บทที่ 31 วางแผนแก้เกม
เื้ัของร้านเผิงต้าคุนไม่สามารถปิดบังคนอย่างหลินเสี่ยวเฉินได้สำหรับเขาแล้วแล้วเพียงสังเกตความเคลื่อนไหวเล็กน้อยประกอบกับข่าวลือในตลาดเขาก็ปะติดปะต่อเื่ราวได้ไม่ยากว่าผู้ที่อยู่เื้ัตัวจริงก็คือเ้าเมืองหวงจิ่งผู
เด็กชายไม่ได้แปลกใจมากนักกลับกันก็รู้สึกว่าเป็ไปตามที่คาดไว้เสียมากกว่าคนอย่างเผิงต้าคุนไม่มีทางกล้าทำเื่ใหญ่เช่นนั้นเพียงลำพังหากไม่มีคนหนุนหลังและคนที่จะหนุนหลังได้ก็มีเพียงผู้มีอำนาจในเมืองเท่านั้น
“ในเมื่อรู้ว่าเป็เขาก็ยิ่งต้องเตรียมตัวให้ดี”หลินเสี่ยวเฉินพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ขณะนั่งอยู่หน้าบ้าน
เขารู้ดีว่าคนอย่างเ้าเมืองหวงไม่มีทางยอมจบเื่นี้ง่ายๆ และวิธีที่อีกฝ่ายถนัดที่สุดก็คือใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเล่นงานโดยเฉพาะเื่หนี้สินของชาวบ้านซึ่งเป็จุดอ่อนสำคัญ
วันถัดมาหลินเสี่ยวเฉินจึงเดินไปหาหัวหน้าหมู่บ้านั้แ่เช้าและขอให้ช่วยประกาศเรียกชาวบ้านทุกครอบครัวมารวมตัวกันที่ลานหน้าบ้านของเขา
่บ่ายผู้คนต่างก็ทยอยกันมาด้วยความสงสัยบางคนถือแผ่นกระดาษเก่า ๆ ที่เก็บไว้อย่างดี บางคนก็เพิ่งวิ่งกลับไปหยิบมาจากบ้าน
“เสี่ยวเฉิน...เ้าจะให้พวกเรามาทำอะไรกันหรือ” หัวหน้าหมู่บ้านถามขึ้นเมื่อทุกคนเริ่มมาพร้อมหน้า
หลินเสี่ยวเฉินมองไปรอบๆ เห็นสายตาของผู้คนที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความไม่แน่ใจเขาจึงสูดหายใจลึกเพื่อรวบรวมความคิดก่อนจะพูดออกมาอย่างชัดเจน
“ข้าคิดว่าอีกไม่นานเ้าเมืองหวงจะต้องมาที่หมู่บ้านของพวกเรา”
คำพูดนั้นทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันทีชาวบ้านส่วนใหญ่เหมือนจะเข้าใจในสิ่งที่หลินเสี่ยวเฉินกำลังจะบอกทว่าก็มีบางส่วนที่ไม่รู้เื่ยังสงสัยอยู่ว่าหากเ้าเมืองจะมาทำไมกัน
“มาทำไมกัน?”
“หรือว่าจะมาเก็บหนี้?”
“นี่ก็ผ่าน่เก็บเกี่ยวมาสองเดือนแล้วต้องเป็เช่นนั้นแน่”
หลินเสี่ยวเฉินพยักหน้า“ใช่ เขาจะมาเก็บหนี้และอาจจะไม่ได้มาแบบธรรมดา”
บรรยากาศเงียบลงอย่างรวดเร็วความกังวลเริ่มปรากฏบนใบหน้าของหลายคนปีนี้พวกเขาเก็บเกี่ยวข้าเกาเหลียงได้มากก็จริงแต่เมื่อคิดถึงหน้าเ้าเมืองผู้ขูดรีดแล้วก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้เพราะข้าวเกาเหลียงที่พวกเขาต้องเอาออกมาใช้หนี้ก็ต้องถูกเ้าเมืองกดราคาจนต่ำเตี้ยเรี่ยดินอีกเป็แน่เผลอ ๆ ต่อให้มอบให้เ้าเมืองหวงจนหมดยุ้งฉางยังไม่รู้ว่าจะพอใช้หนี้หรือไม่
เด็กชายเห็นสีหน้าเป็กังวลของชาวบ้านจึงพูดต่อ“พวกท่านทุกคนมีสัญญาเช่าที่ดินกับเขาใช่หรือไม่ เอามาให้ข้าดูทั้งหมด”
พวกชาวบ้านมองหน้ากันเล็กน้อยก่อนจะทยอยหยิบกระดาษที่พับเก็บไว้อย่างดีออกมาบางแผ่นเก่าจนกระดาษเริ่มเหลือง บางแผ่นมีรอยพับจนแทบขาด
หลินเสี่ยวเฉินรับเอกสารเ่าั้มาทีละฉบับแล้วเริ่มอ่านอย่างตั้งใจตัวอักษรในสัญญาเขียนด้วยภาษาทางการที่ซับซ้อนแต่สำหรับเขาที่มาจากโลกอนาคตซึ่งซับซ้อนกว่านี้มากก็ไม่ใช่เื่ยาก
เขาใช้เวลานานพอสมควรในการอ่านทุกฉบับอย่างละเอียดไม่เพียงแค่อ่านผ่าน ๆ แต่ยังตรวจดูเงื่อนไข ดอกเบี้ย ระยะเวลา และข้อกำหนดต่าง ๆอย่างถี่ถ้วน
อ่านจนครบแล้วจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้น
“สัญญาพวกนี้ล้วนมีปัญหา มีปัญหาทุกฉบับ” เด็กชายประกาศเสียงดัง
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนใถามขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน “ปัญหาอะไรหรือ”
เด็กชายชูสัญญาขึ้น“ดอกเบี้ยที่เขาเรียกเก็บสูงเกินกว่าที่ระบุไว้ในกฎหมายของต้าเฉียนและบางฉบับก็เขียนเงื่อนไขกำกวมสามารถตีความได้หลายแบบ”
“ข้าดูแล้วก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน”หัวหน้าหมู่บ้านขมวดคิ้ว
“นั่นแหละคือปัญหา” เด็กชายตอบ“เพราะพวกท่านอ่านไม่ออกเขาก็สามารถพูดอย่างไรก็ได้ จะเขียนอะไรลงไปในสัญญาก็ได้พวกท่านต้องเชื่อและทำตามโดยที่ไม่รู้เื่อะไรเลยแม้แต่น้อย”
คำพูดนั้นทำให้หลายคนหน้าซีดลงทันที “แบบนี้ก็โกงกันน่ะสิ แล้ว…พวกเราจะทำอย่างไรดี” ชายหนุ่มผู้หนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด
หลินเสี่ยวเฉินนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ั้แ่นี้ไปทุกคนต้องจำตัวเลขในสัญญาของตัวเองให้ได้อย่างน้อยก็ต้องรู้ว่าติดหนี้เท่าไร ดอกเบี้ยเท่าไร และต้องจ่ายเมื่อใด”
เขาเริ่มอธิบายทีละฉบับอ่านให้เ้าของสัญญาฟังอย่างชัดเจนบางคนฟังแล้วถึงกับอุทานออกมาเพราะเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองถูกคิดดอกเบี้ยเกินมาโดยไม่รู้ตัว
“ของท่านนี่เขียนไว้แค่สิบตำลึงแต่ตอนนี้เขาเรียกยี่สิบห้านี่ไม่ตรงกับสัญญา” หลินเสี่ยวเฉินชี้ให้ดู
“แล้วข้าจะทำอย่างไรได้”เ้าของสัญญาถึงกับกำมือแน่น
“ครั้งที่แล้วเขาเก็บเงินไปแล้วท่านก็ไม่สามารถทำอะไรได้แต่ถ้าครั้งนี้เขามาเรียกเก็บเกินกว่าที่เขียนไว้พวกท่านมีสิทธิ์ปฏิเสธ”เด็กชายตอบทันที
“และถ้าเขายังไม่ยอมพวกเราจะส่งเื่นี้ให้ผู้ตรวจการ”หลินเสี่ยวเฉินพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
คำว่า“ผู้ตรวจการ” ทำให้หลายคนเงียบไปด้วยความกังวล
“จะ… จะได้หรือ นั่นมันเื่ใหญ่เลยนะ” ชายคนหนึ่งถามเสียงเบา
“ใช่เป็เื่ใหญ่และเป็สิ่งที่พวกเราควรจะทำเพราะถ้าพวกเรายอมถูกเอาเปรียบต่อไปมันก็จะไม่มีวันจบพวกท่านลองคิดดูสิว่าจะมีชาวบ้านอีกมากมายเท่าใดที่โดนหวงจิ่งผูเอาเปรียบไม่ได้มีแค่หมู่บ้านวัดเหลียนหนิวของพวกเราเท่านั้น ทว่าทุกหมู่บ้าน ทั้งเมืองหากพวกเราไม่ลุกขึ้นมาสู้เองแล้วผู้ใดจะสู้ให้พวกเรา” หลินเสี่ยวเฉินพยักหน้าสายตาที่ส่งทอดออกไปให้ชาวบ้านนั้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างยิ่ง
หัวหน้าหมู่บ้านพยักหน้าอย่างช้าๆ ก่อนจะยกมือขึ้นมาแล้วกล่าวปลุกใจ “เสี่ยวเฉินพูดถูกพวกเราถูกเอาเปรียบมานานเกินไปแล้ว”
และคำพูดนั้นเหมือนจุดประกายให้คนอื่นๆ เริ่มกล้าขึ้น
“ใช่! พวกเราจะให้มันโกงต่อไปอีกไม่ได้แล้ว!”
“ถ้ามันเก็บเงินเกินสัญญาข้าเองก็จะไม่ยอม!”
เสียงเห็นด้วยเริ่มดังขึ้นทีละคนจนกลายเป็เสียงเดียวกันในที่สุดหลินเสี่ยวเฉินมองภาพนั้นแล้วรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยอย่างน้อยพวกเขาก็มีความคิดที่จะยืนหยัดขึ้นมา
เขาค่อยๆ พับสัญญาคืนให้แต่ละคนพร้อมกำชับอีกครั้ง “จำไว้นะหากเ้าเมืองหวงพูดไม่ตรงตามสัญญาพวกเราจะไม่ยอมและจะส่งเื่ขึ้นไปข้างบนทันที”
ชาวบ้านต่างพยักหน้าสีหน้าเปลี่ยนจากความหวาดกลัวเป็ความมุ่งมั่น
ลมเย็นพัดผ่านลานบ้านเสียงกระดาษเสียดสีกันเบา ๆ แต่ในใจของทุกคนกลับแน่นแฟ้นยิ่งกว่าที่เคยพวกเขาอาจเป็เพียงชาวบ้านธรรมดาแต่ครั้งนี้พวกเขาจะไม่ยอมถูกกดขี่อีกต่อไป