ตัวจางิผู้เป็บิดานั้นภูมิใจในตัวบุตรชายของตนจางหยวนมากที่สามารถเข้าเป็ลูกศิษย์หนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่โดยผ่านทางแต่ล่ะสำนักนั้นได้จัดการทดสอบคัดเลือกขึ้นกันเอง..ซึ่งทุก1 ปีจะมีเพียงครั้งเดียว..จนได้มาเป็ศิษย์สายในผู้มีพร์อย่างทุกวันนี้
โจวอี้หานก็ได้รับเลือกเข้าเป็ศิษย์สายนอกของสำนักกระบี่เมฆา์ด้วยวิธีนี้เช่นกัน..ส่วนหลินฉีหนิงไม่ได้ถูกรับเลือกผ่านการทดสอบจากสำนักบุปผาเหมันต์วิธีเดียวกันกับพวกมัน..แต่ได้รับเลือกเป็ศิษย์ผ่านผู้าุโของสำนักอย่างเซี่ยซูเหยาแทน..เพราะตอนที่สำนักบุปผาเหมันต์เปิดการคัดเลือกขึ้นเป็วันพระจันทร์เต็มดวงพอดี..หลินฉีหนิงจึงมีอาการป่วยทางชีพจรหนาวสั่นอย่างแรงจนไม่สามารถเดินทางไปเข้าร่วมทดสอบคัดเลือกด้วยได้..
หลินฉีหนิงถึงให้ความเคารพต่อท่านอาจารย์เซี่ยซูเหยาเป็อย่างมากที่ได้รับตนมาเป็ศิษย์สืบทอดโดยตรง..ไม่จำเป็ต้องผ่านการคัดเลือกของสำนักบุปผาเหมันต์เองแต่อย่างใด..
จางิมาที่นี่ไม่ใช่แค่จะติดต่อซื้อโอสถของร้านตระกูลเฉินเพียงอย่างเดียวแต่ยังมาทักทายผู้าุโ 2 สำนักนี้ด้วย
แท้จริงการที่ผู้นำตระกูลอย่างจางิต้องมานั่งฝั่งเดียวกันกับสำนักสุสานทมิฬนั้นต้องทำให้มันรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่บ้าง..เพราะเมื่อสักครู่ผู้าุโจิ๋นอิ่งแห่งสำนักสุสานทมิฬก็เพิ่งกล่าวอย่างมีโทสะกับผู้าุโเจิ้งหู่แห่งสำนักกระบี่เมฆา์ไปอยู่หยกๆ!..ตัวมันที่ดันอยู่ฝั่งเดียวกับจิ๋นอิ่งตรงนี้จึงต้องทำเป็นั่งนิ่งแขนกอดอกหลับหูหลับตาไม่ได้รับรู้สนใจถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา..
ในฐานะที่จางิเป็ถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่..มันกลับเป็คนที่รักสงบอย่างมากและยังรู้จักกับเฉินซือหยาง..ปู่ของเฉินอี้และบิดาของเฉินเหว่ยหงเป็อย่างดีอีกด้วย..แล้วตระกูลจางกับตระกูลเฉินก็มีความสัมพันธ์ที่เป็ปกติดีต่อกันเท่านั้น..
เฉินหรุ่ยเห็นบรรยากาศเริ่มกลับมาดีขึ้นแล้วจึงพยักหน้าให้ลูกทั้ง3 คน เฉินเหม่ยเย่ เฉินเจี้ยนเหา และเฉินหยู่ร์หลินที่มาอยู่ช่วยร้านด้วย..รีบเสริฟน้ำชาแก่แขกผู้มีเกียร์ติเหล่านี้อย่างเร็วไว..
เพล้ง! “อ่ะ!..อย่านะ!.” เสียงร้องของหญิงสาวดังขึ้น!
ทุกคนในห้องต่างหันไปมองกันทันที!..เป็เฉินเหม่ยเย่ที่ส่งเสียงร้องออกมา!
“ฮ่าๆ..เ้าช่างงดงามจริงๆคืนนี้เ้าช่วยมาเป็สาวอุ่นเตียงให้กับข้าหน่อยสิ!”
ผู้ที่กล่าวตอบกลับเป็ศิษย์ชายอยู่สายในของสำนักกระบี่เมฆา์..มีระดับพลังแก่นแท้มนุษย์ลมปราณขั้น2 คนหนึ่ง..ตอนนี้มันกำลังจับแขนพยายามดึงตัวเฉินเหม่ยเย่มาลวนลามอยู่..
“เ้า!..หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!..” เฉินเหม่ยเย่นางขมวดคิ้วกล่าวทำสีหน้าอย่างไม่ยินยอมขัดขืนมันเต็มที่..แต่นางมีระดับพลังแค่หลอมลมปราณขั้นที่3 เท่านั้นจึงไร้เรี่ยวแรงจะตอบโต้กลับไปได้..
เฉินหรุ่ยที่เห็นศิษย์สำนักกระบี่เมฆา์ทำแบบนี้กับบุตรสาวตนพลันเบิกตาโตกล่าวห้ามอย่างตื่นตระหนก“ท่านศิษย์สำนักกระบี่เมฆา์คือว่...”
“ท่านเฉินหรุ่ยเพียงแค่สาวใช้คนเดียวจะเป็ไรไปเล่า!..” ศิษย์สายในผู้นี้ยิ้มกล่าวตัดบทของเฉินหรุ่ยอย่างทันที..มันไม่รู้ว่าหญิงสาวผู้นี้คือบุตรสาวของเฉินหรุ่ยและผู้ที่มันรีบเดินทางมาหา..เฉินซูย่วนนั่นเอง!
รวมถึงศิษย์คนอื่นๆในสำนักกระบี่เมฆา์ของมันก็ไม่รู้ด้วยเหมือนกันเพียงยิ้มให้กับการกระทำนี้ของสหาย..
ผู้าุโเจิ้งหู่เห็นลูกศิษย์ในสำนักตนทำแบบนี้เพียงขมวดคิ้วเล็กน้อยกล่าวห้ามออกไป“เหลียงซือห้าว..เ้าพอได้แล้วอย่าก่อเื่!..” าุโเจิ้งหู่มันไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็ใครตนไม่อยากให้ลูกศิษย์ก่อปัญหาขึ้นก็เท่านั้น..
ศิษย์ชายสำนักกระบี่เมฆา์ผู้ที่กำลังนั่งจับแขนลวนลามเฉินเหม่ยเย่อยู่มีนามว่า“เหลียงซือห้าว”
“หึ!..” เหลียงซือห้าวได้ยินอาจารย์ในสำนักกล่าวห้ามแล้วแค่สะเหยะยิ้มเยาะแต่ก็ยังมิได้หยุด!.. เพราะตัวมันมีท่านลุงที่เป็ถึงผู้าุโในสำนัก..ตำแหน่งเดียวกันกับผู้าุโเจิ้งหู่จึงไม่คิดที่จะยอมทำตามคำสั่งนี้สักนิด..
ผู้นำตระกูลคนอื่นๆคิดลังเลไม่กล้าห้ามศิษย์ที่ชื่อเหลียงซือห้าวผู้นี้เพราะไม่อยากมีเื่กับสำนักกระบี่เมฆา์..
เหล่าน้องๆอย่างเฉินเจี้ยนเหาและเฉินหยู่ร์หลินต่างยืนถือถาดถ้วยชาตัวแข็งทื้อขาสั่นมาั้แ่เมื้อกี้แล้วไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดี!..
จิ๋นอิ่งผู้าุโสำนักสุสานทมิฬหรี่ตาจ้องมองเหตุการณ์ยังไม่ทำหรือกล่าวสิ่งใดเพราะเื่นี้ไม่เกี่ยวกับตนแม้ว่ามันจะเกลียดสำนักกระบี่เมฆา์ก็ตามที..
ลูกศิษย์คนอื่นๆเพียงนั่งนิ่งอยู่เฉยๆ..ส่วนจางหยวนที่เป็ศิษย์สายในสำนักสุสานทมิฬและเป็คนตระกูลจางเช่นกันที่เคยอยู่ในเมืองเซียงหนานนี้มาก่อน..รู้ว่าหญิงสาวคนนี้คือเฉินเหม่ยเย่บุตรสาวของผู้ที่พวกมันจะมาพบ..
แม้จางหยวนจะไม่ได้บอกกล่าวกับเหล่าคนในสำนักให้ทราบและเตือนพวกของตนก่อนเดินทางมา..ตัวจางหยวนก็เชื่อว่าสำนักของตนจะไม่มีทางสร้างปัญหาให้พวกคนตระกูลเฉินเดือดร้อน!
เพราะเหล่าศิษย์ในสำนักสุสานทมิฬต่างฝึกฝนคัมภีร์เคล็ดวิชา“เงามืดสังหาร” เป็วิชาลำดับปฐีขั้นสูงที่ต้องฝึกฝนจิตใจควบคุมอารมณ์ตัวเองให้นิ่งดั่งขุนเขาและเย็นสงบดั่งผิวน้ำอยู่เสมอจึงสามารถขจัดกิเลสส่วนใหญ่ไปได้..ไม่มีทางทำอะไรตามใจชอบเด็ดขาด!
เหตุนี้ถึงจางหยวนจะรู้จักเฉินเหม่ยเย่ก็จริงแต่ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันนักและไม่เคยคุยกันมาก่อนด้วยซ้ำจึงไม่คิดจะช่วยเหลือเพียงมองยิ้มมุมปากรอดูคนสำนักกระบี่เมฆา์ผู้โง่เขลานี้ขายหน้าเมื่อเฉินซูย่วนมาถึง!
เฉินหรุ่ยผู้เป็บิดาที่ถึงจะถูกขัดเมื่อครู่..แต่ก็รวบรวมความกล้าทำท่ายื่นมือกล่าวห้ามออกไปอีกครั้ง“ท่านศิษย์สำนักกระบี่เมฆา์ได้โปรดหยุดดีกว่านะ เพราะว่..”
“ท่านหุปปากไปซะ!..หรืออยากจะมีปัญหากับพวกข้าสำนักกระบี่เมฆา์กัน!” เหลียงซือห้าวกล่าวตัดอย่างมีโทสะไปอย่างไม่ใยดีต่อเฉินหรุ่ยเลยในครั้งนี้!..ทำให้เฉินหรุ่ยต้องยืนกัดปากสั่นกำหมัดแน่นไม่กล่าวอันใดอีก..
“ข้าไม่ใช่สาวใช้สักหน่อย!..เ้าปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะไม่งั้น..”เฉินเหม่ยเย่ยังกล่าวไม่จบพลางขัดขืนอย่างสุดชีวิตแอบคิดในใจว่า “ไอเ้าบ้าหื่นกามนี่!..ทำตามใจเพราะคิดว่าข้าเป็แค่สาวใช้ธรรมดาเนี่ยนะ!”
“หืม!..ไม่งั้นจะมีอะไรเหรอแม่นางคนสวย..ฮ่าๆๆ” ขณะที่เฉินเหม่ยเย่กำลังพูดกล่าวอยู่เหลียงซือห้าวก็ได้กล่าวหัวเราะขบขันพร้อมดึงตัวนางเข้ามาใกล้ตัวมันมากขึ้นอีก!
“เอามือโสโครกนั่นออกไปจากนางซะ..เ้าเศษสวะไร้ยางอาย!!..”มีเสียงโทสะของสตรีดังขึ้นพร้อมกับอำนาจพลังสีฟ้าที่ถูกปล่อยออกมา!
แกร๊ก! “ฮ่าๆ..อ่า!..อ๊ากกก..แขนข้า!!..ม่ายยยย!!?..” เหลียงซือห้าวที่เริ่มรู้สึกถึงความหนาวเย็นพลันร้องโหยหวนอย่างเ็ปทรมานสุดขีด!
ทุกคนต่างนิ่งตกตะลึงจนพูดไม่ออกกับภาพที่เห็นตรงหน้า..แขนซ้ายของเหลียงซือห้าวกลายเป็น้ำแข็งไปทั้งท่อนราวกับประติมากรรมที่ถูกแกะสลักขึ้นเหลือไว้เพียงมือที่ซีดขาว..กำลังจับแขนของเซี่ยซูเหยาอยู่..
“ว้าย!..” เฉินเหม่ยเย่เผลอก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ!
กร๊อบ! “อ๊ากกกก..ทำอะไรของเ้านังบ้าาา!!!..” แขนของเหลียงซือห้าวเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น! ทำให้มันร้องะโอย่างหนักยิ่งกว่าเดิม!
ในเหตุการณ์เป็เฉินเหม่ยเย่เห็นภาพแล้วร้องเสียงดังอย่างใเผลอยกขาก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัวหักเอาแขนของเหลียงซือห้าวที่ยังจับแขนตนเองอยู่ติดมาด้วย!..ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็ไปอย่างรวดเร็วมาก..
“อ่ะ!..ไม่นะๆ..กรี้ดดด!..ออกไปๆ!..”ตัวเฉินเหม่ยเย่เองถึงกับยืนช็อคเข่าอ่อน!นางจึงรีบสะบัดเหวี่ยงแขนนี้ออกกรีดร้องอย่างหวาดกลัวขวัญอ่อนจนมันหลุดปลิวขึ้นไป..
ผลุบ!..ตุบ!..เหลียงซือห้าวที่สภาพจิตใจรับไม่ไหวอีกต่อไปก็สลบเหมือดล้มตึง!..นอนหงายน้ำลายฟูมปากไปกับพื้นทันทีเมื่อเห็นแขนของตนถูกเหวี่ยงจนปลิวลอยขึ้น!..แต่แขนซ้ายนั้นกลับไม่มีเืไหลออกมาเลย!..เพราะท่อนแขนส่วนที่เหลือยังคงมีน้ำแข็งนั้นกลับได้คอยห้ามเืเอาไว้..
ฝึบ! “ฮึบ!..ได้แล้ว!..” มีชายหนุ่มคนหนึ่งะโรับแขนซ้ายที่ขาดนั้นคว้ากลางอากาศเอาไว้ได้อย่างทันท่วงทีไม่ให้มันหล่นตกแตกลงบนพื้น..
เมื่อมีคนเข้ามาข้างในห้อง..ทุกคนพลันเริ่มได้สติรู้ตัวขึ้นบ้างแล้ว!
“คะ..ใคร!..ใครเป็คนทำกัน!?..”ผู้ที่กล่าวเป็คนแรกคือาุโเจิ้งหู่แห่งสำนักกระบี่เมฆา์มันไม่เคยคาดคิดว่าจะมีผู้ที่กล้าลงมือทำร้ายศิษย์ของสำนักตนมาก่อน!..เจิ้งหู่สำรวจพลังยุทธ์ลมปราณของชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาทันทีก็รู้ว่าไม่ใช่มันแน่! เพราะมันยังอยู่เพียงระดับก่อตั้งลมปราณขั้นที่ 8 เท่านั้น..ถึงได้ะโถามไป!
ชายหนุ่มที่เข้ามารับแขนนี้ก็คือ“เฉินอี้” นั่นเอง!
เฉินอี้ยกยิ้มขึ้นอย่างสะใจพลางถือแขนซ้ายนี้ไว้ด้านหลัง..มันเป็คนกล่าวขอให้เซี่ยซูเหยาลงมือตัดแขนซ้ายของเหลียงซือห้าวเอง..แต่ก็ไม่คิดว่าจะออกมาในรูปแบบนี้!
“เป็ข้าเอง!..พวกท่านมีปัญหาอันใดหรือไม่!..”สตรีผู้งดงามมีเสน่ห์ยิ้มเดินตามหลังเฉินอี้มาอย่างสง่างามพร้อมกับสตรีอีกนางที่ยังคงมีเสน่ห์อยู่แต่ใบหน้าของนางนั้นฉายแววเต็มไปด้วยความโกรธชัดเจนและยังมีบุรุษวัยกลางคนที่คอยจับแขนรั้งตัวสตรีผู้มีโทสะนี้ไว้อยู่ด้วย!..3 คนนี้ก็คือ เซี่ยซูเหยาและเฉินซูย่วนรวมไปถึงท่านเ้าเมืองเซียงหนานเฉินเหว่ยหงที่ล้วนมาพร้อมกันกับเฉินอี้
“น้องหญิง!..เ้าใจเย็นๆก่อนนะอย่างเพิ่งอาละวาดล่ะ!..” เฉินเหว่ยหงขมวดคิ้วจับแขนเฉินซูย่วนกล่าวอย่างเป็กังวลว่านางจะทำอะไรบุ่มบ่าม!
“ข้าไม่ทำอย่างงั้นหรอก!..ท่านเ้าเมืองก็ช่วยปล่อยแขนข้าได้แล้ว!..” เฉินซูย่วนกล่าวอย่างมีโทสะอยู่บ้างแต่หลังจากได้เห็นที่เซี่ยซูเหยาลงโทษเ้าเศษสวะไร้ยางอายผู้นั้นที่มาลวนลามบุตรสาวตนไปแล้วก็เริ่มบรรเทาลงได้..
แม้ใจจริงเฉินซูย่วนนางอยากเป็คนลงโทษมันด้วยตัวเองด้วยซ้ำ!..แต่ไม่สามารถทำได้..ถึงระดับพลังปราณอาจจะดูเท่ากันแต่ฝีมือแท้จริงกลับต่างกันมากเพราะคัมภีร์เคล็ดวิชาลำดับชั้นที่ใช้ฝึกฝนบ่มเพาะพลังยุทธ์ลมปราณภายในนั่นเอง!
เนื่องจากคนเหล่าศิษย์สำนักต่างฝึกด้วยเคล็ดวิชาลำดับชั้นปฐีขึ้นไปทั้งนั้น..ส่วนเฉินซูย่วนมีแค่เคล็ดวิชาลำดับชั้นจิตเท่านั้นแม้พลังจะอยู่ระดับแก่นแท้มนุษย์ลมปราณขั้น2 เหมือนกันแต่ลำดับชั้นวิชาต่ำกว่าก็ไม่อาจสู้ได้!..แถมเหลียงซือห้าวมันยังเป็ถึงศิษย์หนึ่งในเจ็ดสำนักใหญ่อีกด้วยจึงไม่อาจเสี่ยงพาตระกูลเฉินล่มพินาศเพราะตนได้..ซึ่งเฉินหรุ่ยที่มีระดับพลังลมปราณเท่ากันกับเฉินซูย่วนเองก็คงมีความคิดคล้ายกัน..
เฉินเหว่ยหงปล่อยมือที่จับแขนเฉินซูย่วนอยู่ออก..แล้วนางจึงเดินเข้าไปหาเซี่ยซูเหยา..
“น้องหญิงซูเหยา..ข้าขอขอบคุณท่านมากจริงๆ!”เฉินซูย่วนกล่าวจากใจจริงเพราะถ้าไม่ได้เซี่ยซูเหยาช่วยบุตรสาวไว้ตนก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเหมือนกัน
“ฮิๆ..ท่านพี่ซูย่วน..คำขอบคุณน่ะไม่จำเป็หรอกนะ..บุตรสาวท่านก็เหมือนกับสหายของข้า..แค่กล่าวมาให้ข้าได้รู้..ข้าก็คิดจะช่วยเต็มที่อยู่แล้ว..ฮิๆๆ”เซี่ยซูเหยาเอามือป้องปากยิ้มกล่าวอย่างสนิทสนมให้เฉินซูย่วน
เฉินซูย่วนยิ้มกว้างรู้สึกมีความสุขมากที่มีสหายอย่างเซี่ยซูเหยาที่พึ่งพาได้แบบนี้..นางกำลังจะหันไปกล่าวขอบคุณเฉินอี้อีกคนที่เป็คนขอให้นางช่วยเหลือเฉินเหม่ยเย่ทันทีอย่างไม่รีรอ..
“แขนของมันข้ายกให้กับพี่สาวซูย่วน..จะเอามันไปทำอะไรก็แล้วแต่ท่านได้เลย!..แล้วก็ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก!..เราเป็ครอบครัวเดียวกันต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว!..” เฉินอี้ยื่นแขนซ้ายของเหลียงซือห้าวให้เฉินซูย่วนพร้อมกับกล่าวตัดไม่รับคำขอบคุณจากนางไป..
“ได้!..แขนนี้ข้าจะรับไว้!..” เฉินซูย่วนรับแขนซ้ายที่เป็น้ำแข็งมือขาวซีดนี้ไปพลางคิดว่าจะทำยังไงกับมัน..
เฉินอี้ได้หันไปมองสังเกตสำนักทั้ง 2ตอนนี้ตนพลันรับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่าง!..
ภายในห้องต่างเงียบลงจ้องมองสตรีชุดสีฟ้านี้กันอย่างตกตะลึง..โดยเฉพาะผู้าุโทั้ง2 สำนักนั้นมองเซี่ยซูเหยาราวกับเห็นผี!..เบิกตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่พวกมันได้เห็น!
าุโจิ๋นอิ่งได้ลุกยึนขึ้นยืนนานแล้วั้แ่ที่ได้เห็นตัวนางอย่างชัดเจนแต่ไม่อาจเปิดปากกล่าวได้!
“ทะ..ท่านคือ... !!”
าุโเจิ้งหู่ได้พยายามกล่าวออกไปโดยที่ไม่อยากเชื่อในความคิดของตัวเอง!