วินเทอร์มองตามหลังเลน่าที่เดินกลับเข้าไปในห้องส่วนตัวของเธอด้วยสีหน้าผ่อนคลาย ก่อนที่จะมองไปยังรอบ ๆ ห้องรับแขก ที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายและบ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าห้องชุดแห่งนี้นั้นไม่ได้ถูกเ้าของเข้ามาพักผ่อนหรืออาศัยอยู่อย่างจริง ๆ จัง ๆ เสียเท่าไหร่อย่างพิจารณา
เหมือนว่าการที่เลน่าต้องอยู่คนเดียวในคอนโดแห่งนี้นั้น จะทำให้น้องสาวที่เขาไม่ได้เจอมานานต้องรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวไม่น้อยเลย
วินเทอร์มองไปยังกล่องกล่องหนึ่งที่ถูกวางเอาไว้ใกล้ ๆ กับหน้าต่างบานใหญ่ที่สามารถมองเห็นวิวของตึกสูงในเมืองหลวงแห่งนี้ได้อย่างชัดเจนด้วยความรู้สึกสนใจ หลังจากที่เขาจะเดินไปดูกล่องใส่ของกล่องนั้นใกล้ ๆ จึงได้รู้ว่ามันคือภาพถ่ายและอัลบั้มภาพครอบครัวของเลน่าที่ถูกวางเรียงอยู่ในนั้นหลายเล่มด้วยกัน
ชายหนุ่มหยิบกรอบรูปอันเล็กอันหนึ่งขึ้นมา ในภาพถ่ายมีชายหญิงคู่หนึ่งและเด็กสาววัยที่กำลังส่งยิ้มมีความสุขออกมาเสียจนใครเห็นก็ต้องยิ้มตามอยู่ในนั้นอย่างเป็ธรรมชาติ
ภายในภาพบ่งบอกได้เป็อย่างดีโดยไม่ต้องให้ใครมาเสียเวลาอธิบายเลยแม้แต่น้อย ว่าพวกเขาคือครอบครัวเดียวกันและมีความอบอุ่นอยู่ภายในความสัมพันธ์ของพวกเขามากมายจนล้นปรี่แค่ไหน
“ตอนนั้นคุณแม่กับคุณพ่อดูมีความสุขมากเลยใช่ไหมคะ” เสียงของเลน่าเอ่ยขึ้นจากทางด้านหลังของวินเทอร์พลางมองภาพที่เขาถืออยู่ด้วยรอยยิ้ม
“เลน่าก็ดูมีความสุขมากเหมือนกันครับ” เขาหันกลับไปตอบ
“จริงด้วยค่ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยแววตาเศร้า ๆ
“ภาพพวกนี้...”
“เป็อย่างเดียวที่ครอบครัวลุงอีธานบอกว่าทางการให้เก็บออกมาโดยไม่เอาไปตีราคาค่ะ” เลน่าบอกเสียงเรียบ
“ทำไมถึงเหลือแค่นี้...” วินเทอร์พึมพำออกมาอย่างครุ่นคิด
“เหลืออีกค่ะ ภาพวาดกับรูปครอบครัวขนาดใหญ่ ๆ ม้วนอยู่ทางด้านนู้น” เลน่าบอกพลางหันไปชี้ให้วินเทอร์ดูภาพขนาดใหญ่หลาย ๆ ภาพที่ม้วนรวมอยู่ในมุมหนึ่ง
“ทำไมมันถึงถูกม้วนเอาไว้แบบนั้นล่ะครับ”
“คุณลุงอีธานบอกว่ากรอบของภาพพวกนั้นราคาแพงและสามารถนำไปตีราคาได้ ทางการเลยยึดมันไปด้วยค่ะ” เลน่าตอบ
เธอไม่รู้เื่พวกนี้มากนัก เพราะในตอนที่เธอกลับมาถึงที่นี่ เื่ทุกอย่างที่ต้องจัดการอีธานก็ออกหน้าจัดการแทนเธอไปหมดแล้ว รวมถึงงานศพพ่อแม่ของเธอด้วย ดังนั้นของในบ้านที่เธอได้กลับมาจึงมีแค่ภาพถ่ายและภาพเขียนเหล่านี้เพียงเท่านั้น
“เอาภาพของพวกท่านไปด้วยดีไหมครับ” วินเทอร์ถามเลน่าด้วยรอยยิ้มอย่าง้าเปลี่ยนเื่
ความจริงแล้วเื่นี้เป็เื่ที่ไม่ปกติเป็อย่างมากในสายตาของเขา แต่วินเทอร์ก็ยังไม่อยากพูดอะไรออกไปในตอนนี้ เพราะเขายังไม่มีหลักฐานและข้อมูลเกี่ยวกับเื่นี้มากพอ
ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเื่คุยกับเลน่าเพื่อเป็การดึงเธอออกจากความเศร้าที่ปรากฏอยู่บนแววตาของเธอไปก่อนแทน
“เอาไปแน่นอนอยู่แล้วค่ะ” เลน่าบอกก่อนที่จะค้นภาพถ่ายที่อยู่ในกล่องนั้นอีกครั้งอย่างกระตือรือร้น
วินเทอร์มองเลน่าที่นั่งลงค้นรูปภาพในกล่องนั้นอยู่เงียบ ๆ ข้าง ๆ เธอพลางดูภาพถ่ายที่เลน่ากำลังหยิบออกมาไปด้วยอย่างสนใจ
“พี่วินเทอร์ จำภาพนี้ได้ไหมคะ” เลน่าถามเขาก่อนจะยื่นภาพของเด็กชายและเด็กหญิงคู่หนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กันให้อีกฝ่ายดูด้วยรอยยิ้ม
“จำได้สิ ไม่คิดว่าเลน่ายังเก็บภาพพวกนี้เอาไว้อยู่” เขามองภาพนั้นแล้วยิ้มออกมาทันที
“ตอนนั้นคุณแม่เป็คนเอาไปใส่กรอบมาให้เลน่าเลยนะคะ จะไม่เก็บได้ยังไง ภาพความทรงจำเชียว” เลน่าตอบกลับ
“ขนาดนั้นเลยเหรอ” เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงขบขันปนเอ็นดู
“ขนาดนั้นเลยค่ะ ถ้าเลน่าเอาภาพนี้ไปขายนะ รวยเละแน่” หญิงสาวตอบกลับด้วยสีหน้าซุกซน
“งั้นพี่ขอซื้อเลยแล้วกัน” วินเทอร์รีบเอ่ย
“พี่จะซื้อรูปตัวเองไปทำไมกันคะ ตอนนี้เลน่ายังขายให้ไม่ได้หรอกค่ะ” เธอตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
รูปที่กำลังเป็ประเด็นอยู่ในตอนนี้นั้นเป็ภาพถ่ายในสมัยที่เลน่าและวินเทอร์ยังอยู่ในวัยเด็กแล้วถูกเหล่าแม่ ๆ ของทั้งสองคนถ่ายภาพเก็บเอาไว้เป็ที่ระลึก
ซึ่งภาพนี้เป็ภาพเลน่าในวัยเพียง 5 ขวบและวินเทอร์ในวัย 9 ขวบเท่านั้น ดังนั้นเด็กในภาพนี้จึงกำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าชังเป็อย่างมากเลยทีเดียว
จะติดอยู่เล็กน้อยก็ตรงที่ว่าเด็กชายในภาพนั้นเผยรอยยิ้มเพียงเล็กน้อยแต่แววตาของเขากลับแสดงออกมาถึงความเศร้าและเ็าเสียแตกต่างไปจากเด็กทั่วไปจนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว
“ทำไมตอนนี้ยังขายไม่ได้ล่ะครับ”
“ต้องเอาไปอัดมาเพิ่มก่อนสิคะ จะได้ขายได้อีกหลาย ๆ ใบ” เธอตอบด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์
“เลน่า” เขาเรียกเธอเสียงดุ
“ล้อเล่นค่ะ ล้อเล่น อย่าทำเสียงเข้มสิคะ เสียวสันหลังหมดเลย” หญิงสาวรีบบอกก่อนทำสีหน้าระแวงเกินจริงออกมา
“ไม่ต้องทำหน้าตาแปลก ๆ แบบนั้นเลย อยากเป็นักแสดงหรือไงเราน่ะ” วินเทอร์เบรกการแสดงของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว
“ถ้าอยากเป็พี่วินเทอร์จะช่วยไหมคะ เลน่ากำลังหารายได้พิเศษอยู่พอดีเลย” เธอตอบเขาเสียงใส
“ไม่ช่วยครับ นักแสดงไม่เหมาะกับเลน่า”
“ไม่เสียเวลาคิดหน่อยเหรอคะ” เธอถามเขากลับพลางทำหน้ายู่
“ถ้าเลน่าอยากทำจริง ๆ มาทำงานเป็เลขาพี่ดีกว่าครับ ได้เงินเดือนเยอะกว่า แถมไม่ต้องออกไปทำงานกับคนที่ไม่รู้จักให้วุ่นวายด้วย” เขาตอบเธออย่างใจกว้าง
“เลน่าแค่พูดเล่นค่ะ พี่วินเทอร์ไม่ต้องคิดจริงจังขนาดนั้นสิคะ เลน่าจะกล้าไปรบกวนพี่แบบนั้นได้ยังไง” เธอตอบกลับ ก่อนที่จะเก็บภาพในกรอบรูปอันเล็กสองอันเข้ากระเป๋าอย่างรวดเร็ว
ซึ่งภาพที่เลน่าเลือกหยิบติดตัวไปด้วยคือภาพของเธอและครอบครัว 1 ภาพ และภาพคู่ของเธอและวินเทอร์เมื่อครั้งยังเด็กอีก 1 ภาพนั่นเอง
วินเทอร์ที่มองการกระทำที่แสนเป็ธรรมชาติของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าของเขาด้วยความรู้สึกสนใจ แม้ว่าเธอจะต้องเจอกับเื่ที่สร้างความเ็ปจากการสูญเสียมากขนาดไหน เธอก็ยังเข้มแข็งและสามารถยิ้มออกมาได้เสมอจนเขาเองก็ยังอดที่จะนับถือไม่ได้
วินเทอร์ถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่เลน่าเก็บของของเธอเอาไว้ในนั้นเดินลงมาจากห้องพักพร้อมกับหญิงสาวเ้าของห้องอย่างสบาย ๆ โดยที่เลน่าเดินตามชายหนุ่มตัวปลิวอย่างสบายเพราะในมือของเธอมีเพียงกระเป๋าถือใบเล็กที่เบาแสนเบาเพียงเท่านั้นนั่นเอง
#เหลือแค่ภาพถ่ายไว้ดูต่างหน้าเท่านั้นค่ะ กรอบแพง ๆ ก็ไม่เหลือ งือออ
(。•́︿•̀。)
#ยัยน้องจะอัดรูปคนพี่ตอนเด็กไปขายแล้วค่ะล่าสุด ฮ่าๆๆๆ
(⁎˃ᴗ˂⁎)
#ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
( ´͈ ᵕ `͈ )◞♡