องรีบเงยหน้าขึ้นมาดูว่าเ้าของเสียงที่ได้ยินอยู่นี้เป็ใคร
“เอ่อ...ขอโทษนะครับ พอดีผมลืมบัตรเชิญไว้ที่รถอยากจะเข้าไปในงานสัมมนา...รบกวนช่วยตรวจสอบชื่อให้หน่อยได้ไหมครับ...??”
และในจังหวะที่ฉันเงยหน้าขึ้นมามองเ้าของเสียงนั้น ภาพของชายหนุ่มตรงหน้าที่มีแสงแดดทอดเป็เงาส่องสะท้อนอยู่ด้านหลังก็ยิ่งส่งให้เขาดูสูงสง่าดั่งรูปปั้นเทพเ้ากรีก...
(หล่อทะลุแดดเลยพ่อคุ๊ณ...)
พ่อหนุ่มลูกครึ่งละตินหน้าตาดีที่ดูดีแบบ ะโ! เขาที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นจนเห็นท่อนแขนพร้อมเส้นเืปูดโปนโดยเฉพาะแววตาประกายเสน่ห์เย้ายวนดูอบอุ่นจนคนที่สบตาด้วยสามารถอ่อนยวบได้ในทันที และด้วยภาพตรงหน้านี้สิ่งที่ะโอยู่ในหัวก็คือคำนิยามแรกที่ฉันมีให้กับผู้ชายตรงหน้า ผู้ชายที่ทำให้หัวใจแสนด้านชาของบรรณารักษ์หน้านิ่งอย่างฉันถึงกับเต้นผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“...............”
“คุณครับ...??”
“...............”
“เอ่อ...คุณครับได้ยินผมไหมครับ”
พ่อเทพบุตรของฉันเอ่ยปากเรียกฉันอีกครั้งพร้อมกับโบกไม้โบกมือตรงหน้า
“คะ...ค่ะ...มะ...มีอะไรให้ช่วยหรอคะ”
“พอดีผมลืมบัตรเชิญไว้ที่รถน่ะครับ ผมรบกวนคุณช่วยตรวจสอบชื่อให้ผมหน่อยได้ไหมครับ พอดีมันใกล้จะเริ่มงานแล้วผมกลัวว่าถ้ากลับไปที่รถแล้วมันจะไม่ทันเริ่มงาน”
คนตรงหน้าอธิบายเพิ่มเติมถึงเหตุผลเพื่อขอความเมตตา
“อะ...อ๋อ ได้เลยค่ะ รอสักครู่นะคะ”
ฉันรีบเรียกสติตัวเองกลับมาแล้วจัดการตรวจสอบรายชื่อผู้ร่วมงานที่ถูกแยกเอาไว้อีกแฟ้มหนึ่งและถือว่าเป็ผู้ร่วมงานระดับ VIP ของงานนี้
“เอ่อ...คุณจะไม่ถามชื่อผมหน่อยหรอครับ”
คนตรงหน้าพูดขึ้นหลังจากที่เขาเห็นฉันไล่หาชื่อในแฟ้มข้อมูล และทันทีที่เขาพูดขึ้นมาใบหน้าของฉันก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
(กรี๊ดดดดด...ไอ้หนอนปล่อยไก่ตัวเบ้อเร่อเลย... >.<)
“แหะๆ ขอโทษด้วยนะคะ ขอทราบชื่อด้วยค่ะ”
พวงแก้มเนียนใสบัดนี้พลันระบายไปด้วยเืฝาดที่ไม่ได้เกิดจากอากาศที่ร้อนแต่ทว่า...เกิดจากอะไรนั้นเ้าของแก้มเนียนรู้ตัวเองดีที่สุด...
“ผมชื่อ...”
และทันทีที่ฉันได้รับชื่อจากคนตรงหน้ามาสายตาก็รีบพาไล่หาข้อมูลลงในแฟ้มเอกสารทันที ก่อนที่ไม่นานนักรายชื่อของพ่อเทพบุตรจะปรากฏขึ้นพร้อมกับข้อมูลเพิ่มเติมที่สลักเอาไว้อยู่ทางด้านหลังชื่อเพื่อบ่งบอกให้รู้ถึงสถานะและความสำคัญของเขา...
--- ฮันโดร Talk ---
ผมรีบเร่งขับรถหรูที่ถูกเตรียมเอาไว้เพื่อตรงมุ่งไปยังงานสัมมนาที่ถูกจัดขึ้นมาเพื่อเปิดตัวหนังสือเล่มใหม่ของผมโดยเฉพาะ และถ้าหากไม่เป็เพราะเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมีปัญหาแล้วละก็ผมคงไม่ต้องมาเจอเครื่องบินดีเลย์จนต้องมาควบรถหรูฝ่ารถติดมาจนเกือบจะเสียการทั้งที่มันเป็งานเพื่อหนังสือใหม่ของผมแท้ ๆ
กระทั่งเมื่อรถจอดเข้าเทียบยังที่จอด VIP ที่ทางมหาวิทยาลัย X จัดเตรียมเอาไว้ให้ สองเท้ายาวก็รีบสาวก้าวเดินไปจนลืมสิ่งสำคัญนั่นก็คือบัตรเชิญสำหรับแขก VIP ที่จะเอาไว้ใช้เข้างาน
“ไอ้ฮัน! ไอ้เวร! ลืมการ์ดเชิญได้ไงว่ะ แล้วนี่ถ้าจะเดินกลับไปเอาที่รถอีกครั้งคงจะไม่ทันการณ์ล่ะมั้งเนี่ย”
ผมสบถกับตัวเองด้วยเพราะทั้งรู้สึกหงุดหงิดในความสะเพร่าของตัวเองและอากาศที่ร้อนระอุทะลุปรอทแตกของประเทศบ้านเกิดของแม่ผู้ให้กำเนิดของตน
‘ฮันโดร คารอส’ หรือจะเรียกว่า ฮัน...เอาจริงก็ฮันนี่ (เหอะน่าอายเป็บ้าแม่นะแม่ตั้งให้ซะบ้องแบ๊วเชียว)
นั่นคือชื่อของผม...คุณหมอศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะเพศชายที่ใคร ๆ ก็ต่างขนานนามว่าเป็หมออัจฉริยะที่หาได้ยากในยุคนี้ อีกทั้งยังรูปหล่อตามสไตล์หนุ่มลูกครึ่งที่มีพ่อเป็ผู้ทรงอิทธิพลสุดฮอตอยู่ประเทศแถบคาบสมุทรไอบีเรีย ส่วนแม่ก็เป็ถึงคุณหมอศัลยกรรมที่ทั้งสวยทั้งเก่งแถมทั้งสองยังโคตรรวยเพราะเป็ตระกูลเก่าแก่ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
และนอกจากตัวผมจะเป็หมอแล้วผมยังมีงานอดิเรกอีกหนึ่งอย่างคือการเป็นักเขียนเงาออกหนังสือเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกผู้ชายที่น้อยเนื้อต่ำใจในอวัยวะเพศของตัวเอง และในตอนนี้ยังพ่วงด้วยตำแหน่งใหม่ล่าสุดคืออาจารย์มหาวิทยาลัยที่ทางมหาวิทยาลัยนี้เชิญมาเป็พิเศษอีกด้วย...
เพียงแต่...ใครจะไปรู้ว่าภายใต้รูปลักษณ์งดงามดุจดั่งลูกรักพระเ้าโปรไฟล์สุดเพอร์เฟกต์...ผมจะกลับมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่...