“ข้ารู้สึกเหมือนจะได้กลิ่นมนุษย์แต่ก็ไม่มั่นใจเพราะไม่สามารถหาเจ้าพบ แต่หลังจากที่เจ้าสังหารเจ้านั้นไปข้าก็มั่นใจจึงเตรียมตัวรอเจ้าอยู่แล้ว” น้ำเสียงอันเย่อหยิ่งของอีกฝ่ายดังในหูของไผ่
“มีใครเคยบอกเจ้าไหมว่าเวลาจะสังหารศัตรูอย่ามั่วแต่พูดมาก ไม่เช่นนั้นคนที่จะถูกสังหารอาจจะเป็นเจ้าก็ได้” พูดจบไผ่ใช้มือข้างหนึ่งจับแขนอีกฝ่ายเอาไว้แล้วยกมืออีกข้างขึ้นตวัดผ่านลำคออีกฝ่ายอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสตอบโต้เลย
หัวของพยัคฆ์ขาวที่กระเด็นออกมาภายในแววตายังเต็มไปด้วยความตกใจ ความไม่เต็มใจเพราะเขาคงไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาตายไปแบบนี้ หัวของอีกฝ่ายตกลงพื้นพร้อมกับร่างไร้วิญญาณล้มลงพร้อมกัน
ไผ่ไม่มีเวลาดีใจรีบแบกร่างของพยัคฆ์ขาวทั้งสองตัวเข้าไปในถ้ำอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้ามาในถ้ำแล้วไผ่ก็เห็นร่างของพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่เกือบสิบเมตรนอนอยู่บนตามร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลลึกถึงกระดูก ซึ่งพยัคฆ์ขาวที่นอนอยู่ตัวนี้ก็คือไป๋จวินที่บาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับเผ่ามังกรมา
เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ร่างกายของไผ่ขยับทีหนึ่งก็ไปปรากฏตัวตรงหน้าของไป๋จวินจากนั้นก็ใช้มือแทงลงไปที่หัวใจของอีกฝ่าย
ไป๋จวินที่บาดเจ็บสาหัสอยู่ถูกโจมตีก็ลืมตาขึ้นด้วยความตกใจพยายามจะดิ้นรนแต่ก็สายเกินไปเนื่องจากถูกไผ่ทำลายหัวใจทิ้งไปก่อน ประกายตาของไป๋จวินค่อย ๆ หายไปด้วยความไม่ยินยอม
หลังจากที่ลงมือสังหารไป๋จวินไปแล้วเผ่าพยัคฆ์ขาวทั้งหมดเหมือนจะรับรู้ได้ พวกมันต่างก็พากันคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว
แต่ไผ่ไม่มีเวลามาสนใจจึงเรียกต้นไม้แห่งการรู้แจ้งออกมาแล้วส่งกิ่งออกไปสามกิ่งแทงลงไปที่พยัคฆ์ขาวทั้งสามตัวเพื่อสกัดเอาทักษะของทั้งสามออกมา
ใช้เวลาเพียงแค่สิบวินาทีไผ่ก็สามารถสกัดเอาทักษะจากพยัคฆ์ขาวทั้งสามมาได้ ที่น่ายินดีกว่านั้นก็คือทักษะทั้งสามนั้นกลับเป็นระดับSSSหนึ่งทักษะแลระดับSอีกสองทักษะด้วยกัน
การที่ได้รับทักษะระดับSSSมานั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันมาจากไป๋จวินและเจ้าไป๋จวินนี้จะต้องเป็นพยัคฆ์ขาวที่มีสายเลือดสูงส่งและคงจะเป็นอัจฉริยะของเผ่าที่เข้ามาฝึกฝนด้านในนี้อย่างแน่นอน ไผ่เก็บร่างทั้งสามร่างเข้าไปในแหวนมิติก่อนจะรีบออกไปทันที
การเคลื่อนไหวของไผ่นั้นรวดเร็วมากจนกระทั่งเมื่อสมาชิกของเผ่าพยัคฆ์ขาวมาถึงภายในถ้ำก็ไม่มีอะไรแล้วแม้แต่ร่างของไป๋จวินก็ไม่มีอยู่
“ออกตามหาว่าเป็นฝีมือของใคร ข้าจะให้มันต้องชดใช้”พยัคฆ์ขาวตัวหนึ่งเอยสั่งด้วยความโกรธเกรี้ยว
ไผ่ที่ออกมาจากถ้ำและมุ่งหน้าไปในทิศทางหนึ่งทันทีแต่ในขณะที่มุ่งหน้าไปเกือบสุดอาณาเขตของเผ่าพยัคฆ์ขาว ไผ่็จงใจเปิดเผยตัวตนให้อีกฝ่ายเห็น
เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนและรับรู้ว่ามีเผ่าพยัคฆ์ขาวจำนวนมากไล่ตามมาไผ่ก็รีบมุ่งหน้าต่อไปยังอาณาเขตที่อยู่ด้านหน้าทันที
แม้ความเร็วของไผ่จะเร็วมากแต่ก็ยังห่างชั้นกับเผ่าพยัคฆ์ขาวที่มีจุดเด่นในเรื่องความเร็ว ทำให้ระยะห่างของทั้งสองเริ่มใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่โชคดีที่ไผ่มาถึงอาณาเขตด้านหน้าได้ก่อน
หลังจากที่ข้ามเข้าไปในอาณาเขตแล้วไผ่ก็เห็นสิ่งมีชีวิตมากมายที่มีรูปร่างเหมือนงู แต่แตกต่างจากงูตรงที่ตามลำตัวของพวกมันมีเกล็ดเรียงกันสวยงามบนหัวของพวกมันมีเขาเล็ก ๆ สองเขาและมีหนวดยาวออกมาสองเส้นที่ใกล้ ๆ จมูก ใช้แล้วสถานที่แห่งนี้คืออาณาเขตของเผ่ามังกรและสิ่งมีชีวิตตรงหน้าของไผ่ก็คือเผ่ามังกร ไผ่ตั้งใจล้อเผ่าพยัคฆ์ขาวให้มาที่นี่
ไผ่มองไปด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มแล้วตะโกนออกไปเสียงดัง “แจ้งนายท่านของพวกเจ้าด้วยว่าข้าทำตามสัญญาแล้ว ข้าหวังว่าเผ่ามังกรของพวกเจ้าจะรักษาสัญญาเช่นกัน” เอยจบไผ่เรียกร่างของไป๋จวินออกมาแล้วโยนไปทางสมาชิกเผ่ามังกรจากนั้นก็เปิดใช้ทักษะพลางตัวแล้วหลบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่ไผ่หลบหนีออกมาได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงคำรามอย่างโกรธแค้นของเผ่าพยัคฆ์ขาวดังขึ้นจากนั้นไม่นานการต่อสู้อันดุเดือดก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง
ไผ่รู้ว่าการว่างอุบายใส่ร้ายเผ่ามังกรครั้งนี้จะทำให้เขาสามารถผลักความโกรธแค้นทั้งหมดของเผ่าพยัคฆ์ขาวไปให้กับเผ่ามังกรได้ แม้เผ่าพยัคฆ์ขาวจะรู้ความจริงภายหลังแต่พวกเขาก็ยังคงเชื่ออยู่ดีว่าเป็นคำสั่งของเผ่ามังกร
เพราะเผ่าพยัคฆ์ขาวไม่มีทางเชื่ออยู่แล้วว่าเผ่ามนุษย์ที่อ่อนแอหนึ่งคนจะมีกล้าบุกเข้าอาณาเขตของเผ่าแล้วลงมือสังหารอัจฉริยะของพวกมัน ถ้าไม่มีเผ่ามังกรค่อยให้ความช่วยเหลือ
ไผ่ส่ายหัวสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวแล้วรีบเดินทางกลับเผ่าวานรสวรรค์
“เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเจ้าสินะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ทันทีที่ไผ่ก้าวขาเข้ามาไผ่ก็ได้ยินเสียงพูดแล้วหัวเราะอย่างมีความสุดของหยวนชิงเทียนดังขึ้น
‘ไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะแพร่กระจายออกไปเร็วขนาดนี้’ หลังจากคิดเล็กน้อยไผ่ก็พอจะเข้าใจได้
ไผ่ไม่เสียเวลาพูดมากดึงต้นท้อวิญญาณสวรรค์ออกมาวางตรงหน้าหยวนชิงเทียนแล้วเอยด้วยรอยยิ้ม “เจ้านี่สินะที่เจ้ากำลังตามหา”
หยวนชิงเทียนตาโตจากนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างมีความเมื่อเห็นต้นท้อวิญญาณสวรรค์ ถึงแม้บนต้นจะไม่มีผลแล้วก็ตามแต่มันไม่สำคัญเลยเพราะเขาได้ต้นของมันมาแล้วต่อไปเขาจะมีผลของมันเอาไว้กินตลอดไป.