
....เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนส่องลงมาที่ลานฝึกกลางสำนัก เสียงลมพัดพริ้วผ่านต้นไม้ใหญ่ ผิวใบไม้สะท้อนแสงเป็ประกายเหล่าศิษย์ถูกเรียกให้มารวมตัวโดยผู้าุโของสำนัก ใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความสงสัยและตื่นเต้น
หลินเซียนมายืนร่วมกับศิษย์คนอื่นด้วยใบหน้าเรียบเฉย มีรอยช้ำเล็กน้อยที่ใบหน้า และแขนที่โผล่ออกมาจากเสื้อ สวมใส่ชุดสีขาวเก่าๆ แต่เขาก็ยังดูมีเสน่ห์และมีประกายเด่นกว่าคนอื่นๆ อยู่ดี
หลิวเซี่ยงชำเลืองมองเขาด้วยสายตาเยาะเย้ย และถ่มน้ำลายรดพื้น เหตุการณ์คืนที่ผ่านมา แม้นมีบางคนรู้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าที่จะพูดถึง หรือออกมาปกป้องหลินเซียนเลยแม้แต่คนเดียว ด้วยความหวั่นเกรงอิทธิพลตระกูลหลิวที่ยิ่งใหญ่นั่นเอง
“วันนี้ท่านอาจารย์เฉิงเสินและจื่อหยง ได้กลับมาจากการฝึกฝนกับสำนักเซียนขั้นสูง พวกท่านบรรลุขั้นสร้างแกนปราณขั้นต้นได้แล้ว ั้แ่นี้ไปพวกเ้าจะได้ร่ำเรียนวิชาชั้นสูงจากพวกท่าน”
ผู้าุโประกาศ เสียงดังชัดเจนทำให้ทุกคู่ตาหันมามอง
อาจารย์เฉิงเสินปรากฏตัวขึ้น ร่างสูงโปร่ง ผิวขาวราวกับหยก หน้าตาหล่อเหลาเรียบสง่า ดวงตาเป็ประกายสว่างและแฝงความอบอุ่น รอยยิ้มบางเบาแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทำให้หัวใจของศิษย์หลายคนเต้นไม่เป็จังหวะ
ด้านอาจารย์จื่อหยง ผิวแทนเข้ม ขนาดร่างสูงใหญ่คล้ายลิงั์ ฟันหน้าเหยินเล็กน้อยและหลังค่อมเล็กๆ ทำให้เขาดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและความมั่นคง
สองอาจารย์ยืนเคียงกันอย่างสง่างาม แต่ละท่าทางแสดงถึงพลังปราณขั้นสูง
เหล่าศิษย์เงียบไปชั่วครู่ ทุกคนรับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างสองอาจารย์ ทั้งเสน่ห์เย้ายวนของคนหนึ่ง และความหนักแน่นมั่นคงของอีกคน
เสียงลมพัดผ่าน ใบไม้ไหวเบาๆ แต่บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความเคารพและความตื่นเต้น ทุกสายตาจับจ้องที่อาจารย์ทั้งสองนี้
อาจารย์เฉิงเสินชำเลืองตามามองหลินเซียนแล้วยิ้มให้ หลินเซียนยิ้มที่มุมปากนิดๆ แล้วก้มศรีษะเล็กน้อยแสดงความเคารพตอบ
หลังเลิกแถว มีเ้าหน้าที่เดินเข้ามาหาหลินเซียนบอกว่าให้ไปหาท่านอาจารย์เฉิงเสินที่ห้องพักอาจารย์ด้วย หลินเซียนพยักหน้าและค่อยๆ เดินไปห้องพักอาจารย์
....แสงอ่อนจากหน้าต่างไม้สาดเข้ามาในห้องพักของอาจารย์เฉิงเสิน โต๊ะไม้เรียบวางกาน้ำชาและถ้วยชาอย่างเป็ระเบียบ
เขานั่งสงบบนเก้าอี้ จับถ้วยชาในมือดื่มช้าๆ ชิมรสชาติด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตาเย็นเยียบแต่เต็มไปด้วยความสงบภายใน
เสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง ใบไม้ไหวเบาๆ ผสมกับไอหอมจากชา ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนหยุดเวลาไว้
อาจารย์เฉิงเสินวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ชะโงกหน้ามองหลินเซียนด้วยรอยยิ้มอ่อน
เมื่อเขาเห็นหลินเซียนเคาะประตูและเดินเข้ามาในห้อง
“หลินเซียน…อาจารย์ได้ยินมาว่าเ้าคือศิษย์ที่เก่งที่สุดในรุ่นนี้ ไม่สิ! เก่งกว่าศิษย์พี่หลายๆ คนด้วยซ้ำ” เสียงเขาอ่อนโยนแต่หนักแน่น
หลินเซียนก้มหัวนิดๆ ยิ้มเขิน “ข้าเพียงทำเต็มที่ตามที่อาจารย์ทุกท่านสอนขอครับ”
อาจารย์เฉิงเสินหัวเราะเบาๆ “เ้าช่างถ่อมตัว ข้าชอบ แต่ความสามารถเ้า…เด่นชัดเกินใครจริงๆ”
เขามองไปที่ชุดเซียนสีขาวพับเรียบร้อย
“นี่…ชุดเซียนใหม่ ให้เ้าแทนชุดเก่าที่ใส่อยู่ ชุดตอนนี้มันไม่เหมาะกับหน้าตาหล่อเหลาของเ้าเลยนะ”
หลินเซียนแสดงความใเล็กน้อย “ท่านอาจารย์…ข้าไม่สมควรเลยขอครับ”
“สมควรสิ! คนเก่งต้องคู่กับสิ่งที่คู่ควร” เสียงอาจารย์อบอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์
เขายังหยิบขวดยาทาแผลขึ้นมา วางไว้บนมือหลินเซียน
“เห็นหน้าและแขนเ้ามีรอยช้ำ ข้าจะให้ยานี้ เป็ยาสมานแผลชั้นดีที่ข้าได้มาจากสำนักเซียนขั้นสูง”
หลินเซียนค่อยๆ รับ ก้มศรีษะคำนับ ยิ้มบางเบา “ขอบ...ขอบคุณขอครับท่านอาจารย์”
อาจารย์เฉิงเสินเอียงศีรษะเล็กน้อย มองลึกเข้าไปในตาหลินเซียน
“ข้าชอบคนเก่ง…และข้าอยากเห็นเ้าเก่งขึ้นยิ่งกว่านี้”
หลินเซียนรู้สึกถึงความอบอุ่น ความห่วงใยซ่อนอยู่ในทุกคำพูด
“ข้าจะตั้งใจฝึกให้มากกว่านี้ขอรับท่านอาจารย์”
“ดีมาก…อย่าลืมว่าความสามารถไม่ใช่แค่แรงกาย แต่ใจต้องแน่วแน่ด้วย”
อาจารย์ยิ้มเบาอีกครั้ง “ชุดใหม่นี้…ถ้าเ้าใส่แล้วคงจะดูสง่างามขึ้นอีกหลายเท่า”
หลินเซียนยกมือแตะชุดด้วยความตื้นตันใจ
“ข้า…จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ผิดหวังขอครับ”
“เชื่อข้าเถอะ…เธอมีทั้งพร์และความตั้งใจแล้ว”
...หลินเซียนเดินยิ้มกว้างจนตาเป็ประกาย เขากอดชุดเซียนสีขาวใหม่แน่นอก ราวกับเก็บสมบัติล้ำค่าไว้กับตัว
ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความสุข ใจเต้นรัวราวกับดนตรีบรรเลงเบาๆ
เขาเดินกลับไปยังห้องพักข้างคอกม้า แสงแดดยามบ่ายสาดลงบนร่างเขาอย่างอบอุ่น
ลมพัดเอื่อยๆ ทำชายชุดเซียนปลิวไหวอย่างนุ่มนวล
ทุกสิ่งรอบตัวเหมือนฉากในความฝัน สงบ แต่เต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจของหลินเซียน...
