การเป็องค์หญิงหรงซีนั้นจะว่าสบายก็สบายว่าสะใภ้ทั่วไปก็ไม่ใช่แต่ก็ไม่ได้ลำบากกว่าก็ไม่เชิงเพราะต้องระวังตัวทุกฝีก้าว
แต่มันก็มีข้อดีในบางข้อนั่นก็คือเธอไม่ต้องตื่นเช้าไปคารวะแม่สามีทุกวันแต่เปลี่ยนเป็ไปจิบน้ำชาด้วยกันตอนสายแบบวันเว้นวันเพื่อถามสารทุกข์สุกดิบแทน
เพราะแบบนี้วันนี้เธอเลยว่าง!
และนี่ก็เป็ครั้งแรกที่เธอได้ตรวจร่างกายนี้อย่างจริงจัง
องค์หญิงิจูนั้นมีใบหน้าสวยหวานคล้ายกับเธอในร่างเก่ามากไม่ว่าจะเป็ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตดูสดใส จมูกเรียวปากเป็กระจับและความสูงก็ไล่ๆ กัน
แต่ก็มีบางส่วนที่ต่างกันเช่นสีตาและสีผมร่างเดิมของเธอนั้นมีสีตาและสีผมออกสีน้ำตาลแดง ๆเนื่องมาจากมีทวดคนหนึ่งเป็ชาวไวกิ้ง
ส่วนองค์หญิงนั้นมีสีผมกับสีตาดำขลับตามแบบฉบับชาวเอเชียแท้ๆ ส่วนผิวก็ขาวเนียนละเอียดราวกับหยกนี่นางไม่ได้ป่วยแล้วละก็...นางก็ไม่ต่างจากไข่มุกราตรีล้ำค่าตามราชทินนามิจูที่ได้พระราชทานมา
เธอเหลือบมองผิวขาวซีดและริมฝีปากที่แทบจะไร้เืขององค์หญิงิจูแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ
หลังจากที่ได้ตรวจร่างกายนี้แล้วเธอก็พบว่าองค์หญิงิจูนั้นมีอาการผิวซีด หน้ามืด เป็ลม เหนื่อยง่ายมือเท้าชาและเย็น ในเบื้องต้นเธอสามารถสรุปได้ว่าองค์หญิงนั้นมีภาวะเืจางหรือที่คนในยุคโบราณเรียกว่าโรคเืพร่อง
ส่วนร้ายแรงถึงขั้นเป็ธาลัสซีเมียด้วยหรือไม่นั้นก็คงต้องติดตามและสาเหตุกันอีกที
ไหน! มีอะไรอีกไหมเธอจะได้จัดการมันทีเดียว!
ตุ๊บ!
เสียงของที่หล่นโต๊ะตัวเล็กข้างตั่งนอนยาวที่ถูกจัดไว้มุมหนึ่งของห้องทำให้เธอสะดุ้งเบาๆ และเดินไปหยิบของที่หล่นขึ้นมาดูอย่างแปลกใจ
กล่องกระดาษอันนั้น...มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!
“องค์หญิงท่านเป็อะไรหรือไม่เ้าค่ะ”เสียงของจื้อหลานที่ลอยออกมาจากนอกประตูห้องนอนทำให้เธอถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“ไม่มีอะไรไม่ต้องเข้ามา ข้าอยากอยู่คนเดียวสักพัก”
“เ้าค่ะ”แม้ว่าจื้อหลานจะรับคำเธอแต่นางก็ยังคงยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องอยู่ดี
การอยู่คนเดียวในยุคนี้นี่มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ
พอจัดการเื่จื้อหลานได้เธอก็หันกลับมาสนใจเ้ากล่องใบนั้นต่อ
เธอจ้องภาพเขาเหิงซานที่อยู่บนกล่องแล้วลูบมันเบาๆ ก่อนที่จะเปิดฝากล่องออก
ทุกอย่างในกล่องนั้นยังคงเหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็ป้ายหยก กลิ่นหอมหรือแม้กระทั่งโพสอิทที่แปะอยู่บนป้ายหยก
เธอหยิบของทุกชิ้นในกล่องออกมาวางเรียงกันแล้วขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่ากล่องกระดาษนั้นหนักผิดปกติ
หรือว่าจะมีอะไรอีก?!
ความคิดนั้นทำให้เธอใช้มือลูบไปทั่วกล่องนั้นแล้วก็พบว่ามีสลักอันเล็กๆ ติดอยู่ที่ขอบกล่อง เธอจ้องสลักอันนั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่จะกดมันเบา ๆ
แก๊ก!
เสียงกลไกอะไรบางอย่างดังขึ้นแล้วโครงบุที่รับตัวป้ายหยกไว้ก็เปิดออก
“นี่มันอะไรกัน?”เธอหยิบตลับไม้เล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ให้โครงบุขึ้นมาเปิดดูอย่างแปลกใจ
วาบ!
แสงสีขาวนวลประกายมุกที่สะท้อนออกมาจากเม็ดกลมๆ สองเม็ดที่วางคู่กันทำให้เธอขมวดคิ้วแล้วใช้นิ้วแตะ ๆ ดู
จะว่าเป็ไข่มุกก็ไม่ใช่เพราะมีผิวัันั้นคล้ายกับยาลูกกลอนแต่จะบอกว่าเป็ยาเลยเธอก็ไม่แน่ใจเพราะไม่เคยเห็นยาที่ส่งประกายได้แบบนี้มาก่อน
นี่ถ้าป๊ากับเฮียเธอเห็นคงตื่นเต้นจนพูดไม่หยุดแน่ๆ ก็สองคนนั้นเป็หมอแผนจีนนี่น่า ส่วนเธอนั้นถึงจะพอได้วิชาสมุนไพรจากป๊ามาบ้างแต่ก็ยังไม่สามารถจับชีพจรได้อย่างหมอจีนทั่ว ๆ ไป
ใครจะไปคิดว่าเธอจะต้องมาตกระกำลำบากในยุคโบราณแบบนี้ไม่อย่างงั้นเธอคงเลือกเรียนหมอแผนจีนตามป๊ากับเฮียไปแล้ว!
ไม่รู้ว่าร่างเดิมของเธอจะยังมีชีวิตอยู่ไหมนะแล้วเธอจะยังจะสามารถกลับบ้านไปเจอป๊า ม๊าและเฮียได้ไหม...
ความหม่นหมองในใจทำให้เธอปิดฝาตลับไม้นั้นลงแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
แต่ทว่าเมื่อสายตาของเธอไปปะทะเข้ากับโพสอิทสีส้มที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางของพวกนั้นก็ทำให้เธอลืมความเศร้าเป็ปลิดทิ้ง
ในเมื่อโพสอิทสีส้มแปร๊ดมาโผล่ที่นี่ได้...แล้วทำไมเธอจะกลับไปยุคปัจจุบันไม่ได้ล่ะจริงไหม?
ความตื่นเต้นทำให้เธอรีบคว้าโพสอิทอันนั้นมาดูทันทีก่อนที่สีหน้าของเธอจะเฉาลงยังกับดอกไม้ขาดน้ำ
ลายมือหมอที่ว่าอ่านยากยังยอมแพ้ให้กับลายมือในโพสอิทนี่เลย!
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ถอดใจและพยายามแกะลายมือนั้นให้ได้มากที่สุด
หลังจากที่นั่งหลังขดหลังแข็งมาเกือบหนึ่งชั่วยามเธอก็สามารถแกะลายมือนั้นออกมาได้ทั้งหมด
ตัวอักษรภาษาจีนที่ยาวเป็พืดทำให้เธออดที่จะขอบคุณความอดทนของม๊าสุดที่รักของเธอไม่ได้เพราะตอนนั้นเธอทั้งงอแงและหนีเรียนเอาบ่อย ๆ แต่ม๊าก็ยังไม่ยอมหยุดสอนภาษาจีนแม้ว่าจะต้องสอนไปถือไม้เรียวไปก็ตาม
เธอยิ้มน้อย ๆออกมาแล้วก้มหน้าลงอ่านข้อความที่เธอเพิ่งถอดออกมาได้
..........
เพียงเพราะหวั่นเกรงว่าจะสูญเสียความรักที่เคยได้ขัตตินารีผู้สูงส่งจึงหลงเชื่อคำลวงและยอมร่วมมือกับนกต่อจากต่างแคว้นทรยศสายเืแห่งตน!
กว่าจะรู้ตัว...นางก็พบจุดจบใต้คมดาบแห่งแม่ทัพคู่บัลลังก์ั
..........
เธอวางลดมือที่ถือสมุดบันทึกที่เธอใช้จดปริศนาลงด้วยหัวใจที่หนักอึ้งจากตอนแรกเธอก็คิดว่าจะเป็วิธีกลับยุคของตัวเองแต่ไงกลับกลายเป็ชะตาชีวิตขององค์หญิงิจูเสียนี่
ขัตตินารีผู้สูงส่ง...แม่ทัพคู่บัลลังก์ั...สองคำนี้บอกชัดว่าหมายถึงองค์หญิงิจูและแม่ทัพใหญ่จางเฟิงหลง
ในนี้บอกว่าความรักที่เคยได้...อย่าบอกนะว่าเฟิงหลงรักองค์หญิงิจูหรือ?
ไม่น่าจะใช่ม้าง...วันก่อนหมอนั้นยังบอกอยู่จะไม่แตะต้องเธอ เอ๊ะ...หรือว่าองค์หญิงจะมีคนรักอยู่แล้ว?!
อืม ก็อาจจะเป็ไปได้...ถ้าไม่ใช่คนรักแล้วมันจะเกี่ยวกับอะไรได้อีก?
เพราะความรักถึงเชื่อคำลวงและร่วมมือกับนกต่อต่างแคว้น...
แล้ว...ใครคือนกต่อต่างแคว้นว่ะ?
“โอ๊ย! ปวดหัวชะมัด!”เธอโยนสมุดบันทึกทิ้งแล้วเอนตัวพิงพนักพิงของตั่งยาวอย่างหมดแรง
ไหนร่างนี้จะป่วย
ไหนจะรับมือกับหมอลู่คนในราชวงศ์และคนรอบตัว
ไหนจะต้องรับมือกับคนในตระกูลจางที่ดูจะไม่ชอบเธอั้แ่ตัวแม่ทัพใหญ่ยันบ่าวไพร่
แล้วนี่ยังมีปริศนาโผล่มาอีกนี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์กลัวเธอว่างขนาดนั้นเลยหรือไง ถึงได้ให้บททดสอบมาไม่หยุดหย่อน
ช่างแม่งเถอะ!
ใครอยากจะจับผิดเธอก็จับผิดไปแค่เธออยู่ในร่างองค์หญิงิจู ใครก็ทำอะไรเธอไม่ได้
ขอแค่เธอไม่เอาคอตัวเองไปขวางทางดาบของหมอนั่นก็พอทางที่ดีอยู่ห่าง ๆ เฟิงหลงเอาไว้น่าจะดีกว่า
เอ...หรือว่าเธอควรจะหาอนุให้หมอนั่นไปเลยเขาจะได้ไม่มายุ่งกับเธอและจะได้ต่างกันต่างอยู่
ดีล! เอาแบบนี้แหละ
ว่าแต่...เธอจะหาอนุได้ที่ไหนบ้างนะ?!