แคทนั่งอ่านเอกสารอยู่ที่โต๊ะ ปรินเซ็นเอกสารที่ลินดาเอาเข้ามาวางไว้ มีเสียงเคาะประตูแล้วก็มีคนเดินเข้ามา
“มีอะไรด่วนเหรอฟ้า”ปรินเงยหน้าจากเอกสาร
“ไม่มีอะไรด่วนหรอกค่ะ ฟ้าได้ยินว่า
ปรินมีเลขาส่วนตัวก็เลยอยากรู้ นึกว่าใครที่แท้ก็เพื่อนน้องปรางนี่เอง”
“รู้แล้วก็กลับไปทำงานได้แล้ว”
“ทีตอนนั้นฟ้าขอมาเป็เลขาให้ปริน แต่ปรินก็บอกว่าไม่จำเป็ แล้วตอนนี้คิดยังไงคะถึงได้เอานักศึกษามาเป็เลขาส่วนตัว” ฟ้าพูด
แคทได้ยินที่ฟ้าพูด เธอรู้ว่าฟ้าตั้งใจมาหาเื่เธอ แคททำเป็ไม่สนใจก้มหน้าดูเอกสารต่อ อีกอย่างเธอก็อยากจะรู้ว่า
ปรินจะทำยังไง
“มันไม่ใช่เื่ของฟ้า แล้วผมก็คิดดีแล้วที่ให้แคทมาเป็เลขาส่วนตัว เชิญออกไปได้”
“ปรินกล้าไล่ฟ้า เพราะมันใช่มั้ย”
“ออกไปได้แล้ว หรือต้องให้เรียกรปภ.มา” ปรินถาม
เขาพูดด้วยเสียงเด็ดขาดแบบที่แคทก็ไม่เคยได้ยิน เธอจึงเงยหน้ามองเขา
ปรินท่าทางโกรธจัดยืนอยู่หลังโต๊ะทำงาน ฟ้าเมื่อได้ยินปรินพูดแบบนั้นก็ยืนกรี๊ดเอาเท้ากระทืบพื้นแล้ววิ่งออกไป พร้อมปิดประตูเสียงดังสนั่น
หลังจากที่ฟ้าออกไปแล้วปรินก็เดินมานั่งที่โซฟาไม่พูดอะไร
แคทเห็นแล้วก็เลยเดินไปนั่งใกล้ๆเขาแล้วเอามือของเธอวางบนมือเขา เพื่อให้เขาใจเย็นลง
ปรินหันมามองแคท
“พี่ขอโทษ ที่ทำให้มีคนมาว่าแคทได้ พี่นี่แย่จริงๆ”
“ไม่ใช่ความผิดของพี่ปรินหรอกค่ะ แคทต่างหากที่ทำให้พี่ปรินต้องลำบาก”
“พี่ไม่ได้ลำบากอะไร อย่าโทษตัวเอง”
“ก็จริงนี่คะ เพราะพี่ปรินอยากช่วยแคทเื่พี่ชัย ทำให้มีคนมาว่าได้ว่าเลือกคนไม่เหมาะสมมาเป็เลขาส่วนตัว แต่ไม่ต้องห่วงนะคะแคทจะทำให้เขาเห็นเองว่าพี่ปรินเลือกคนไม่ผิด”
แคทพูดด้วยท่าทางมั่นใจและสายตาที่มุ่งมั่น
ปรินมองหน้าเธอแล้วคิดว่าเหมือนที่พ่อเธอกับกวางพูดไว้ไม่ผิด แคทไม่ชอบให้ใครดูถูกหรือดูิ่เธอ และเมื่อเธอสู้ เธอก็จะไม่ยอมถอยแน่ๆ
ตอนเที่ยงปราง ชัย มายด์กับเอกก็พากันมาที่ห้องทำงานของปรินกันอย่างรีบเร่ง
“พี่ปรินเกิดอะไรขึ้น ปรางได้ยินว่าพี่ฟ้ามาอาละวาดที่นี่เหรอ”ปรางถามเมื่อเข้ามาในห้องแล้ว
“ใช่ ที่แผนกกูพูดกันให้แซ่ดไปหมด แล้วมันยังไงกัน”เอกถามอีกคน
“ใจเย็นๆกันก่อนค่ะ นั่งลงก่อน ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณฟ้าก็แค่อยากเห็นว่าใครมาเป็เลขาให้พี่ปรินเท่านั้นเอง” แคทตอบแทนปริน
“ไม่ใช่แค่นั้นมั้ง เสียงกรี๊ด ดังไปทั้งชั้นแบบนั้น”มายด์ว่าพลางมองแคท
“ฟ้าเข้ามาว่าแคทไม่เหมาะที่จะมาเป็เลขาของพี่ พี่ก็เลยบอกเขาไม่ต้องมายุ่งแล้วไล่เขาออกไป ก็แค่นั้น”ปรินพูด
“ถึงว่าเสียงกรี๊ดถึงได้ดังไปถึงแผนกกูเลย”เอกว่า
“แล้วแคทไม่เป็ไรนะ”ชยาถาม
“แคทไม่เป็อะไรค่ะ คุณฟ้าไม่ได้พูดกับแคทสักคำ” แคทบอก
“ไม่ใช่ พี่หมายถึงที่ฟ้าพูด อย่าไปคิดมากล่ะเขาก็เป็คนอย่างนี้ล่ะ ชอบดูถูกคนอื่น”ชยาพูด
“แต่ปรางว่าพี่ฟ้าดูถูกผิดคนแล้วล่ะค่ะ จริงมั้ยมายด์”ปรางว่าแล้วหันไปมองมายด์
“ใช่แน่นอน แคทเคยยอมใครด้วยเหรอ ั้แ่รู้จักกันมาขนาดผู้ชายแคทยังทำให้ไปนอนรพ.เป็อาทิตย์ๆเลย” มายด์พูด
“พอเลยมายด์ หยุดเลย”แคทรีบบอกมายด์
มายด์เอามือปิดปาก เธอลืมไปว่าแคทห้ามเธอพูดเื่นี้
“จริงเหรอมายด์ ทำไมไม่เห็นเคยเล่าให้ปรางฟังล่ะ แคทโหดขนาดนั้นเลยอ่ะ” ปรางรีบถาม
มายด์ทำหน้าแบบลุแก่โทษให้แคท
“เล่ามานะไม่งั้นงอนจริงๆ เราเพื่อนกันนะอย่าปิดกันสิ”ปรางบอก
แคทจึงพยักหน้าให้มายด์เล่า พลางคิดว่าใช่แกน่ะเพื่อนแต่ไอ้ที่นั่งกันอยู่นี่มันแค่เราที่ไหนล่ะ แต่ก็ช่างมันเถอะ
“ก็ตอนม.4เทอมแรกมีคนมาชอบเรา แต่เขาเ้าชู้เราก็เลยไม่ยอมคบด้วย แล้วตอนเย็นก่อนรร.จะปิดเขามาดักรอเรา เราเดินมากับแคท เขาก็เดินมาฉุดแขนเรา เราก็บอกให้ปล่อยเขาก็ไม่ยอมปล่อย แคทก็เลยเข้ามาขวาง เขาก็เลยว่าแคทเป็ผู้หญิงไม่ต้องมาเสือก แค่นั้นแหละ
แคทอัดจนน่วม ตัวเขาเต็มไปด้วยเื เราต้องโทรบอกพ่อแคทแล้วเอาเขาไปส่งรพ. หมอบอกว่าแขนหักและก็มีแผลที่หน้าเต็มไปหมดเลย พอญาติเขามาเขาไม่กล้าบอกว่าโดนผู้หญิงซ้อมคงจะอาย เื่มันก็เลยไม่มีอะไร แต่พ่อส่งแคทไปอยู่กับป้าที่ศรีาา 1เดือนเต็มๆ ก็แค่นี้แหละค่ะ”มายด์เล่า
ชยากับเอก หันไปมองแคทด้วยสายตากลัวๆ
“เก่งอ่ะ สุดยอดเลย”ปรางยิ้มแล้วยกนิ้วโป้งให้แคท
“แต่พี่ว่าน่ากลัวนะเราอ่ะ ได้ยินอย่างนี้แล้วไม่กล้าทำให้แคทโกรธเลย”ชยาพูด
“ใช่ โหดนะเรา ปรินระวังไว้เหอะ”เอกว่า
“เื่มันนานแล้วค่ะ ตอนนี้ไม่ได้โมโหง่ายขนาดนั้น”แคทบอก
ส่วนปรินที่ฟังมานานคิดว่าตอนนี้น่ากลัวกว่า เพราะดูไม่รู้ว่าเธอคิดอะไรภายใต้ใบหน้าสวยๆนั้น
ตอนบ่ายปรินมีนัดเจอลูกค้าตอนบ่าย3โมง
“แคทพี่ว่าจะไม่เข้ามาบริษัทแล้วนะ พบลูกค้าแล้วจะกลับบ้านเลย”
“ค่ะ พี่ปริน”
ปรินบอกแคทก่อนที่จะออกไปพบลูกค้า
แคทจึงเดินไปหยิบกระเป๋าสะพาย
แม็คบุ๊คและเอกสารที่ต้องเอาไป และไปพบลูกค้ากับปริน ลูกค้านัดเจอที่ร้านกาแฟของโรงแรมแห่งหนึ่ง
เมื่อไปถึงขณะที่ปรินกำลังขยับรถจอด เขาสังเกตุว่าแคทได้จัดการขมวดผมม้วนแล้วเปิดกระเป๋าสะพายของเธอหยิบปิ่นออกมาเสียบผมไว้ ั้แ่เธอไม่ได้ไปมหาลัยเขาก็ไม่เห็นเธอขมวดผมอีกเลย แต่เธอจะเกล้าสูงๆแทน ซึ่งเขามองว่าตอนที่เธอขมวดผมจะแลดูเป็คนโต แต่ตอนที่เธอรวบผมสูงจะแลดูเด็กกว่าอายุจริง แต่เขาก็ไม่ได้ถามว่าทำไมแต่คิดว่าเธอน่าจะมีเหตุผล
เมื่อเข้ามาที่ร้านกาแฟปรินก็เดินตรงไปหาลูกค้าทันที คนนี้เป็ลูกค้าชาวอังกฤษที่มาสร้างโรงแรมที่พัทยาจะมาคุยเกี่ยวกับการตกแต่งภายใน
เมื่อปรินเดินเข้าไปเขาก็ลุกขึ้นต้อนรับทันที แต่พอเขามองเห็นแคทที่เดินตามหลังปรินมาด้วย ก็มองจ้องเขม็งจนปรินต้องกระแอม ลูกค้าคนนี้ชื่อโรเบิร์ต เขายื่นมือมาจับมือกับปรินเป็การทักทาย แล้วปรินก็แนะนำแคทว่าเป็เลขาส่วนตัวของเขา โรเบิร์ตจึงยื่นมือมาให้แคทจับเพื่อทักทาย แต่แคทกลับยกมือไหว้แบบไทยๆแล้วพูดภาษาอังกฤษบอกเขากลับไปว่า “เธอเป็ผู้หญิงไทย ชอบการทักทายแบบไทย หวังว่าคงจะไม่เป็ไร” โรเบิร์ตเอามือกลับแล้วรับไหว้แคทแทน พร้อมกับบอกว่าไม่เป็ไร แล้วเขาก็เชิญปรินกับแคทให้นั่งลง
ระหว่างที่ปรินกับโรเบิร์ตตกลงเื่งานกันแคทนั่งฟังพร้อมกับจดบันทึกลงใน
แม็คบุ๊ค โดยเธอนั่งข้างปรินแต่เยื้องมาข้างหลัง
ปรินมองออกว่าโรเบิร์ตคุยกับเขาแต่ตา
มองแต่แคทตลอด จนเขาอยากให้การเจรจาจบลงเร็วๆ พอคุยกันจบโรเบิร์ตจะขอเลี้ยงข้าวแต่ปรินบอกว่าเขาต้องไปทำธุระต่อ
ก่อนจะกลับโรเบิร์ตชมแคทตรงๆว่าเธอสวยมาก แคทจึงขอบคุณแล้วเขายังบอกว่าถ้าแคทคิดจะเปลี่ยนงานเมื่อไรให้โทรบอกเขาได้แล้วเขาก็ส่งนามบัตรให้
แคทก็รับมา เธอมองเห็นปรินกำมือแน่นจึงยื่นมือข้างหนึ่งไปแตะมือเขา แล้วก็พากันกลับมาขึ้นรถ
“พี่อยากจะต่อยหน้ามันจริงๆ ไม่อยากตกลงอะไรทั้งนั้นแหละ อยากกลับั้แ่มันจ้องหน้าเราแล้ว”
“ใจเย็นค่ะ เขาก็ไม่ได้ทำอะไรที่ไม่ดีนี่คะอีกอย่างเขาก็เป็ลูกค้า ไม่เห็นต้องโมโหเลย”
“ก็ลองมันทำสิพี่ไม่เอาไว้แน่”
“ปกติพี่ปรินใจเย็นมากนะคะ แล้ววันนี้ ทำไมใจร้อนล่ะคะ”
“วันนี้มันเป็วันอะไรเช้าก็คน บ่ายก็อีกคน”
“ใจเย็นๆนะคะ เอาอย่างนี้ดีกว่าไปให้อาหารปลากันค่ะ ที่หน้าวัดระฆังพี่ปรินจะได้ใจเย็นขึ้น”ปรินมองหน้าแคท
ปรินคิดว่ามันเป็เื่ที่เกี่ยวกับเธอนี่ล่ะที่ทำให้เขาใจร้อนขนาดนี้
“ตกลงคับ”ปรินบอก
วันต่อมา่เช้าแผนกตกแต่งภายในได้เข้ามาหาปรินเพื่อเล่าความคืบหน้าของแผนการตกแต่งภายในของโรงแรมที่สิงคโปร์ ซึ่งเ้าของก็คือMr.ไมเคิลที่
แคทเคยไปช่วยปรินเลือกของที่ระลึกให้แผนกตกแต่งภายในของบริษัทมีหลายทีม แต่ละทีมก็รับผิดชอบไปทีมละงาน
ทั้งหมดเข้าไปในห้องประชุมเล็กที่อยู่ด้านข้างโต๊ะทำงานของปริน
หัวหน้าทีมนี้ชื่อปรีชา มีลูกน้องอีก4คน ปรีชาอายุ40ปีมีครอบครัวแล้ว ส่วนอีก4คนมีชื่อว่า แจ็ค บีม โมท และอาม ที่มีอายุระหว่าง29-35ปียังไม่มีครอบครัวแต่มีแฟนแล้ว
แคทก็เข้าไปฟังและจดบันทึกด้วย ทุกคนทักทายแคทเป็อย่างดี
ระหว่างที่มีการโชว์ภาพการตกแต่งห้องตัวอย่างขึ้นบนจอในห้อง แคทที่ชอบเื่ตกแต่งภายในเห็นข้อบกพร่อง และข้อเสียของการตกแต่งนั้นจึงได้ขอออกความคิดเห็น
ปรินอนุญาตเพราะเขารู้ว่าเธอมีความรู้ด้านนี้และอาจจะรู้มากกว่าปรีชาด้วยซ้ำพอปรินบอกแคทจึงบอกก่อนว่าเธอแค่เสนอแนะเท่านั้นไม่ได้้าแทรกแซงอะไร พอแคทบอกถึงข้อเสียจากสิ่งที่เธอเห็นจบ เธอก็เสนอแนะแิของเธอให้ทุกคนฟัง พอแคทพูดจบพี่ปรีชาและลูกน้องก็ปรบมือให้เธอทันที
“ตกลงว่าคุณแคทเรียนเอกเลขานุการจริงๆหรือคับบอส ทำไมเธอถึงได้รู้เื่การตกแต่งได้มากกว่าผมที่จบสถาปัตฯมาโดยตรงเสียอีก” พี่ปรีชาชมตรงๆ
“ใช่คับบอส คุณแคทมองละเอียดมาก แถมยังสามารถแก้สิ่งที่พวกผมคิดไม่ออกได้อย่างไม่มีที่ติเลยคับ”บีมบอก
“แคทแค่พูดในสิ่งที่เห็นเท่านั้นค่ะ แคทจะไปเก่งกว่าพวกพี่ๆได้ยังไงคะ อย่ามายอกันดีกว่าค่ะ”
“เอาล่ะ แล้วตกลงพี่ปรีชาจะเอายังไงคับ”ปรินถาม
“ผมเอาตามความคิดคุณแคทคับ แล้วเดี๋ยวพอผมแก้เสร็จแล้วจะส่งมาให้ดูนะคับบอส”ปรีชาบอก
“เอาตามนั้น มีใครเห็นต่างมั้ย”ปรินหันไปถามคนอื่นๆ
“ไม่มีคับความคิดคุณแคทสุดยอด ผมคงต้องกลับไปเรียนใหม่แล้วมั้ง”อามบอก
“แล้วพวกผมจะตกงานมั้ยคับบอส ก็บอสเล่นมีเลขาที่เก่งทุกเื่อย่างนี้”โมทพูด
”อย่าไล่พวกผมออกนะคับบอส ผมยอมเป็ลูกน้องคุณแคทก็ได้”แจ็คอ้อน
“อย่าพูดเล่นกันเลยค่ะ แคทไม่ได้เก่งพวกพี่ๆทำมาดีอยู่แล้ว แคทแค่แนะนำจะไปเก่งเท่าคนที่เริ่มทำมาแต่แรกได้ยังไงล่ะคะ”แคทบอก
หลังจากที่ปรีชากับลูกทีมกลับออกไปแล้ว
“เก่งนะเราน่ะ พี่ยังมองไม่ออกเลยแต่เรากลับมองออก”ปรินพูด
“พอเลยค่ะพี่ปริน แคทไม่ปลื้มด้วยหรอกนะคะ กลัวพี่ๆเขาจะว่าเข้าไปวุ่นวายกับงานของเขามากกว่า แต่พอเห็นก็อดไม่ได้”
“ไม่หรอกเท่าที่พี่ดู ทุกคนก็ยอมรับความคิดของแคทจริงๆ รวมถึงพี่ด้วย”
“ขอบคุณพี่ปรินนะคะที่ให้โอกาสแคทได้เสนอแนะความคิดเห็น”
“ก็พี่รู้ว่าเรามีความรู้ทางด้านนี้ หลังจากเห็นหนังสือที่เราอ่าน ไม่น่าแปลกใจหรอกที่พี่ปรีชาจะใ ก็สิ่งที่เราพูดมาคนที่เรียนป.โทเท่านั้นแหละที่จะรู้”
“ก็แคทไม่รู้นี่คะ พี่ปรีชาจะคิดว่าแคทหักหน้าเขาหรือป่าวเนี่ย”
“คิดมากอีกล่ะ พี่ปรีชาไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอก พี่รู้จักเขาดี เขาก็เป็คนตรงๆเหมือนกับเรานี่ล่ะ ดีมาดีกลับ ร้ายมาก็ร้ายกลับ”
“แคทไม่ได้เป็แบบนั้นสักหน่อย”
“คับไม่ได้เป็แบบนั้น แต่ทำยิ่งกว่านั้นใช่มั้ย” ปรินขำ
แคทเดินหนีเขาไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเธอ
่บ่ายปรีชาก็ส่งแบบที่แก้แล้วตามที่
แคทแนะนำมาให้ปรินดู โดยส่งมาทางเมลร์ถึงปรินโดยตรงซึ่งมันจะเข้ามาใน
แม็คบุ๊คที่แคทถืออยู่ เธอจึงเดินเอาไปให้ปรินดูที่โต๊ะทำงานของเขา
“พี่ปรีชาส่งแบบที่แก้ไขแล้วมาให้ดูค่ะ”แคทบอกแล้วส่งให้ปรินดู
“มาดูด้วยกันสิ เพราะแก้ตามความคิดของเราจะได้รู้ว่ามันใช่มั้ย”ปรินพูดแล้วลุกขึ้น
เขาเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่ง แล้วเขาไปยืนข้างๆแทน แคทนั่งแล้วกดเปิดไฟล์ภาพให้ปรินดู
“ก็ โอเคแล้วค่ะ”แคทพูดแล้วเงยหน้ามองปริน
เป็จังหวะเดียวกับที่ปรินก้มลงมาพอดีทำให้หน้าเธอกับเขาใกล้กันมาก
แคทใหันหน้าหนีแล้วหยิบแม็คบุ๊คเดินออกอีกข้างก้มหน้ากลับไปที่โต๊ะของเธอ
ปรินมองตามแล้วอมยิ้ม
“ส่งไปบอกพี่ปรีชาด้วยว่าโอเคแล้ว”
“ค่ะ”
ตอนสายวันรุ่งขึ้น
“พี่ปรินคะ Mr.ไมเคิลส่งข้อความมายืนยันแล้วว่าเขาจะมาฟังเื่การตกแต่งภายในที่บริษัท ในวันอังคารนี้ค่ะ”
“บอกลินดาให้ตามพี่ปรีชามาพบพี่ที่ห้องด้วยนะ”ปรินพูดขณะที่ยังก้มหน้าอ่านเอกสารอยู่
“ได้ค่ะ”
“พี่ลินดาคะ ช่วยโทรบอกพี่ปรีชาแผนกตกแต่งภายในมาพบบอสที่ห้องด้วยค่ะ”
“ค่ะคุณแคท”
“ขอบคุณค่ะ”
สักพักใหญ่พี่ปรีชาก็เข้ามาในห้อง
“มีอะไรคับบอส”
“Mr.ไมเคิลจะมาฟังการอธิบายเื่การตกแต่งในวันอังคารนี้”
“คับบอส แต่ผมมีเื่จะปรึษาคับ”
“พี่ปรีชา มีอะไรก็พูดมาได้เลยคับ”
“คืออย่างที่บอสทราบ การตกแต่งภายในครั้งนี้ออกมาจากคำแนะนำของคุณแคทโดยส่วนใหญ่ ซึ่งเป็การตกแต่งแบบที่ผมมีความรู้ไม่ละเอียดนัก ผมกังวลว่าถ้ามีการสอบถามอย่างละเอียดผมจะไม่สามารถให้ความกระจ่างแก่ลูกค้าได้จึงอยากจะขอให้คุณแคทมาช่วยอธิบายให้ลูกค้าฟังแทนทีมผมได้มั้ยคับ”
ปรินหันไปมองแคทที่พอได้ยินก็เงยหน้ามาทันที
“ขอโทษค่ะบอส พี่ปรีชาคะ แคทว่าคงไม่เหมาะสมเท่าไร 1.แคทไม่ได้เรียนด้าน
สถาปัตฯมาโดยตรงมันจะไม่น่าเชื่อถือ 2.แคทยังเป็นักศึกษาปี1มาฝึกงาน 3.
แคทเรียนเอกเลขามาและเป็เลขาส่วนตัวของบอส ด้วยเหตุผลที่มีแคทว่าอย่าดีกว่าค่ะ”
“แต่ผมว่าคุณแคทเหมาะสม เอาอย่างนี้นะคับ คุณแคทรบกวนตอบคำถามที่ผมจะถามสัก 5ข้อนะคับ”ปรีชาบอก
“เอ่อ ก็ได้ค่ะ”
แล้วปรีชาก็ถามคำถามที่เกี่ยวกับวิชาเรียนของสถาปัตฯให้แคทตอบ ซึ่งแคทก็สามารถตอบได้ทุกข้อแบบไม่มีติดขัดแถมบ้างข้อเธอยังตอบได้กระจ่างมากๆด้วย คำตอบของเธอทำเอาปรินอมยิ้ม เมื่อตอบครบ5ข้อแล้ว
“คุณแคทตอบได้ถูกหมดทุกข้อ แถมตอบได้ดีกว่าผมตอนเรียนอีก ตอบได้ขนาดนี้เท่ากับจบป.ตรีเลยนะคับ จริงมั้ยคับบอส” ปรีชาชม
ปรินพยักหน้า
“เื่ที่พี่ปรีชาถามบังเอิญแคทรู้มากกว่าค่ะ”
“เป็ไปไม่ได้แน่ๆคับ วิชาของสถาปัตฯไม่ใช่ใครจะรู้ก็ได้นะคับ”
“นะคับคุณแคทรบกวนช่วยผมหน่อย Mr.ไมเคิลเป็ลูกค้าที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดมาก เขาต้องซักจนกว่าเขาจะพอใจนั่นแหละคับ”
แคทหันไปมองหน้าปรินแบบขอความช่วยเหลือ
“ตกลงคับ เดี๋ยวผมให้คุณแคทอธิบายให้Mr.ไมเคิลฟังเองแต่พี่ปรีชาต้องนำเสนอก่อนนะคับ เพราะวันนั้นจะมีหลายฝ่ายมาร่วมฟังด้วย”
“ขอบคุณคับบอส ขอบคุณคับคุณแคท งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อน”
“เชิญคับ”
“ทำไมพี่ปรินไปรับปากพี่ปรีชาอย่างนั้นล่ะคะ”แคทโวยทันทีที่ปรีชาเดินออกไป
“พี่ว่าดีออก แคทจะได้พิสูจน์ตัวเองด้วยไง ว่ามีความสามารถมากพอที่จะเป็เลขาส่วนตัวให้พี่”
แคทนิ่ง มันก็จริงอย่างที่เขาพูด
“พี่ปรินมั่นใจเหรอคะว่าแคทจะไม่ทำให้พี่ปรินขายหน้าต่อหน้าคนทั้งบริษัทแถมมีลูกค้าอีกด้วย”
“พี่มั่นใจในตัวเรามาตลอด ไม่ใช่แค่เื่งานแต่หมายถึงทุกเื่”
ปรินพูดแล้วมองหน้าแคทยิ้มๆ
“ดีเลยค่ะ งั้นงานนี้เตรียมขายหน้าได้เลย”
ปรินรู้ว่าเธอไม่ทำหรอกเธอแค่จะพูดแกล้งเขาเท่านั้น
ตอนเที่ยง
“ไปกินข้าวกัน” ปรินบอกเมื่อเห็นว่าเที่ยงแล้ว
“แล้วปราง กับมายด์ล่ะคะ”
“ปรางออกไปพบลูกค้ากับชยาส่วนมายด์กับเอกบอกว่าจะกินที่ออฟฟิตเพราะมีงานด่วน”
“งั้นพี่ปรินไปทานเลยค่ะ แคทว่าจะโทรสั่งขึ้นมากินที่นี่คะ พี่ลินดาบอกว่าสั่งมาได้”
“แคทไม่ไปแล้วพี่จะกินกับใครล่ะคับ งั้นก็สั่งมาเผื่อพี่ด้วย”
“แล้วโดยปกติไปกินกับใครล่ะคะ”
“ส่วนใหญ่ก็กับชยาบ้างเอกบ้างแต่ตอนนี้เขามีคู่กันหมด พี่เลยโดนทิ้ง”
แคทขำ
“แล้วพี่ปรินจะทานอะไรคะ แคทจะได้โทรสั่งให้ค่ะ”
“กินเหมือนแคทนั่นแหละ”
“จะกินได้เหรอคะ”
“ได้สิคับพี่กินไม่ยากหรอก”
“ตามใจค่ะ”
แล้วแคทก็โทรไปสั่งอาหารที่ห้องอาหารข้างล่าง
ตอนกลางวันของวันเสาร์ หลังจากกินข้าวเที่ยงที่สั่งมาแล้ว ปรินไปหาพ่อที่ห้องทำงาน แคทจึงถือแม็คบุ๊คออกไปนั่งที่ระเบียง เธอนั่งดูตารางงานของปรินบ่ายนี้มีพบลูกค้าหนึ่งรายและต้องไปดูงานที่ตกแต่งเสร็จแล้วเพื่อตรวจความเรียบร้อยก่อนส่งมอบงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วเธอก็เข้าไปดูภาพตกแต่งที่จะนำเสนอในวันอังคารนี้ต่อ มีบางจุดที่เธอคิดว่าควรจะเปลี่ยนแปลง เธอก็เลยเปลี่ยนแล้วส่งภาพเปรียบเทียบกับของเดิมแล้วส่งไปให้ปรีชาดูอีกที ปรีชาเห็นด้วยแล้วก็เหมือนการประชุมทางเน็ต ระหว่างแคทกับทีมของปรีชา
“คุณแคทคะ”เสียงลินดาเรียก
“ค่ะ พี่ลินดา”แคทเดินเข้าไปในห้องเมื่อได้ยินเสียงเรียก
“บอสโทรมาให้พี่เอาผลไม้กับน้ำส้มมาให้ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะพี่ลินดา ไม่น่าต้องลำบากเลยค่ะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ หน้าที่พี่เหมือนกันนะคะ”
ลินดายิ้มให้แคท
“ยังทำงานอีกเหรอคะ พักบ้างก็ได้ค่ะ”
ลินดาถามเพราะเธอเห็นแคทถือแม็คบุ๊ค
อยู่
“ก็ไม่ได้ทำอะไรค่ะ เลยนั่งดูไปเรื่อยๆ”
แคทบอกยิ้มๆ
“สงสัยบอสจะรู้ว่าคุณแคทไม่ยอมพัก ถึงให้พี่เอาของว่างมาให้”
“พี่ลินดาคะ เวลาบอสไม่อยู่ พี่ลินดาเรียกแคทก็พอค่ะ นะคะ”
“จะเอาอย่างนั้นเหรอคะ แต่ถ้าบอสรู้ต้องว่าพี่แน่ๆค่ะ”
“ไม่รู้หรอกค่ะ เราก็อย่าบอกสิคะ”
“ได้จ้าแคท”
“ขอบคุณนะคะพี่ลินดา”
“ปริน ปรินคะ”ประตูห้องเปิดพร้อมกับมีเสียงเรียก
“ปรินไปไหน”ฟ้าเดินเข้ามา
เธอเห็นลินดาที่ยืนอยู่กับแคทจึงถาม
“บอสไปพบผอ.ที่ห้องค่ะ”ลินดาตอบ
“แล้วทำไมเธอไม่ไปเฝ้าที่หน้าห้องมาทำอะไรตรงนี้ไม่ทราบ”
ฟ้าว่าลินดาแล้วปรายตามองแคท
“ตอนนี้เป็่พักค่ะ ดิฉันจะไปทำอะไรที่ไหนก็ได้ค่ะ”
“อ้อ เลยมาประจบเลขาคนใหม่เหรอ”
“ก็เป็ธรรมดานะคะ คนฉลาดก็ต้องรู้ว่าควรจะประจบใครถึงจะดี”
แคทเห็นว่าไม่ใช่เื่ของเธอจึงหันหลังจะเดินกลับไปที่ระเบียง
“ว่าไงล่ะคะ คุณเลขาคนใหม่จะไปไหนไม่ทราบ”
แคทหันกลับมา
“จะไปนั่งพักที่ระเบียงค่ะ ตรงนั้นอากาศดี คุณฟ้าจะไปนั่งด้วยมั้ยคะเผื่อจะทำให้อารมณ์ดีขึ้น”
ฟ้ามองไปที่ระเบียง
“ปรินปลูกดอกไม้ที่ระเบียงั้แ่เมื่อไร ทำไมชั้นไม่รู้”
“บอสปลูกั้แ่คุณแคทมาเป็เลขานั่นแหละค่ะ คุณแคทเป็คนจัดเองเลยนะคะ สวยมากเลย”ลินดาบอก
ฟ้าโมโหมากเดินออกไปที่ระเบียงแล้วเอามือของเธอดึงต้นดอกไม้ที่วางอยู่ลงมา
กระจัดกระจายจนเต็มพื้น
ลินดาจะออกไปห้ามแต่แคทบอกว่าไม่ต้อง ทั้งสองคนจึงยืนมองฟ้าที่ทำลายต้นดอกไม้จนหมด
ฟ้าเดินกลับเข้ามาในห้องแล้วมองหน้าแคท
“ชั้นจะทำให้เธอแหลกละเอียดเหมือนดอกไม้พวกนั้น ไม่เชื่อก็คอยดู”
ฟ้าพูดแล้วก็เดินออกไปจากห้อง
สักพักใหญ่ปรินก็กลับเข้ามาในห้อง เขาเห็นแคทกับลินดาอยู่ที่ระเบียงกำลังช่วยกันเก็บต้นดอกไม้ที่ตอนนี้ล้มระเนระนาดเต็มพื้นไปหมด
“ลินดาเกิดอะไรขึ้น”
“คุณฟ้ามาหาบอส แล้วไม่เจอ พอเธอเห็นที่ระเบียงก็ถามว่าบอสจัดสวนที่ระเบียงั้แ่เมื่อไร ทำไมเธอไม่รู้ ดิฉันก็เลยบอกว่าบอสจัดั้แ่ตอนที่คุณแคทมาทำงาน เธอก็เลยเดินมารื้อจนหมด แถมก่อนจะไปเธอยังขู่คุณแคทว่า…”
“พี่ลินดาคะ ช่วยไปตามคนสวนผู้ชายมาสัก2คนนะคะ จะให้เขาขนลงไปทิ้งให้เรียบร้อย”
“ค่ะ คุณแคท”
“ยังไม่ต้องไป ฟ้าว่าอะไรคุณแคท”
ปรินถามเสียงดุ
ลินดามองหน้าแคทแล้วหันไปบอกปริน
“เธอบอกว่าจะทำให้คุณแคทแหลกเหมือนกับดอกไม้พวกนี้ค่ะ”ลินดาบอก
ปรินกำมือแน่น
ลินดาเมื่อพูดจบก็เดินออกไปตามคนสวนอย่างที่แคทบอก
ปรินหันหลังจะเดินออกไป แคทเดินมาจับมือเขา
“พี่ปรินจะไปไหนคะ”
“พี่ต้องไปจัดการเื่นี้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณฟ้าเธอก็แค่ระบายอารมณ์เท่านั้น เดี๋ยวปลูกใหม่ก็ได้ค่ะ”
“แต่พี่ไม่ยอมให้เขาทำอย่างนี้หรอกนะ แล้วยังมาขู่เราอีกด้วย”
“ถ้าพี่ปรินไปต่อว่าเธอ แคทว่าเื่มันจะยิ่งบานปลายนะคะ แล้วคุณพ่อก็ต้องลำบากใจด้วยค่ะ”
“แล้วจะให้พี่ปล่อยไปเฉยๆแบบนี้ เราไม่โกรธเลยเหรอ”
“สู้กับศัตรูที่เห็นตัวดีกว่าสู้กับศัตรูที่เรามองไม่เห็นนะคะ ใจเย็นๆมานั่งตรงนี้ก่อนค่ะ”
แคทบอกแล้วจูงมือเขามานั่งเก้าอี้ที่ระเบียง
“คุณฟ้าทำอะไรแคทไม่ได้หรอกค่ะพี่
ปรินก็รู้ เธอแค่อยากอาละวาดก็ให้เธออาละวาดไปก็แค่นั้น”
“แล้วฟ้าไม่ได้ทำร้ายเราใช่มั้ย”
“พี่ปรินคิดว่าคนอย่างแคทจะยอมยืนให้ใครมาทำร้ายได้ง่ายๆเหรอคะ ไหนบอกว่ารู้จักแคทดีไง”
“พี่เป็ห่วงเรานะ ยิ่งรู้ว่ามีเื่อย่างนี้พี่ก็ยิ่งไม่สบายใจ”
“จริงๆแล้วตอนที่แคทตัดสินใจมาทำงานกับพี่ปริน แคทก็รู้ว่าจะต้องมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น เพราะว่าคุณฟ้าเธอทำงานที่นี่แล้วจากที่เคยเจอกันที่งานเลี้ยงมันก็เป็อะไรที่ไม่มีทางเลี่ยงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นพี่ปรินไม่ต้องกังวล แคทมีวิธีรับมือกับเธอค่ะ”
“ก็ได้ ครั้งนี้พี่จะปล่อยไปก่อน แต่ถ้ามีครั้งหน้าพี่ไม่ยอมนะ” ปรินบอก
เขาจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาทำร้ายเธออย่างแน่นอน เขาจะปกป้องเธอให้ได้ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม ปรินสัญญากับตัวเอง
สาวๆไปฝึกงานกันได้1สัปดาห์แล้วโดยที่ตอนเช้าปรินจะมารับ แต่ตอนเย็นจะต่างคนต่างกลับ ปรางกลับพร้อมชยา มายด์กลับพร้อมเอก และปรินกลับพร้อมแคทเพราะทำงานกันคนละแผนกจึงกลับไม่พร้อมกัน
วันนี้เป็วันจันทร์ ่เช้าแคทปริ๊นเอกสารต่างๆเพื่อให้ปรินเซ็น และก็เตรียมเอกสารสำหรับการประชุมภายในบริษัทตอนบ่าย
เื่ส่วนใหญ่ก็จะเป็เื่Mr.ไมเคิลที่จะมาบริษัทในวันพรุ่งนี้
“โอ้ย!วันนี้ยุ่งชะมัด ไม่รู้เอกสารอะไรมากมายไปหมด”ปรางบ่นแล้วเดินไปนั่งที่โซฟา
“ที่แผนกเราก็เหมือนกัน ต้องเตรียมตัวเข้าประชุมตอนบ่ายเลยยุ่งมาก”มายด์บอก
“แค่นี้ก็บ่นซะแล้วแผนกเราแค่เล็กๆ แคทซิน่าจะบ่นเพราะต้องเตรียมมากกว่าอีก”ปรินบอก
เขามองแคทที่ยังมองจอคอมอยู่
“ใช่แล้ว ลืมไปเลยแคทไหวมั้ย ให้ช่วยมั้ย”ปรางรีบหันไปถาม
“เรียบร้อยแล้วจ้า ขอบใจนะ”แคทตอบแต่ยังไม่เงยหน้า
“แล้วทำอะไรอยู่ล่ะนั่นน่ะ”ปรางเดินไปแล้วมองที่จอคอม
“มันคืออะไรอ่ะ” ปรางถาม
“ภาพห้องตัวอย่างของโรงแรมที่จะนำเสนอพรุ่งนี้จ้า”แคทบอก
“พอๆเลยมาพักซะบ้าง อย่าหักโหมนักสิ พี่ปรินอ่ะทำไมไม่ห้ามแคทล่ะคะ”ปรางบอกแคท
เธอดึงมือแคทออกมาที่โซฟา
“พี่บอกแล้วบอกอีก แต่เพื่อนปรางไม่ฟังจะให้พี่ทำยังไง” ปรินบอก
“แคทอ่ะ ทำอะไรแล้วเป็อย่างนี้ทุกที”มายด์หันไปบ่นบ้าง
“จ้าๆเลิกบ่นเป็คนแก่ได้แล้ว”แคทยิ้ม
“อ้าว พี่ปรินทำไมระเบียงถึงเป็อย่างนั้นล่ะ”ปรางหันมองไปที่ระเบียงทุกคนก็เลยมองตาม
ปรินจึงเล่าให้ฟัง
“แล้วจะทำไงต่อล่ะ พี่ฟ้าไม่เลิกยุ่งกับ
แคทแน่ๆ”ปรางว่า
“ช่างเขาเถอะ ถ้าเขาทำอะไรไม่ได้เขาก็เลิกราไปเองแหละ”แคทบอก
“ที่พูดอย่างนี้แสดงว่ามีวิธีรับมือแล้วใช่มั้ย ยายตัวแสบ”มายด์แซวเพราะรู้นิสัยแคทดีกว่าทุกคน
แคทเงียบนั่นก็คือคำตอบที่ดีที่สุด
แต่สำหรับปรินเขาคิดว่าเขาจะต้องดูแลเธอให้มากกว่านี้