หลังจากที่เลือกพิธีกรได้แล้วก็เข้าดูในส่วนของรายละเอียดค่าจ้าง อยู่ที่ราคา 2,000 ซานี่ต่อการทำงาน 8 ชม. ไม่รวมพัก ถ้าเกินกว่าเวลาที่กำหนดก็คิดค่าล่วงเวลาเพิ่มขึ้นไปตามค่าจ้าง
เฉินโจวที่เห็นราคานี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเรตราคานี้มันแพงมากไหมในแง่ของนักแสดงอิสระ แต่ตัวเขารับได้กับการจ่ายราคานี้ ขอเพียงตอนถ่ายทำพิธีกรคนนี้ทำได้ตามที่เขา้า ราคานี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว
เมื่อเฉินโจวและพรรคพวกตกลงเลือกคนนี้แล้วก็ติดต่อโทรไปที่เบอร์โทรที่ลงเอาไว้สำหรับติดต่องาน
“สวัสดีค่ะ ดิฉันเพ่ยเจียง เป็ผู้จัดการส่วนตัวของ เจิ้งฟาง ไม่ทราบว่าผู้ติดต่อมามีอะไรให้รับใช้คะ”
เมื่อโทรไปก็มีเสียงตอบกลับจากผู้หญิงเสียงใสฟังเสนาะหูถามกลับมา จินหงเหว่ยที่ถือสายอยู่ก็ตอบกลับไปว่า
“สวัสดีครับ ทางผมอยากจะจ้างงานคุณเจิ้งฟาง ให้มาเป็พิธีกรในรายการแข่งทำอาหาร โดยวันเวลาที่เราจะถ่ายทำคือ วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายนนี้ สถานที่จัดงานคือมหาลัยชินต้าโจวไม่ทราบว่าในวันนั้นคุณเจิ้งฟางมีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”
ทางนั้นเงียบไปอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบกลับมาว่า “ในวันนั้นทาง เจิ้งฟางไม่ได้ติดธุระอะไรคะ แต่ยังไงทางนี้ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับตัวงานด้วยว่าเป็แบบไหนดำเนินงานอย่างไร แล้วก็สถานที่ตั้งของงานว่าอยู่ที่ไหน เพื่อแจ้งให้เฟิ้งจางรับทราบ แล้วทางเราจะติดกลับมาอีกทีว่าจะรับงานหรือเปล่านะคะ”
ทางจินหงเหว่ยได้ยินดังนั้นจึงเล่ารูปแบบของรายการทั้งหมดว่าจะเป็งานแบบไหน สถานที่ตั้งจัดงาน และคาดหวังอะไรจากพิธีกรที่รับงานนี้ หลังจากอีกฝ่ายรับทราบก็รับปากว่าจะแจ้งให้ทราบว่าจะรับงานนี้หรือไม่ ในเวลาไม่เกิน 1 ทุ่มของวันนี้
หลังวางสายไปจินหงเหว่ยก็แจ้งรายละเอียดที่ได้พูดคุยกับผู้จัดการส่วนตัวของเจิ้งฟางให้ฟัง เมื่อทุกคนได้ยิน ก็หวังแต่ว่าถ้าเธอคนนี้จะรับงานนี้ พวกเขาจะได้หมดปัญหาไปอีกเื่
หลังจากนั้นก็นั่งพูดคุยรายละเอียดต่าง ๆ ในส่วนของการจัดงานกันต่อ จนเวลาล่วงมาหกโมงเย็นกว่า ๆ ทางหวังหงก็อาสาจะเลี้ยงมื้อเย็นให้เองในวันนี้
หลังจากที่ทุกคนได้กินอาหารหรูหราแล้วเสร็จ ก็มีสายโทรศัพท์โทรเข้ามา จินหงเหว่ยรับสายพร้อมพูดคุยกับคนในสายสักครู่ ก็วางสายแล้วยิ้มออกมา แจ้งกับทุกคนว่าเจิ้งฟางตกลงที่จะรับงานนี้แล้ว
ทุกคนที่ได้ฟังก็ยินดีกับข่าวนี้ หวังหงรับปากกับทุกคนว่ารายการวัตถุดิบทั้งหมดว่าจะมีอะไรบ้าง เขาจะกำหนดมาให้แล้วเสร็จภายในสองวันนี้ นอกจากนั้นเฉินโจวยังให้สิทธิ์กับทุกคนมาเป็แอดมินพิเศษ ที่สามารถเข้ามาดูส่วนของความที่คนอื่นส่งเข้ามาในช่องของเขาได้ เพื่อที่จะได้ช่วยกันคัดคนที่จะเข้ามาสมัครแข่งในครั้งนี้ แต่แน่นอนว่าในส่วนของข้อความพิเศษเฉินโจวยังเป็เพียงคนเดียวที่เข้าไปดูได้
เมื่อพูดคุยรายละเอียดต่าง ๆ แล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวของแต่ละคน โดยนัดเจอกันพรุ่งนี้ใน่เที่ยงที่มหาลัย
เฉินโจวที่ไม่รู้จะทำอะไรดีที่ข้างนอกก็ตรงกลับห้องพักของตัวเอง หลังทำธุระส่วนตัวแล้วเสร็จก็มานอนคิดอยู่บนที่นอน เื่พิธีกรก็ได้คนมาแล้ว เื่สถานที่จัดงานก็มีแล้ว เื่ของวัตถุดิบที่จะใช้ในการแข่งก็รอหวังหงกำหนดมาส่วนนี้ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร เื่กรรมการหวังหงก็น่าจัดการให้จุดนี้ก็คงไม่น่ามีปัญหาอะไร งั้นหลัก ๆ ตอนนี้ก็คือเื่คัดคนที่สมัครเข้าแข่งขันในครั้งนี้
เฉินโจวเริ่มรู้สึกปวดหัวกับการที่มีคนส่งข้อความสมัครเข้าแข่งขันเข้ามามากมาย ข้อความเหล่านี้เยอะมากจนเขาไม่รู้จะเริ่มต้นคัดเลือกยังไงดี แม้จะมีบางข้อความที่น่าสนใจ แต่เขาก็ไม่อยากตัดทิ้งใครไปโดยไม่คิดให้รอบคอบ ก่อนจะตัดสินใจอะไรจึงรู้สึกว่าควรจะปรึกษากับทุกคนที่ได้รับสิทธิ์แอดมินร่วมกัน เพราะยังไงการคัดเลือกทีมแข่งก็เป็งานที่ต้องใช้ความคิดเห็นจากทุกฝ่าย
หลังจากที่ไล่อ่านข้อความไปสักพัก เขาก็ปิดช่องนั้นลงและเอนตัวไปข้างหลังบนเตียง คิดว่าพรุ่งนี้ค่อยหาทางจัดการกับเื่นี้อีกครั้ง
ในขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มรู้สึกถึงความคาดหวังจากทุกคนที่มาช่วยกันในโปรเจกต์นี้ และก็หวังว่าจะทำทุกอย่างให้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้จะรู้ว่าทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากมาย แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันไปทีละขั้นตอน
่เที่ยงที่มหาวิทยาลัย หลังจากที่เฉินโจวเจอหน้าทุกคน เขาก็ได้เอาเื่นี้มาปรึกษาว่าจะคัดเลือกใครเข้ามาแข่งดี
“ทุกคนครับ ตัวผมเองได้เข้าไปดูข้อมูลมาแล้ว ถึงแม้จะยังไม่ครบทุกข้อความ แต่ก็ประมาณแปดสิบเปอร์เซ็นต์ได้ ผมได้คัดมาแล้วหกทีมที่ดูจะเข้าเงื่อนไขของพวกเรา ทีมที่เข้าแข่งขันนั้นไม่ห่างจากมหาวิทยาลัยที่เราใช้จัดงานแข่งมากนัก และตัวผู้แข่งขันและผู้ช่วยก็มีความน่าสนใจ ดูแล้วน่าจะช่วยดึงดูดผู้ชมคลิปได้ดี” จินหงเหว่ยที่ดูอ่อนเพลีย ตาแดงก่ำ ขอบตาดำคล้ำ ได้ยื่นกระดาษที่เขียนรายละเอียดคร่าว ๆ ของทั้งหกทีมให้ทุกคนดู
ทุกคนที่เห็นอาการของจินหงเหว่ยก็ได้แต่คาดเดาว่า เ้าหมอนี่คงนั่งอ่านข้อมูลจนไม่ได้หลับนอนเลยมั้งตอนนี้
[ทีม 1] แม่บ้านอายุ 42 ปี ผู้ช่วยลูกสาวอายุ 14 ปี ที่อยู่ใกล้ ๆ แถวมหาวิทยาลัย
[ทีม 2] แม่บ้านอายุ 30 ปี ผู้ช่วยสามีของแม่บ้าน อายุ 39 ปี ที่อยู่ใกล้ ๆ แถวมหาวิทยาลัย
[ทีม 3] แม่บ้านอายุ 24 ปี ผู้ช่วยแม่ของแม่บ้าน อายุ 48 ปี ที่อยู่ใกล้ ๆ แถวมหาวิทยาลัย
[ทีม 4] แม่บ้านอายุ 38 ปี ผู้ช่วยลูกชายของแม่บ้าน อายุ 16 ปี ที่อยู่ใกล้ ๆ แถวมหาวิทยาลัย
[ทีม 5] แม่บ้านอายุ 27 ปี ผู้ช่วยเพื่อนสาวของแม่บ้าน อายุ 28 ปี ที่อยู่ใกล้ ๆ แถวมหาวิทยาลัย
[ทีม 6] แม่บ้านอายุ 57 ปี ผู้ช่วยน้องชายของแม่บ้าน อายุ 52 ปี ที่อยู่ใกล้ ๆ แถวมหาวิทยาลัย
จินหงเหว่ยเห็นทุกคนอ่านรายละเอียดบนกระดาษที่เขาเขียนไว้แล้ว จึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงว่า
"แน่นอนว่าอันนี้เป็แค่รายละเอียดคร่าว ๆ เท่านั้น ส่วนชื่อและการแนะนำตัวของคนที่ส่งมานั้น ผมได้พิมพ์แยกไว้อย่างละเอียดอีกแผ่นหนึ่งแล้ว แต่การที่ให้เห็นแค่ส่วนนี้ก่อนก็เพราะอยากรู้ว่าในรายละเอียดแค่นี้ พวกนายทุกคนสนใจทีมไหนบ้างเป็อันดับหนึ่ง สอง สาม สี่ แน่นอนว่าอันดับหนึ่งกับสองก็คือทีมหลักที่เราจะส่งลงแข่ง ส่วนอันดับสามและสี่คือทีมสำรอง"
หลังจากจินหงเหว่ยพูดเสร็จ เขาก็นั่งพัก ดื่มน้ำแล้วหลับตารอการเลือกของเพื่อนทุกคนในกลุ่ม
ทุกคนในกลุ่มก็เอากระดาษมาดูอีกครั้งแล้วคิดว่าในข้อมูลแค่นี้ พวกเขาสนใจทีมไหนเป็พิเศษ จากนั้นก็เรียงลำดับความชอบออกมา
หลังจากผ่านไปสักพัก ทุกคนก็ได้เลือกทีมที่ชอบเสร็จเรียบร้อย โดยมีการจัดอันดับดังนี้:
เฉินโจวเลือก: ทีม 2 อันดับหนึ่ง, ทีม 1 อันดับสอง, ทีม 4 อันดับสาม, ทีม 5 อันดับสี่
หลิวจื้อิเลือก: ทีม 5 อันดับหนึ่ง, ทีม 1 อันดับสอง, ทีม 3 อันดับสาม, ทีม 4 อันดับสี่
เกาอิ้งเลือก: ทีม 3 อันดับหนึ่ง, ทีม 2 อันดับสอง, ทีม 4 อันดับสาม, ทีม 6 อันดับสี่
หวังหงเลือก: ทีม 2 อันดับหนึ่ง, ทีม 6 อันดับสอง, ทีม 3 อันดับสาม, ทีม 5 อันดับสี่
จินหงเหว่ยเห็นการเลือกของเพื่อน ๆ ก็พูดออกมาว่า “ดูแล้ว ทีม 2 คะแนนนำอยู่นะ รองมาก็ทีม 1 เอาเถอะ”
พูดเสร็จ เขาก็ส่งกระดาษอีกแผ่นที่มีรายละเอียดมากกว่าแผ่นแรกของทั้งหกทีมออกมา แล้วยื่นให้ทุกคนอ่าน
ทุกคนรับกระดาษมาดู ก็พบเป็รายละเอียดของชื่อและการแนะนำตัวของแต่ละทีม เมื่ออ่านเสร็จ ทุกคนก็หันมามองที่จินหงเหว่ย
จินหงเหว่ยที่ดูอ่อนเพลียก็ไอออกมาสักพัก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนว่า “ก็อย่างที่เห็นในรายละเอียดที่ผมทำให้พวกนายกันอ่านแล้ว นี่จะเป็ทีมที่จะได้แข่งขันในครั้งนี้ ดูจากการเลือกของพวกนาย ก็ให้ทีมหลักที่จะลงแข่งเป็ทีมหนึ่งและสองก็แล้วกัน ส่วนทีมสำรองก็ทีมสี่กับทีมห้า มีใครมีข้อแย้งหรือข้อเสนอแนะอะไรเพิ่มเติมไหม?”
ทุกคนที่เห็นสภาพของจินหงเหว่ยตอนนี้ก็ได้แต่เห็นใจ ส่วนเื่ทีมที่จะเข้าแข่งขันนั้น พวกเขาไม่มีอะไรติดใจ ในเมื่อจินหงเหว่ยคัดมาให้แล้ว หกทีมนี้ใครจะได้แข่งก็ไม่มีปัญหาอะไร ดีซะอีกที่ปัญหานี้จะได้จบไป
จินหงเหว่ยที่ไม่เห็นใครคัดค้านอะไรก็พยักหน้า พร้อมบอกกับทุกคนว่า "เดี๋ยวฉันจะติดต่อกับทีมผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่ทีมนี้เอง โดยจะส่งรายละเอียดต่าง ๆ ในการแข่งและใบยินยอมให้อีกฝ่ายยอมรับแล้วส่งกลับมาให้ฉันด้วย"