ในปี 130 ณ เมืองชนบทอันเงียบสงบอย่าง “กรีนบริจต์” ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางเนินเขาและทุ่งหญ้าเขียวขจี ….
“จิน ฟรอสบอร์น” หนุ่มวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายในฐานะเ้าของฟาร์มซึ่งสืบทอดมาจากพ่อคนเดียวของเขาที่จากเขาไปโดยโรคร้าย
เขาดูแลฟาร์มของเขาที่ได้รับมาจากพ่อของเขาด้วยความเอาใจใส่และความทุ่มเท เลี้ยงปศุสัตว์และปลูกพืชผักต่างๆไว้สำหรับการดำรงชีวิตและค้าขาย
เพื่อนที่สุดของ จิน มีนามว่า “เซ็ต” หมาป่าผู้ซื่อสัตย์ที่มีดวงตาที่เฉียบคมราวกับแสงจันทร์และมีิญญาที่ดุร้ายราวกับสายลม พวกเขาร่วมกันท่องไปในทุ่งนาและป่าไม้ เพื่อรักษาความปลอดภัยของฝูงสัตว์ของจิน
พวกเขาทั้งคู่คอยดูแลดินแดนที่พวกเขาเรียกว่าบ้าน ด้วยความที่เซ็ตเป็หมาป่าที่พ่อของจินเก็บมาเลี้ยงั้แ่ยังเด็กทำให้มันกลายเป็เพื่อนที่ขาดไม่ได้ของจินไปเสียแล้ว นอกจาก เซ็ต ที่เป็เพื่อนสนิทคนสำคัญของจิน…
ยังมี “ไลเกอร์” เพื่อนสมัยเด็กของจิน พวกเขามีความสนิทสนมกันค่อนข้างมากเนื่องจากพวกเขาทั้งคู่มีความทรงจำในวัยเด็กร่วมกัน แต่มิตรภาพของพวกเขาก็ต้องเสื่อมโทรมลง…
เพราะในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไลเกอร์ ถูกครอบครัวส่งให้ไปทำงานในเมืองหลวงอันพลุกพล่านที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและหรูหรามากเสียจนทำให้ไลเกอร์หลงไหลในความสบายและความสวยงามเ่าั้ไปซะเเล้ว
ไลเกอร์ได้ทำงานในร้านขายเสื้อผ้าหรูหราแห่งหนึ่งในเมืองหลวงเนื่องจากครอบครัวของรู้จักกับเ้าของร้าน เขาได้เห็นผู้คนมากมายซึ่งแต่ละคนที่มาซื้อสินค้าจากร้านที่เขาทำงานล้วนเป็คนมีฐานะและอำนาจ…
จนกระทั่ง….
ไลเกอร์ได้เห็นสาวงามที่มากับลุงที่ดูเหมือนจะเป็คนรวยจากการทำธุรกิจอะไรสักอย่าง ลุงคนนั้นใส่แหวนทองคำรวมถึงสร้อยคอทองคำ ที่ขนาดว่าต่อให้ไลเกอร์ทำงานที่เมืองหลวงทั้งปีก็ยังซื้อแหวนวงนึงของลุงแก่คนนี้ไม่ได้
ไลเกอร์ตกหลุมรักสาวงามที่มากับลุงเศรษฐีคนนี้่ เขาจึงได้ไปถามหัวหน้าของเขา (เ้าของร้านเสื้อผ้า) ว่า…
“ลุงคนที่มาซื้อเสื้อผ้า เมื่อกี้เขาเป็ใครหรอครับ?”
เ้าของร้านตอบกลับไลเกอร์ว่า “ลุงคนนี้เป็เ้าของสนามม้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้” แกคงแปลกใจสินะว่าทำไมลุงคนนี้ถึงดูร่ำรวยเป็อย่างมากและได้สาวที่งามขนาดนั้นเป็ภรรยา ส่วนฉันไม่แปลกใจหรอกนะ ฮ่าๆๆ…
“ถ้าที่ครอบครัวแกมีม้าที่แข็งแรงที่สามารถลงแข่งขันได้ แกสามารถนำมันไปขายให้กับลุงเขาได้นะ ถ้าลุงแกถูกใจแกจ่ายไม่อั้นเลยหละ ฮ่าๆ”
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนวันหยุดประจำปีก็มาถึง….
ไลเกอร์กลับบ้านของเขาที่ กรีนบริจต์ พร้อมกับซื้อของฝากกลับมาทักทายเพื่อนสนิทของเขา จิน พวกเขาคุยกันอย่างถูกคอจนกระทั้งตกเย็น จินบอกกับไลเกอร์ว่า “ฉันต้องไปต้อนแกะเข้าคอกแล้วหละ" พร้อมทั้งเรียก เซ็ต ที่นอนอยู่ไปกับเขาด้วย ไลเกอร์ตอบกลับ
“งั้นเดี๋ยวฉันกลับเลยแล้วกันสนุกมากที่ได้คุยกับนาย”
ในระหว่างที่ไลเกอร์กำลังเดินกลับนั้น….
เขาเหลือบไปเห็นม้าตัวหนึ่งในฟาร์มของจิน มันตัวใหญ่ ขนสวย และ ดูแข็งแรงเป็อย่างมาก สิ่งนี้ทำความโลภครอบงำไลเกอร์เป็ที่เรียบร้อย
วันต่อมา มันเป็เช้าที่สดใสของฤดูใบไม้ร่วง และ จินกำลังดูแลม้าอันทรงคุณค่าของเขาอยู่แต่ทันใดนั้นสายตาของเขาก็เหลือบมองไปเห็น ไลเกอร์ ซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วยแววตาแห่งความโลภ แต่จินก็ไม่ได้สนใจอะไรและทำงานของเขาต่อไป
และ่เวลาแห่งการทรยศก็มาถึง…
ไลเกอร์วางแผนที่จะขโมยม้าที่สวยที่สุดตัวหนึ่งของ จิน ซึ่งเป็มันความสวยงสามและสง่างามจนไม่มีม้าตัวไหนเทียบได้ เขาวางแผนในการกำจัด เซ็ต หมาป่าคู่ใจของจินโดยการวางกับดักหมีไว้ในพุ่มไม้ระหว่างทางเดินที่ต้องไปต้อนแกะ แต่จริงๆแล้วแผนนี้เป็เพียงแค่จุดเริ่มต้นของความโลภนี้
ตกเย็นไลเกอร์ ก็มาหาจินตามปกติและถามจินว่า...
“ฉันขอไปต้อนแกะกับนายตอนเย็นนี้ได้ไหม? ฉันเบื่อจะตายอยู่แล้วกับงานที่ฉันทำในเมืองหลวงอยากหาอะไรอย่างอื่นทำบ้างหนะ”
จินที่เป็เพื่อนสนิทวัยเด็กของไลเกอร์ก็ตอบอย่างไม่ลังเลว่า…
“เอาสิเราไปด้วยกัน ไม่มีเพื่อนคุยมานานแล้วตอนไปต้อนแกะ ปกติคุยแต่กับไอเ้านี่แหละ” พร้อมทั้งลูบหัวเซ็ตไปด้วย..
เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปต้อนแกะจินให้ เซ็ต กับ ไลเกอร์ ล่วงหน้าไปก่อน เพราะเขาต้องเตรียมของสำหรับงานเทศกาลประจำปีในวันพรุ่งนี้ ไลเกอร์ตอบ ตกลง และ เดินทางไปยังทุ่งกว้างพร้อมกับ เซ็ต…
เมื่อ จิน เตรียมของเสร็จ เขาก็เดินทางตามไปจนถึีงทุ่งกว้างแต่สิ่งที่เขาเจอกลับไม่ใช่แกะที่อยู่ในคอกแต่เป็ไลเกอร์ที่นั่งอยู่บนโขดหิน เหมือนกำลังรอเขาอยู่ พร้อมกับแกะนับไม่ถ้วนที่ยังไม่ได้ต้อนเข้าคอก
จิน ได้พูดกับ ไลเกอร์ไปว่า…
“ฉันนึกว่านายเริ่มต้อนแกะไปแล้วเสียอีก”
“ เรามาเริ่มกันเถอะมืดแล้ว ว่าแต่ เซ็ต อยู่ไหนหละ…”
ไลเกอร์ไม่ตอบ พร้อมมองไปที่พุ่มหญ้าข้างหน้าของเขา จินเหลือบไปมองและเห็นเืจำนวนมากของสัตว์บางอย่างพร้อมกับเสียงร้องอันแ่เบาของ เซ็ต ดังออกมาจากพุ่มหญ้านั่น จินรีบวิ่งไปดูทันทีแต่ก็สายไปเสียเเล้ว…
เซ็ต ได้จากเขาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ…
จิน ร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง เนื่องจากเพื่อนที่สนิทที่สุดของเขาได้จากเขาไปด้วยกับดักหมีของใครก็ไม่รู้
ไลเกอร์ที่นั่งอยู่บนโขดหินกล่าว…
“ฉันเป็คนทำเองแหละจิน…"
พร้อมกับหยิบปืนพกที่เหน็บแอบไว้อยู่ตรงเอวของเขาออกมาชี้ใส่จิน
“นี่มันเื่บ้าอะไรกันวะ ไลเกอร์”
“ฉันขอโทษ ที่จริงฉันไม่ได้มีความแค้นอะไรกับนาย แต่ชั้น้าบางสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของฉันดีขึ้นหวังว่านายจะเข้าใจชั้น”
ไลเกอร์เหนี่ยวไก พร้อมกับกล่าวคำอำลาต่อเพื่อนที่เคยสนิทที่สุดของเขา…
“ลาก่อนจิน ธุรกิจของนายเดี๋ยวฉันจะเป็คนสานต่อเอง…”