บทที่ 7
“จริงๆ แล้ว...ถึงอย่างไรผมก็ยังนึกชื่อนี้ไม่ออกอยู่ดีแต่เมื่อเดือนก่อนก็พูดคุยกับพวกนักบินแล้วก็ผู้โดยสารมากมายหลายคนอยู่” โคดี้ยักไหล่อย่างไม่รู้ตัว ซึ่งคล้ายจะเป็การยอมรับว่าเขาอาจจะบังเอิญพูดคุยกับริคเข้าบ้างก็ได้ “คุณจะรังเกียจไหมครับถ้าผมจะถามว่าทำไมคุณถึงได้กระตือรือร้นจะตามหาคนคนนี้นัก เป็ญาติกันหรือครับ?”
“เขาเป็คู่หมั้นของคุณผู้หญิงนี้”พ่อของเขาช่วยตอบแทนแชนนอน พร้อมกับแววแห่งการเตื่อนที่จุดประกายขึ้นในดวงตาตอนที่สบตากับลูกชายคล้ายจะสั่งให้ระมัดระวังท่าทีเอาไว้บ้าง
แต่ดวงตาสีฟ้าของโคดี้กับแพรวพราวขึ้นอย่างคนที่มีอารมณ์ขันเปลือกตาหรี่ลงเมื่อหันมามองแชนนอนอย่างพิจารณาก่อนที่จะปรายไปมองซองจดหมายที่เธอถือในมือ
“แล้วตำบลที่อยู่ของเขา สำหรับเวลาที่ส่งจดหมายกลับล่ะครับ?” โคดี้ถาม
“ฉันไปที่อพาร์ตเมนต์ของเขามาแล้วละค่ะ”แชนนอนตอบ “ผู้จัดการที่นั่นบอกว่าไม่ได้พบเห็นเขามาจะ2 อาทิตย์แล้วริคออกจากอพาร์ตเมนต์ไปแล้วก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย” แชนนอนพยายามจะทำสุ้มเสียงให้ฟังเป็การยอมรับในความจริงข้อนี้แต่มันก็ยังอดกังวลใจไม่ได้
โคดี้สตีลเบือนหน้าไปเสียทางหนึ่ง แสร้งทำเป็สนใจกับถ้วยกาแฟที่หยิบขึ้นมาถือไว้ในมือเพื่อเปิดโอกาสให้แชนนอนได้ควบคุมสติอารมณ์ของตัวเอง แล้วจึงได้หันไปพูดกับพ่อ
“ปิดประตูตอนที่ออกไปด้วยนะพ่อ”
สีหน้าของบุรุษสูงอายุบอกความไม่พอใจนักเมื่อหันมามองลูกชายแต่ถึงอย่างไรตอนที่เดินออกจากห้องยังปิดประตูให้อยู่ดีแชนนอนเงยขึ้นสบดวงตาคู่สีฟ้านั้นเมื่อระงับอารมณ์ได้แล้ว
“ลองอธิบายรูปร่างลักษณะของ...เอ้อคู่หมั้นของคุณให้ผมฟังหน่อยสิครับ” โคดี้แนะขึ้น
“เขาก็...รูปร่างสูงขนาดคุณนี่แหละค่ะผมสีทราย ดวงตาสีน้ำตาล” เธอล้วงลงไปในกระเป๋าดึงซองใส่เงินซึ่งมีรูปของริคไว้ขึ้นมาถอดออกจากซองพลาสติกที่หุ้มไว้ ส่งให้โคดี้
เขารับไปพิจารณาอยู่เป็ครู่ก่อนที่จะเงยขึ้นมองเธออย่างพินิจ
“เขามีความชำนาญในการบินหรือครับ?”หัวคิ้วของโคดี้ขมวดมุ่นอย่างใช้ความคิด
“ค่ะเป็คนที่มีความสามารถเต็มตัวทีเดียวค่ะ มีชั่วโมงบินสูงด้วย” ก่อนที่แชนนอนจะอธิบายความสามารถของคู่หมั้นต่อ โคดี้ก็พยักหน้ารับ
“ถ้าอย่างนั้นผมคิดว่าเคยได้คุยกับเขา...พอจะนึกออกแล้ว” เขาส่งรูปคืนให้แชนนอน“ดูเหมือนเขาจะเป็ครูฝึกมา 6 เดือนก่อนที่จะมาที่นี่ใช่ไหมครับ”
“ค่ะถูกต้องทีเดียว” แชนนอนยิ้มอย่างโล่งใจรอยลักยิ้มผุดขึ้นตรงร่องแก้ม
“ถ้าอย่างนั้นคุณก็คงมาจากเท๊กซัสละสินะครับ?”โคดี้เดา “คู่หมั้นของคุณก็เหมือนกันเท่าที่ผมจำได้”
“ค่ะ”รอยยิ้มของแชนนอนกว้างขึ้น แววในดวงตาของโคดี้แพรวพราวอย่างคนมีอารมณ์ขันอีกครั้งซึ่งดูเหมือนจะเป็อุปนิสัยประจำตัวของเขาอย่างที่จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้
“อย่างกังวลใจไปเลยครับพวกเาาวอลาสก้าน่ะไม่สนใจหรอกว่ารัฐของเรามันจะใหญ่โตกว้างขวางสักแค่ไหนเรายกย่องตัวเองว่ามีความสามารถอย่างจะหาใครเสมอเหมือนมิได้เลยนะครับ” แววในดวงตาและคำพูดของเขาบอกความเป็คนร่าเริง มีอารมณ์ขันอย่างแท้จริงน้ำเสียงเปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นเมื่อพูดต่อว่า “ผมนึกออกแล้วคู่หมั้นของคุณแวะมาหาผมที่นี่ แล้วก็แจ้งความประสงค์ว่าอยากจะสมัครทำงานกับเราแต่เราไม่จำเป็ต้องใช้เขาเท่านั้น ผมเองก็อยากช่วยให้ได้มากกว่านั้นเหมือนกัน”
“แล้วเขาบอกหรือเปล่าคะว่าจะไปสมัครที่ไหนต่อ?” แชนนอนยังคงแคลงใจอยู่ใคร่จะรู้ให้ละเอียดกว่านั้นให้ได้“หรือจะไปทำงานที่ไหนคะ?”
“ก็อาจจะเป็ได้นะแต่จริง ๆ น่ะผมไม่ได้เก็บรวบรวมหลักฐานอะไรไว้เลย ธุรกิจการบินของบริษัทเราก็คือการรับจ้างบินข้ามรัฐจากฟากหนึ่งไปยังอีกฟากหนึ่งซึ่งแม้ว่าคู่หมั้นของคุณจะมีความสามารถในการบินอยู่ก็จริงแต่เขาไม่มีความชำนาญในภูมิประเทศของอลาสก้า เพราะฉะนั้นผมถึงไม่สนใจที่จะจ้างเขาไว้ไงครับ”
แชนนอนงุนงงไปกับความจริงที่ประจักษ์ในเื่ความสามารถของริคกับเหตุผลที่ถูกปฏิเสธที่เลวร้ายยิ่งไปกว่านั้นก็คือมันคล้ายกับว่าเธอได้เดินมาจนสุดปลายเชือกอีกด้านหนึ่งแล้วและราวกับจะััได้ในความรู้สึกของหญิงสาว โคดี้จึงส่งถ้วยกาแฟให้ซึ่งแชนนอนก็รับไปดื่มเงียบ ๆ วางแก้วลงพร้อมกับถอนหายใจอย่างยืดยาว
“ฉันก็จนปัญญาเหมือนกันค่ะออกจากที่นี่แล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหนต่อ” เธอรู้สึกผิดหวังท้อแท้ใจอย่างที่สุด“แล้วฉันจะไปตามเขาได้ที่ไหนล่ะคะนี่?”
“ผมคิดว่าคุณอาจจะต้องเริ่มด้วยการโทรศัพท์ไปถามตามบริษัทการบินต่าง ๆ เสียแล้วละครับ”แต่น้ำเสียงของโคดี้มิได้บอกว่าเธอจะประสบความสำเร็จในการกระทำเช่นนั้นเลย“แต่บางทีเขาอาจจะเลิกล้มความตั้งใจบินกลับไปบ้านแล้วก็อาจจะเป็ได้นะครับซึ่งก็เท่ากับคุณเสียเวลาเดินทางมาที่นี่เปล่า ๆ
“ริครู้ค่ะว่าฉันกำลังเดินทางมา”แชนนอนสั่นศีรษะ ปฏิเสธที่จะยอมรับในความคิดเห็นของโคดี้ “เขารอฉันอยู่ เพราะฉะนั้นเขาจะต้องไม่ไปไหนโดยที่ไม่ได้บอกให้ฉันรู้อย่างเด็ดขาดเมื่อตอนก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ฉันก็โทร.ไปคุยกับพ่อแม่แล้วไม่มีใครได้ข่าวคราวของเขาเลยจริง ๆ”
“แล้วคุณหมั้นกันมานานเท่าไรแล้วละครับ?”
แม้แชนนอนจะมองไม่เห็นประโยชน์ในการตั้งคำถามของเขาเช่นนั้นขึ้นแต่ก็ยังตอบอยู่ดี
“ปีหนึ่งแล้วละค่ะ”
“แล้วริคเดินทางมาอลาสก้านานเท่าไรแล้วล่ะครับ?”
“6 เดือนค่ะทำไมหรือคะ?” แชนนอนออกจะไม่ใคร่พอใจนักเมื่อรู้สึกว่าคำถามนั้นกำลังล่วงล้ำเข้าไปในเื่ส่วนตัวเต็มที
“คุณเองก็ไม่ได้พบปะกับเขามาตั้ง6 เดือนแล้ว จดหมายล่าสุดที่ได้รับก็เดือนกว่ามาแล้วและั้แ่นั้น ก็ไม่ได้รับข่าวคราวอะไรจากเขาอีกบางทีเขาอาจจะเปลี่ยนใจไปแล้วก็ได้นะ”
“ไม่หรอกค่ะเป็ไปไม่ได้เด็ดขาด” แชนนอนปฏิเสธคำพูดนั้นด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวมั่นคง
“ทำไมล่ะครับ?”น้ำเสียงของโคดี้บอกความใคร่รู้มากกว่าจะเป็ความรู้สึกอื่น
“ก็เพราะเมื่อ2 อาทิตย์ที่แล้วมานี่เองเขาส่งตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวให้ฉันเดินทางมาแอนโชเรจนี่น่ะสิคะ, ก่อนที่เขาจะมาจากฮิวสตัน เราก็ได้สัญญากันไว้แล้วว่าทันทีที่เขาได้งานการทำอย่างมั่นคงแล้วก็หาบ้านช่องเป็หลักฐานได้เขาจะส่งตั๋วเครื่องบินไปรับฉันมา” เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างแน่วนิ่ง“ริคจะต้องไม่เปลี่ยนใจหรอกค่ะไม่เช่นนั้นเขาจะเสียค่าเครื่องบินให้ฉันมาทำไมกันล่ะ?”
“ซึ่งนั้นก็มิใช่คำอธิบายว่าทำไมเขาถึงได้หายตัวไปตั้ง2 อาทิตย์ โดยที่ไม่บอกเล่าเก้าสิบให้คุณรู้นะครับ” โคดี้พูดอย่างจะเตือน
“ฉัน..ฉันไม่คิดว่าเขาจะโยกย้ายไปไหนด้วย”คราวนี้น้ำเสียงของแชนนอนบอกความห่วงใยอย่างแท้จริงเป็ความกังวลใจที่แฝงอยู่ในความคิดั้แ่ตอนที่เธอออกจากอพาร์ตเมนต์ของริคในตอนแรกแล้ว“เขายังทิ้งข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวไว้ที่อพาร์ตเมนต์ด้วย มีเสื้อผ้าแล้วก็พวกของใช้อื่นๆ รวมทั้งรูปของฉันด้วยนะคะ ถ้าเขาจะย้ายไปอยู่ที่อื่นทำไมถึงไม่เอาของพวกนี้ติดตัวไปด้วยล่ะ?”
คิ้วของโคดี้เลิกขึ้นเมื่อได้ยินคำถามในตอนท้ายเสไปยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบเพื่อหลบสายตาของแชนนอนที่กำลังมองมา
“แล้วเขาไม่ได้สั่งอะไรกับเ้าของบ้านไว้เลยหรือครับ?”
“ก็บอกเพียงว่าอีก 2 วันจะกลับมาเท่านั้น...ก่อนที่จะถึงกำหนดชำระค่าเช่าห้อง”แชนนอนตอบ พยายามยกเหตุผลขึ้นไว้ในใจเพื่อข่มความรู้สึกของตนเอง “คือฉันก็พยายามบอกตัวเองอยู่เหมือนกันว่ามันคงจะต้องมีความสับสนเกิดขึ้นโทรเลขที่ฉันส่งมาไปค้างอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ เพราะฉะนั้นริคก็เลยไม่มีโอกาสได้รู้ว่าขณะนี้ ฉันมาอยู่ในอลาสก้าแล้ว, พอมาถึงตอนนี้ฉันก็หมดทางที่จะรู้แล้วว่าเขาไปอยู่ที่ไหน หรือไปทำงานกับใคร, ถ้าเขาจะย้ายบ้านจริง ๆ นะคะฉันเชื่อว่าเขาจะต้องบอกที่อยู่ใหม่ให้ฉันรู้อย่างแน่นอนเลยค่ะ เพราะริครู้อยู่แล้วว่าฉันจะต้องมาถึงไม่วันใดก็วันหนึ่งในระยะนี้”
“มันก็มีเหตุผลง่ายๆ พอจะใช้เป็คำตอบในเื่นี้ได้อยู่ข้อหนึ่งเหมือนกันนะครับ” น้ำเสียงของโคดี้มิได้กังวลตามไปด้วย “คือบางทีเขาอาจจะส่งที่อยู่ใหม่ไปให้คุณแล้ว แต่บังเอิญจดหมายมันเกิดหายไปเสียก่อนเื่อย่างนี้มันเกิดขึ้นได้เสมอละครับ”
“ก็จริงอยู่หรอกค่ะ”แชนนอนรู้สึกคลายใจลงเพราะตัวเองไม่ได้คิดถึงเื่นี้มาก่อน “แต่มันก็ยังไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาของฉันที่ว่า จะตามหาเขาพบได้ที่ไหนเลย”
“ตอนนี้คุณพักอยู่ที่ไหนล่ะครับ?”โคดี้เอี้ยวตัวไปหยิบปากกากระดาษขึ้นมาถือไว้
“โรงแรมเวสท์เวิร์ดค่ะ”แชนนอนมองดูเขาจดชื่อโรงแรมลงไปในกระดาษแผ่นนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณไม่ลองให้เวลาผมสอบถามให้สัก2-3 แห่งก่อนล่ะครับ?” โคดี้เสนอขึ้น “แล้วผมจะแจ้งให้คุณทราบทันทีที่ได้ข่าวดีไหมล่ะ?”
“แหม...เป็พระคุณอย่างที่สุดเลยละค่ะคุณสตีล” รอยยิ้มของแชนนอนบอกความรู้สึกซาบซึ้งในความมีน้ำใจของเขาเต็มที่
“ผมขอรับไว้ด้วยความยินดีครับคุณเท็กซัส” รอยยิ้มครั้งนี้ของโคดี้ แฝงแววฉลาดแกมโกงไว้เมื่อเรียกเธอด้วยชื่อรัฐแทนชื่อตัว “และผมชื่อโคดี้นะครับจำไว้ด้วย”
“ขอบคุณมากค่ะ...เอ้อ...โคดี้”ออกจะแปลกที่เธอสามารถเรียกขานชื่อแรกของเขาได้อย่างสบายมาก ดูราวกับเธอเคยคุ้นกับเขามานานปีทั้งๆ ที่เพิ่งจะเคยพบกันครั้งแรก