ตอนที่24 ไอ้หนุ่มโลลิค่อน!?
พริบตาเดียว หนึ่งเดือนได้ผ่านพ้นไป
แน่นอนว่าภายในหนึ่งเดือนย่อมมีเื่ราวเกิดขึ้นมากมาย
ยกตัวอย่างก็เช่นสองคู่แม่ลูกบรรลัยกันตร์อย่างจวิ๋นรั่วกับฮูหยินรองได้ฟื้นสติกลับมา และสร้างความวุ่นวายภายในจวนอีกครั้ง
สิ่งที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยคือดูเหมือนครั้งนี้ฮูหยินรองจะดูระแวงคุณหนูใหญ่อย่างหลี่หวงมากขึ้นเพราะพวกนางไม่รู้ตัวเลยว่าโดนวางยาพิษั้แ่ตอนไหนส่วนทางจวิ๋นจ้านก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวใดๆ
ภายในใจของฮูหยินรองย่อมมีความเหลือบแคลงใจอยู่เล็กน้อยทว่าเหตุการณ์ที่ว่ากลับลี้ลับเกินไปไม่ว่าจะพยายามหาหลักฐานยังไงสุดท้ายก็เปล่าประโยชน์
และเนื่องจากจวิ๋นจ้านกลับมาแล้วการจะทำให้เขาเดินทางออกนอกจวนตระกูลจวิ๋นอีกครั้งกลับไม่ใช่เื่ง่ายเลย
แต่ไม่ว่ายังไง ฮูหยินรองก็กำลังหาทางฆ่าหลี่หวงให้ได้ไม่ว่าจะวิถีทางใด!
ตรงกันข้ามกับจวิ๋นรั่วที่ดูสงบเสงี่ยมขึ้นมากจริงๆหลังจากเกือบลงนรกไปเฝ้ายมบาลครั้งล่าสุด นางดูอ่อนโยนขึ้นอย่างน่าประหลาด
แม้ความเกลียดชังที่มีต่อหลี่หวงจะหาได้ลดลงทว่านางก็ไม่ค่อยได้หาเื่เท่าไหร่แล้ว
แน่นอน...หลี่หวงย่อมไม่ประมาท และมิอาจทราบได้เลยว่าอีกฝ่ายจะแอบวางแผนอะไรไว้บ้างหรือไม่
นอกจากนี้เองจวิ๋นจ้านยังส่งลูกน้องไปแกะร่องรอยของผู้ที่ประมูลสัตว์อสูรธาตุไฟได้ซึ่งก็คือหลี่หวงและผู้ที่ประมูลโอสถเปลี่ยนโฉมที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยแต่อย่างไรหลี่หวงกลับไม่ทราบเื่พวกนี้เลยเพราะปัญหาเหล่านี้ล้วนถูกแก้ไขโดยสิ้นแล้ว...
กลับกลายมาเป็จวิ๋นจ้านเองที่ตื่นตระหนกอย่างหนักลูกน้องของเขาแต่ละคนต่างมีความสามารถไม่น้อยแต่ไม่มีใครสามารถกลับมารายงานข่าวคราวได้เลยสักคน กล่าวได้ว่าไปลับไม่มีหวนกลับ!จนตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า ตนอาจจะถูกบุคคลที่สามจับตามองอยู่หรือไม่?
ด้วยเหตุนี้จวิ๋นจ้านจึงวิตกกังวลอย่างมากว่าจะมีใครมาแก้แค้นเขาคืนหรือไม่
นอกจากนี้เองคล้อยหลังหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่คุณหนูใหญ่นอนพักรักษาอยู่นานเมื่อนางกลับมาอีกครั้งในสายตาของทุกคนในตระกูลจวิ๋นมันราวกับว่านางได้เกิดใหม่อย่างไรก็ตาม ทหารยามที่เฝ้าเรือนบุปผาโปรยปรายยังคงคุมเข้มยกเว้นเสียคนรับใช้ที่มีหน้าที่จำเป็จวิ๋นจ้านสั่งห้ามไม่ให้ใครผู้ใดเข้าใกล้เรือนแห่งนี้เป็อันขาด
ในสายตาของจวิ๋นจ้าน หลี่หวงยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง
เนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ไม่คาดคิดทำให้จวิ๋นจ้านพอตระหนักถึงคุณค่าของนาง และหวังว่าจะได้ใช้ประโยชน์ในเวลาอันสั้น
เรือบุปผาโปรยปรายได้รับการคุ้มกันอย่างเข้มงวดทว่าสิ่งนี้กลับหาได้ทำให้หลี่หวงกังวลแม้แต่น้อย ในทางตรงข้าม่นี้นางค่อนข้างมีความสุขอย่างมาก!
สัตว์อสูรคล้ายมนุษย์ที่ได้รับจากงานประมูลก่อนหน้าหลังจากที่เหยาอวี้ตรวจสอบดูสักพักหนึ่ง ในที่สุดก็ระบุได้ว่าร่างจริงของเ้าตัวน้อยก็คือ วิหคเพลิง!
วิหคเพลิงเป็หนึ่งในสี่สัตว์เทพในตำนานถือกำเนิดมาพร้อมกับสายเืสัตว์เทพ ไม่จำเป็ต้องฝึกปรือเหมือนกับสัตว์อสูรชั้นต่ำตนอื่นๆนิสัยโดยธรรมชาติเนื่องจากพื้นฐานเป็สัตว์อสูรธาตุไฟที่มีนิสัยหยิ่งผยองเป็ทุนเดิมยิ่งเป็วิหคเพลิงด้วยแล้วยิ่งหัวสูงจองหองไม่ไว้หน้าผู้ใด!
แต่โชคยังดี วิหคเพลิงตนที่หลี่หวงประมูลได้มากลับเป็กรณีพิเศษ
เหยาอวี้กล่าวอธิบายว่าวิหคเพลิงตนนี้ถึงจะมีชีวิตยืนยาวกว่าหลายร้อยปีแล้วแต่ถ้าคำนวณตาม่อายุขัยของเผ่าพันธุ์วิหคเพลิง มันยังอยู่ในวัยเด็ก!
กล่าวคือสัตว์อสูรตนที่หลี่หวงประมูลได้มายังเป็วิหคเพลิงในวัยเด็กเล็กที่ยังมี่อายุอีกยาวนาน
สัตว์อสูรตนนี้ยังไม่บรรลุนิติภาวะจึงไม่ค่อยเข้าใจถึงความเป็มนุษย์มากนักแม้ว่าสัญชาตญาณดิบของมันจะเป็ศัตรูกับมนุษย์แต่การจะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขหาใช่ว่าเป็ไปไม่ได้!
ตอนแรกที่เ้าตัวน้อยถูกจับมาในงานประมูลจะเห็นได้ว่าแทนที่มันจะพ่นไฟพยายามขัดขืนทำลายกรงหนี กลับกลายเป็ว่าเ้าตัวน้อยเอาแต่นั่งหง่อยเหงาราวกับหมดหนทาง
เพราะมันยังเด็กเกินไปที่จะทำอะไรแบบนั้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เ้าตัวน้อยได้สติตื่นขึ้นมามันก็เหมือนเป็เด็กทารกโดยสมบูรณ์ ไม่เพียงแค่จะไม่ร้องไห้หรือสร้างปัญหาใดๆเท่านั้น แต่มันยังเอาแต่ออดอ้อนอยู่ในอ้อมแขนของหลี่หวงราวกับนางเป็แม่ของมัน!
หลังจากวิหคเพลิงฟื้นขึ้นมา ก็ปราศจากความเกลียดชังต่อหลี่หวงเอาแต่อ้อนนางไม่ยอมหยุดและมีเพียงนางเท่านั้นที่สามารถหลอมวิหคเพลิงให้หลับสนิทได้ในมิติของสัตว์อสูรอัญเชิญ
เหยาอวี้กล่าวว่า เมื่อสัตว์อสูรระดับสูงทำสัญญากับมนุษย์ความรู้สึกนึกคิดเดิมของมันจะถูกลบหายออกไปความทรงจำก่อนหน้าจะถูกผนึกไว้ในส่วนลึกของจิตใจ
หลังจากสัตว์อสูรทำสัญญาแล้วทุกการกระทำของพวกมันล้วนจะขึ้นตรงกับผู้เป็นาย และการปกป้องผู้เป็นายให้ปลอดภัยคือหน้าที่ที่สำคัญที่สุด
สำหรับกรณีของวิหคเพลิงตนนี้ค่อนข้างพิเศษอย่างที่เหยาอวี้กล่าวไปในข้างต้น
“วิหคเพลิงเป็เผ่าพันธุ์ที่มีความอาฆาตแค้นกับมนุษย์เป็พิเศษแต่ตอนนี้วิหคเพลิงตัวน้อยตนนี้ได้รับาเ็สาหัส และไม่สามารถรักษาพัฒนาการของมันไว้ได้จึงคงสภาพร่างเด็กไม่สามารถกลับร่างจริงได้ สำหรับตอนนี้สิ่งที่ควรทำที่สุดคือทำให้มันติดเ้ากว่านี้”
แต่หลี่หวงกลับปฏิเสธหัวแข็งทันทีที่ได้ยินคำแนะนำนี้นี่ก็เกาะติดจนเหนียวเป็ขนมตังเมแล้ว ยังจะให้ติดกว่านี้อีกเหรอ?
ไม่ ไม่ ข้าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง!
และอีกเหตุผลสำคัญคือ วิหคเพลิงตนนี้เป็สัตว์อสูรของนางแล้วไม่ว่าในอนาคตมันจะโกรธหรือเกลียดนางเพียงใด มีหรือจะสามารถทำอันตรายต่อเ้าของได้?
นี่เป็เวลาสิ้นเดือนแล้วหงส์เพลิงตัวน้อยยังมีนิสัยชอบนอนกลางวัน และทุกครั้งต้องอ้อนให้หลี่หวงมากล่อมมิฉะนั้นจะนอนไม่หลับ
จากที่วิเคราะห์เหยาอวี้บอกว่านี่อาจจะเป็เพราะวิหคเพลิงเห็นหลี่หวงเป็แม่แล้วจริงๆ
ดั่งลูกนกที่ต้องให้แม่นกคอยเลี้ยงดูหากเป็ไปได้ต้องกระชับความสัมพันธ์มากกว่านี้โดยการป้อนนมจากเต้า!
ทันทีที่หลีหวงได้ยินแบบนั้น นางตบบ๋องหูของเหยาอวี้ไปฉะหนึ่งไอ้เด็กเปรตตัวนี้ชักกวนประสาทเกินไปแล้ว ต้องโดนสักทีถึงจะเชื่อง
ต่อมาเ้าวิหคเพลิงตัวน้อยก็เริ่มปริปากพูดคุยกับหลี่หวงโดยมันบอกว่า ตนเองชื่อฮั่วหยาง มีชีวิตอยู่มาหกร้อยปีแล้วและยังเป็วิหคเพลิงตัวเดียวที่เหลืออยู่ในทวีปม่านเมฆา
และสิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่านั้นคือฮั่วหยางเป็วิหคเพลิงสายเืบริสุทธิ์!
แน่นอนว่าหลี่หวงทึ่งอย่างยิ่งเมื่อได้ยินแบบนั้น
แต่เหนือกว่าความทึ่งคือความสุขอันเปี่ยมล้น!
วิหคเพลิงเป็สัตว์อสูรธาตุไฟ หรือยังกล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่าเป็สัตว์อสูรที่สามารถควบคุมไฟได้ และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือมีเพียงวิหคเพลิงสายเืบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะสามารถให้กำเนิด เพลิงบัวโลหิต ได้และหลี่หวงที่ทำพันธสัญญากับเ้าวิหคเพลิงตัวน้อยย่อมมีอิทธิสิทธิ์ใช้ความสามารถนี้ได้เช่นกัน!
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ตอนนี้หลี่หวงมีไฟวิเศษแล้ว!
เป็เพลิงอสูรของวิหคเพลิง เพลิงบัวโลหิต!
ด้วยเหตุนี้ การได้รับไฟวิเศษชนิดนี้มาผนวกกับหม้อหลอมโอสถวิเศษทั้งสองสิ่งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการหลอมกลั่นโอสถของหลี่หวงให้แข็งแกร่งขึ้นไม่รู้กี่ทวีเท่า!
ก่อนหน้านี้ที่เหยาอวี้รบเร้าให้นางประมูลแย่งชิงเ้าวิหคเพลิงตัวน้อยมาทั้งหมดเป็เพราะจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ!
เส้นทางของนักหลอมโอสถของนาง ณปัจจุบันค่อนข้างสดใสยิ่งกว่าใครทั้งปวง!
หลี่หวงเองก็หาได้เกียจคร้านไม่ นอกจากฝึกพิเศษหลอมกลั่นโอสถตลอดทั้งวันทั้งคืนแล้วยามว่างนางก็มักจะขัดสมาธิบำเพ็ญตบะเพื่อบ่มเพาะพลังอยู่เสมอ ไม่ว่าอย่างไรการฝึกปรือในเส้นทางของนักอัญเชิญเองก็ไม่ควรถูกทิ้งร้างเช่นกัน
ตอนนี้นางกลายมาเป็นักอัญเชิญชั้นกลางแล้วคาถาทักษะบางชนิดที่จำเป็เองก็มีอยู่ในมือหมดแล้วเช่นกันแต่สิ่งที่หลี่หวงกังวลใจที่สุดในเวลานี้ก็คือ ทักษะความสามารถการต่อสู้ระยะประชิด
นางเป็หมอพิษ และร่างกายของนางก็ค่อนข้างอ่อนแอเป็ทุนเดิม
หากหลี่หวงถูกลากให้เข้ามามีส่วนร่วมกับศึกต่อสู้ขึ้นมาจริงหากเป็การปะทะกันแบบเปิดเผย แทบไม่มีความเป็ไปได้เลยที่นางจะชนะ
หลี่หวงจึงเดินทางไปบอกกับจวิ๋นจ้านตามตรงว่าตัวเองในตอนนี้ค่อนข้างอ่อนแอเกินไปและนางอยากจะเรียนรู้กระบวนท่าต่อสู้พื้นฐานเพื่อใช้เป็หลักประกันในยามอยู่ในวิกฤตอันตราย
จวิ๋นจ้านที่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบตกลงทันทีโดยไม่คิด
วันรุ่งขึ้นเขาได้เชิญนักกระบี่มาสอนทักษะกระบี่แก่หลี่หวงทันที
ก็ดี ถือซะว่าเื่ราวในอดีตจบแค่เพียงเท่านั้นนี่คือสิ่งที่จวิ๋นจ้านคิด
ทว่าในวันนี้เอง ณเรือนบุปผาโปรยปรายกลับมีแขกไม่ได้รับเชิญมาอีกแล้ว!
“ไฉนเป็เ้าอีกแล้ว!?”
หลี่หวงรู้สึกหมดหนทางแล้วจริงๆมิทราบว่าชายหนุ่มตรงหน้านางไม่มีการมีงานทำรึอย่างไร? ถึงได้ว่างขนาดนี้!
สู้ไม่ได้ แถมไล่ก็ไม่ไป! ปวดหัวชิบหาย!
“ไม่ต้อนรับข้าหรอกรึ?”
หลิงฉางเจวี๋ยยิ้มและกล่าวเอ่ยกล่าวน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นอีกครา
“เ้าคิดเห็นอย่างไรกับข้อเสนอของข้าคราวก่อน?”
ข้อเสนอ?
“ไม่ ไม่ ไม่เห็นด้วยแน่นอน ขอบคุณ เชิญเสด็จกลับไปได้แล้ว!”
ไอ้หนุ่มคนนี้มันเป็โลลิค่อนรึยังไง!
จะให้เด็กอายุ13-14ปีมาเป็ภรรยา? บ้าไปแล้ว!
หลิงฉางเจวี๋ยแสร้งทำราวกับไม่เห็นหน้าอันบูดบึ้งของหลี่หวงและกล่าวต่อว่า
“คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลจวิ๋นจากสายขี้เหร่กลายมาเป็สาวงามชั่วข้ามคืน ปัจจุบันเป็นักอัญเชิญชั้นกลางและที่สำคัญยังเป็นักอัญเชิญผู้มากพร์ฝึกปรือได้ทุกธาตุ? ทำสัญญากับทั้งวิหคเพลิงและหม้อหลอมโอสถวิเศษ...”
“หุบปาก! เ้า้าอันใดกันแน่!?”
สีหน้าของหลี่หวงเริ่มมืดทมิฬลงทันใด
หลิงฉางเจวี่ยนั้นยังดูสงบและอ่อนโยนตลอดเวลาทั่วทั้งใบหน้าคงรักษารอยยิ้มไม่เสื่อมคลายราวกับไม่เปลี่ยนแปลงมานับหมื่นปี
แต่หลี่หวงทราบดีว่า คนแบบนี้อันตรายเสียยิ่งกว่าผู้ชายที่ดูเ็าตลอดเวลาเสียอีก!