ชีวิตในช่วงมัธยมปลายมักจะเป็นช่วงชีวิตที่ใครหลายคนก็อยากจะย้อนกลับไปหรือระลึกถึงความทรงจำดีๆกันทั้งนั้นแต่มันก็ไม่ใช่บางคนที่อยากจะหวนกลับไปไม่ว่าจะนึกถึงหรือแม้แต่อยากเจอเลยก็ตามอย่างเช่นไทม์
‘ไอ้ไทม์หน้าเหี้ย’
ในทุกๆเช้าเวลามาโรงเรียนภาพแรกที่เขามักจะเห็นโต๊ะไม่เละก็มักจะมีอะไรเขียนที่โต๊ะมันเป็นแบบนี้ประจำ มันเลือกไม่ได้ก็ต้องทนนั่งเรียนไป
ไม่เป็นไรหรอกเขาชินแล้วล่ะ
“ไอ้ไทม์ไปซื้อข้าวหลังโรงเรียนให้พวกกูหน่อยดิ”
วินหัวโจกของกลุ่มเด็กหลังห้องที่ชอบทำตัวมีปัญหาทุกคนตั้งแต่นักเรียนไปยันครูเรียนแถมยังชอบทำตัวกร่างไปวันๆไม่เคยตั้งใจเรียนเอาแต่จะโดดไม่ก็ก่อความเดือดร้อนจนอาจารย์เริ่มเอือม
“เราต้องทำการบ้าน”
“เอาไว้ทำทีหลัง”
“แต่เราไม่มีเงิน”
“ก็หาสิรีบไปได้แล้ว! พวกกูหิว!” วินเตะเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิดพลางกระชากเสื้อจากด้านหลังก่อนจะดันตัวเขาให้ออกจากห้อง
สุดท้ายไทม์ก็ต้องทำตามคำสั่งของวินเพราะถ้าไทม์ไม่ยอมทำตามคำสั่งเขาคงจะโดนกระทืบแน่ๆ
ไทม์เดินตรงไปยังหลังโรงเรียนสอดส่องร้านข้าวที่อยู่อีกฟากของกำแพงพลางเหลือบมองจำนวนเงินในกระเป๋าของตัวเอง
มีแค่100 เอง
“นี่เธอทำอะไรน่ะ”เสียงของใครบางคนทำเอาไทม์สะดุ้งเฮือกถึงกับต้องหันไปมองพบว่าเป็นอาจารย์ห้องปกครอง
“เอ่อ…”
อาจารย์ห้องปกครองเหลือบมือที่กำลังกำเงินและท่าทางเลิ่กลั่กมองดูก็รู้ทันที
“นี่เธอมาซื้อข้าวให้เด็กพวกนั้นอีกแล้วหรอเนี่ย”
ไทม์เม้มปากก่อนจะพยักหน้าตอบอาจาร์ห้องปกครองได้แต่ถอนหายใจพลางส่ายหัว เอาอีกแล้วหรอเนี่ยไอ้เด็กพวกนี้
“เธอต้องเลิกยอมพวกนั้นได้แล้วนะเจ้าเด็กพวกนั้นมันก็แค่หาเรื่องสนองความสนุกของตัวเองเท่านั้นแหละแล้วยิ่งเธอไปยอมมันก็ยิ่งได้ใจสิ”
“แล้วอาจารย์จะให้ผมทำไงล่ะครับยอมก็โดนไม่ยอมก็โดน อาจารย์จะให้ผมทนหรอครับ ผมไม่อยากทนแล้วแต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องยอมๆ ไปเพื่อที่จะได้ไม่ต้องโดนเยอะถ้าอาจารย์อยากช่วยผมอาจารย์ก็ช่วยไปบอกพวกเขาให้เลิกทำแบบนี้สิครับผมกับเพื่อนคนอื่นๆ จะได้ไม่โดนแกล้งแบบนี้”
หลังจากพูดแบบนั้นไปพวกวินก็โดนเรียกผู้ปกครองแต่ก็สามารถเคลียร์จบได้เพราะด้วยอำนาจของเงินที่บริจาคให้แก่โรงเรียนและแน่นอนว่าคนอย่างไทม์ก็ใช่ว่าจะรอดด้วย
“อั่ก!!”
แรงกระแทกจากฝ่าเท้าเข้าที่กลางท้องขนทำให้เขาจุกจนลงไปกองกับพื้นก่อนจะตามด้วยบาทานับสิบที่กระหน่ำกระทืบเขาจนเดี้ยงขยับตัวไม่ได้
“มึงอย่าคิดว่าเรียกพ่อกูแล้วพวกกูจะยอมมึงนะไอ้ไทม์”
หูอื้อจนแทบไม่ได้ยินอะไรเลยตาก็พร่ามัวไปหมด ไม่ไหวแล้ว จะหลับอยู่แล้ว
“เฮ้ยมึงเป็นใครวะ”
“ถอยหน่อย”
ดวงตาอันพร่ามัวพยายามเหลือบมองคนปริศนาแต่เพราะมองไม่ค่อยเห็นเลยทำให้เห็นเพียงแค่ร่างตะคุ่มๆที่ยืนอยู่ปากซอยข้างโรงเรียน
“อยากเดินก็ไปเดินที่อื่นสิวะ”
“ก็จะเดินทางนี้”
“นี่มึงกวนตีนรึไงวะ!!!”หนึ่งในเพื่อนของวินกระชากคอเสื้อชายสวมหมวกแก๊ปอย่างโมโหแต่ดูท่าว่าชายคนนั้นจะไม่กลัวหรือสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
“เปล่ากวนตีนสักหน่อย”
“งั้นก็ไปได้แล้ว!!!”
“ไม่”
“มึงนี่-”
ยังไม่ทันที่หนึ่งในเพื่อนของวินจะพูดจบชายสวมหมวกแก๊ปก็จับหัวของเพื่อนคนนั้นกระแทกเข้ากับกำแพงอย่างแรงจนร่วงลงกับพื้นทำให้พวกวินคนอื่นๆทนไม่ไหวก่อนจะพากันเข้าไปรุม
เสียงร้องปนกับเสียงต่อสู้ดังสนั่นอยู่เป็นระยะก่อนที่มันจะค่อยๆเริ่มเงียบลง ไทม์พยายามขยับตัวเพื่อหันดูสถานการณ์พบว่าพวกวินถูกจัดการเรียบ
ชายสวมหมวกแก็ปก้มหยิบหมวกที่หล่นเอามาใส่ก่อนจะเดินจากไปได้แต่ทิ้งความสงสัยให้ไทม์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
อีกด้านหนึ่งของชายสวมหมวกแก็ปปริศนาเขาเดินตรงดิ่งไปหาเพื่อนที่ร้านขายน้ำที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล
“ไปไหนมาเนี่ยโทรไปก็ไม่รับ”
“ทำธุระนิดหน่อย”
เพื่อนชายหรี่ตาจับผิดเพื่อนเขารู้ว่าเพื่อนรักของเขาไม่ได้ไปทำธุระอะไรหรอกดูจากสภาพเสื้อผ้ายับก็รู้ว่าไปมีเรื่องชัวร์
“มึงนี่นะเผลอไม่ได้เลยแอบไปมีเรื่องตลอด”
“กูป่าวสักหน่อยกูแค่โดนหาเรื่อง”
“แล้วมันต่างกันตรงไหนล่ะ”
“พอๆเลิกบ่นได้แล้ว ไปๆ ไปร้านเกมส์ได้แล้วเดี๋ยวที่เต็มหรอก”
“สุดยอดเลยเพื่อนกูพึ่งมีเรื่องมาไม่พอยังจะหาเรื่องโดดเรียนอีก”
“หุบปากเลยไปเลยไอ้เเวล”
“ไม่กูจะพูด กูจะฟ้องน้องมึง”
“ไอ้สัส”ไม่พูดเปล่าเอื้อมมือไปเขย่าคอเพื่อนชายจนอีกคนหัวแทบหมุน “ไอ้ลุคไอ้สัส ปล่อยกู~”
หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ไทม์โดนกระทืบวันนั้นแก๊งของวินก็ไม่โผล่มาเรียนกว่าหลายวันจนเขาพึ่งมารู้ทีหลังว่าพวกนั้นโดนไล่ออกทั้งแก๊งตอนแรกก็แอบดีใจแหละแต่พอมาคิดไปคิดมาถ้าเขาเจอพวกวินข้างนอกแล้วถ้าพวกนั้นมาดักทำร้ายเขาล่ะมันต่างอะไรกับตอนแรกเพราะสุดท้ายก็ต้องมานั่งระแวงอยู่ดี
ในทุกๆวันหลังเลิกเรียนเวลาที่ไทม์กลับบ้านเขาจะต้องคอยมองหน้ามองหลังระแวงกลัวว่าพวกวินจะมาดักทำร้ายถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีก็เถอะแต่ก็ยังไม่วางใจอยู่ดี
เป็นแบบนี้วันแล้ววันเล่าที่เขาต้องคอยระแวงแบบนี้จนกระทั่งวันหนึ่งมันก็มาถึงวันนั้นเขานั่งรถกลับบ้านมาตามปกติมาลงที่หน้าปากซอยแล้วเดินเข้าบ้านขณะที่กำลังเดินอยู่นั้นจู่ๆ ก็มีกลุ่มคนเดินมาดักทางไว้ให้เขาต้องหยุดชะงัก
“ขอคุยด้วยหน่อยดิ”
ไทม์เดินตามพวกวินมาแถวบ้านร้างทันทีที่ก้าวเข้ามาด้านในวินก็ทำการเหวี่ยงไทม์ทำการล็อคตัวก่อนจะเริ่มทำร้ายเขาทันทีเสียงร้องโอดโอยดังทั่วบ้านเสียงร้องของที่ไทม์พยายามอ้อนวอนมันไม่ได้ทำให้พวกวินยอมปล่อยแม้แต่น้อย
เหตุการณ์เดิมๆซ้ำกลับมา นี่เขาไม่มีทางที่จะใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขเลยใช้มั้ยไม่อยากทนอยู่แบบนี้อีกแล้ว ไม่อยากอยู่อย่างระแวงแบบนี้แล้ว
‘ให้ช่วยมั้ย’
‘นายเป็นใคร’
‘ฉันก็คือนายอีกคนไงว่าไง อยากให้ช่วยมั้ย’
เขาอยากหลุดพ้นอยากหลุดออกจากวงจรนี้ ‘ได้โปรด ช่วยฉันที’
‘ตกลง’
มือเรียวจับเท้าของหนึ่งในพวกของวินก่อนจะใช้แรงทั้งหมดกระชากจนล้มลงกับพื้นด้วยความแรงระดับหนึ่งค่อยๆ ยันตัวเองให้ลุกจากพื้นก่อนจะค่อยๆ ไล่จัดการทีละคนทีละคนความรุนแรงที่ไทม์อีกคนได้สวนกลับมันรุนแรงจนพวกวินแตกกระเจิง บางคนก็วิ่งหนีบางคนก็ร้องขอชีวิต ปฏิกิริยาต่างๆ ที่ไทม์เคยทำตอนนี้ถึงเวลาของคนพวกนี้แล้ว
วินที่ตอนนี้สภาพสะบักสะบอมพยายามยันตัวลุกเอื้อมมือไปหยิบไม้หน้าสามที่อยู่ที่พื้นขึ้นมาหมายจะง้างฟาดแต่ก็ถูกไทม์รับเอาไว้ได้ทัน
“ช้าไป”
ไทม์ยิ้มแสยะดึงไม้ออกจากมือวินก่อนจะฟาดเข้าที่หน้าของวินจนร่วงไปใช้เวลานับชั่วโมงกว่าไทม์จะจัดการคนพวกนั้นเสร็จค่อยๆ พยุงตัวเองให้เดินกลับบ้านพอเปิดประตูเข้ามาสิ่งที่แรกที่เขายังคงจำได้ดีคือภาพที่แม่วิ่งเข้ามากอดแล้วร้องไห้โฮ
ความรู้สึกในวินานั้นมันทั้งจุกอกทั้งเจ็บปวดไปหมดเอาแต่พูดขอโทษเป็นร้อยๆ ครั้งเอาแต่ร้องไห้กราบเท้าแม่ไม่รู้กี่รอบ
เพราะเขาทำให้แม่ร้องไห้เพราะเขาทำให้แม่ต้องเสียใจ ถ้าเขาเข้มแข็งมากกว่านี้ได้คงไม่ต้องมีใครต้องเจ็บปวดแบบนี้
ทุกวันคืนที่ผ่านมาเอาแต่ขอโทษกับตัวเองขอโทษกับทุกคนที่ผ่านเข้ามาโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นทำผิดเรื่องอะไรเขาก็แค่อยากขอโทษกับตัวเองที่อ่อนแอแค่อยากขอโทษที่ทำให้ร่างกายของตัวเองต้องเจ็บปวดเขาพยายามแล้วที่จะรักษาร่างกายกับจิตใจนี้แล้ว แต่ไม่ว่าจะทำยังไงมันก็ทำไม่ได้สักที
ขอโทษนะตัวฉันที่ในวันนั้นฉันมันอ่อนแอ
ขอโทษนะตัวฉันที่ในวันนั้นฉันมันไม่ยอมสู้
ขอโทษนะตัวฉันที่ในวันนั้นฉันทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวด
ขอโทษนะตัวฉันที่ในวันนั้นที่ต้องสร้างนายให้ออกมาปกป้อง
ขอโทษนะไทม์