ด้วยความสงสัย ผมกลับหันไปมองร่างของอู๋เทียจูอีกครั้ง
มองแล้วมองอีกก็พบว่ามีาแที่แขนอย่างไม่สม่ำเสมอ..มันเหมือนรอยถูกกัดจากปากของศพคนนี้
แต่ปากของเขานูนเหมือนมีอะไรอยู่ในปากเขา
ผมกำลังงัดปากของอู๋เทียจู เพื่อหาดูในนั้นมีอะไร แต่ตำรวจก็ได้มาถึง
ชายี้เีเดินเข้ามาอย่างว่องไว "สหายตำรวจ..หลุมศพบรรพบุรุษของผมได้ถูกขโมยไป คุณต้องลงโทษอย่างหนักกับโจรพวกนี้!"
ทันทีที่ชายี้เีพูดอย่างมั่นใจ กลิ่นปากที่รุนแรง ก็ทำให้ตำรวจถึงกับส่ายหัวรับไม่ได้
สักพัก มีตำรวจท่านหนึ่งถามชายี้เีสืบสวนกับสิ่งตรงหน้า ส่วนตำรวจอีกคนถ่ายรูปเก็บเป็หลักฐาน
ชายี้เีเอาแต่พูดถึงหลุมศพบรรพบุรุษของตัวเอง
จนทำให้ตำรวจทนไม่ไหว จึงถามตัดบท "ผม้ารู้แค่ว่าพวกเขาเสียชีวิตได้อย่างไร?!"
ผมรีบพูดแทรก "ผมคิดว่าเขากัดแขนตัวเองจนเืออก!"
เมื่อผมพูดจบก็มีเสียงโห่หลายคนในเหตุการณ์
ตำรวจปฏิเสธที่จะเชื่อโดยธรรมชาติและถามผมด้วยรอยยิ้มว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น
ผมตอบกลับ "ดูที่แขนของศพ มีรอยกัดที่ชัดเจน"
แล้วจู่ๆ ก็มีแพทย์นิติเวชะโลงหลุมตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้วพยักหน้า แล้วตอบกลับเห็นด้วยอย่างที่ผมบอกไว้
ผมพูดอีกครั้ง "ดูอีกครั้งสิ เหมือนมีอะไรนูนๆ อยู่ในปากของศพด้วย"
แพทย์นิติเวชพยักหน้า เปิดชุดแพทย์ที่เขาถือติดตัว และใช้แหนบและคีมขนาดใหญ่สองตัวในการเปิดปากของศพอย่างแรง แล้วเขาหยิบส่วนของเนื้อที่ถูกกัดเน่าๆ ออกมาเป็จำนวนมากรวมถึงนิ้วเดียวก็ออกมาด้วย
ขณะนั้น ก็เริ่มมีฝูงชนพากันมุง พวกเขาดูหวาดกลัวกับสิ่งที่ผมพูดถึง
ท้ายที่สุดแล้ว ศพนี้วินิศฉัยแล้วว่า เขากัดตัวเองจนตาย
ซึ่งเป็เื่ผิดปกติในทุกด้าน อดไม่ได้ที่จะคิดเชื่อมโยงสาเหตุการตายเพราะถูกหลอกจนหลอน
ชายี้เียืนสมน้ำหน้า สมควรแล้วที่โดน
แพทย์มีอาการกลัวจากสาเหตุที่เกิดเล็กน้อยและไม่กล้าแม้แต่จะมองตรงไปที่หลุมศพเดี่ยวๆ ของนางสนม
เขายังรู้สึกถึงความชั่วร้ายจากศพเดี่ยวๆ ตรงนั้น เขาหันขอให้คนอื่นดึงเขาขึ้นออกจากหลุมทันที
และกลับไปพิจารณาตรวจสอบศพนั้นต่อ..สงสัยจะให้ประวัติป่วยทางจิต ผมที่กำลังวิเคราะห์สถานการณ์
ยังไงก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเป็เื่ของหลักสูตร
ตำรวจได้แจ้งครอบครัวอู๋เทียจูให้มารับศพ
หลังจากนั้นพวกตำรวจก็กลับกันหมด
ผมยังคงขอให้ชาวบ้านช่วยกันขุดหลุมศพนางสนมต่อไปจนเสร็จ
ชายี้เีถามผมด้วยท่าทางกังวล
"ตอนนี้เราเคลียร์กับศพอู๋เทียจูเรียบร้อยแล้ว..เรายังต้องทำอะไรต่ออีกมั้ย..แล้วทำไมถึงไม่ฝังเขาไว้ที่นี่ไปเลยละ?" ผมหลับตาส่ายหัวแล้วตอบกลับ "แบบนั้นไม่ได้ ผู้ตายถูกรบกวน ดังนั้น ควรฝังเขาทีหลังจะดีกว่า เละเื่เครื่องลายครามก็ยังนำทางให้เราต้องขุดสุสานโบราณนี้ออกมา จุดประสงค์คืออะไร? ..เพราะนอกจากการพบศพโจรแล้ว ยังควรมีเบาะแสอื่นซ่อนอยู่ในโลงศพข้างในนี้ด้วย" ตอนนี้ชายี้เีกำลังมีแนวทางของเองและพูดว่า "งั้นเรามาต่อกันเถอะ" เรายังต้องทำอะไรต่ออีกมั้ย..แล้วทำไมถึงไม่ฝังเขาไว้ที่นี่ไปเลยละ?"
ผมหลับตาส่ายหัวแล้วตอบกลับ "แบบนั้นไม่ได้ ผู้ตายถูกรบกวน ดังนั้น ควรฝังเขาทีหลังจะดีกว่า เละเื่เครื่องลายครามก็ยังนำทางให้เราต้องขุดสุสานโบราณนี้ออกมา จุดประสงค์คืออะไร? ..เพราะนอกจากการพบศพโจรแล้ว ยังควรมีเบาะแสอื่นซ่อนอยู่ในโลงศพข้างในนี้ด้วย"
ตอนนี้ชายี้เีกำลังมีแนวทางของเองและพูดว่า "งั้นเรามาต่อกันเถอะ"
ในขณะที่แงะอิฐออกรอบๆ จนได้เห็นสภาพห้องทั้งหมด มันมีขนาดไม่ใหญ่มาก...มีขวดกับกระป๋องกระจัดกระจาย
และโลงศพไม้เคลือบไปด้วยสีแดง แต่ฝาโลงนั้นถูกเปิดออก..ต้องเป็ฝีมือของอู๋เทียจูแน่ๆ
เมื่อผมเห็นชาวบ้านกำลังลังเลที่จะทำต่อ ผมก็ผูกเชือกไว้ที่งโลงศพด้วยตัวเอง แล้วขอให้ชาวบ้านดึงโลงศพขึ้น
หลังจากวางลง ชาวบ้านที่โลงก็ถึงกับเบิกตากว้างอย่างพูดไม่ออก
ศพของเธอไม่เน่าเปื่อย ส่วนของฟัน..เส้นผม และแม้แต่ขนตาของเธอยังเห็นเรียงกันอย่างชัดเจน
เธอยังคงสวมชุดนางสนมในพระราชวัง ดูสวยสดงดงาม มีรอยยิ้มอ่อนๆ และมือที่วางราบนิ้วเรียงกันดูสงบ
...เธอได้กลายเป็มัมมี่ไปแล้ว
ในมือเธอถือม้วนคัมภีร์ไว้แน่น
ทำให้ผมลังเลไปสักพัก จากนั้นก็เอื้อมมือหยิบม้วนคัมภีร์ออก แล้วค่อยๆ คลี่เปิดทีละน้อย
มีบทกวีอยู่
"ความประหลาดใจท่ามกลางความตาย ร้องไห้ไม่อาจพรากใจ"
"ขออภัย ข้าเหลือเพียงเงาอยู่บนโลก เราสองเคียงคู่ตายต่างทาง"
"สองคนพบกันที่ปลายทาง กระดูกขาวคู่อยู่ภูผาอันแห้งแล้ง"
"ยามมีชีพ พระองค์ทรงตามติด อ่านนึกคิดประวัติศาสตร์จรดเช้าเย็น"
"โลงศพอันสวยสดเงางาม หัวใจซ่อนร่างต่างเกินพรรณนา"
"เสียงหัวเราะล่วงปีจางหาย แปรเป็ฝุ่นผงพร่างพรายลมพัดมา"
"ความฝันวันนี้ดั่งฝนหลั่งพรั่งพราย สายน้ำตาเจือใจเกินกล่าวลา"
..แม้ว่าผมจะไม่เก่งภาษาจีนโบราณมากนัก แต่ผมเข้าใจว่าข้อความนี้ คือบทกวีความรัก
ความหมายทั่วไปคือคนๆ หนึ่ง เต็มไปด้วยความหวังคู่สามีภรรยาที่ตายไปแล้ว พวกเขายังคงคร่ำครวญเพราะไม่สามารถตายพร้อมกันได้
ทั้งคู่ทำได้แค่ร้องห่มร้องไห้ เมื่อได้แต่นึกถึงเื่ราวในอดีต
ถึงแม้ผมจะไม่เข้าใจเลยว่านางสนมคนนี้คือใคร แต่ผมคิดว่ารักของเธอได้ตายลงแล้ว
ในการปกครองของสังคมสักดินามรนางสนมมากมายนับไม่ถ้วนหวังจะได้ความโปรดปรานจากจักรพรรดิ
แต่ในความสิ้นหวัง พวกเธอจึงโดนฝากหวังไว้กับผู้อื่น
ไม่รู้ว่าจะมีใครโชคดีพอที่จะได้รับความรักที่เป็ความลับของเธอคนนี้
และโชคชะตาคงทำให้เธอต้องสิ้นหวังใน่ที่ยังเยาว์วัย
สันนิษฐานนี้ มันมีบางอย่างสัมพันธ์กับิญญาของเครื่องลายครามนั่น
ตอนนั้นผมไม่มีเวลาตรวจสอบเื่นี้
ผมจึงบอกให้ทุกคนช่วยกันปิดฝาโลง แล้วปิดผนึกด้วยตะปู
หลังจากนั้นให้ช่างฝีมือรับผิดชอบฝังหลุมศพ เพราะผมไม่สามารถควบคุมเื่นี้ต่อได้
ต่อมา พี่หลี่และผมได้กลับไปที่บ้านของชายี้เีและพบลำดับวงศ์ตระกูลบรรพบุรุษของเขา เราได้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติที่มาของิญญาเครื่องลายครามชิ้นนี้
ใน่ท้ายของราชวงศ์ชิงมีนามว่า นาลัน เป็นายพลผู้โด่งดังรุ่นหนึ่ง ได้พบกับนางสนมเข้าโดยบังเอิญ
จนกระทั่งพวกเขาตกหลุมรักกันั้แ่แรกเห็น..ชายนาลันชื่มชมกับความสามารถวรรณกรรมของเธอ ส่วนเธอชื่นชมความกล้าหาญของชายนาลัน
ในสภาวะแวดล้อมของระบบศักดินา
ขณะนั้น ทั้งสองฝ่ายยังคงต่อต้านกับแรงกดดันต่างๆ และพบกันอย่างลับๆ
ไม่นาน ชายนาลันได้รับาเ็สาหัสจากการสู้รบ และไม่สามารถมีชีวิตรอดต่อได้
นางสนมจึงอกหัก อดอาหารอยู่ 3 วัน 3 คืน ต่อให้พวกเขาไม่ได้เกิดในวันเดือนปีเดียวกัน
แต่เธอหวัง้าที่จะตายพร้อมกันในวันนึง
ชายนาลันเศร้าเสียใจ และเขาได้ทำพินัยกรรมทันที
โดยสั่งให้นำฟันกับขี้เถ้ากระดูกของเขา เพื่อปั้นผนึกลงในวัตถุเครื่องลายครามชิ้นนี้
โดยหวังว่าเขาจะได้อยู่กับนางสนมตลอดไป
และนางสนมด้วยความเสียใจไม่ต่าง เธอยอมรับทั้งหมดจากชายนาลันผู้เป็ที่รักของเธอไว้ เธอร้องไห้กอดมันไว้ทุกคืน
ต่อมาเธอใ เมื่อรู้ว่าเครื่องลายครามนั้นไม่ใช่วัตถุธรรมดา เธอรู้สึกถึงชายนาลันเคียงข้างเธออยู่ตลอดเวลา
การที่ได้อยู่ด้วยกันแบบนั้นทั้งวันทั้งคืน อาจเป็จุดจบที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา
เวลาผ่านไปไม่นาน มีกองกำลังทั้งแปดได้ทำา เพื่อยึดครองเมืองปักกิ่ง
นางสนมจึงหลบหนีออกจากราชวังอิมพิเรียล*พร้อมกับเครื่องลายครามได้อย่างปลอดภัยและได้นำสมบัติมากมายติดตัวมาด้วย
ซึ่งทั้งหมดนี้ เพียงพอสำหรับเธอที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้ตลอดชีวิต
ผมไม่คิดเลยว่า เขาจะยังยืนหยัดเพื่อปกป้องเธอ ถึงแม้นายนาลันจะเสียชีวิตไปแล้ว
เวลาผ่านไปนานหลายร้อยปีแล้ว ความรักของพวกเขายังไม่จืดจางลงเลย
แต่ตามข้อตกลง ผมกับพี่หลี่ เราควรนำเครื่องลายครามนี้กลับไปเป็รางวัลการค้าของเราในทริปนี้
ถึงยังไง ผมหนักใจที่จะพรากคู่รักในตำนานนี้ให้จากกันจริงๆ หรอ?
ยิ่งไปกว่านั้น จะต้องทำให้ิญญาตนนี้โกรธแค้นมากกว่าเดิมอีกแน่นอน
ดังนั้น ผมตัดสินใจปล่อยให้คู่รักคู่นี้ได้อยู่เคียงข้างกันจะดีกว่า
และหลังจากเหตุการณ์นี้ก็ทำให้พี่หลี่โกรธจนเมินผมไปแล้ว 3 วัน
แต่ท้ายที่สุด ผู้คนที่ถูกฝังอยู่ทั้งหมดก็ต้องมีความทุกข์กันอยู่แล้ว
ไม่ต้องพูดถึงพี่หลี่หรอก ผมเองยังรู้สึกเจ็บใจไม่ต่างกัน
แต่เพื่อการตอบแทน ชายี้เีก็ยังเลือกหาวัตถุจากศพบางส่วนในสุสานโบราณมามอบให้พวกเราอยู่ดี
สิ่งพวกนี้ล้วนมาจากวังและมีคุณค่า..เราจึงยังได้กำไรอยู่บ้าง
นับั้แ่ย้ายหลุมศพ ชายี้เีก็ไม่เจออะไรแปลกๆ ที่อันรายต่อเขาเองอีกเลย อาจต้องขอบคุณบรรพบุรุษของเขา
ต่อมาเขาหาเงินได้มากมายจากสมบัติของบรรพบุรุษ และยังได้เปลี่ยนตัวเองทำงานหนักจนกลายเป็นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไปแล้ว
ให้เทียบกับความสำเร็จระหว่างชายี้เีกับครอบครัวของอู๋เทียจูพวกเขากลับมีความทุกข์ทรุดลงเรื่อยๆ
เพราะพ่อของอู๋เทียจือได้รับอุบัติเหตุทางรถยยนตร์ ส่วนแม่เขาไม่สามารถทนต่อแรงกดดันทั้งหมดต่อได้ เธอดื่มยาเพื่อฆ่าตัวตาย เหลือไว้แต่น้องชาย เขาพิการไม่สามารถถ่ายอุจจาระออกมาได้
ชาวบ้านต่างรู้ก็กันว่าครอบครัวของเขาได้รับผลกรรมไปแล้ว
หลี่หม่าจือเองก็ถามก่อนหน้านี้เหมือนกันว่าครอบครัวนั้นเป็ยังไงต่อ
ผมได้แต่ยิ้มไม่พูดอะไร
จะมีใครรู้ อาจมีใครสักคนกำลังจับตาดูพวกเราอยู่ก็ได้
สำหรับเื่ของครอบครัวอู๋เทียจูทีมีน้องชายที่พิการ
เรียกว่าระบบการทำงานทวารหนักที่บกพร่องั้แ่กำเนิด แต่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการผ่าตัดเท่านั้น
*แลคเกอร์ (Lacquer) : [ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศจีน เป็ผลิตภัณฑ์ของเหลวที่ประกอบด้วยสารหลายชนิด ได้แก่ สารเคลือบ ตัวทำละลาย และสารปรับปรุงคุณภาพ ถูกใช้ประโยชน์อย่างมากสำหรับเคลือบผิววัสดุ โดยเฉพาะในงานแผ่นโลหะ และงานไม้ ทำหน้าที่ทำให้เกิดความเงางาม ช่วยกันน้ำ และทนต่อการกัดกร่อน]
*ราชวังอิมพิเรียล : [ที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ก่อสร้างขึ้นในพื้นที่เดิมของปราสาทเอโดะซึ่งเป็ที่พำนักของโชกุน่ก่อนปี 1868]