หลังจากที่แน่ใจแล้วว่า"นายเล็กดำดำ" หรือไอ้มนุษย์ถ่านที่ตกลงมาจากฟ้านั้นอยู่ในสภาพร่อแร่ปางตายเกินกว่าจะลุกขึ้นมาหักคอกระรอกกินเป็มื้อดึกได้ การันต์ ในร่าง ไอ้จ้อยก็เริ่มปฏิบัติการ "สำรวจทรัพย์สิน" ทันทีแม้ใจหนึ่งจะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็โจรขโมยศพแต่อีกใจหนึ่งเขาก็รู้ดีว่าในโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กแบบนี้ ถ้าเขาไม่คว้าโอกาสไว้เขาก็อาจจะเป็ฝ่ายที่โดนถลกหนังเสียเอง
จ้อยะโขึ้นไปบนร่างที่นอนหงายหอบหายใจพะงาบๆ อย่างไม่เกรงอกเกรงใจเขาใช้เท้าหน้าที่สั้นจู๋แต่คล่องแคล่วตะกุยตะกายไปตามร่างกายที่ไหม้เกรียมเป็ตอตะโกเศษผ้าสีดำที่เคยเป็ชุดคลุมอันสง่างาม บัดนี้มันกรอบเป็ผงเพียงแค่เขาสะกิดเบา ๆมันก็แตกสลายกลายเป็เถ้าถ่านปลิวหายไปตามแรงลมจ้อยฉีกทึ้งเศษผ้าเ่าั้ทิ้งจนหมดสิ้นจนกระทั่งร่างของนายเล็กดำดำล่อนจ้อนไม่เหลืออะไรปิดบังสายตาแม้แต่ชิ้นเดียวท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมายังเสือลำบากในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน
แต่สิ่งที่จ้อยพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าที่ชวนให้หงุดหงิดใจเป็ที่สุด...ไม่มีแม้แต่ย่ามอาคมมิติที่น่าจะซ่อนอยู่ในสาบเสื้อไม่มีพระอบมิติใบจิ๋วที่ยอดฝีมือมักจะพกไว้ในอกเสื้อเพื่อเก็บของล้ำค่าหรือแม้แต่เศษศิลาบุญบารมีสักก้อนที่จะช่วยต่อลมหายใจหรือใช้แทนเงินตราก็ไม่มีติดตัวมาเลยแม้แต่ชิ้นเดียว!
"ข้าบอก... ข้าบอกเ้าแล้วไง... ว่าข้าไม่เหลืออะไรแล้ว..."นายเล็กดำดำครางออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแฝงไปด้วยความอัปยศที่ต้องมาถูกกระรอกตัวจ้อยรุกรานร่างกายในสภาพชีเปลือยต่อหน้าพระจันทร์แบบนี้
จ้อยหยุดชะงักลงด้วยความขัดใจเขาคว้ากิ่งไม้ข้างตัวมาบรรจงเขียนลงบนพื้นทรายสีเงินด้วยแรงอารมณ์:[น้านี่มันตัวซวยของจริงเลยนะเนี่ย! ปกติคนที่ตกมาจากฟ้าสภาพนี้อย่างน้อยต้องมีของล้ำค่าติดตัวมาบ้างสิ แต่น้านี่อะไร? ตกลงมาตัวเปล่าเล่าเปลือยพระอบมิติก็ไม่มี ย่ามอาคมก็หาย แถมตัวยังดำปึดปื๋อหาที่ชมไม่ได้ซักจุด เสียแรงผมเหนื่อยค้นจนเหงื่อซึมขนหมดเลยนะน้า!]
"ข้าเป็... คนนะโว้ย! ไม่ใช่คลังสมบัติของใคร!"นายเล็กดำดำรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายะโกลับมาจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด
จ้อยแสยะยิ้มแบบกวนโอ๊ยสุดชีวิตแล้วรีบขีดเขียนประโยคปั่นประสาทลงไปทันที:[น้าจะบ้าเหรอ? น้าบอกว่าเป็ 'สิบคน' เมื่อกี้ผมยังได้ยินอยู่เต็มสองหูเลยแล้วตอนนี้ทำไมเหลือคนเดียวล่ะ? น้าเห็นคนอื่นอีกเก้าคนมารุมล้อมน้าอยู่ข้างหลังหรือไง?]
"ข้าบอกว่าข้าคือ 'คน' หนึ่งคน!หูหนวกหรือไงไอ้สัตว์หน้าขน!"นายเล็กดำดำเถียงคอเป็เอ็นจนเส้นเืที่ลำคอปูดโปน
[โถๆน้าขี้โม้อีกแล้ว เมื่อกี้ยังยืนยันหนักแน่นว่าสิบคนแป๊บเดียวกลายเป็เก้าสิบเอ็ดคนไปแล้วน้าไปเอาพรรคพวกมาจากไหนเยอะแยะบนดวงจันทร์ร้างที่มีแค่ผมกับน้าเนี่ย?] จ้อยเขียนพร้อมทำท่าขวัญอ่อนหวาดกลัวแบบจอมปลอม
"อั้ก!" นายเล็กดำดำถึงกับกระอักเืสีเข้มออกมาคำโต ความโกรธแค้นที่ถูกปั่นหัวบวกกับความอ่อนแอของร่างกายทำเอาพลังชีวิตขาดห้วงไปดื้อ ๆเขาตาเหลือกค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคอพับสลบเหมือดไปทันที
จ้อยถอนหายใจทิ้งพลางยืนมองร่างนั้นด้วยสายตาเซ็งจัดแต่ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับ จู่ๆ ในหัวของเขาก็เกิดเสียงดังสนั่นเหมือนเสียงระฆังแตกมันคือเสียงที่ฟังดูเ้าเล่ห์ แหลมเล็ก และเต็มไปด้วยความชั่วร้ายสุดขีดมันะโก้องสั้นๆ ว่า "ขโมย!"
พริบตานั้นเองจ้อยรู้สึกเหมือนสมองถูกกระชากด้วยตะขอเหล็กความรู้ประหลาดผุดขึ้นมาทีละอย่างสองอย่างมันคือเคล็ดวิชาคาถาอาคมลึกลับที่ชื่อว่า 'วิชาโจรปล้น์' พร้อมกับเสียงสวดคาถาที่ดังแว่วมาจากความมืดมิดในจิตใจเป็เสียงที่ดุดันและอาฆาตมาดร้ายอย่างที่สุด:
"เงินมึงก็คือของกู ของของมึงก็คือของกู แม้แต่กางเกงในมึงก็คือของกู...แม้แต่เส้นขนก็ไม่เหลือให้มึงเห็น พุทธัง บังตา ธัมมัง บังตา สังฆัง บังตา!"
จ้อยถึงกับสะดุ้งสุดตัว"แม่เ้า... คาถาอาคมนี้มันช่างเข้มขลังและหน้าด้านหน้าทนได้ใจผมจริงๆ!มีทั้งบังตา มีทั้งยึดของ แถมยังจองจำยันกางเกงใน!" แต่ถึงจะนึกด่าในใจยังไงมือและสัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขากลับตอบสนองไปเองประหนึ่งโดนผีสิงเขาเริ่มขยับตัวทำท่าทางตามเคล็ดวิชาที่ผุดขึ้นมาในหัวพร้อมกับท่องคาถาบทนั้นในใจซ้ำไปซ้ำมาเพื่อหลอมรวมพลัง
ทันใดนั้นแสงสีเหลืองนวลประหลาดพุ่งออกจากร่างของนายเล็กดำดำเหมือนกลุ่มควันที่ถูกลมพัดแรงๆ มันม้วนตัวเป็วงกลมก่อนจะพุ่งมุดหายเข้าไปในกลางอกของจ้อยอย่างรวดเร็ว!เขาร้องจี๊ดด้วยความใพยายามจะเอาอุ้งเท้าตะปบหน้าอกเพื่อแหวะเอาไอ้แสงบ้านั่นออกมาเพราะกลัวจะเป็คุณไสยแต่สายไปเสียแล้วความร้อนสายหนึ่งพุ่งพล่านจากท้องผ่านลำคอจนเขารู้สึกแสบพร่าเหมือนโดนน้ำกรดลวกก่อนที่พลังงานนั้นจะพุ่งพรวดเข้าสู่ดวงตาทั้งสองข้างของเขาอย่างรุนแรงจนเห็นภาพซ้อนเป็สีทองไปหมด
จ้อยหลับตาปี๋ด้วยความเ็ปที่เหมือนมีเข็มแหลมเล็กนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าไปในลูกตาแต่พอความเจ็บนั้นจางหายไปและเขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง...โลกที่เขาเคยเห็นก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง!
เขามองเห็นทุกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งประหนึ่งดวงจันทร์ทั้งดวงถูกประดับด้วยดวงประทีปหมื่นดวงส่องสว่างแม้แต่ในซอกหลืบหินที่มืดมิดที่สุดเขาก็เห็นรายละเอียดของมดและแมลงได้อย่างครบถ้วนและเมื่อเขาหันกลับไปมองร่างของนายเล็กดำดำเขาก็เห็นตัวหนังสือสีทองเรืองรองลอยเด่นอยู่เหนือร่างนั้นว่า[เนตรทิพย์จำแนกสมบัติ]
จ้อยรีบนั่งนิ่งๆแล้วใช้จิตสำรวจเข้าไปในสมองตัวเอง เขาก็พบว่าบัดนี้มีตำราเล่มหนาที่ชื่อว่า"เนตรทิพย์" วางตระหง่านอยู่เมื่อลองพลิกเปิดอ่านดูจึงรู้ว่ามันคือวิชาเอกเทศของสำนักที่นายเล็กดำดำเคยสังกัดอยู่มันมีไว้เพื่อใช้มองทะลุเปลือกนอกเพื่อค้นหาของล้ำค่าที่ซ่อนอยู่ ใครที่ฝึกฝนจนถึงขั้นสูงสุดจะมองเห็นได้กระทั่งจุดอ่อนของอาวุธระดับชั้นครูหรือแม้แต่วิธีการปรุงยาที่ซับซ้อนเกินกว่าคนธรรมดาจะเข้าใจ!
"โอ้โห... วิชานี้มันเกิดมาเพื่อคนรักความก้าวหน้าอย่างผมชัดๆ!"จ้อยยิ้มแก้มปริจนเห็นฟันกระรอกที่ดูเ้าเล่ห์ไม่แพ้วิชาที่เพิ่งได้มาแม้ในตำราจะระบุชัดว่าวิชานี้ไม่มีพลังโจมตีใดๆ แต่สำหรับจ้อยแค่มองเห็นว่าอะไรคือสมบัติ อะไรคือขยะ ก็ถือว่าได้กำไรมหาศาลเกินบรรยายแล้ว
เมื่อได้ใจและเห็นหนทางที่จะรวยลัดฟ้าจ้อยก็เริ่มปฏิบัติการ "ขโมย" ต่อทันทีโดยไม่รีรอแม้แต่วินาทีเดียวเขานั่งลงข้างร่างนายเล็กดำดำที่เริ่มขยับตัวขลุกขลิกเหมือนคนใกล้จะฟื้นคืนสติแล้วเริ่มร่ายคาถาอาคมด้วยท่าทางจริงจังประหนึ่งสัปเหร่อสวดิญญา:
"เงินมึงก็คือของกู ของของมึงก็คือของกู แม้แต่กางเกงในมึงก็คือของกู...แม้แต่เส้นขนก็ไม่เหลือให้มึงเห็น พุทธัง บังตา ธัมมัง บังตา สังฆัง บังตา!"
จ้อยร่ายคาถาไปพลางลูบไล้อุ้งเท้าไปตามิัไหม้ๆ ของชายคนนั้นอย่างไม่ลดละ เพื่อกระตุ้นวิชาขโมยให้ทำงานอีกครั้งนายเล็กดำดำที่เพิ่งลืมตาขึ้นมาสลัว ๆเห็นใบหน้ากระรอกเ้าเล่ห์ที่กำลังแสยะยิ้มพราย ดวงตาวาววับเป็ประกายสีทองประหลาดพร้อมกับเสียงพึมพำคาถา "มึง-กู"ที่มาพร้อมกับการอ้างคุณพระรัตนตรัยมาบังตาเพื่อฉกของ!
ความสยองขวัญสั่นประสาทพุ่งเข้าจู่โจมนายเล็กดำดำอย่างรุนแรงถึงขีดสุด"พระเ้าช่วย... นี่ข้าต้องมาโดนกระรอกสวดคาถาอาคมชั้นสูงใส่รึนี่!แถมมันยังบังตาข้าไม่ให้เห็นเส้นขนตัวเองอีก! คาถามันช่างวิปริตผิดมนุษย์อะไรขนาดนี้!"เขาคิดได้เพียงเท่านั้นก็ใจนความดันพุ่งปรี๊ดหน้ามืดสลบเหมือดไปเป็รอบที่เท่าไหร่ของวันก็คร้านจะนับแล้ว
ในที่สุดหลังจากจ้อยพยายาม "ล้วง"พลังงานอยู่นับร้อยนับพันครั้งจนเหงื่อกาฬไหลพรากเปียกขนไปทั้งตัวเขาก็รู้สึกถึงพลังงานก้อนใหญ่พุ่งเข้าหาสมองอีกครั้งคราวนี้มันมาพร้อมกับรูปภาพที่เคลื่อนไหวได้มากมายเหมือนเงาในกระจกที่ซ้อนทับกันอยู่เขาตาโตเท่าไข่ห่านรีบเปิดดูด้วยความตื่นเต้นอย่างที่สุด
แต่สิ่งที่ปรากฏเด่นชัดต่อหน้าต่อตาคือตัวอักษรตัวเขื่องที่เขียนไว้บนหน้าปกตำราในหัวว่า[คู่มือตำราการเสพสังวาลฉบับสมบูรณ์]
จ้อยถึงกับหน้าถอดสีประหนึ่งโดนกระสอบข้าวสารทับหน้าเข้าอย่างจัง"นี่ผมยอมเสียแรง เสียน้ำลายร่ายคาถามึงกู พุทธังบังตาจนปากแห้งแตกระแหงเพื่อมาได้ตำราท่าทางประหลาด ๆ นี่เนี่ยนะ? ไอ้เ้าสำนักนายเล็กดำดำนี่มันวัน ๆฝึกแต่อะไรของมันวะเนี่ย!จิตใจมันช่างหมกมุ่นต่ำตมยิ่งกว่าโคลนก้นบ่อเสียอีก!"แต่ในขณะที่ปากก็นึกด่าไป มือเ้ากรรมดันลองเปิดดูภาพวาดข้างในอย่างละเอียดเขาก็เริ่มนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แววตากระรอกเริ่มเป็ประกายวาววับแปลก ๆ"เอ้อ... จะว่าไป ท่าทางพวกนี้มันก็ดูแหวกแนวและล้ำลึกพิสดารดีนะเนี่ยลายเส้นการวาดก็สวยงามประณีตแถมยังเป็มุมมองแบบรอบทิศทางที่ผมไม่เคยเห็นในม้วนภาพที่ไหนในโลกเก่าเลยวุ้ย...ถึงจะไม่ได้ช่วยให้บินได้หรือสู้รบตบมือกับใครเก่งขึ้นแต่เก็บไว้ศึกษาเป็วิชาความรู้รอบตัวเสริมทักษะชีวิตก็น่าจะไม่เสียหายอะไรล่ะมั้ง"จ้อยบ่นพึมพำปลอบใจตัวเองพลางเก็บตำราลงในซอกหลืบที่ลึกที่สุดของสมองแล้วหันไปมองนายเล็กดำดำด้วยสายตาที่ดูแคลนปนเวทนาเป็ที่สุด"นอกจากตัวจะดำเป็ตอตะโกแล้ว จิตใจมึงยังหมกมุ่นกว่ากูหลายเท่าตัวนักนายเล็กดำดำเอ๊ย! เสียชื่อยอดฝีมือที่อุตส่าห์บินข้ามฟ้ามาจริง ๆ!"