เจียงเยี่ยน ดับเทพพิฆาตมาร

    ตอนที่ 14 ประมุขตำหนักเทพธรณิน



    ตำหนักเทพธรณินครอบครองความยิ่งใหญ่อยู่ในดินแดนทางเหนือ นึกไม่ถึงจะมาถึงทะเลสาบซีหูอันงดงามในแดนใต้
    “หงหู่” เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงมันราบเรียบธรรมดาแต่ทรงอำนาจคล้ายกับสามารถสะกดจิตผู้คน
    หงหู่รีบรับคำ“ท่านประมุข”
    “พบตัวเด็กที่มีชีพจรเทพดับสูญหรือยัง?”
    หงหู่กล่าวเสียงสั่นสะท้าน“ผู้น้อย..ผู้น้อยกำลังค้นหาอยู่”
    ไม่เห็นสิ่งใดเกิดขึ้น แต่ร่างของหงหู่ก็ถูกกระแทกกระเด็นปลิวไปไกลกระแทกกับพื้นทันที!
    หงหู่รีบลุกขึ้นโขกศีรษะเป็นการใหญ่ มันโขกศีรษะจนหัวแทบแตก
    เซียนหนวดมังกรรีบกล่าวขึ้น“เรียนท่านประมุข ข้าได้สอบถามบิดาของเจียงเยี่ยนแล้ว มันบอกว่าเจียงเยี่ยนหนีไปไกล ส่วนผู้ที่ทำร้ายหงหู่และเซี่ยจง สังหารเฟิงเถี่ย คือปราชญ์มารบริสุทธิ์ไม่ผิดแน่ คาดว่ามันแซ่ไป๋”
    คนในเกี้ยวนิ่งเงียบ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดราวกับถูกสาปให้เป็นใบ้ ทุกผู้คนรู้สึกอึดอัดกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
    “ใครคือพ่อแม่ของเจียงเยี่ยน?” หลี่กวนหยางประมุขตำหนักเทพธรณินถามขึ้น
    เซียนหนวดมังกรรีบชี้นิ้วไปที่เจียงเหลียวและเจียงฮูหยิน
    เห็นม่านเกี้ยวสั่นกระพือเล็กน้อย ทันใดนั้นร่างเจียวเหลียวและเจียงฮูหยินซึ่งอยู่ห่างจากเกี้ยวทองหลายวาถูกกับถูกดูดเข้าไปทันที!!

    เจียงเหลียวสองสามีภรรยาพยายามฝืนต่อต้านแรงดึงดูดนั้นแต่ก็หาสำเร็จไม่ ร่างทั้งสองถูกดึงดูดไปจนถึงหน้าเกี้ยวของหลี่กวนหยางหลี่กวนหยางถามขึ้นด้วยเสียงธรรมดาแต่ทรงอำนาจอย่างประหลาด
    “บุตรชายเจ้าไปอยู่ที่ใด?”
    เจียงเหลียวรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก แต่เขาพยายามฝืนใจต่อต้านเสียงที่ทรงอำนาจราวกับมีเวทมนตร์สะกด
    “ไม่..ไม่ทราบ” เจียงเหลียวปฏิเสธอย่างยากลำบาก
    ทันใดนั้นเจียงเหลียวก็ล้มคว่ำกับพื้นราวกับถูกค้อนเหล็กใหญ่ทุบหลัง เจียงฮูหยินรีบไปประคองสามีให้ลุกขึ้นมา
    หลี่กวนหยางเลิกม่านเกี้ยวเล็กน้อย เจียงเหลียวและภรรยามองเห็นในเกี้ยวข้างในดำมืดมองไม่เห็นสิ่งใด ยกเว้นดวงตาคู่หนึ่งที่เจิดจ้าดุจดวงดาวยามราตรี
    หลี่กวนหยางถามขึ้นอีกครั้ง“บุตรชายเจ้าอยู่ที่ใด?”
    สองสามีภรรยาต่างนิ่งเงียบไม่ตอบ ทั้งสองทราบว่ามิใช่คู่มือของหลี่กวนหยางสู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงได้จับมือกันแน่น
    “บุตร..ชาย..เจ้า..อยู่..ที่..ใด?!” หลี่กวนหยางถามเน้นย้ำทีละคำ ทั้งเจียงเหลียวและเจียงฮูหยินรู้สึกอึดอัดร่างกายราวกับถูกน้ำเสียงนั้นกระแทกใส่แก้วหู
    ปกติผู้ที่ฝึกวิชาเปล่งลมปราณทางเสียง เวลาใช้จู่โจมศัตรูมักจะตวาดหรือร้องเสียงดังใส่จนศัตรูแก้วหูแทบแตกหรือทนรับฟังเสียงไม่ได้จนเสียสติ แต่หลี่กวนหยางพูดจาราบเรียบปกติ ทว่าพลังเสียงของเขาราวกับหนอนชอนไชเข้าไปในร่างกายเจียงเหลียวและเจียงฮูหยินและค่อยๆ สลายลมปราณของทั้งสอง!
    เจียงฮูหยินและเจียงเหลียวรู้สึกว่าหลี่กวนหยางกำลังถามเขาว่า “บุตรชายเจ้าอยู่ที่ใด” ไม่หยุด ทั้งที่จริงตอนนี้หลี่กวนหยางไม่ได้กล่าวอันใดเลย สองสามีภรรยากำลังถูกลมปราณเสียงของหลี่กวนหยางเมื่อครู่สะกดจิตและทำลายลมปราณของพวกเขาไปเรื่อยๆ
    สองสามีภรรยาต่างยกมืออุดหูไว้ แต่เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหู การอุดหูหามีประโยชน์ไม่ ทั้งสองเร่งพลังลมปราณขึ้นมาเพื่อต่อต้านพลังเสียงอวิชาของหลี่กวนหยาง แต่ยิ่งเร่งพลังลมปราณเท่าใด พลังลมปราณก็ยิ่งถูกทำลายเร็วขึ้นเท่านั้น
    ไม่นานทั้งสองก็ล้มลงนอนกับพื้น มีเลือดไหลออกจากรูหู จมูก ปาก ดวงตา ความเจ็บปวดทรมานลึกล้ำสุดบรรยาย สองสามีภรรยาทราบว่ายากจะรอดได้ จึงเลิกเดินพลังต่อต้านพลังเสียงของหลี่กวนหยาง ต่างยื่นมือเข้าหากันและจับมือกันแน่น
    เจียงเหลียวและเจียงฮูหยินมองหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย ทั้งสองต่างไม่สำนึกเสียใจที่ต้องปกป้องเจียงเยี่ยนทั้งที่มิใช่บุตรชายแท้ๆ ของตน
    เพราะสำหรับทั้งสองแล้วเจียงเยี่ยนคือครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งกว่าชีวิต
    ตลอดสิบหกปีที่ผ่านมา ช่างมีความสุขนัก
    ได้อยู่ด้วยกันสิบหกปีชีวิตก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว..
    ทั้งเจียงเหลียวและเจียงฮูหยินต่างก็ค่อยๆ สิ้นใจ แต่มือที่จับกุมกันมั่นไม่คลายออกจากกัน..

    บรรยากาศในสวนสกุลเจียงเงียบสงบราวกับป่าช้า ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากหรือแม้กระทั่งหายใจแรงๆ แม้แต่น้อย
    ทันใดนั้นก็รู้สึกแผ่นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย เหล่าชาวยุทธต่างตื่นตระหนกยิ่ง เกิดคลื่นพลังที่มองไม่เห็นกระจายออกจากเกี้ยวกระแทกทำร้ายเหล่าชาวยุทธไม่น้อยได้รับบาดเจ็บ ผู้ที่มีพลังการฝึกปรือต่ำต้อยถึงกับปลิวกระเด็น แม้แต่ต้นไม้เล็กหลายต้นก็หักโค่นล้มระเนระนาด!
    เซียนหนวดมังกรรีบพูดประจบ“ยินดีกลับประมุขด้วย ท่านฝึกลมปราณคุมจักรวาลได้สำเร็จแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าสิ่งใดก็ล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุมท่านประมุข”
    “พวกเจ้าแบ่งกำลังแอบเฝ้าที่นี่ไว้ ไม่นานเด็กน้อยเจียงเยี่ยนต้องกลับมาหาบิดามารดามัน เจ้าค่อยคร่ากุมตัวมัน” หลี่กวนหยางสั่ง
    ไม่นานเกี้ยวสีทองก็ถูกยกออกจากบ้านสกุลเจียงไป เหล่าบริวารตำหนักเทพธรณินต่างหันไปมองเซียนหนวดมังกร หงหู่ถามว่า
    “จะทำอย่างไรต่อ?”
    เซียนหนวดมังกรยิ้มแย้มไม่ต่างจากผู้เฒ่าอารมณ์ดี
    “ฆ่า!”
    ไม่นานเสียงโห่ร้องฆ่าฟันดังขึ้น เหล่าชาวยุทธเข้าต่อสู้กับคนของตำหนักเทพธรณิน ไม่นานก็ทยอยถูกสังหารทีละคนสองคน สุดท้ายทั้งหมดต่างก็ตกตายหมดสิ้น การที่เซียนหนวดมังกรทำเช่นนี้เพราะไม่ต้องการให้ใครออกจากสกุลเจียงไปแพร่งพรายเรื่องราวในคืนนี้ให้เจียงเยี่ยนรู้ เพราะพวกมันต้องการให้เจียงเยี่ยนกลับมาบ้านเพื่อติดกับดักที่วางไว้

    ไป๋เหวินโจวรวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่กงเล็บมันได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวกราว ปลายนิ้วทั้งสิบมีแสงสีขาวเจิดจ้า พลังกงเล็บของมันเร่งถึงขีดสุดแล้ว!
    ส่วนหลวงจีนไว้ผมก็ประนมมือรวบรวมพลังไว้ที่ฝ่ามือจนฝ่ามือเกิดเป็นแสงสีทองเรืองรอง แสงสีทองนั้นยิ่งเข้มขึ้นเรื่อยๆ
    ทั้งสองต่างพุ่งเข้าหากันอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าประกายแสง หลวงจีนไว้ผมผลักสองมือออกอย่างเรียบง่ายด้วยฝ่ามือโพธิสัตว์ พลังฝ่ามือมีอานุภาพไร้ประมาณ ไม่อาจคำนวณได้
    ฝ่ามือโพธิสัตว์..โพธิสัตว์บรรลุธรรม!
    ไป๋เหวินโจวกางกงเล็บทั้งสองออก พลังกงเล็บของไป๋เหวินโจวกลับบีบอัดอากาศเข้ามาในกงเล็บ ในโลกนี้ไม่ว่าพลังอันใดก็ล้วนตกอยู่ภายใต้กงเล็บมัน
    นี่คือกงเล็บครอบฟ้า คลุมดินอย่างแท้จริง
    ได้ยินเสียงเปรี๊ยะดังลั่น กงเล็บและฝ่ามือยังไม่ทันปะทะกัน พลังปราณฝ่ามือและปราณกงเล็บก็ปะทะกันอย่างรุนแรงก่อนแล้ว แสงสีขาวและสีทองเจิดจ้าทำเอาป่าบริเวณนั้นสว่างโรจน์ราวกลางวัน
    ฝ่ามือโพธิสัตว์มีพลังครอบคลุมสรรพสิ่ง พลังของมันไร้ประมาณไม่อาจหยั่งคาด พลังของฝ่ามือกำลังกระแทกอวัยวะภายในของไป๋เหวินโจวให้บาดเจ็บ
    หากแต่กงเล็บของไป๋เหวินโจวคือสุดยอดวิทยายุทธแห่งยุค พลังของมันค่อยๆ ขยายขึ้นครอบคลุมพลังฝ่ามือของหลวงจีนไว้ผมจนหมดสิ้น ไป๋เหวินโจวค่อยๆ งอกงเล็บลงเรื่อยๆ คล้ายนกอินทรีที่กำลังใช้กงเล็บบีบเหยื่อตัวน้อยให้ดับดิ้นคาเล็บ
    หลวงจีนไว้ผมก็รู้สึกว่าพลังปราณฝ่ามือตนค่อยๆ ถูกกงเล็บไป๋เหวินโจวบีบอัดให้หายไป ท่านถึงกับตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่หลวงจีนไว้ผมมีการบำเพ็ญลึกล้ำจึงพยายามรวบรวมสมาธิตั้งมั่น
    ไป๋เหวินโจวร้องเสียงดังคราหนึ่ง กงเล็บทั้งคู่ของมันก็เข้าคว้าจับฝ่ามือของหลวงจีนไว้ผมทันที
    กรอบ!
    ไป๋เหวินโจวหักนิ้วมือทั้งสิบของหลวงจีนไว้ผม หลวงจีนผมอดร้องด้วยความเจ็บปวดออกมามิได้ แต่เสียงก็ของท่านก็มิได้ดังนัก
    ไป๋เหวินโจวพลันปล่อยมือออก หลวงจีนไว้ผมแปลกใจถามว่า“เหตุใดไม่ฆ่าอาตมา?”
    ไป๋เหวินโจวกล่าวเสียงเย็นชา“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะฆ่าเจ้า”
    ไป๋เหวินโจวไม่สนใจหลวงจีนไว้ผมอีก มันวิ่งตะบึงดุจม้าป่าไปที่บ้านสกุลเจียงทันที ทิ้งให้หลวงจีนไว้ผมยืนตะลึงมีสีหน้ามึนงง
    ไป๋เหวินโจวรู้ว่าหลวงจีนไว้ผมพ่ายแพ้แล้วคงไม่กล้ามาต่อสู้กับมันอีก

    ไป๋เหวินโจวใช้วิชาตัวเบาข้ามกำแพงทะยานเข้ามาในสกุลเจียงอีกครั้ง แต่ที่มันเห็นหลังจากกระโดดข้ามกำแพงสวน
    คือซากศพหลายสิบศพในสกุลเจียง
    ไป๋เหวินโจวอดตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ มันมึนงงมิทราบว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ ไป๋เหวินโจววิ่งเข้าไปหาศพเจียงเหลียวและเจียงฮูหยินซึ่งยังจับมือกันแนบแน่นจวบจนเสียชีวิต
    ไป๋เหวินโจวจับชีพจรบนข้อมือคนทั้งสองพบว่าสิ้นใจไปนานแล้ว ต่อให้เทวดาก็มิอาจช่วยเหลือได้ มันอดพึมพำมิได้
    “มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เจียงเยี่ยนบุตรของเจ้าอยู่ที่ใด?”
    ไป๋เหวินโจวได้แต่ถามกับซากศพที่มิอาจให้คำตอบได้ ไม่นานมันก็ยินเสียงฝีเท้าดังมา
    ไป๋เหวินโจวรีบลุกขึ้น มองผู้ที่มาคือเด็กหนุ่มหน้าตาดีแต่มีใบหน้ามอมแมมจากการเดินทางไกล
    เจียงเยี่ยน!!
    ไป๋เหวินโจวอดถามไม่ได้“จู๋ไข่เยี่ยน เจ้ามาได้อย่างไร?”
    เจียงเยี่ยนเห็นไป๋เหวินโจวก็ตกตะลึง แต่ที่มันตกตะลึงยิ่งกว่าคือ
    บิดามารดามันเสียชีวิตแล้ว
    เสียชีวิตข้างๆ ไป๋เหวินโจว..

    เจียงเยี่ยนวิ่งเข้าหาศพบิดามารดาโดยไม่สนใจไป๋เหวินโจว มันร่ำไห้ดังลั่นด้วยน้ำตาที่อาบนองแก้ม
    “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ามาช้าไป” เจียงเยี่ยนกล่าว
    ไป๋เหวินโจวงุนงงยิ่ง จู๋ไข่เยี่ยนแซ่จู๋ จะเป็นลูกของคนสกุลเจียงได้อย่างไร
    เจียงเยี่ยนยังร่ำไห้ไม่หยุด โอบร่างบิดามารดาทั้งสองขึ้นมา มันกอดศพบิดามารดาไว้แน่น ไป๋เหวินโจวอดถามขึ้นไม่ได้
    “เจ้า..เจ้าแซ่จู๋มิใช่หรือ?”

    “เจ้าคือปราชญ์มารบริสุทธิ์?” เจียงเยี่ยนถามกลับเสียงสั่นเครือ
    ไป๋เหวินโจวสงสัยยิ่งจึงถามกลับไปอีก
    “เจ้ารู้ได้อย่างร?”
    “เจ้า..เจ้าอยากฆ่าข้ามิใช่หรือ พ่อแม่ข้ามิได้เกี่ยวด้วย เจ้า..เจ้าฆ่าพ่อแม่ข้าทำไม?!” เจียงเยี่ยนร้องเสียงดังราวกับอัสนีบาตฟาด น้ำเสียงอาฆาตมาดร้ายถึงขีดสุด
    ไป๋เหวินโจวงุนงงเล็กน้อย
    “ข้าจะอยากฆ่าเจ้าทำไม?”
    เจียงเยี่ยนตวาด“เดรัจฉาน ข้านี่แหละเจียงเยี่ยนที่เจ้าต้องการฆ่า!”
    ไป๋เหวินโจวใจหายวาบ เขารู้สึกสับสนทำอะไรไม่ถูก
    ศิษย์ของเขาคือคนที่เขากำลังตามฆ่าหรือ?
    “เจ้าว่าอะไร?” ไป๋เหวินโจวถาม มันยังสับสน
    เจียงเยี่ยนพุ่งเข้าหาไป๋เหวินโจว ชีพจรเทพดับสูญระเบิดพลังออก ส่งพลังขั้นสูงสุดให้เจียงเยี่ยน!!
    จบตอนที่ 14 เจียงเยี่ยนกับปราชญ์มารบริสุทธิ์เพิ่งจะเป็นศิษย์อาจารย์ก็ต้องมาตีกันซะแล้ว ตอนต่อไปบู๊ดุเดือดมากจ้า เจียงเยี่ยนระเบิดพลังสุดๆ โปรดติดตาม