มารตีลุกขึ้นจากเตียงขนาดคิงไซส์ที่กว้างขวางเกินกว่าคำว่า “เพียงพอ” สำหรับสองคน...
แต่ในค่ำคืนนี้กลับดูเหมือนว่าคับแคบไปอย่างถนัดใจเธอเดินเอื่อยๆ ไปที่ริมกระจกบานใหญ่ มองแสงไฟของเมืองที่สะท้อนเข้ามาจากระยะไกลเสียงนาฬิกาแขวนบนผนังดังเป็จังหวะที่เนิบช้าเกินกว่าจะปลุกหัวใจให้เต้นแรงหญิงสาวอยู่ในชุดนอนผ้าซาตินสีเงินอ่อนบางเบาและเรียบลื่นราวผิวของใครบางคนที่ไม่ได้ััมานานแล้ว...
สิบปีผ่านไปกับชีวิตแต่งงานกับปพนต์ ผู้ชายที่แสนดี พูดน้อย ใจเย็นและเป็สุภาพบุรุษที่ไม่มีวันทิ้งเธอไปไหน
แต่หัวใจของเธอ... กลับเหมือนถูกแขวนเอาไว้ในห้องโถงเงียบๆที่ไม่มีใครเดินผ่านมาแสนนาน...
ปพนต์กลับบ้านช้ากว่าปกติ แต่ก็ไม่ได้ลืมจุ๊บที่หน้าผากภรรยาคนสวยเบาๆอย่างที่เคยทำทุกวัน เขาวางกระเป๋าทำงานลง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ มารตีรู้ว่าเขาเหนื่อย และเธอก็รู้ด้วย... ว่าเขาไม่ค่อยมีอารมณ์้าเธออย่างที่เคย
“รตี... เราคุยกันหน่อยได้ไหมจ๊ะ?” เสียงของปพนต์นุ่มนวลแต่จริงจัง เมื่อเขาเดินกลับออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนเรียบง่าย
หญิงสาวผินหน้าไปมองเขาอย่างตั้งใจ
“พี่ไม่ได้อยากให้เธอเข้าใจผิดนะคะ... แต่พี่แค่รู้สึกว่าเราอาจจะต้องเติมอะไรบางอย่างให้ชีวิตคู่ของเรา” เสียงของปพนต์ดูเป็ธรรมชาติ
“เติม?” เธอเลิกคิ้ว เป็คำถาม
“ความเร้าใจ... ที่เคยมี มันหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ รตีเองก็รู้ใช่ไหมจ๊ะว่าเราไม่ได้ัักันแบบเร่าร้อนมานานมากแล้ว”
มารตีเงียบ ไม่ใช่เพราะโกรธ... แต่เพราะคำพูดนั้น “จริง”จนเธอไม่กล้าปฏิเสธ
“พี่เคยลองอ่าน... พวกบทความเื่การแลกเปลี่ยนคู่นอน หรือการเปิดใจรับความสัมพันธ์ใหม่ๆ”ปพนต์เอ่ยเบาๆ เหมือนกลัวคำพูดของตัวเอง “มันอาจจะช่วยให้เรา...กลับมาสนุกกันเหมือนเดิม อีกก็ได้นะ”
หญิงสาวเบิกตากว้างเล็กน้อย ความรู้สึกหลากหลายตีตื้นขึ้นมาทันทีทั้งใ สับสน และน้อยใจที่เธออาจไม่เพียงพอสำหรับเขา อีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่เธอไม่คาดคิดคือปพนต์ไม่ได้พูด หรือต่อว่าเธอ ไม่ได้กล่าวโทษ ไม่ได้มีสีหน้ารังเกียจ...มีเพียงสายตาอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดี
“เราไม่ต้องรีบร้อนก็ได้จ้ะ พี่แค่อยากให้รตีรู้ว่า...ถ้าเราอยากลอง...พี่โอเค”
เธอหันหน้าหนีไปทางกระจกอีกครั้ง ในแววตาที่สะท้อนกลับมา...เหมือนมองเห็นใครบางคนที่ไม่รู้จักอีกต่อไปแล้ว...ก่อนเดินตรงไปยังห้องด้านข้าง...อย่างสับสน
ห้องทำงานส่วนตัวของมารตีถูกตกแต่งด้วยความเรียบหรู… ผนังไม้เข้มสีชาพื้นพรมหนานุ่ม โต๊ะกระจกใส มีแฟ้มเอกสารวางอยู่หลายเล่มแต่ไม่ได้ถูกแตะต้องเลยในค่ำคืนนี้เธอนั่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาจ้องมองจอมอนิเตอร์ที่ดับไปนานแล้วใจกลับล่องลอยไปไกลเกินกว่าแสงในจอจะจับต้องได้
“แลกเปลี่ยนคู่นอน” เธอแค่รำพึงเบาๆ...แต่คำพูดของปพนต์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว...
มันไม่ใช่แค่คำแปลกใหม่...แต่มันคือสิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากปากสามีที่เธอเคยคิดว่า“อนุรักษ์นิยมที่สุดในโลก”
เสียงแจ้งเตือนจากแอปแชตมือถือดังขึ้นเป็ข้อความจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่ตั้งชื่อกลุ่มว่า “สาวตั้งใจโสด”
นุชจรา..[“เฮ้ย รตี คืนวันเสาร์นี้มาปาร์ตี้ชุดนอนกันมั้ย? ปพนต์คงไม่ว่าใช่ปะ 555”]
มารตี“มั้ง… แต่เดี๋ยวขอดูอีกทีนะ”
หญิงสาวแทบจะเห็นภาพใบหน้าของ นุชจรา เพื่อนสาวเปรี้ยวเฉี่ยววัย33 สายอาร์ตติสต์ที่เปลี่ยนแฟนเหมือนเปลี่ยนเลนส์กล้องและมีพลังลึกลับบางอย่างที่ทำให้ใครๆ ก็อยากเข้าใกล้ นุชจราเคยพูดไว้ประโยคนึงเมื่อสองเดือนก่อนในวงไวน์ข้างสระว่ายน้ำ...ว่า...
“บางครั้งเราก็ไม่ต้องรอให้ผู้ชายเติมเต็มอะไรหรอก เพราะบางที...คนที่ทำให้เรา ‘ถึง’ จุดที่สุด คือผู้หญิงด้วยกันเองต่างหาก”
ตอนนั้นมารตีแค่หัวเราะ กลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่วูบเข้ามาในอก
...แต่คืนนี้เธอคิดถึงคำพูดนั้นอย่างจับใจ
เธอลุกขึ้นยืน เดินกลับไปในห้องนอนที่ปพนต์หลับไปแล้วแผ่นหลังเขานิ่งสงบ ลมหายใจสม่ำเสมอ เหมือนคนที่ไม่มีอะไรให้กังวลใจ
แต่เธอเองกลับรู้สึกเหมือนยืนอยู่ตรงกลางของเส้นบางๆ ระหว่าง“ภรรยาที่ดี” กับ “ผู้หญิงคนหนึ่งที่ยังอยากมีชีวิตชีวาอยู่”
เธอถอดเสื้อคลุมออก ผ้าเนื้อบางลื่นไหลลงข้างลำตัวร่างกายของเธอยังอบอุ่น เร่าร้อน เป็ที่หมายปองของผู้ชายทั้งสำนักงาน และเต็มไปด้วยชีวิตแต่เหตุใด... ใจถึงได้หนาวเหน็บขนาดนี้
เธอมองร่างในกระจก...
ผู้หญิงที่โลกภายนอกมองว่าเพียบพร้อม สวยงาม สูงส่งราวเทพธิดา มีทั้งหน้าที่การงานสามี และฐานะ แต่แววตากลับขาดบางอย่างที่สำคัญ ยิ่งกว่าเครื่องเพชรหรูหรือรถสปอร์ตคันใหม่
เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดไฟสลัวๆ แล้วเปิดน้ำอุ่นไหลให้ลงในอ่าง ปล่อยให้ละอองไอน้ำลอยคลุ้งปกคลุมทุกอย่าง
เธอแช่ร่างเปลือยเปล่าลงไปอย่างเงียบๆ ปล่อยให้น้ำโอบกอดเธอไว้แทนใครบางคนที่เธอรอ… แม้จะไม่รู้ว่าเป็ใคร
ปลายนิ้วััผิวตัวเองเบาๆ จากต้นแขน เนินอก จนถึงสะโพกและเนินเนื้อกลางลำตัวไม่ใช่เพื่อปลุกเร้า... แต่เหมือนกำลังถามตัวเองว่า...
“เธอยังอยากให้มีใครสักคนมาััตัวเธออยู่ไหม?”
คำตอบค่อยๆ เผยออกมาผ่านปลายลมหายใจ…
ใช่...เธอยังอยากรู้สึกเป็ “หญิงสาวที่เร่าร้อน” ไม่ใช่เป็แค่ภรรยา
และบางที… คำว่า “แลกเปลี่ยน” ที่ปพนต์เสนอมา อาจไม่ใช่การทำลายแต่มันอาจเป็“การเปิดประตู” บานใหม่
...ที่เธอเองยังไม่เคยกล้าที่จะไขเข้าไปก็ได้
เสียงเพลงเบาๆ คลอเคลียมากับลมเย็นยามค่ำคืน บนดาดฟ้าของโรงแรมหรูกลางเมืองวิวกรุงเทพยามค่ำพราวระยิบระยับเหมือนจะกระซิบความลับบางอย่างแก่คนที่ยังไม่กล้าจะฟังเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเอง
มารตีสวมเดรสผ้าไหมบางเฉียบสีม่วงเข้มปาดไหล่ เปิด่คอมองเห็นไหปลาร้าขาวเนียน เธอไม่ได้แต่งตัวเซ็กซี่แบบนี้มานาน...
นานมาก...นานเสียจนเธอรู้สึกประหม่าั้แ่ยังไม่ได้ก้าวเดินลงจากรถ
“อื้อหืออออออ... แม่สาวนักธุรกิจกลับมาทวงบัลลังก์เทพธิดาคืนแล้วค่ะ!”
เสียงแซวของนุชจราดังขึ้นก่อนใครเพื่อน เ้าตัวใส่เสื้อซีทรูครึ่งตัวอวดสะดือบุ๋มสวยงามกับกางเกงหนังรัดติ้วแนบสะโพก ผมสีแดงเข้มม้วนเป็ลอนกระเซิงแบบจงใจ
“อื้อขนลุก...อย่ามองแบบนั้นสิ ยายนุช…” มารตีเอ่ยเสียงอ้อมแอ้มพลางเอามือจับชายกระโปรงไว้แน่นเหมือนจะเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง
“มองแบบไหนล่ะ ฉันก็แค่มองเอง...ก็เธอสวยจริงๆ นี่นา...ทั้งสวยทั้งเย้ายวน”
นุชจรายิ้ม พร้อมเดินเข้ามาแตะแขนเธอเบาๆ ปลายนิ้วเกลี่ยเลยไปแตะผิวเนื้อเนียนอย่างชำนาญัันั้นไม่หยาบคาย... แต่ก็เหมือนจะไม่บริสุทธิ์ใจนัก
เสียงหัวเราะของเพื่อนๆ ดังอยู่รอบโต๊ะ มีคนชงเครื่องดื่มให้มีคนเต้นเบาๆ ข้างเคาน์เตอร์บาร์ แต่สำหรับมารตีแล้ว โลกทั้งใบดูเหมือนจะเบลอๆอยู่รอบๆ ตัวเธอ...
ยกเว้นเพียงแค่นุชจรา กับสายตาแปลกประหลาดที่จ้องมองตรงมา ราวกับจะรู้ว่าข้างในของเธอกำลังดิ้นรนไขว่คว้าค้นหาอะไรสักอย่างหนึ่ง
“รตี...” นุชจราเอ่ยเบาๆ ขณะพวกเธอแยกออกมายืนริมขอบดาดฟ้าลมพัดชายเดรสปลิวแ่เบา
“หืม?” มารตีหันมา แต่ก่อนที่จะพูดอะไร นุชจรากลับยื่นหน้ามาใกล้กว่าเดิมจนลมหายใจแทบจะประสานกัน
“เธอเคยรู้สึกมั้ย... ว่าชีวิตมันมีอะไรอีกมากที่เรายังไม่ได้ลอง แค่เพราะเรากลัวว่าจะ‘ผิด’ หรือ ‘ไม่ใช่เรา’...?”
มารตีชะงัก
ในใจมีคำตอบ
แต่ยังไม่กล้าตอบ
นุชจราไม่รอให้เธอพูด เพียงแต่โน้มตัวเข้ามาแนบหน้าผากกับเธอเบาๆ ัันั้นอ่อนโยนจนเหมือนกับจะละลายกำแพงที่มารตีสร้างไว้ให้ทะลายลง
แม้นุชจราจะยังไม่จูบเธอ แต่นิ้วเรียวของนุชจรากลับแตะเบาๆ บนแผ่นหลังเกือบเปลือยตรงแนวกลางหลังแล้วลากขึ้นลงอย่างช้าๆ
มารตีหลับตา หอบหายใจเบาๆ อย่างไม่รู้ตัว
หัวใจเธอเต้นแรง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะ“ความตื่นเต้น”...ที่เธอไม่เคยััมาก่อนเลยในชีวิต
นุชจราไม่ได้ล่วงเกินไปมากกว่านั้น เธอเพียงแต่กระซิบใกล้ๆ หูว่า “ถ้าเธอพร้อมเมื่อไรก็บอก…ฉันรอเธออยู่เสมอนะรตี”
ในคืนนั้น มารตีกลับถึงบ้านด้วยหัวใจที่สั่นระริก...
เธอถอดเดรสออกช้าๆหน้ากระจกในห้องแต่งตัว...